ตอนที่ 30
ศิษย์อาจารย์
โจวอู่เว่ยเมื่อยืนยันตกลงรับรองการท้าทายกับจิวอิงเรียบร้อยแล้ว ก็เลือกที่จะเดินไปหยุดอยู่ที่ข้างกายเสวี่ยิ พลางควักมือเรียกจื่อฮุยที่อยู่ด้านหลังให้เข้ามาใกล้ ๆ แต่ไม่ทันที่โจวอู่เว่ยจะถึงข้างกายของเสวี่ยิ จิวอิงก็กล่าวบางสิ่งขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
"เ้าหนู แม้เ้าจะไร้ซึ่งพร์ แต่ข้าต้องยอมรับในความหาญกล้าของเ้า แต่ในเมื่อตัวเ้าในตอนนี้ยังมิได้เป็ศิษย์ของสำนักัฟ้า ดังนั้นเ้าก็มิอาจจะอยู่อาศัยในสำนักัฟ้า รวมถึงไม่อาจใช้ทรัพยากรสำนักได้จนกว่าเ้าจะชนะการประลอง" จิวอิงหันไปยิ้มเยาะใส่โจวอู่เว่ย
"แน่นอน" โจวอู่เว่ยตวาดรับแทนด้วยเสียงอันดัง "เ้าหนูเ้าตามข้ามา" จื่อฮุยพยักหน้าส่งยิ้มให้กับเสวี่ยิ เพราะมันไม่อาจตามเสวี่ยิออกไปพร้อมกับผู้เป็ตาของตัวเอง เนื่องจากยังเหลือขั้นตอนในการเข้าเป็ศิษย์ของสำนักัฟ้าอย่างเป็ทางการ
หลังจากโจวอู่เว่ย พาเสวี่ยิเดินหายลับตาไปแล้ว จิวอิงก็แจ้งให้ศิษย์นอกที่ติดตามมันมา พาผู้ที่ผ่านการทดสอบไปยังลานฝึกยุทธ์ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่พิธีการรับศิษย์ใหม่ของสำนักัฟ้าต่อไป
.
.
"เ้าหนูชื่อเสวี่ยิสินะ" โจวอู่เว่ยพาเสวี่ยิออกมายังเขตด้านหน้าของสำนักัฟ้าก่อนจะเอ่ยซักถาม
"ครับท่านรองประมุขโจว ผู้เยาว์แซ่หลง ชื่อเสวี่ยิ"
"อืม..." โจวอู่เว่ยสังเกตเห็นเค้าความแปลกใจบนใบหน้าของเสวี่ยิ "เ้าคงสงสัยละสิว่าเหตุใดข้าถึงเอ่ยปากช่วยเหลือ"
"ถ้าไม่เป็การรบกวน ผู้เยาว์ก็อยากทราบเหตุผลของท่านรองประมุขโจว"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี ๆ ข้าเองก็ชอบคนที่เปิดเผยอยู่แล้ว ในเมื่อเ้าอยากรู้ข้าก็จะบอก" โจวอู่เว่ยส่งสายตาเอ็นดูให้เสวี่ยิ "เหตุผลนั้นมีด้วยกันสามประการ" โจวอู่แว่ยยกชูสามนิ้วขึ้นตรงหน้า "ข้อแรกข้าเป็ตาของจื่อฮุย และเมื่อหลานรักของข้าบอกว่าสหายของมันเดือดร้อน ข้าจึงมิอาจนิ่งดูดาย" โจวอู่เว่ยลดนิ้วลงหนึ่งนิ้วก่อนจะร่ายเหตุผลข้อต่อไป "ข้อถัดมาข้าไม่ชอบขี้หน้าเ้าจิ้งจอกร้ายจิวอิง ดังนั้นข้าจึงถือว่าการช่วยเ้านั้นเท่ากับเป็การทำให้ข้าสมใจไปด้วย" ตอนนี้นิ้วที่ชูเด่นของโจวอู่เว่ย ลดเหลือเพียงนิ้วเดียว สายตาของโจวอู่เวยพลันกระจ่างจ้าขึ้นในพริบตา "ข้าโจวอู่เว่ยอยู่ในสำนักัฟ้ามาร่วมหกสิบปี ผู้คนมากมายล้วนอยากเข้าเป็ศิษย์ แต่จนแล้วจนรอดข้าก็ไม่เคยรับใครเป็ศิษย์ใต้อาณัติของตัวเองมาก่อน แต่วันนี้ข้าอยากให้เ้ามาเป็ศิษย์ภายใต้การดูแลของข้า...ศิษย์สายตรงของโจวอู่เว่ยผู้นี้"
สิ้นคำกล่าวของโจวอู่เว่ยที่้าให้เสวี่ยิกลายเป็ศิษย์สายตรง เสวี่ยิก็ตะลึงงันในทันที เพราะมันรู้ดีว่าการเป็ศิษย์สายตรงนั้น ยังสูงส่งกว่าการเป็ศิษย์ในของสำนักอีก เพราะการเป็ศิษย์สายตรงล้วนได้รับการถ่ายทอดวิชาเฉพาะ และทรัพยากรเพิ่มเติมโดยตรงจากผู้เป็อาจารย์ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่เอ่ยปากยื่นข้อเสนอนี้แก่เขายังเป็ถึงรองประมุขสำนักัฟ้า ที่มีฐานะไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเ้าเมืองหยกม่วงอีกด้วย
"เ้ามัวตะลึงค้างอันใด รึว่าไม่ยินดีที่จะเป็ลูกศิษย์ของข้ารึ" โจวอู่เว่ยรู้ดีว่าเสวี่ยิกำลังตกตะลึง จึงจงใจเอ่ยหยอกเย้า หาได้หมายความตามที่กล่าวออกมา
"ไม่ ไม่ครับ ใครกันจะไม่ยินดีเพียงแต่..."
"หากมีอันใดติดขัดจงเอ่ยออกมา เพราะหากเป็ศิษย์อาจารย์กันแล้ว ย่อมต้องไม่มีเื่ในใจใดให้ค้างคา"
"ท่านรองประมุขก็เห็นว่าข้าไร้ซึ่งพร์ แล้วเหตุใดจึง.."เสวี่ยิเอ่ยเสียงอ่อย
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าโจวอู่เว่ยทำอะไรตามใจตัวเอง หากพึงใจก็กระทำ ไม่พึงใจก็มิกระทำ กับอีแค่เศษหินอันกระจ้อยร่อยหาใช่เหตุผลที่จะมาตัดสินชีวิตผู้คนทั้งชีวิตได้ ด้วยนิสัยใจคอของเ้าที่ข้าััได้ นั้นแตกต่างจากผู้คนทั่วไป ยามข้าเอ่ยปากช่วยเหลือออกหน้าต่อต้านผู้ที่อำนาจเหนือกว่าเ้าอย่างมิอาจเทียม เ้ายังมีใจคงห่วงใยผู้เฒ่าเช่นข้า จนอดที่จะเอ่ยปากให้ข้าทบทวนความคิด ทั้งที่ผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นเป็ของตัวเ้าเอง ข้าย่อมอยากสนับสนุนเด็กหนุ่มเช่นนี้" โจวอู่เว่ยไม่ปิดบังความในใจแม้แต่น้อย มันใช้มือหยาบใหญ่ลูบไปที่ศีรษะของเสวี่ยิ "และประการสำคัญ ยามที่ข้าเห็นเ้าต่อล้อต่อเถียง เอาตัวเองเข้าเสี่ยงเรียกร้องข้อเสนอเพื่อให้ข้าได้ประโยชน์จากการประลองนี้ไปด้วย ข้ายิ่งมั่นใจว่าเ้าหาใช่คนโง่ ตามที่เ้าจิ้งจอกจิวอิงเอ่ยอ้าง แต่เป็เ้าเองที่พยายามปกปิดตัวตน ดั่งคำกล่าวกระบี่แม้คมกล้าไร้เปรียบ แต่หากไร้ซึ่งฝักกระบี่ ยามพลั้งพลาดอาจเผลอทำร้ายผู้ที่ถือครอง ก็มิต่างกับผู้คน หากมิรู้จักเก็บงำเื่ราว ย่อมมิต่างจากกระบี่ที่ไร้ฝัก แม้ตอนนี้เ้าจะยังไม่เข้าใจตัวเองดีก็ตาม แต่ข้าโจวอู่เว่ยเชื่อว่าเด็กน้อย เ้าเป็บุคคลประเภทคมในฝัก " โจวอู่ิจับจ้องไปยังเสวี่ยิที่กำลังอยู่ในสภาวะคิดคำนึงถึงคำกล่าวข้างต้น
"เสวี่ยิขอบคุณท่านรองประมุขที่เอ่ยชม แต่หากข้ามิได้เป็ตามที่ท่านเอ่ยมาแล้ว..."
"แล้วยังไง...ข้าก็บอกแล้วว่าข้าพึงกระทำแต่สิ่งที่พึงใจเท่านั้น ต่อให้เ้าแพ้พ่ายในการประลอง และข้าต้องสูญเสียตำแหน่งรองประมุขไป ข้าก็หาได้เสียใจเ้าเข้าใจหรือไม่"
เสวี่ยิฟังคล้ายจะเข้าใจ คล้ายจะไม่เข้าใจ แต่ก็ยังพยักหน้าตาม เพราะรับรู้ได้ถึงความจริงใจในทุกคำกล่าวของรองประมุขโจวอู่เว่ย จนกระทั่งโจวอู่เว่ยเอ่ยคำ...ยืนยันไม่เสียใจในการกระทำ ดวงตาก็ปรากฏน้ำใสเอ่อขึ้นมาคลอหน่วย เสวี่ยิไม่เอ่ยคำใดต่ออีก เขาก้มศีรษะลงต่ำ โขกคำนับอาจารย์สามครา ความหนาวเหน็บในจิตใจั้แ่คราที่เดินทางออกจากเมืองวิหคทองซึ่งจุกแน่นอยู่ในอกตลอดมา ล้วนคลายลง ความอบอุ่นแผ่ซ่านอาบไล้จิตใจที่อ่อนล้า ทำให้เมื่อเงยหน้าขึ้นมาจำต้องยกสองมือขึ้นเช็ดปาดใบหน้าอีกหลายครา
โจวอู่เว่ยเห็นสภาพของเสวี่ยิยิ่งสะท้อนใจ เขาไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มในวัย 15 ปีตรงหน้านั้นผ่านพบประสบการณ์อะไรมาบ้าง แต่จากการคาดเดาในใจ เื่ราวนั้นคงหนักหนามิใช่น้อย "ลูกผู้ชายเชิดหน้าขึ้น อย่าให้มีน้ำตา จงจำเอาไว้เป็ศิษย์ข้าโจวอู่เว่ยต้องเข้มแข็งกว่านี้" โจวอู่เว่ยเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแข็ง แต่ก็แฝงด้วยความสั่นไหวอีกส่วนหนึ่ง มือขวายังคงปกลูบไปบนศีรษะของเสวี่ยิอย่างเอ็นดู
"ครับท่านรอง..."โจวอู่เว่ยยกมือขึ้นปราม เสวี่ยิก็ฉีกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง "ครับท่านอาจารย์ศิษย์จะจำใส่ใจไว้"
"ดี...ดีมาก" สิ้นคำโจวอู่เว่ยก็เดินนำเสวี่ยิไปยังสถานที่ฝึกยุทธ์ของสำนักัฟ้า