29.......
“มีอะไรสงสัยหรือครับคุณลิลลี่”
ปัญจพลเลิกคิ้วั์ตาเต้นระริกคล้ายจะขบขันท่าทางของลิลลี่ที่ก้มอ่านเอกสารตรงหน้าสลับกับเงยหน้ามามองหน้าของเขาด้วยสีหน้าแปลกๆ
“เปล่าค่ะ..แค่สงสัยนิดหน่อยเื่ชื่อบริษัท..”
“อุ๊ยตายจริง พี่คงยังไม่ได้บอกน้องลิลลี่กระมังว่าคุณพีเจ.เป็เ้าของบริษัทนี้จ๊ะ”
สายใจรีบถือโอกาสบอกทันที ลิลลี่อึ้งไปชั่วขณะ อีตาพีเจ.คนนี้เป็เ้าของบริษัทรถเช่าที่เธอทำงานหรือนี่...มันน่าโมโหตัวเองนักที่มีตาแต่หามีแววไม่ชื่อบริษัทก็บอกทนโท่ว่า
“พี.เจ.คาร์เร้นท์” เป็ชื่อของอีตาปัญจพลชัดๆ แต่ก็ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าทำไมมันถึงได้ชื่อเหมือนชื่อเล่นของเขาไปได้ลิลลี่นึกโทษไปรยาที่ไม่ยอมบอกว่าบริษัทรถเช่าแห่งนี้เป็ของผู้ชายที่เธอไม่ชอบขี้หน้าถ้ารู้ั้แ่แรก จ้างก็ไม่มาสมัครทำงานที่นี่เด็ดขาด
“คงจะหายสงสัยแล้วใช่ไหมครับว่าชื่อ พี.เจ.คาร์เร้นท์มาจากไหน”
ปัญจพลบอกเสียงขบขัน ลิลลี่ก้มหน้าเม้มปากทั้งที่อยากจะตอบโต้เขาไปอยู่เหมือนกันแต่ด้วยความที่มีสายใจอยู่ด้วยนั่นเองเธอจึงไม่ยอมปริปาก
“หวังว่าคงจะไม่ท้อแท้ลาออกซะก่อนนะครับ”
ปัญจพลพูดเหมือนจะรู้ทันความคิดของหญิงสาวทำให้ลิลลี่หน้าแดง รู้ได้อย่างไรนะว่าเธอกำลังคิดว่าจะทำงานที่นี่ต่อหรือเปล่า
“คุณพี.เจ.จะรับชาหรือกาแฟดีคะ”
สายใจถามเ้านายอย่างเอาใจ
“ผมไม่ดื่มกาแฟหลังเที่ยงไปแล้วหรอกครับ”
“อ๋อ..จริงด้วย สายใจก็ลืมไป” สายใจหัวเราะแก้เก้อ
“คุณกำลังจะกลับแล้วใช่ไหม”ปัญจพลถามสายใจต่อ
“ค่ะ..”
“แล้วคุณลิลลี่ล่ะกลับยังไง” เขาหันไปถามลิลลี่บ้าง
“น้องลิลลี่จะติดรถสายใจไปลงที่ป้ายรถเมล์ค่ะ”
สายใจตอบแทน
“ผมคิดว่าให้คุณลิลลี่ไปรถผมดีกว่า..เดี๋ยวผมจะไปส่งที่บ้านเอง”
“เอ้อ..ไม่เป็ไรค่ะ..” ลิลลี่รีบบอกด้วยความใ
“จริงสิ..บ้านคุณพี.เจ.ก็อยู่แถวพัฒนาการลิลลี่ติดรถไปกับคุณพี.เจ.ก็จะสะดวกดีนะคะ”
สายใจแนะนำและสนับสนุนทำให้ลิลลี่ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ เอาไว้ขึ้นรถของเขาก่อนเถอะเธอค่อยขอลงกลางทาง
“นึกยังไงถึงได้มาสมัครงานที่บริษัทของผม”
ปัญจพลถามลิลลี่เมื่อทั้งคู่ขึ้นมาอยู่ในรถเรียบร้อยแล้วและเขากำลังขับออกจากบริษัท
“ถ้าฉันรู้ว่าเป็บริษัทของคุณ คงไม่มาสมัครงานที่นี่หรอก”
“ไม่รู้จริงเหรอว่าเป็บริษัทผม..คุณยาไม่ได้บอกคุณหรือไง”
“ก็เพราะไม่บอกน่ะสิถ้าบอกจ้างให้ฉันก็ไม่มาสมัคร”
“ขนาดนั้นเชียว..ยอมรองานอีกเป็ชาติว่างั้นเถอะ”
เขาทำเสียงขบขันแต่ลิลลี่ฟังเป็เสียงเยาะเย้ย
“คุณคิดว่าฉันจะหางานทำไม่ได้รึไง”
“อย่าโมโหไปเลยคุณผมก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ความจริงตอนที่ผมบอกคุณยาไปว่าบริษัทรถเช่าของผมจะเปิดรับพนักงานขายก็ไม่ได้คิดหรอกนะว่าคุณยาจะไปบอกให้คุณมาสมัครผมคิดว่าเธอจะไปบอกญาติพี่น้องที่กำลังหางานทำมากกว่า เพราะคุณจบสถาปัตย์คงจะไม่สนใจงานพวกนี้”
“ยัยยาก็ไม่ได้บอกฉันเหมือนกันว่าเป็บริษัทของคุณเธอบอกแค่ว่าเป็บริษัทของคนที่รู้จักกัน ให้ฉันลองไปสมัครดูและฉันเองก็ไม่อยากจะรองานที่ตรงกับสายที่เรียนมานักหรอกสมัครไปหลายที่ แต่ถ้าเกิดเขาเรียกไปสัมภาษณ์่นี้ฉันก็จะรีบไปทันทีเลย”
เธอรีบอธิบายให้เขาได้เข้าใจจะได้ไม่คิดว่าเธออยากจะมาทำงานเพราะรู้ว่าเป็บริษัทของเขา
“ก็รอให้เรียกมาก่อนสิครับแต่ระหว่างนี้ผมหวังว่าคุณคงจะไม่ชิงลาออกก่อนเพราะไม่ชอบขี้หน้าเ้าของบริษัทหรอกนะครับ”เขาพูดดักคอเธอ
“ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันจะต้องทำแบบนั้นด้วย”
“ก็ไม่รู้ ผมคงคิดว่าคุณยังเด็กอยู่ก็ได้มั้ง ก็เลยอาจจะมีความรับผิดชอบน้อยไปนิด ขาดเหตุผลมากไปหน่อยหรือไม่ก็พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ”
“คุณ!..”
“ผมก็แค่เดา..ถ้าไม่ใช่ผมก็ขอโทษก็แล้วกัน”
“ถึงฉันจะเพิ่งเรียนจบไม่มีประสบการณ์ในการทำงานแต่ฉันก็มั่นใจว่าฉันเป็คนมีความรับผิดชอบพอ”
“ดีครับ..ผมจะได้สบายใจว่าพนักงานคนใหม่เป็คนที่รักองค์กรพร้อมที่จะทำงานเพื่อองค์กร”
“ฉันทำงานเพื่อเงินต่างหาก” เธอพูดสวนกลับเสียงห้วน
“คุณจะได้เงินก็ต่อเมื่อคุณทำเพื่อบริษัท”
“รับทราบค่ะ..ฉันขอลงป้ายรถเมล์ข้างหน้านะคะ”
“ถึงบ้านคุณแล้วเหรอ”
“เปล่า...แต่ฉันไม่อยากจะนั่งรถกับคุณไปจนถึงบ้าน”
เธอตอบตามตรงชนิดไม่ต้องถนอมน้ำใจ
“ทำไม”
“ไม่จำเป็ต้องตอบ”
“คงจะกลัวใครเข้าใจผิดล่ะสิ..รึว่านายปอนด์รอคุณอยู่ที่บ้าน..เอ..เท่าที่ผมรู้มาจากคุณยาดูเหมือนว่าคุณปอนด์เป็แค่เพื่อนคุณไม่ใช่หรือ..แต่คุณไม่คิดกับเขาแบบเดียวกันล่ะสิ”
“ตาบ้า!..จอดรถให้ฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ”
ปัญจพลไม่สนใจเสียงตวาดของเ้าหล่อนที่โกรธเขาจนหน้าแดง แต่เขารีบเร่งความเร็วของรถให้มากกว่าเดิมยิ่งทำให้ลิลลี่หน้าบึ้งแต่เขาก็ไม่สนใจกับท่าทีของเธอเลย กลับนึกสนุกด้วยซ้ำที่ได้แกล้งเธอให้หัวเสียเล่นๆ
ทันทีที่ถึงบ้านลิลลี่ก็กดโทรศัพท์หาไปรยาเพื่อจะได้ต่อว่าเพื่อนเื่ที่ไม่ยอมบอกว่าบริษัทรถเช่ามีปัญจพลเป็เ้าของ แต่ไปรยาได้แต่หัวเราะขบขันรับฟังการระบายอารมณ์ของเพื่อนอย่างดีจนลิลลี่พูดจบแล้วไปรยาจึงพูดขึ้น
“ที่ไม่บอกก็เพราะไม่อยากให้เธอรู้น่ะสิถ้ารู้ว่าเป็บริษัทของคุณพีเจ.แล้วเธอจะไปสมัครเหรอ”
“ก็ไม่ไปน่ะสิ ถามได้”
“ฉันถึงไม่บอกไงล่ะก็เธอบ่นแต่ว่าเมื่อไหร่จะได้งานสักทีอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน ฉันก็ช่วยเธอแล้วไง แต่จะว่าไปฉันก็ไม่ได้ช่วยเธอหรอกแค่แนะนำให้ไปสมัครเท่านั้นเอง ฉันไม่ได้ฝากเธอกับคุณพีเจสักหน่อย เพราะคุณพีเจก็เพิ่งจะรู้ตอนที่เขาแวะไปที่บริษัทน่ะแหละ การที่เธอได้งานก็เพราะตัวเธอเองต่างหาก”
ไปรยาพูดให้เพื่อนสบายใจตอนท้าย
“แน่นอน..เพราะพี่สายใจถูกชะตากับฉันก็เลยเลือกฉันทั้งที่มีคนที่มีประสบการณ์ไปสมัครก็ยังไม่ได้เลยนะ”
“เป็เพราะดวงเธอจะได้งานด้วยน่ะสิ”ไปรยาว่า
“น่าจะใช่..พี่สายใจบอกว่าเธออยากจะให้โอกาสคนที่เรียนจบใหม่บ้างเธอบอกว่าเด็กใหม่จะไฟแรง”
“ท่าทางเธอจะชอบคุณพี่สายใจนี่มากนะเนี่ย”
“แน่สิ..พี่สายใจดูสวยแบบผู้ดี๊ผู้ดี..เพราะฉะนั้นฉันก็จะขอบอกเธอว่าเธอมีคู่แข่งที่น่ากลัวแล้วล่ะ”
“คู่แข่งอะไรจ๊ะ..”
“อีตาพีเจกำลังจีบพี่สายใจอยู่แน่เลยอ่ะ ฉะนั้นเธออย่าเพิ่งดีใจว่าเขาจะจีบเธอคนเดียวล่ะเพราะฉันเห็นท่าทางที่เขาสนิทสนมกับพี่สายใจแล้ว คิดว่าสองคนนั่นก็น่าจะกุ๊กกิ๊กกันอยู่ ระวังเอาไว้ด้วยอย่าไปหลงคารมเขาเข้า”
“เธอคิดว่าคุณพีเจจีบฉันงั้นเหรอ”
ไปรยาถามเสียงกลั้วหัวเราะ
“ถ้าไม่จีบ แล้วเขาจะโทรหาเธอบ่อย ๆ เหรอแถมส่งข่าวเื่รับพนักงานบริษัทด้วย”
“เฮ้อ!..ทำไมคนเราจะโทรพูดคุยเป็เพื่อนกันธรรมดาไม่ได้รึไงจะต้องจีบกันเท่านั้นเหรอถึงจะคุยกันได้”
“จะบอกว่าอีตาพีเจนั่นโทรมาหาเธอทุกวันเพื่อพูดคุยธรรมดาเื่ดินฟ้าอากาศเนี่ยนะ”
ลิลลี่ถามเสียงสูง
“ถ้าฉันบอกว่าใช่..แล้วเธอจะเชื่อไหมล่ะแต่ขอแก้ข่าวหน่อยนะเขาไม่ได้โทรหาฉันทุกวันหรอกย่ะ..โทรมาเฉพาะเวลาที่เขา้าข้อมูลของบริษัทที่ฉันทำงานอยู่”
“อีตานั่นจะล้วงข้อมูลบริษัทเธอไปทำไม”
“ไม่ได้ล้วงข้อมูลแต่เขากำลังจะให้บริษัทที่ฉันทำงานอยู่ช่วยออกแบบตกแต่งออฟฟิศให้เขาน่ะ”
“เขาไม่ได้โทรมาจีบเธอก็ดีแล้วฉันจะได้สบายใจ”
ลิลลี่พูดด้วยความโล่งใจ
“สบายใจทำไมเหรอหรือว่าเธอคิดจะจีบเขาซะเอง” ไปรยาแซว
“ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลยนะยัยยา เอาไว้ให้ผู้ชายสูญพันธุ์เหลือแต่อีตาพีเจ.นั่นคนเดียวเสียก่อนเถอะ..ชื่อเขาฉันยังไม่อยากจะได้ยินเลยเชอะ..จะมาให้ฉันคิดไปจีบตาพีเจ. ฝันไปเถอะย่ะ”
ลิลลี่เบ้ปากนึกถึงหน้าปัญจพลด้วยความหมั่นไส้
“ระวังนะเกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น..เหมือนฉันตอนนี้”
“เธอพูดอย่างนี้หมายความว่าไง รีบบอกมาเร็วเข้า”
ลิลลี่ถามด้วยความตื่นเต้น
“ไม่มีอะไรมากหรอก..ก็แค่...มีผู้ชายคนหนึ่งที่บริษัทเดียวกันเขามาชอบฉันน่ะ..”
“ต๊าย..จริงเหรอเพิ่งจะทำงานไม่นานมีคนมาสนใจแล้วหล่อไหม”
ตอนท้ายถามด้วยความสนใจ
“มีเสน่ห์ แต่เขาสูบบุหรี่จัดมาก เธอก็รู้ว่าฉันเกลียดผู้ชายที่สูบบุรี่”
“เธอก็ค่อย ๆ ตะล่อมให้เขาเลิกสูบสิยะ”
“ฮื่อ..ก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ..แต่ต้องรอให้คบกันนานกว่านี้ก่อน”
“แล้วตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว”
“เขาก็โทรมาหาทุกคืนก่อนนอน คุยกันจนดึกไปทำงานก็เจอหน้ากันทุกวันเขาเอาใจเก่งมาก แต่ก็อย่างว่าเสียแต่สูบบุหรี่นี่แหละ อุ๊ย!..แค่นี้ก่อนนะสายเรียกซ้อนเข้ามาน่ะ”
ไปรยาบอกด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“เขาคนนั้นที่พูดถึงล่ะสิ”
“ใช่...บ๊ายบายกู้ดไนท์นะเพื่อน”
น้ำเสียงไปรยาตื่นเต้นมีความสุขจนลิลลี่อดที่จะขำไม่ได้คนกำลังมีความรักคงจะเป็แบบนี้ทุกคนนั่นแหละ เมื่อไหร่หนอสิปปกรจึงจะโทรหาลิลลี่ก่อนนอนแบบนี้บ้างแต่คงเป็ไปไม่ได้หรอกเพราะคนที่สิปปกรจะคอยโทรหาทุกวันก็คือนัฏนรีต่างหาก
ลิลลี่ รู้ข่าวคราวสิปปกรกลับจากดูไบก็รู้จากนัฏนรีแม้แต่วันที่สิปปกรเดินทางไปงานศพที่ดูไบ ลิลลี่ก็ยังรู้หลังจากที่เขากลับมาแล้ว เพียงแค่นี้เธอก็น่าจะรู้แล้วว่าสิปปกรไม่ได้ให้ความสนใจเธอมากมายเกินกว่าคำว่าเพื่อน แต่เขาเอาใจใส่ห่วงใยนัฏนรีเพียงคนเดียวเท่านั้น เมื่อไหร่หนอที่เธอจะตัดใจจากสิปปกรได้เสียทีขอให้มีผู้ชายสักคนเข้ามาทำให้เธอลืมเขาไปทีเถิด