“สวัสดีตอนเช้าค่ะ ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ตำบลโอคุมะ ที่ตั้งของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะแห่งที่หนึ่ง สถานที่ศึกษาดูงานของพวกเราคะ” เสียงของล่ามสาวผู้เป็ขวัญใจของผู้คนครึ่งค่อนคณะดังขึ้น
‘น้องหยก’
คณะวิศวกรของกระทรวงอุตสาหกรรม กลุ่มชายล้วน ไม่ว่าโสดหรือแต่งงานต่างยอมแพ้ให้กับความอ่อนหวานของล่ามสาวจากกระทรวงต่างประเทศคนนี้ ท่าทางสบาย ๆ เป็กันเอง วาจาไพเราะน่าฟัง ลักยิ้มมุมแก้ม
ใครจะคิดหญิงสาวซึ่งเพิ่งเรียนจบมาหมาด ๆ กลับทำหน้าที่ของตนได้อย่างดีเยี่ยมผิดกับล่ามรุ่นพี่อีกคนหนึ่ง แตกต่างกันราวท้องฟ้ากับหุบเหว
‘บิ๊ก’
ชายหนุ่มอายุสามสิบต้น ๆ หลบเลี่ยงการเป็จุดสนใจ ด้วยการนอนเหยียดยาวอยู่บนเบาะท้ายรถ เขาบอกกับตัวเองว่าไม่ได้ี้เีเพียงแต่ใช้เวลาว่างให้เป็ประโยชน์ นอนพักผ่อนเอาแรง
งานล่ามไม่ใช่ไกด์นำเที่ยว ไม่จำเป็ต้องอธิบายสถานที่สำคัญระหว่างเดินทาง หรือสร้างบรรยากาศสนุกสนานเฮฮา
แิของล่ามทั้งสองสวนทางกัน ผลลัพธ์คือคนหนึ่งเป็ที่นิยม อีกคนไม่มีใครสนใจ
อากาศแปรปรวนทำเครื่องบินลงจอดช้ากว่ากำหนด ไม่รู้ใครจัดโปรแกรมเดินทาง ถึงสนามบินฮาเนดะเช้าวันศุกร์ ต้องรีบเดินทางไปดูงาน่บ่ายที่ตำบลโอคุมะ จังหวัดฟุกุชิมะ จากนั้นพักผ่อนสองวันเสาร์อาทิตย์
ด้วยกำหนดการแบบนี้ทำให้ทุกคนต้องวิ่งวุ่นรีบขึ้นรถไฟมาลงสถานีโทมิโอกะ แล้วต่อรถโค้ชขนาดสี่สิบห้าที่นั่งมายังโรงไฟฟ้า รีบร้อนขนาดนี้จะไม่ให้เหน็ดเหนื่อยได้อย่างไร
บิ๊กยืดตัวบิดี้เี ปากหาวหวอด สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ชื่นชมบรรยากาศชนบทอันงดงาม ทุ่งนาสลับกับบ้านคน
ตามระเบียบว่าด้วยการดูงานต่างประเทศของกระทรวงอุตสาหกรรม กำหนดให้มีล่ามแปลภาษาสองคนเดินทางร่วมกับคณะ ความจริงบิ๊กและหยกไม่ได้เป็ล่ามในคณะนี้ พอดีล่ามชุดเดิมคนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุ อีกคนเจ็บป่วยกะทันหัน โอกาสจึงตกเป็ของคนทั้งสอง
หยก ลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการ ขอยืมตัวมาจากส่วนงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ
บิ๊ก ล่ามเอกชน อาศัยเส้นสายถึงมีโอกาสเข้าร่วมคณะ ต้องขอบคุณกิจกรรมนักศึกษาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้ลูกคนจนได้พอมีเส้นกับเขาบ้าง
ชายหนุ่มจบวิชาเอกภาษาญี่ปุ่น แต่เนื่องจาก่เรียนมหาวิทยาลัยทำกิจกรรมมากเกิน เรียนแค่พอผ่าน แถมทักษะภาษาอ่อนด้อย ความสามารถไม่พอเป็ล่ามโรงงาน ยังดีที่เก่งด้านประสานงานและเข้ากับคนง่าย จึงเบนเข็มมาทำฝ่ายขาย ทำงานมาเก้าปี อายุเข้าเลขสาม เปลี่ยนงานมาแล้วเจ็ดครั้ง ออกจากงานเพราะเบื่อ แต่หากใครถามจะตอบว่า้าหาประสบการณ์
วิธีนี้ใช่ยั่งยืน บิ๊กเองก็รู้ จึงตั้งใจทำงานเก็บเงินให้ได้สองสามแสน พอครบสามปีค่อยหางานใหม่ ถึงตอนนั้นจะมีเงินเก็บก้อนหนึ่ง และยังลงในประวัติได้ว่าทำงานเกินหนึ่งปี ทว่าการพบกับรุ่นพี่คนสนิทกลับพลิกผันชีวิตชายหนุ่มไปตลอดกาล
พี่เซอร์ รุ่นพี่ชมรม ผู้คอยเตือนเสมอให้ทำเกรดดี ๆ อย่าหมกตัวในห้องชมรมมากนัก ติดต่อมากะทันหันขอนัดทานข้าวเย็นรำลึกความหลัง
ยามเจอหน้ากันรุ่นพี่ยังคงย้ำเื่เดิม เขารับฟังด้วยสำนึกขอบคุณ แต่ดวงตาว่างเปล่า ความคิดล่องลอย ใครใช้ให้รุ่นพี่มาถึงก็บ่น บ่น บ่น และก็บ่นเล่า
“...มึงอายุสามสิบแล้ว เสือกยังไม่เป็โล้เป็พาย กูบอกให้มึงสอบภาค ก ภาค ข ทำงานราชการ อย่างน้อยหลวงเลี้ยงมึง ยังไงไม่อดตาย ดูสิไม่เจอกันแป๊บเดียวแม่งผอมอย่างกับไม้เสียบผี ขอบตาแม่งดำอย่างกับหมีแพนด้า บริษัทคงใช้งานมึงอย่างกับทาสล่ะสิ เอาอย่างนี้มึงไปญี่ปุ่นกับกู ได้ใบรับรองจากกระทรวงฯ แล้วเอาไปแนบสมัครตำรวจท่องเที่ยว ทักษะภาษามึงก็มี ฟิตร่างกายหน่อย อ่านหนังสือนิด เดี๋ยวกูฝากงานให้ มึงจะว่าไง?”
พี่เซอร์จู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ข้อมูลประเดประดังเข้ามา ถึงอยากเถียงแต่ไม่รู้จะยกเหตุผลอะไร บริษัทเทรดดิ้ง*ที่ทำอยู่แม้ไม่เลวร้ายแต่ก็ไม่ได้รักใคร่พนักงานนัก ทั้งกดโอที ไม่ให้เลิกงานตรงเวลา ทำงานเสาร์เว้นเสาร์ ข้อดีอย่างเดียวคือเพื่อนร่วมงานนิสัยดี ไม่มีปัดแข้งปัดขา
สุดท้ายบิ๊กเริ่มคล้อยตาม ยอมรับปาก
“…มึงลางานหกวันพอ เดินทางคืนวันพฤหัส เจอกันสนามบิน แล้วอย่าลืมส่งรูปใบหน้าพาสปอร์ตกับใบปริญญาให้กูด้วยล่ะ”
หลังพี่เซอร์สั่งความเสร็จ ลุกเดินออกจากร้านทันที ทิ้งบิ๊กให้นั่งงงอยู่ลำพัง
งานในบริษัทเอกชนนั้นไม่ยั่งยืนโดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็ก ผู้จัดการฝ่ายขายคนก่อนเป็ตัวอย่าง ทำงานรับใช้บริษัทมาสิบปี พออายุสี่สิบห้ากลับถูกให้ออก แล้วให้ MD**คนญี่ปุ่นมาควบตำแหน่งผู้จัดการ ตั้งคนไทยเป็ผู้ช่วยผู้จัดการแต่เนื้องานเป็ของผู้จัดการ เงินเดือนเพิ่มเท่าขี้หมาแต่งานมากเท่าูเา
ผู้ช่วยคนนั้นคือเขาเอง
‘นี่คือโอกาส’ เสียงกระซิบดังข้างหู
รุ่นพี่พูดถึงใบรับรอง นี่คือเื่จริงและเื่หลอก
การศึกษาดูงานครั้งนี้หากขาดล่ามจะไม่สามารถเดินทางได้ ทำให้โครงการต่อเนื่องต้องถูกเลื่อนออกไปด้วย ส่งผลกระทบต่อแผนงานในกระทรวงฯ ที่้าศึกษาโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์มาทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีปัญหามลพิษ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำซึ่งผลผลิตไม่แน่นอน
‘พลังงานมั่นคง ประเทศมั่งคั่ง’
คำพูดสวยหรู อันที่จริงแล้ว...
การก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะสำเร็จไหม?
สุดท้ายประชาชนจะคัดค้านจนโครงการล่มหรือเปล่า?
คำถามเหล่านี้ไม่มีใครสนใจ ขอเพียงงบประมาณว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาถูกอนุมัติ เงินนี้จะเข้ากระเป๋าใครบ้าง ยากบอกได้ รู้เพียงว่าบริษัทที่ปรึกษาของโครงการนี้เป็ของคุณพ่อรุ่นพี่
ถ้าการดูงานเป็หมัน เงินหลายสิบล้านย่อมหายวับ พี่เซอร์ถึงได้มาขอให้บิ๊กเดินทางไปด้วย
เื้ันี้พี่เขาไม่ได้บอก บิ๊กได้ยินจากรุ่นพี่อีกคน ทว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับเขา ไม่ใช่ไม่มีคุณธรรมร่วมมือกับคนโกง เพียงแต่เื่นี้ไม่มีหลักฐาน คำพูดปากเปล่าบอกไปใครจะเชื่อ
หากมองมุมกลับ นอกจากการท่องเที่ยวตามสโลแกน ‘เที่ยวปราสาทโอซาก้า ดูกวางนารา ทานอาหารเกียวโต ชมดอกซากุระ’ แล้ว เหล่าวิศวกรยังจะได้เรียนรู้การบริหารโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และยังได้เข้าชมถึงบริเวณเตาปฏิกรณ์ด้วย
บิ๊กแทบรอเข้าไปในโรงงานไม่ไหว ทว่าเมื่อร่วมงานกับน้องหยก ล่ามสำรองอย่างเขาแทบไม่มีความสำคัญ
หยก หญิงสาวร่างเล็ก ผมสั้น ดวงตากลมโตแบบตัวการ์ตูน เอาใจใส่การงานทั้งสอนคำทักทายภาษาญี่ปุ่นอย่างง่าย การโค้งคำนับและมารยาทบนโต๊ะอาหาร จนเขาไม่มีงานทำ ราวกับเป็คณะดูงานมากกว่าล่ามแปลภาษา
‘ชีวิตมีขึ้นมีลง โชคมีมามีไป’
หลังจบการปฐมนิเทศ วิศวกรระดับชำนาญการมีกำหนดเข้าชมเตาปฏิกรณ์ในเวลาบ่ายสองสี่สิบห้านาที ขณะที่คนที่เหลือมีกำหนดเข้าชมกระบวนการบำบัดน้ำเสีย หลังจากแยกกลุ่มกันไม่ทันไร พี่เซอร์ส่งคนมาตามตัวบิ๊กให้ไปช่วย ได้ยินว่าน้องหยกเกิดปวดท้องประจำเดือน กำลังไปห้องพยาบาล หน้าที่ของเธอจึงตกเป็ของเขา
เพิ่งก้าวเท้าเข้าไปในห้องปฏิกรณ์ไม่ทันไร แผ่นดินสั่นโคลง สัญญาณเตือนภัยแผดร้อง ะเิดังก้อง แสงไฟสว่างวาบ เสียงคุณซาโต้หวีดร้อง...
ห้องเก็บของ
“อ๊ากกก!”
เด็กชายใตื่น น้ำหูน้ำตานองหน้า ภาพอันน่าสยดสยองยังติดตาไม่หาย เหลียวมองโดยรอบพบว่าตนนอนอยู่กลางห้อง ลักษณะคล้ายห้องเก็บของ บนพื้นมีตะเกียงวางอยู่ ไม่รู้ใช่ตะเกียงไหม ลักษณะเป็จานแบน ๆ มีที่จับ ไส้ตะเกียงน่าจะทำจากเชือกจุ่มลงในน้ำมัน รอบตัวเต็มไปด้วยถังไม้ กลิ่นปลาเหม็นคลุ้ง
“คนขี้แย”
เด็กชายสะดุ้งเฮือกเกือบหลุดกรี๊ดออกมา
เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากทางด้านหลัง เขารีบหันมอง ตรงมุมห้องเห็นลูกกลมแวววาวในความมืด คล้ายดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน เขารีบถดตัวถอยห่าง จะว่ากลัวก็ไม่เชิงเป็ความรอบคอบมากกว่า
“ธ ธ เธอ เป็คนหรือเป็ผี”
ลูกกลมแวววาวค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้ เห็นเป็เงาตะคุ่ม ๆ ของอะไรบางอย่าง ตรงเขตแดนระหว่างแสงกับเงา ร่างนั้นหยุดยืน แสงไฟอ่อนจางส่องให้เห็นเป็ร่างเด็กผู้หญิง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าคล้ายกับชุดยูกาตะสีแดงมีลวดลาย มัดเอวด้วยผ้าสีทอง หรูหราเกินกว่าจะเป็ผี เสียอย่างเดียวชุดเปรอะไปด้วยคราบสีดำ ทั้งยังมีรอยขาดเต็มไปหมด
“คน”
เสียงอ่อนใสเจือหงุดหงิดเปล่งออกมาจากปากเล็ก ๆ
“เฮ้อ! ทีหลังหัดให้สุ้มให้เสียงก่อนสิ อีกอย่างเมื่อกี้...”
เด็กชายมองหน้าเธออีกครั้ง แปลก! ดวงตาไม่แวววาวเหมือนเมื่อครู่
บางทีคงตาฝาด ฝันร้ายคงทำให้เบลอ
“เ้ายังมีเวลามาร้องไห้อยู่อีกนะ” เด็กหญิงย้อนถาม
“หา!”
“ขอเตือน… จงนึกคำที่จะพูดดี ๆ ล่ะ ต่อไปนี้ชีวิตของเ้าขึ้นอยู่กับคำตอบ”
เฮ้ย! ขู่อะไรวะ
เด็กหญิงเงียบครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ
“ที่นี่เป็หมู่บ้านโจร”
ไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ ประโยคสุดท้ายของเด็กหญิงสะท้อนไปมาเหมือนเสียงเอคโค่ จู่ ๆ ภาพที่เห็นก่อนสลบพลันผุดขึ้นในสมอง ภาพคนถูกฝังในกองทรายโผล่ขึ้นมาแต่ศีรษะ ถูกห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มเด็ก แต่ละคนถือปูกันคนละตัว ก้ามปูมีเศษเนื้อสีแดง และศีรษะนั้นเหลือเพียงเศษเนื้อเลอะเลือน
เชี่ยยยยย!
*บริษัทเทรดดิ้ง คำเรียกของบริษัทที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย ทำหน้าที่เป็ตัวกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค ลูกค้าส่วนใหญ่เป็โรงงานอุตสาหกรรม
สินค้ามีหลากหลาย อาทิ เครื่องมือวัด เครื่องจักรขนาดใหญ่เล็ก เครื่องมือช่าง อะไหล่ บางแห่งมีแต่สำนักงานขาย บางแห่งมีแผนกบริการซ่อมอยู่ด้วย
**MD (Managing Director) สำหรับบริษัทญี่ปุ่น ตำแหน่งนี้เทียบเท่าประธานบริษัท เป็ตำแหน่งสูงสุดในบริษัท (เฉพาะในสาขาต่างประเทศ) ส่วนใหญ่จะใช้กับบริษัทที่ไม่มีโรงงาน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทแม่