“ตื่นขึ้น?!”
ฉับพลันความทรงจำทั้งหมดก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวของอวิ้นเสียงจนแยกไม่ออกว่าความทรงจำใดเป็ของเขากันแน่ ภาพของตนกำลังซ้อนทับกับใครอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็ตัวเขาอีกคนหนึ่ง มันฉายเป็หมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลหมอก ที่นั่นเขาเห็นสามีภรรยาคู่หนึ่งกำลังยิ้มมาทางเขาด้วยความรักใคร่ อวิ้นเสียงจำทั้งคู่ได้ในทันทีที่เห็นหน้าคนทั้งสองเป็ผู้ที่เขารักมากที่สุด ลุงและป้าของเขานั่นเอง
เหยียนชิงกุมขมับของตนเองด้วยความเ็ปราวกับว่าศีรษะของเขากำลังจะแตกออกเป็ชิ้นๆ ชายหนุ่มทรุดลงต่อหน้าไท่ซืออย่างหมดแรง มือไม้ปัดไปมาจนโดนถ้วยชาที่รินเอาไว้แตกกระจาย
ไท่ซือเฒ่ากำลังมองเขาอย่างเงียบเชียบ ท่านไม่ได้ยื่นมือไปช่วยเหลือชายหนุ่มแต่อย่างใด ท่านเพียงแต่มองมาที่เขาอย่างเอาใจช่วยเท่านั้น
การตระหนักรู้นั้นจำเป็จะต้องรู้ด้วยตนเอง ผู้อื่นมิอาจสอดมือเข้ามาข้องเกี่ยวได้
อวิ้นเสียงค่อยๆฟื้นคืนสติกลับมาทีละน้อย จนในที่สุดชายหนุ่มก็ค่อยๆพยุงตัวขึ้นกลับมานั่งต่อหน้าไท่ซืออีกครั้ง ก่อนจะประสานมือคารวะท่านด้วยความซาบซึ้งใจ
“ผู้เยาว์ขอขอบคุณผู้าุโที่ช่วยเตือนสติผู้เยาว์ในครั้งนี้” “เหยียนชิง”ที่จำทุกสิ่งทุกอย่างได้พูดขึ้น
ไท่ซือเฒ่าที่กำลังจิบน้ำชาเมื่อได้ยินที่เหยียนชิงพูด ท่านก็พ่นน้ำชาที่เพิ่งกินเข้าไปชนหมดปากด้วยความใ
“ผู้ยงผู้เยาว์อะไรของท่านกัน ไม่ใช่ว่าท่านคือองค์รัชทายาทหรอกรึ? ท่านเรียกข้าเช่นนี้หัวข้าจะหลุดจากบ่าเอาได้นะขอรับ” ไท่ซือพูดพลางยกแขนเสื้อมาเช็ดน้ำชาบนปากท่าน พลางหยิบผ้ามาทำความสะอาดบริเวณที่น้ำชาหกเลอะพื้น
“แต่ว่า.....” เหยียนชิงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ
“ไม่ว่าท่านจะเป็ใคร จงพึงระลึกไว้เสมอว่าที่นี่ท่านคือองค์รัชทายาทอวิ้นเสียงของพวกเรา ข้าจำวันที่ท่านเกิดได้ไม่ลืม วันนั้นทั้งข้าและผู้าุโรุ่นก่อนของท่านต่างััได้ถึงเวทเต๋าอันทรงพลังสายหนึ่งส่งลงมายังจักรวรรดิ ในยามแรกข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็ท่านรึไม่ แต่หลังจากที่ท่านเอ่ยเื่ชาติก่อนกับข้า ข้าก็แน่ใจในทันทีว่าท่านจะต้องถูกส่งมาเพื่อบางสิ่งเป็แน่”
ไท่ซืออธิบาย เขานึกย้อนกลับไปยังวันที่เหยียนชิงเกิดเป็วันแรก เขาเกิดในยามเช้าตรู่ แต่หลังจากที่ทารกน้อยออกมาจากครรภ์ของมารดาได้ไม่นานท้องฟ้าทั่วทั้งจักรวรรดิก็พลันมืดครึ้มราวกับราตรี เหล่าผู้าุโรุ่นก่อนที่นั่งเข้าฌานอยู่ในวิหารใต้ดินต่างกุลีกุจอออกมาดูเหตุการณ์อันน่าพรั่นพรึงที่เกิดขึ้น ก่อนจะพบว่ามันเป็เวทเต๋าที่ถูกส่งผ่านกาลเวลามายังที่แห่งนี้
“ข้ามเวลา? ไม่ใช่ว่านี่เป็มิติมายาที่ผู้าุโผู้นั้นสร้างขึ้นรึ?” เหยียนชิงรู้สึกงุนงงกับสถานการณ์ตอนนี้เป็อย่างยิ่ง
ไท่ซือมองเหยียนชิงด้วยสีหน้าลึกล้ำก่อนจะพึมพำราวกับว่าเข้าใจอะไรบางอย่าง ท่านเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง
“เวทเต๋าที่ส่งท่านมาถึงจะทรงพลังก็จริง แต่มันก็ทรงพลังในแง่ของบทบัญญัติเต๋าเท่านั้น พลังจริงๆของมันอ่อนแอจนกระตุ้นให้สมบัติบางสิ่งบางอย่างของจักรวรรดินี้ทำงานขึ้นมา” ไท่ซืออธิบาย
“ที่ท่านกำลังมีชีวิตอยู่ในยามนี้คือโลกแห่งความเป็จริงแน่นอน หาใช่มิติลวงตาใดๆไม่ข้ายืนยันได้”
“ข้าอยู่ในโลกเดิมจริงๆ? นี่ไม่ใช่มิติลวงที่ผู้าุโสร้างขึ้นมา? แล้วสิ่งใดกันที่ทำให้เกิดเื่ประหลาดเช่นนี้ได้?!” เหยียนชิงทั้งตกตะลึงและสับสน แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้เสียสติจนถึงขนาดกลายเป็บ้าไป เขายังคงสามารถควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในจุดที่พอรับฟังได้ในระดับหนึ่ง
“เวทเต๋าโบราณที่ส่งท่านมาไปกระตุ้นโลงศพกาลเวลาที่เป็สมบัติศักดิ์สิทธิ์ของจักรวรรดิเราจนมันทำงานขึ้น นั่นทำให้่เวลาสอง่ผิดเพี้ยน ท่านถูกส่งมานี่มีเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่เมื่อถึงปัจจุบันที่เป็ตอนที่ท่านกำลังทำการทดสอบ ตัวตนองค์รัชทายาทอวิ้นเสียงก็จะไม่มีอีกต่อไป” ไท่ซือยังคงอธิบายพลางยกน้ำชาขึ้นจิบ
“หมายความว่ายังไง? ท่านจะบอกว่าทั้งท่านพ่อท่านแม่จะหลงลืมเื่ราวทั้งหมดของข้าไปอย่างนั้นเหรอ?!” เหยียนชิงเอ่ยขึ้น ก่อนหน้านี้แม้ว่าเขาจะคิดว่าทั้งคู่เป็เพียงภาพมายา แต่ความรักและความอบอุ่นที่ท่านมอบให้กับเขาทำให้เหยียนชิงรักทั้งคู่ดั่งพ่อแม่ที่แท้จริง
“เมื่อยามเรามาเราย่อมมาตัวเปล่า เมื่อยามเราไปย่อมต้องไปตัวเปล่า เหลือเพียงความทรงจำเท่านั้นที่ยังทำให้พวกเราจดจำท่านได้ มาเถอะ ไปเข้าเฝ้าพระบิดาของท่านกัน ท่านเสียเวลามากว่าสิบปีแล้ว ยามนี้สมควรเป็เวลาที่ท่านจะต้องกลับไปยังที่ๆท่านจากมาเสียที” ไท่ซือเอ่ยขึ้นด้วยความเศร้าหมอง ท่านเดินนำเหยียนชิงออกจากตำหนักกลางน้ำเข้าสู่วังหลวง
เหยียนชิงยังคงรู้สึกเศร้าใจที่จะต้องแยกจากบิดามารดาของตน ในยามนี้เขาไม่ปรารถนาความแข็งแกร่งใดๆทั้งสิ้น ที่ชายหนุ่ม้ามีเพียงความรักจากบิดามารดาที่เขาไม่เคยได้ััมาก่อน แต่การที่เขามายังที่นี่ได้ก็เป็เพราะเวทเต๋า เพราะฉะนั้นแล้ว เขาก็ต้องกลับไปด้วยเวทเต๋าไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่งอยู่ดี
“เป็เช่นนี้นี่เอง.....หลับลงจากชีวิตก่อนแล้วจึงตื่นขึ้นในชีวิตนี้....”เหยียนชิงพึมพำ ชายหนุ่มมองแมกไม้ที่ขึ้นเป็ระเบียบระหว่างทางเดินของวังหลวง
“เช่นเดียวกับราตรี......บางคนอาจจะตื่นในยามเช้าตรู่และหลับใหลในยามค่ำคืน แต่กลับกันก็ยังคงมีบางคนที่ตื่นขึ้นในยามราตรีและหลับใหลในยามเช้า.....”
“ความมืดมิดนั้นช่างยากที่จะเข้าใจยิ่ง มันก่อกำเนิดค่ำคืนขึ้นมาจากแสงของดวงตะวันที่หายไป ในขณะเดียวกันมันก็เชื่อมโยงกับชีวิตด้วย!” เหยียนชิงคิดในใจ
“ถ้าเช่นนั้นการตื่นขึ้นของข้าก็คือการตระหนักรู้ในโลกอีกใบ โลกไม่ได้มีเพียงแค่ยามเช้า โลกยังนี้มียามราตรีอยู่เช่นกัน!”
“บางคนกล่าวว่าชีวิตก็เหมือนยามเช้า เมื่อเราเข้าสู่วัยหนุ่มก็ถึงยามเที่ยง ส่วนวัยชราก็คือยามเย็น ส่วนความตายก็คือยามราตรี แล้วเหตุใดจึงจะไม่สามารถมีชีวิตใหม่ขึ้นในยามราตรีได้กัน?” ในที่สุดชายหนุ่มก็เข้าใจความหมายของราตรีอย่างลึกซึ้ง ถึงแม้ว่ามันจะเป็เพียงแค่ส่วนเล็กๆของความเข้าใจเท่านั้น ฉับพลันจิติญญาของเขาก็เหมือนจะยกระดับขึ้นอีกขั้น การคิดการอ่านของชายหนุ่มอยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิมทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้น
“สามารถเข้าใจในเต๋าที่ส่งท่านมาหลังจากที่ข้าอธิบายเพียงไม่นาน ท่านไม่ธรรมดาจริงๆ โฮ่ โฮ่ โฮ่!” ไท่ซือหยุดมองเขาพร้อมหัวเราะขึ้นเสียงดังรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่น
“รีบไปพบองค์จักรพรรดิเถิดองค์ชาย เวลาบนตัวท่านกำลังย้อนกลับแล้ว” ไท่ซือเร่งฝีเท้าขึ้นมากกว่าเดิม
“เวลาบนตัวข้ากำลังย้อนกลับ? หมายความว่าอย่างไร?” เหยียนชิงรู้สึกงุนงงมากกว่าเดิม
ไท่ซือไม่ได้ตอบเขาแต่อย่างใด ทั้งคู่เร่งฝีเท้าจนมาถึงตำหนักหลวงของพระราชวัง เหยียนชิงเดินตามไท่ซือผ่านขุนนางและนางสนมข้างทางที่ค้อมคำนับเมื่อเขาเดินผ่าน จนในที่สุดก็มาถึงตำหนักเล็กที่อยู่ติดริมน้ำ ทหารองครักษ์นับสิบนายยืนอยู่ด้านนอก ที่ด้านในตำหนัก เขาเห็นองค์จักรพรรดิและพระมารดาของเขากำลังทอดสายตามองไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า
เหยียนชิงรีบเดินไปหาเขาพร้อมกับไท่ซือในทันที ชายหนุ่มเดินมาหยุดตรงหน้าพระบิดาของตนก่อนจะคุกเข่าทำความเคารพท่านครั้งหนึ่ง
“ลุกขึ้น”
เหยียนชิงลุกขึ้นยืนตามที่พระบิดาสั่งพลางก้มหัวไม่กล้าสบตาพวกท่าน เขากลัวว่าเมื่อบิดามารดารู้ความจริงแล้วพวกท่านจะรับไม่ได้ที่ได้ิญญาเร่ร่อนอย่างเขามาเป็ลูก นั่นทำให้เขารู้สึกไม่แน่ใจในตัวเองขึ้นมา
ในตอนนั้นเององค์จักรพรรดิเทียนอวิ้นเวิ่นตี้ก็ยืนมือมายีหัวของเขาคราหนึ่ง เหยียนชิงเงยหน้าขึ้นมองบิดาของเขาด้วยความแปลกใจ สายตาที่ท่านมองมายังเขายังคงเต็มไปด้วยความรักความห่วงหาอันไร้สิ้นสุดที่ไม่อาจพบจากผู้อื่นได้อีก
“เ้าเป็ลูกพ่อ ไม่ว่าเ้าจะมาจากห้วงเวลาใดเ้าก็ยังคงเป็บุตรชายของข้าตลอดกาล” ท่านกล่าวขึ้นพร้อมทั้งดึงเหยียนชิงมากอดพลางลูบหัวเขาด้วยความเศร้าใจ
“ผู้าุโบอกข้าว่าเวลาบนร่างเ้ากำลังจะหวนกลับ นี่คงเป็ครั้งสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน” ท่านกล่าวขึ้น ใบหน้าของท่านแดงก่ำราวกับว่ากำลังสกัดกั้นน้ำตาไม่ให้ไหลรินออกมา
“ไม่นะเสียงเอ๋อร์! อย่าจากแม่ไปไหนนะ!!” มารดาของเขาเข้ามากอดชายหนุ่มแน่น เสียงร้องไห้ดังขึ้นไปทั่วทั้งตำหนัก น้ำตาของนางไหลรินราวกับสายน้ำด้วยความเศร้าใจอย่างถึงที่สุดที่จะต้องแยกจากบุตรชายของนาง
“ท่านพ่อ...ท่านแม่ ข้าขอโทษ” เหยียนชิงเอ่ยขึ้นพลางกอดตอบมารดาของตน น้ำตาของชายหนุ่มปริ่มออกมาจากดวงตาด้วยความเศร้าใจ
“อย่าได้โทษตนเอง เ้ามาที่นี่ด้วยเวทเต๋าโบราณแห่งการทดสอบ นั่นเท่ากับว่า์ลิขิตให้เ้าเกิดมาเป็ลูกของพ่อและแม่ เ้าไม่จำเป็จะต้องโทษตัวเอง” บิดาของเขาเอ่ยขึ้นเพื่อปลอบใจชายหนุ่ม
ในตอนนั้นเองประกายแสงบางเบาก็ค่อยๆกระพริบอยู่บนกลางหน้าผากของเหยียนชิง มันกระพริบถี่เรื่อยๆจนทุกคนสามารถสังเกตเห็นมันได้ เมื่อเห็นดังนั้นจักรพรรดิเทียนอวิ้นเวิ่นตี้จึงออกคำสั่งไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้ตำหนักแห่งนี้เกินสามร้อยจั้ง มีเพียงไท่ซือและมารดาของเขาเท่านั้นที่สามารถอยู่ต่อได้
แสงยังคงกระพริบอยู่ชั่วครู่จนในที่สุดมันก็หยุดลง เผยให้เห็นสัญลักษณ์พระจันทร์หงายครึ่งเสี้ยวอยู่กลางหน้าผากของเขา ตรงกลางของพระจันทร์มีหยดน้ำสีดำคว่ำตัวลง ราวกับว่ามันเป็สัญลักษณ์ของอะไรบางอย่างที่ดูเก่าแก่โบราณและทรงพลังอย่างยิ่ง
บิดามารดาของเขาจ้องมองสัญลักษณ์ด้วยความตกตะลึง แม้กระทั่งไท่ซือก็ยังเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ท่านอยู่มานานจนลืมนับอายุ แต่ก็ไม่อาจจะบอกได้ว่าเครื่องหมายนี้คืออะไรกันแน่
“ท่านพ่อ...ท่านแม่ หากข้ากลับมาที่นี่ท่านจะยังจำข้าได้รึไม่?” เหยียนชิงเอ่ยถามด้วยความเศร้าใจ
พระราชบิดาของเขารู้สึกแปลกใจอยู่นิดๆ แต่ท่านก็ยิ้มให้ชายหนุ่มด้วยความเอ็นดู “ไม่ว่าลูกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน พ่อกับแม่ก็ยังจำเ้าได้อยู่ดี” ท่านตอบคำถามเขาด้วยความรักใคร่
“เมื่อลูกโตพอที่จะเดินทางข้ามทวีปได้ ก็อย่าลืมมาหาพ่อกับแม่ที่จักรวรรดินี้นะเสียงเอ๋อร์” มารดาของเขาเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตายังคงไหลรินออกมาไม่ขาดสาย
ประกายแสงสีดำจากหน้าผากของเขาค่อยๆชัดเจนยิ่งขึ้น ในที่สุดมันก็ค่อยๆปกคลุมร่างของชายหนุ่มทีละน้อยราวกับกำลังตัดตัวตนของเขาออกจากที่แห่งนี้ เหยียนชิงมองบิดามารดาเขาอย่างอาลัยอาวรณ์อีกคราราวกับไม่้าแยกจากกัน แต่ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมาพลางยิ้มให้ทั้งคู่
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะมาหาท่านให้ได้แน่นอน ข้าสัญญา!” เหยียนชิงให้สัญญาทั้งคู่อย่างแม่นมั่น ในที่สุดแสงก็คลุมไปทั่วทั้งตัวเขาจนเหลือเพียงพื้นที่บนใบหน้าน้อยนิดเท่านั้น
“ชื่อของลูกล่ะ! บอกชื่อของลูกให้แม่ได้รู้ที!” มารดาของเขาเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน นางเศร้าใจเกินจนลืมเื่สำคัญที่ควรจะเอ่ยปากถามเขาไป
“ชื่อของข้า.....”
วูบบ!
ประกายแสงที่คลุมร่างชายหนุ่มส่องไปทั่วหลังจากนั้นมันก็พุ่งขึ้นไปบนฟ้าเหนือจักรวรรดิด้วยความรวดเร็วและหายเข้ากลีบเมฆในที่สุด เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเงียบงันเท่านั้น มารดาของเขาทรุดลงนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ ไท่ซือได้แต่ส่ายหัวไปมาเนื่องด้วยเขาเองก็หลงลืมที่จะถามชื่อจริงของชายหนุ่มไปด้วย
“น่าเสียดายนัก ถ้าพวกเรารู้ชื่อของเขาล่ะก็ การจะตามหาก็ไม่ใช่เื่ยาก แต่นี่......เฮ้อ....” ท่านถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าหมอง
จักรพรรดิเทียวอวิ้นเวิ่นตี้ไม่ได้ตรัสอะไรออกมา ท่านกำมือแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปที่ฝ่ามือ ก่อนจะเดินเข้าไปประคองภรรยาของตนที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่บนพื้นขึ้นมา
“์ไม่้าให้เราเจอเขาง่ายเกินไป เด็กคนนั้นต้องเป็คนมาหาเราเอง เย่ว์เอ๋อร์ ลูกเราเป็ัในหมู่มวลมนุษย์ เ้าอย่าได้กังวลจนเกินไป อีกไม่นานเราจะต้องได้พบมันอีกครั้งอย่างแน่นอน”
ถึงแม้จักรพรรดิเทียนอวิ้นเวิ่นตี้จะพูดเช่นนั้น แต่ชั่วขณะหนึ่งแววตาของท่านกลับปรากฏความไม่สบายใจขึ้นมา ท่านมองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่เหยียนชิงจากไปด้วยสายตาเหม่อลอย ราวกับว่ากำลังคิดเื่อะไรบางอย่างอยู่
“ต้าถังกำลังจับจ้องมายังจักรวรรดิของเราตาเป็มันราวกับพวกสุนัขโหย.......บางทีอาจจะเป็ลูกก็ได้ที่ช่วยให้เรารอดพ้นภัยพิบัติในครั้งนี้ไป......”
หลังจากที่จากบิดามารดามา เหยียนชิงกำลังนอนอยู่ในห้วงมิติสีดำมืดที่เคยส่งเขาเข้าไปยังที่ต่างๆ ร่างกายและใบหน้าของเขากลับมาเป็เช่นเดิม ผมยาวปรกไหล่ ใบหน้าที่ดูคมคายแตกต่างจากตอนที่เขาเป็องค์ชายอวิ้นเสียงอย่าลิบลิ่ว
อาจจะกล่าวได้ว่าเหยียนชิงนั้นดูหล่อเหลาและต้องตาต้องใจเหล่าอิสตรี กลับกันในยามที่เขาเป็องค์ชายอวิ้นเสียงนั้นดูจะต้องตาต้องใจบุรุษเพศเสียมากกว่า
ชายหนุ่มค่อยๆตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล หลังจากที่เขาถูกพากลับสติของเขาก็ดับวูบลงจนจดจำเื่ราวระหว่างที่เดินทางข้ามมิติกลับมาไม่ได้แม้แต่น้อย แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ลืมความทรงจำทั้งหลายที่ได้ประสบพบเจอมาตลอดการทดสอบ ชายหนุ่มนิ่งเงียบราวกับว่าไร้ซึ่งชีวิตหลงเหลืออยู่ เขากำลังเข้าไปในห้วงความคิดตัวเองอย่างช้าๆโดยลืมเลือนสิ่งที่อยู่ภายนอกไปอย่างสิ้นเชิง
“ทั้งหมดไม่ใช่ภาพลวงตา....”
“ข้ามีบิดาแล้ว....”
“ข้ามีมารดาด้วย….”
“ข้า.....มีครอบครัวเพิ่มแล้ว!!”
เหยียนชิงเงยหน้ากู่ร้องขึ้นด้วยความดีใจจนหลงลืมเื่ที่เขาควรจะทำไปแทบหมดสิ้น ชายหนุ่มไม่ได้สังเกตว่ามิติข้างหลังของเขากำลังบิดเบี้ยวไปมาจนกลายเป็ประตูบานหนึ่ง ข้างในมีบุรุษลึกลับที่เหยียนชิงคุ้นเคยเป็อย่างดีกำลังเดินออกมาด้วยสีหน้าที่ดูเต็มไปด้วยความสับสนปนประหลาดใจ
“เ้าดีใจเื่อะไรกัน?” ผู้าุโเอ่ยถามชายหนุ่ม
“ข้าแค่ดีใจที่มีบิดามารดาเพิ่มมาเท่านั้น” เหยียนชิงตอบคำถามพร้อมทั้งยิ้มบางๆออกมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีเื่บางอย่างที่ต้องถามผู้าุโ
“จริงด้วย แล้วเย่ว์ซือล่ะผู้าุโ....เอ่อ....ข้าหมายถึงเด็กผู้หญิงที่เป็พยัคฆ์กอบเพลิง นางอยู่ไหนหรือขอรับ?” เหยียนชิงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“นางมาที่นี่ก่อนเ้าตั้งนานแล้ว ข้าคิดไม่ถึงจริงๆว่านางจะใช้เจตภูตศักดิ์สิทธิ์ของนางเพื่อออกจากมิติลวงได้อย่างรวดเร็ว แตกต่างจากเ้าที่อยู่ในนั้นมากว่าสิบปี หึ!” ผู้าุโตอบคำถามเขาอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“จริงด้วยผู้าุโ ไม่ใช่ว่าท่านส่งข้าเข้าไปในโลกลวงตาหรอกหรือ เหตุใดจึงกลายเป็โลกจริงๆไปได้กัน?” เหยียนชิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย ในใจเขากำลังเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่อยากจะถาม แต่คำถามนี้เป็สิ่งที่เขาอยากรู้มากกว่าคำถามใดๆทั้งหมด
ผู้าุโหันกลับมามองเหยียนชิงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดคราหนึ่งก่อนจะตอบคำถามเขาด้วยความจนใจ
“ข้าส่งเ้าไปมิติลวงตาก็จริง แต่ข้าไม่คิดว่าจะเวทเต๋าจะไปกระตุ้นให้สมบัติระดับทวยเทพทำงานได้ มันเลยทำให้กาลเวลาบนร่างเ้าบิดเบี้ยวและตัดขาดััศักดิ์สิทธิ์ของข้าไม่ให้หาเ้าพบ ข้าจึงไม่อาจมองเห็นเ้าใน่สิบปีก่อนได้ มีเพียงเ้าเด็กน้อยนั่นเท่านั้นที่ข้าสามารถมองเห็นชีวิตของนางได้ ถึงนางจะใช้เจตภูตของนางเพื่อผ่านการทดสอบ แต่ผ่านก็ถือว่าผ่านส่วนเ้า.....ถึงจะใช้เวลานับสิบปีอีกทั้งยังต้องให้ผู้อื่นมาเตือน....แต่อย่าน้อยก็นับว่าผ่านการทดสอบไปได้ด้วยดี” ผู้าุโอธิบาย
“ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าข้าจะได้รางวัลจากท่านใช่หรือไม่?” เหยียนชิงเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี เขากลับมาเยือกเย็นดังที่เคยเป็ดังเช่นเมื่อก่อน
“ตามหลักแล้วก็ใช่ แต่เ้าเพียงแค่ตื่นขึ้นในห้วงราตรีเท่านั้น เ้ายังไม่ได้พบหญิงสาวของเ้าแต่อย่างใด บางทีพวกเ้าทั้งคู่อาจจะมีโชคชะตาต้องกัน แต่มันก็ยังไม่ผูกพันกันมาก นั่นถือว่าเ้าผ่านการทดสอบแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น” ผู้าุโเอ่ยขึ้นพลางผลักผลึกแก้วที่ส่องแสงจางๆให้กับเขา เหยีบนชิงยื่นมือรับมันไว้ด้วยความแปลกใจก่อนจะพบว่าข้างในมีบางสิ่งกำลังหลับใหลอยู่
มันเป็แมวตัวหนึ่งที่กำลังนอนขดตัวด้วยความเคลิบเคลิ้ม ขนตามตัวของมันเป็สีแดงทองที่ส่องประกายดูนุ่มนวลและร้อนแรงในเวลาเดียวกัน อุ้งเท้านุ่มนิ่มหน้าััปกคลุมไปด้วยขนปุย ส่วนใบหน้าของมันเต็มไปด้วยลวดลายประหลาดที่คล้ายกับเป็ภาพวาดสมัยโบราณ ในคราแรกเหยียนชิงรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดจึงมีแมวนอนอยู่ภายในผนึกแก้วได้ แต่หลังจากที่สังเกตไม่นานเขาพบว่าแมวตัวนี้เป็คนที่เขารู้จักเป็อย่างดี
แมวตัวนี้คือสาวน้อยเย่ว์ซือที่มากับเขา!
“เหตุใดนางจึงกลายเป็แมวไปได้กัน?” เหยียนชิงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“เผ่าดั้งเดิมของนางคือภูติวิฬาร์จิต์ เป็เหล่าภูติในยุคแรกๆที่แทบจะหมดไปจากโลกใบนี้แล้ว” ผู้าุโอธิบายพลางสะบัดมือคราหนึ่งไปที่ผลึกแก้ว ทันใดนั้นแมวตัวน้อยก็ค่อยๆลอยออกมา เหยียนชิงเอื้อมมือไปคว้ามันเอาไว้แนบเข้ากับอกของเขา พลางเกาคางนางเล่นอย่างนึกสนุก เย่ว์ซือที่กำลังหลับใหลไม่รู้เื่ราวยกลำคอของนางรับการปรนนิบัติจากชายหนุ่มอย่างเพลิดเพลิน
“เ้าผ่านการทดสอบ แต่ก็ผ่านเพียงแค่ครึ่งเดียว เพราะฉะนั้นข้าจะให้รางวัลเ้าแค่ครึ่งเดียวเช่นกัน” ผู้าุโเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งผสานมือเข้าด้วยกันเป็สัญลักษณ์ต่างๆ แก่นโลหิตสีดำค่อยๆผุดออกมาจากหน้าผากท่าน มันวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าของเหยียนชิงอย่างรวดเร็ว
“ก่อนหน้านี้ข้าคิดจะให้หยดโลหิตข้าซักห้าหยด แต่เ้าก็ผ่านการทดสอบแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้วเ้าจะได้เพียงแค่แก่นโลหิตหนึ่งหยดกับเวทเต๋าราตรีผนึกสามบท ส่วนเม็ดยาดาราร่วงนั้นเ้ายังไม่อาจดูดซับมันได้ เพราะฉะนั้นข้าจะเก็บไว้ก่อนดีกว่า” ผู้าุโอธิบายให้เขาเข้าใจ ถึงแม้ว่าเหยียนชิงจะรู้ว่าเขาผ่านการทดสอบด่านที่สี่แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น แต่เขาไม่รู้ว่าทำไมเขารู้สึกว่าสายตาของผู้าุโดูสาดประกายเ้าเล่ห์อย่างแปลกๆออกมา
“เพียงแค่นี้ก็นับว่าเป็สิ่งล้ำค่าแล้ว ขอบคุณผู้าุโที่เมตตา” เหยียนชิงโค้งตัวลงทำความรพผู้าุโคราหนึ่ง เนื่องจากในอ้อมแขนของเขายังมีเย่ว์ซือกำลังหลับใหลอยู่
“เข้าใจได้ก็ดี เ้าควรดูดซับมันเสียตอนนี้แล้วค่อยจัดการกับเ้าเด็กน้อย นางฝืนใช้เจตภูตออกมาทำให้นางน่าจะสูญเสียพลังไปมหาศาลอยู่ ข้าคิดว่าคงอีกนานกว่านางจะตื่นขึ้นอีกครั้ง” ผู้าุโกล่าวกับเขา
“หมายความว่าหลังจากออกไปนางจะยังไม่ตื่นขึ้นมา?” เหยียนชิงถามเขาด้วยความสงสัยปนเสียใจ
“ข้าไม่แน่ใจว่านางจะตื่นขึ้นเมื่อใด แต่เมื่อนางตื่นขึ้นเจตภูตของนางจะแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าและทำให้พลังของนางมากขึ้นจนเ้าไม่อาจจินตนาการได้ ทางที่ดีเ้าควรทำสัญญาให้นางเป็อสูรผู้พิทักษ์ของเ้าเสียดีกว่า
“อสูรพิทักษ์ มีวิธีแบบนั้นด้วยเหรอผู้าุโ?” เหยียนชิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“หลังจากที่เ้าดูดซับแก่นโลหิตของข้าเรียบร้อยแล้วข้าจะอธิบายให้ฟัง ยามนี้จงรีบดูดซับมันให้เสร็จไวๆซะ!”