╔.★.═════════╗
บทที่ ๑
╚═════════.★.╝
ว่ากันว่ามนุษย์เป็สัตว์สังคมที่มีชีวิตรอดจากการปรับตัวไปตามสังคมโน่นนี่นั้นไปเรื่อย ทว่า ฉันอาจจะไม่ใช่มนุษย์
จะตอนเด็กหรือตอนยี่สิบปี มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เป็แค่ฝุ่นผงที่เคลื่อนไหวได้เท่านั้น
“สิบ ยี่สิบ สามสิบบาท เหลือเงินแค่นี้เองเหรอเนี่ย เฮ้อ…อยากให้เงินกยศ.ออกไวๆจัง”
กินปลากระป๋องจนหน้าจะอยู่เป็ปลาอัดกระป๋องเองอยู่แล้ว
“ใครชื่อ ธิดา อะ เห็นอาจารย์บอกว่าวิชาโบราณคดีเขาได้คะแนนเสริมเพราะส่งคนแรก ถึงจะทำได้ไม่ค่อยดีก็เถอะ”
ฉันขยับแว่นเล็กน้อย เมินเสียงเพื่อนร่วมสาขาโบราณคดีที่ยืนพูดถึงฉันจากหน้าห้อง หยิบเหรียญสิบที่นอนนับกับโต๊ะเมื่อครู่เข้ากระเป๋าเสื้อฮู้ด แล้วออกจากห้องเรียน
มหาลัยชื่อดังกลางเมือง และสาขาโบราณคดีที่มีอยู่เซคเดียวมีประชากรจำกัดที่ยี่สิบคน แต่เรียนมาสองปีอย่าว่าแต่เพื่อนร่วมชั้น แม้แต่อาจารย์ยังไม่มีใครจำฉันได้เลยสักคน
ไม่สิ ใช้คำว่ามองไม่เห็นน่าจะถูกกว่า
ปึ๊ก
“อ้ะ ขอโทษ…”
“...”
“มีอะไรเหรอเธอ”
“เมื่อกี้รู้สึกเหมือนชนใคร”
“ไม่เห็นมีเลย คิดมากไปแล้ว”
นักศึกษาสองคนเดินผ่านไป ทั้งที่ชนไหล่เมื่อกี้แท้ๆ ฉันก็ไม่ได้หนีไปไหน ถึงจะชินที่ถูกมองข้ามแต่เจอแบบนี้ตามถนนทีไรก็หงุดหงิดทุกที
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
“เฮ้อ จำไม่ได้แล้วว่าเห็นภาพนี้มากี่ครั้ง”
ภาพที่เปิดฝาปลากระป๋องแล้วนั่งจ้องมันอยู่หน้าโต๊ะกินข้าวในห้องแคบๆ ที่มีเตียงและโซฟาอยู่ใกล้กันเบ็ดเสร็จ
ห้องขนาดรูหนูแต่ค่าเช่าราคาหูฉลาม!
นาฬิกาฝาผนังตีบอกเวลาหนึ่งทุ่ม เสียงเคลื่อนของเข็มวินาทีดังถี่ๆ
“รีบกินรีบนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องไปเรียนเช้า”
ทั้งที่ตั้งใจรีบกินรีบนอน แต่ตักปลาเข้าปากได้สองสามคำ ก้างที่ไม่ทันได้ดูให้ดีก็ทิ่มเหงือกจึ้ก พออ้าปากร้องโอ๊ย ก็ดูเหมือนก้างนั่นจะหลุดลงคอพอดี
“แค่ก แอ๊กๆ”
วันนี้ก็เป็วันที่แสนน่าเบื่อ น่าเบื่อจริงๆ
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
มึนหัว หิวข้าว ปวดหลัง
ไม่อยากลืมตาตื่นเลย เอ๊ะ เพดานแปลกๆ เสาเตียง? เตียงไม้อันใหญ่ไร้ฟูก? และ…
“กรี๊ด! พวกเธอเป็ใคร”
“คารวะองค์จักรพรรดินีเวี่ยิ!” เหล่าสาวในชุดนางกำนัลสี่ห้าคนคุกเข่าก้มหัวติดพื้นอยู่หน้าเตียงเอ่ยพร้อมเพรียง อีกทั้งยังตัวสั่นราวกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
พอฉันลุกขึ้นยืนจะเดินเข้าไปถามว่าที่นี่ที่ไหน พวกนางก็ตัวสั่นกว่าเดิม เดี๋ยวนะ ฉันอยู่ในชุดจีนโบราณ ลายที่ปักผ้านี่ก็คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นตอนเรียน
พอเงยหน้าก็เหลือบไปเห็นเงาใบหน้าตัวเองที่สะท้อนกับแจกันทองใบหนึ่ง
นั่นใคร!!!
“องค์จักรพรรดินีเวี่ยิ พระองค์ทรงเป็อะไรไปเพคะ เหล่านางกำนัลที่บกพร่องในหน้าที่จนทำให้พระองค์ตื่นสาย จะทรงรับสั่งแขวนคอหรือดื่มยาพิษดีเพคะ”
นางกำนัลคนเดียวที่ยืนอยู่และกล้ามองหน้าฉันไม่เหมือนพวกนั้นเอ่ยถาม แต่คุณพระ! ใบหน้าคมๆกับลูกกระเดือกเม็ดเป้งทะลุคอนั่น
มีงานอดิเรกแต่งสาวใช่ไหม แล้วคนอื่นๆที่นี่ไม่รู้จริงหรือคะว่า คุณพี่เป็ผู้ชาย กล้ามคุณพี่กับซิกแพคมันนูนทะลุผ้าแล้วนะนั่น!
“เอ่อ…”
“หรือทรง้าให้โบยจนตายเพคะ”
แค่มาปลุกสายต้องฆ่าแกงกันเชียวหรือคะคุณพี่
“เธอ…เอิ่ม เ้าไม่กลัวตัวเองจะโดนด้วยหรือ เ้าก็เป็นางกำนัล”
“เพคะ หัวหน้านางกำนัลอย่างหม่อมฉัน ‘จางเฟิง’ ไม่อาจดูแลนางกำนัลให้ดี ทุกครั้ง องค์จักรพรรดินีเวี่ยิทรงละเว้น ทว่ากระหม่อมมีความผิดสมควรตาย หากสั่งลงโทษกระหม่อมจะน้อมรับด้วยความยินดี”
นี่เ้าของร่างนี้ใจจืดใจดำโเี้ขนาดไหนเนี่ย มิน่าพวกนางกำนัลถึงสั่นเป็ลูกนก
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ
“จักรพรรดินีเวี่ยิ? ใคร?”
“พระองค์ไงเพคะ” จางเฟิง หัวหน้านางกำนัลตอบหน้าตาย
ในขณะที่ฉันกำลังจะตายจริงๆ
“แสดงว่าที่นี่คือเมืองเวี่ย”
“เพคะ”
เมืองเวี่ย เมืองโบราณที่ล่มสลายไปแล้ว และผู้ปกครองคนสุดท้ายก็เป็ผู้หญิง ทรราชเวี่ยิที่ตายอนาถคาเตียงตอนอายุสิบแปดปี
“จางเฟิง ตอนนี้ฉะ-ข้าอายุเท่าไหร่” เข้าไปจับไหล่ถาม อีกคนทำหน้างง
“ทรงมีพระชนมายุ 17 ปี 6 เดือนเพคะ”
เปรี้ยง!!
สายฟ้าลูกใหญ่ๆผ่าลงมากลางใจ นั่นหมายถึงเตียงใหญ่นี่จะกลายเป็โลงศพในอีกหกเดือนข้างหน้า
ฉันหันไปมองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วสายตาก็เห็นมีดสั้นที่น่าจะเป็อาวุธประจำกายของร่างนี้อยู่ข้างหมอน
“ฉันจะกลับบ้าน”
มือเรียวคว้ามีดนั่นชักจากฝัก ปักคมแหลมเข้าตำแหน่งหัวใจทันที
ความเ็ปแล่นเข้ามาเพียงครู่ ได้ยินเสียงจางเฟิงพูดอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะไม่รับรู้อะไร
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ความรู้สึกเหมือนได้นอนหลับอย่างยาวนานเป็สิบๆปีสิ้นสุดลง ทันทีที่เปิดเปลือกตาขึ้นก็ต้องประหลาดใจ
ไม่ใช่นรก ์ หรือโลกหลังความตาย แต่ฉัน…
“พระองค์ตื่นแล้ว องค์จักรพรรดินีเวี่ยิ” จางเฟิงเข้ามาประคองให้ลุกขึ้นนั่ง
นางกำนัลน้อยที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาพอเห็นหน้าฉันก็รีบวิ่งหนีออกไป
บรรยากาศและใบหน้าของผู้คนที่นี่เขกหัวฉันแรงๆให้รู้ว่า ต่อให้ตายก็ไม่ได้กลับไปอีกแล้ว
จางเฟิงเดินไปนำอ่างล้างหน้ามาให้ สายตายังคงจับจ้องไม่วาง
“หม่อมฉันภาวนาตลอดสามวันให้พระองค์ตื่นโดยเร็ว หมอหลวงเองก็ไร้ความสามารถ”
“สามวัน!”
เดี๋ยวนะ ถ้าหมอหลวงไร้ความสามารถตามที่ว่างั้นาแฉกรรจ์ที่ควรมีตรงหน้าอกมันหายไปไหน
“ข้าแทงตัวเองขนาดนั้น แผลจะหายในสามวันได้ยังไง”
“พระองค์กล่าวอะไรเพคะ หรือมีมือสังหาร หม่อมฉันจะไปตามทหาร”
“เดี๋ยวๆ ไม่ต้องๆ ฉั-ข้าหมายถึงข้าประหลาดใจน่ะที่แผลแทงตัวเองของข้าหายไป”
คนฟังทำสีหน้าไม่เข้าใจ เอามือมาอังหน้าผากอย่างถือวิสาสะ
“ไม่มีเื่เช่นนั้นหรอกเพคะ หากองค์จักรพรรดินีเวี่ยิได้รับาเ็ หม่อมฉันที่เป็ทั้งหัวหน้านางกำนัลและนางสนองโอษฐ์ย่อมไม่อาจมีชีวิตอยู่เพคะ”
ฉันอยากจับเขาเขย่าๆแล้วสั่งให้เลิกพูดจาเป็ผู้หญิงเสียที มันเหมือนเห็นจระเข้ยืนสองขาเต้นระบำ
ว่าแต่ตอนนั้นฉันจำได้ดีว่าแทงตัวเองต่อหน้าต่อตาหมอนี่ ทำไมเขาไม่รู้ไม่ชี้ล่ะเนี่ย เื่ที่แผลหายอีก
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
่สายๆ ฉันยังนั่งบนโต๊ะมุมขวาในห้องนอน ไม่วายเห็นจางเฟิงที่ถูกไล่ไปยืนรอด้านนอกเอาแต่ชะเง้อชะแง้มองมา
ตอนอยู่ห้องเช่าฉันก็นั่งกินข้าว ทำการบ้าน เขียนงาน คิดโปรเจคที่โต๊ะตัวเดียวแบบนี้เหมือนกัน ถึงตอนแรกคนแอบมองจะใแทบไม่เชื่อสายตาที่เห็นประมุขแผ่นดินนอนฟุบเอาแก้มแนบกับโต๊ะ
“เวี่ยิ สตรีทรราชในอดีต นางตายบนเตียงในสภาพถูกเหล่านายบำเรอร่วมรัก อ้ะ จริงสิ!”
ฉันเด้งตัวขึ้นหลังตรงรีบเดินออกห้องทันที
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
“พวกเ้าทุกคนถูกไล่ออก!”
พัดจีนจำนวนมากร่วงตกราวกับหมู่ปักษาตกนภา หนุ่มๆที่ถูกเรียกมากองรวมกันในเรือนรับรอง ใบหน้าคมบ้างหวานบ้างสะอาดสะอ้านั้แ่ผิวกายและอาภรณ์ที่ใส พากันอ้าปากค้างบ้างก็เบิกตาโพลง
“องค์จักรพรรดินีเวี่ยผู้งดงาม กระหม่อมผิดไปแล้ว”
“กระหม่อมก็ผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
บรรดาชายหลังวังทั้งหนุ่มที่รับมาอย่างพึงใจ ทั้งเชลยเชื้อพระวงศ์ไม่ได้เต็มใจในตอนแรก
ตอนนี้พากันดาหน้ามาคุกเข่าเรียงหน้ากระดานเอ่ยโอดครวญขอโทษขอโพยทั้งที่ไม่มีความผิด
นี่มันวุ่นวายกว่าที่คิดเสียอีก ยิ่งฟังเสียงออดอ้อนออเซาะแล้วยิ่งปวดหู
“พวกเ้าเป็อันใดเล่า ข้าจะปล่อยพวกเ้ากลับบ้าน ได้เวลาคืนถิ่นไม่ดีใจหรือ จากนี้ไปพวกเ้าก็หาแม่นางดีๆสักคนมาแต่งเข้าเรือนเสีย”
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ”