<<นามิ>>
หลังจากริวประคบข้อเท้าฉันจนมันไม่ได้บวมแต่ความเจ็บมันยังอยู่ แล้วพ่อกับแม่เมื่อเห็นว่าฉันไม่ได้เป็อะไรและยังมีคนอยู่ดูแลจึงฝากฉันไว้กับริว ประหนึ่งว่าเขาเป็พี่ชายของฉันก็ว่าได้
“แม่กับพ่อไปก่อนนะ ลูกอยู่กับริวอย่าสร้างปัญหาล่ะ”
ไม่รู้ว่าแม่จะบอกริวเป็นัย ๆ หรืออย่างไรก็ไม่รู้ว่าฉันชอบสร้างปัญหา ชายหนุ่มพยักหน้ารับทราบ
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลน้องเป็อย่างดี”
พ่อเก็บกระเป๋าใส่ท้ายรถเป็ที่เรียบร้อย เดินไปเปิดประตูรถรอให้แม่ขึ้น แม่เข้ามากอดฉันแล้วหันไปยิ้มให้ริวที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ไปก่อนนะลูก ริวแม่ฝากน้องด้วยนะ”
เมื่อรถของพวกท่านจากไปแล้ว บ้านซึ่งฉันอยู่มาั้แ่ความจำความได้ ตอนนี้กลับต้องมาอยู่กับอีตาริวซึ่งไม่รู้ที่มาที่ไปแล้วยังไม่ใช่ลูกน้าธีรยาอย่างที่เขาบอกอีก มันทำให้ฉันไม่ไว้ใจเขามากขึ้น
“เดินเองไหวไหม?”
“นายไม่ต้องมายุ่ง”
สิ้นคำพูด ฉันก็เดินกระเพกเข้าไปยังตัวบ้าน แต่เพราะมันเจ็บมากจนฉันต้องหยุดเดินเป็พัก ๆ ไม่รู้ว่าเขารำคาญหรือไง จึงได้คว้าตัวของฉันมาอุ้ม ฉันพยายามดิ้นเพื่อให้เขาปล่อยฉันลง
“นายจะทำอะไร”
อีตาริวไม่ตอบแต่กลับเดินเข้าบ้านเร็วขึ้น จนมาถึงโซฟาในห้องรับแขกของบ้าน เขาวางฉันลงอย่างเบามือ ที่แรกฉันคิดว่าไอ้บ้าริวต้องโดนฉันเป็แน่แต่กลับผิดคาด
นั่นมันทำให้ฉันแปลกใจในความเป็สุภาพบุรุษของเขา มันทำให้ฉันมองเขาดีขึ้นมานิดหนึ่ง แม้นอีตาริวจะทำดีกลับฉันมากเท่าไร แต่สิ่งที่เขาพูดกับฉันั้แ่แรกเจอมันทำให้ฉันมองเขาในแง่ลบ ในโลกนี้จะมีใครเขาเจอกันครั้งแรกมาบอกว่าสนใจในตัวฉันแล้วจะให้คิดว่าไงได้ละ ชายหนุ่มกำลังจะเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อน” ร่างหนาหันกลับมามองที่ฉัน
“นายช่วยไปเอาหมอนกับผ้าห่มมาให้หน่อย”
ไม่มีการตอบรับจากเขา แต่เขาเดินขึ้นไปยังห้องของฉันไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับสิ่งของที่ฉันขอ แต่ยังไม่ทันไรเวรกรรมที่ฉันคิดแกล้งชายหนุ่มก็ได้เล่นงานฉันทันที
ทำเอาฉันซึ่งเจ็บข้อเท้าต้องจำใจต้องวิ่งผ่านหน้าเขาตรงไปยังห้องน้ำทันที ดีนะที่บ้านมีห้องน้ำชั้นล่างด้วยไม่อย่างนั้น ฉันไม่คิดเลยว่าจะต้องทนใช้เท้าเจ็บ ๆ นี่ไปถึงไหน เมื่อปิดประตูห้องน้ำลงได้ฉันตรงไปปลดทุกข์ ราวกับว่าลำไส้จะหลุดออกมาตาม มันทั้งเจ็บทั้งแสบแล้วปวดร้อน จนฉันคิดว่าไม่น่าไปแกล้งเขาเลย
“เป็อะไรไหม?”
เสียงของริวดังลอดประตูเข้ามา นี่เป็ครั้งที่เท่าไรของวันแล้วซึ่งฉันได้ยินเขาถามฉันแบบนี้ จนฉันไม่รู้ว่าเขาเป็ห่วง หรือจะรอสมน้ำหน้ากันแน่ ถ้าย้อนเวลาได้ฉันจะไม่คิดแกล้งอีตาริวอย่างนี้แน่มาสำนึกตอนนี้ยังทันมั้ย
“เื่ของฉัน นายจะไปไหนก็ไป”
ถึงปากจะบอกไปแบบนั้น แต่ตอนนี้ฉันแทบจะคลานในห้องน้ำอยู่แล้ว นี้เป็ครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่ฉันท้องเสียหนักแบบวันนี้ แต่เมื่อแน่ใจแล้วว่ามันน่าจะไม่มีอะไรออกมาอีกถึงได้เปิดประตูห้องน้ำออกมา
สิ่งแรกที่เห็น คือ อีตาริวยืนรอฉันอยู่ ทั้งที่ฉันไม่อยากจะให้เขาเห็นฉันในสภาพนี้แท้ ๆ แต่ทำไมเขาต้องมาเห็นฉันในด้านที่มันดูแย่ ๆ ของฉันทุกครั้งไป จนฉันคิดไปเองว่าเขาต้องจงใจแน่
“ฉันช่วย”
ไม่ว่าเปล่าร่างหนาอุ้มฉันขึ้นตัวลอยแล้วพากลับไปยังโซฟาตรงห้องรับแขกอีกครั้ง เมื่อเขาวางฉันลงและยืนดูฉันอยู่ครู่หนึ่ง แต่สภาพร่างกายของฉันไม่ไหวเมื่อหัวถึงหมอนจึงจมดิ่งสู่ห้วงนิทราทันที ไม่รับรู้ว่าอีตาริวจะอยู่ที่เดิมหรือจากไป
“นา…มิ…นามิ” เสียงเรียกชื่อของฉันดังมาสองสามครั้ง จนฉันแน่ใจว่ามันไม่ได้เป็ความฝันฉันจึงลืมตาขึ้นมาดู แต่สติยังไม่ได้กลับมาเติมที่แล้วสายตายังพร่ามัวแต่เมื่อปรับโฟกัสได้
“กรี๊ด!!!”
ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าฉันเห็นอะไรมัน คือ ิญญาของฮารุ เธอเป็ผีบ้านผีเรือนของบ้านหลังนี้ ในบ้านทุกหลังจะมีผีเสมอ แต่ที่ฉันใ คือ ฮารุไม่ได้ออกมาให้ฉันเห็นนานมากแล้ว จนฉันเองก็เกือบลืมไปเสียด้วยว่าในบ้านก็มีผี ถึงนอกบ้านฉันจะเจอบ่อยก็ตาม
“ดีใจ ขนาดนั้นเลยหรือ?”
ยังมีหน้ามาถามได้นะยัยผีบ้า ฉันหันซ้ายหันขวามองหาริวแต่ก็ไม่มีวี่แววของเขาเลย แต่เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่จริงๆ ฉันไม่อยากจะให้ใครรู้ว่าฉันสามารถเห็นภูตผี หรือ ิญญาได้ ฉันปิดเื่นี้กับทุกคนและไม่อยากจะให้ใครมองฉันเป็ตัวประหลาด ขนาดพ่อกับแม่ฉันยังไม่เคยบอกเลย
“เธอหายไม่ไหนมา”
แทนที่ฮารุจะตอบเธอกลับหัวเราะออกมาแล้วยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อีก ไม่รู้ว่าเธอเห็นและรับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นหรือไม่ แต่ฉันมั่นใจว่าเธอต้องรู้และเห็นถึงได้แสดงออกมาแบบนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงรู้สึกว่าฮารุมีบางส่วนที่เหมือนอีตาริว
“หัวเราะอะไรของเธอ”
“ก็…นามิไง”
“เธอหายไปไหนมา?”
ฉันถามเธอเป็ครั้งที่สอง ฮารุยังยิ้มไม่ยอมตอบฉันสักที จนฉันเลิกสนใจว่าเธอจะหายไปไหนมา แต่เมื่อฉันมองเธอจึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของฮารุ ฉันยังจำครั้งแรกที่เจอกับฮารุได้ เธอมีรูปร่างเป็เด็กน้อยฉันเองก็เป็เด็กตัวเล็กไม่ต่างจากเธอไม่รู้เหมือนกันว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า เมื่อฉันโตฮารุก็โตราวกับว่าเธอเป็ภาพสะท้อนของฉันจะต่างกันก็ตรงหน้าตาและนิสัยเท่านั้น
“ฉันไม่ได้หายไปไหนหรอก ฉันก็อยู่ข้างนามิตลอดนั้นละ”
“แต่ทำไมฉันถึงไม่เห็นเธอ”
“ฉันอ่อนแอลง แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ั้แ่เมื่อริวมา…”
ฮารุยังพูดไม่ทันจบ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้นแล้วฮารุก็หายตัวไปจากที่ตรงนี้ทันที
“ตื่นแล้วหรือ?”
ริวเดินมาพร้อมกับถ้วยอะไรบางอย่างกลิ่นของมันไม่ได้หอมและไม่ได้เหม็น ฉันบอกไม่ถูกจริงๆ ว่ามันเป็กลิ่นแบบไหน แต่เมื่อเขาวางมันลงตรงหน้า ฉันหันไปจ้องหน้าเข้าทันที
“กิน แล้วจะได้กินยา”
แทนที่ฉันจะกินตามที่เขาบอก ฉันใช้มือดันถ้วยตรงหน้าให้ออกห่างจากตัวให้มากขึ้น จะให้กินได้อย่างไร หน้าตาของมันก็แปลกพอ ๆ กับกลิ่นของมัน ฉันยอมรับว่ากินไม่ลง
ริวมองหน้าฉันอยู่ครู่หนึ่งก่อนยกถ้วยนั้นมาว่าใกล้เขาแล้วให้ช้อนตักขึ้นมาจอดที่ริมฝีปากของฉัน ไม่ว่าอย่างไรฉันก็จะไม่มีทางกินมันเด็ดขาด ฉันเบือนหน้าหนีแต่ไม่วายไอ้บ้าริวก็ใช้มือบีบที่ปากของฉันแล้วยัดมันเข้าปาก แม้นว่าฉันไม่ได้อยากกินมัน แต่รสชาติของมันผิดกับหน้าตาโดยสิ้นเชิง มันอร่อยมากจนฉันต้องแย่งถ้วยนั้นจากมือของริวมาตักกินเอง
“อร่อยไหม?”
ร่างหนาถามขึ้นเมื่อเห็นฉันยอมกิน ริวยิ้มออกมาฉันไม่รู้หรอกว่าเขาจะยิ้มด้วยเหตุผลอะไร แต่ฉันก็ยังไม่ตอบเขาอยู่ดี
“กินให้หมดละ แล้วนี่ยา”
ริวนำยาออกจากกล่องที่พ่อเอามาวางั้แ่ฉันล้ม เขาจัดมันให้แล้ววางไว้ตรงหน้า
“กินแล้วนอนพัก”
ว่าจบอีตาริวก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไป ส่วนฮารุก็หายไปต้องแต่ที่เขาเข้ามาแล้วจนตอนนี้ก็หายตัวไปอีกครั้ง