เป็นแมงดาในวันสิ้นโลก ด้วยระบบเทพแมงดา (NC+ ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 13: หมอสาวแว่นผู้รอดชีวิต


    เสียงกระพือแว่วของพายุและสายลมฝนภายนอกอนามัยตำบลดังกระทบกระจกหน้าต่างสลับเสียงขู่คำรามของอสูรกาย นนท์และกิ๊ฟพุ่งตัววิ่งทะยานขึ้นบันไดปูนไปยังชั้นสองอย่างตึงเครียดตามทิศทางเสียงเครื่องแก้วแตกและเสียงตู้ยาล้มพังโครมครามที่เกิดขึ้น แสงแดดสีแสดส้มรางสลัวสะท้อนบนพื้นปูนเลอะคราบฝุ่นเกาะหนาเตอะเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง

    ทางเดินชั้นสองค่อนข้างมืดและเงียบงัน มีเพียงเสียงกรีดร้องสะอื้นเบาๆ ของผู้หญิงสลับเสียงพุ่งชนกระแทกขูดรีดบานประตูไม้ของห้องจ่ายยาและห้องแล็บวิเคราะห์ทดลองยาที่ตั้งอยู่ทางด้านในสุดของปีกอาคาร ซึ่งกำลังถูกกระแทกดังปังๆ ราวกับประตูไม้พร้อมจะหักโค่นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

    ชานนท์ก้าวนำหน้ากระชับกล้ามเนื้อขา ปลุกปะทุพลังสกิล 'แรงช้างสาร' ในพริบตาเดียว ชายหนุ่มยกเท้าถีบเข้ากลางบานประตูไม้หนาของห้องจ่ายยาอย่างแรงจนกลอนประตูหักกระเด็น บานประตูพังยุบสะท้อนเปิดออกเสียงดัง *โครม!!!* ฝุ่นผงปูนปะทุฟุ้งกระจายในอากาศสลัวรำไร

    ภาพเบื้องหน้าทำเอาพวกเขาสามร่างตัวแข็งเกร็ง ร่างของอดีตพยาบาลหญิงซอมบี้กลายพันธุ์ตัวซีดโชกเลือดแห้งกรัง และซอมบี้ชายคนไข้ร่างผอมเกร็งผิวเนื้อหลุดลอกส่งกลิ่นสาบสยดสยองเปื่อยเน่า กำลังพยายามตะเกียกตะกายป่ายปีนเศษซากตู้ยาพุ่งตัวเข้าหาแพทย์หญิง แพรวพรรณ หรือหมอแพร แพทย์อาสาในชุดเสื้อกาวน์สีขาวหม่นหมองเปื้อนฝุ่น ใบหน้าสวยงามสะสวยสวมแว่นตากรอบสีดำหนาเตอะเอียงกะเท่เร่ ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิงรกรุงรังรอยเปื้อนคราบไคลและคราบฝุ่นเกาะเต็มแก้มขาวผ่องดั่งกวางสาวตื่นตระหนกที่เพิ่งเผชิญหน้ากับความตายอย่างโดดเดี่ยว

    หมอแพรนอนขดตัวสั่นเทิ้มด้วยความตื่นกลัวสุดขีดจนสติเกือบหลุดลอย ร่างกายบอบบางสั่นระริกพิงซุกอยู่ตรงมุมตู้เอกสารเหล็กกล้าแผงยา ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวตัวหลวมมีทรวดทรงหน้าอกคัพ D ขนาดใหญ่สะบึมซ่อนรูปและรูปร่างอรชรเอวคอดสะโพกผึ่งผายเด่นชัด สองมือเรียวพยายามชูเก้าอี้พลาสติกสีฟ้าขึ้นปัดป้องการกัดฉีกของปีศาจชนตายอย่างอ่อนแรงและสิ้นหวังสุดกำลังสะอื้นไห้จนตัวโยน

    ...

    "ช่วยด้วย... ฮึก... ใครก็ได้... แพรกลัวแล้ว..." หมอสาวครางสะอื้นเสียงสั่นแหบแห้งน้ำตาไหลนองเต็มแก้มซีดเผือดสะกดกลั้นไม่อยู่

    กิ๊ฟที่พุ่งตัวตามมาด้านหลังไม่รอช้า สับเท้าก้าวแทรกสอดร่างอย่างรวดเร็วปานลมพัด ท่อนเหล็กกลมหนายักษ์ในมือเรียวเหวี่ยงฟาดย้อนจากล่างขึ้นบนตามทักษะมวยไทยที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก ปะทะเข้าแสกหน้าซอมบี้อดีตพยาบาลอย่างจังสะท้านข้อมือเหล็ก

    *โพละ!!!*

    ศีรษะและหน้ากากหนาของพยาบาลซอมบี้ยุบจมเหลวแน่นิ่ง เลือดสีดำพุ่งสาดกระเซ็นเปรอะฝาผนังปูนและหน้าต่าง ร่างไร้วิญญาณร่วงลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นห้องขยับเขยื้อนไม่ได้อีก ขณะเดียวกัน นนท์ขยับเท้าสืบก้าวประชิดเข้าหาซอมบี้ชายคนไข้ที่หันขวับมา ชานนท์เบี่ยงตัวหลบกรงเล็บเน่าและเงื้อมีดพร้าถางป่าเหล็กแหนบคมกริบสับฉับสะบั้นลำคอของมันขาดกระเด็นหลุดออกจากร่างทันที หัวร่วงหล่นกระเด็นสู่พื้นปูนเสียงดังขลุกๆ เลือดดำพ่นฝอยสาดกระจายเปรอะเปื้อนหน้าตู้บรรจุขวดยาโบราณเกลื่อนพื้นห้องส่งกลิ่นสาบคาวคละคลุ้งจมูก

    ความเงียบงันหวนคืนสู่ห้องจ่ายยาชั้นสองอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของสามหนุ่มสาวประสานกันในความมืดสลัว

    หมอแพรค่อยๆ ลืมตาขึ้นจากความกลัว ใบหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตาและเหงื่อสะท้อนกับแสงสลัว แว่นตาหนาเตอะของเธอมีคราบฝุ่นเกาะจับรำไร เมื่อสายตาของเธอมองเห็นกิ๊ฟซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคนรู้จักในตำบลที่เคยมาขอรับการรักษาไข้บ่อยครั้ง ความตึงเครียดและความกดดันที่สะสมมาสองวันเต็มพังทลายลงในวินาทีนั้น หมอสาวปล่อยโฮสะอื้นไห้อย่างลนลาน โผเข้าเกาะกอดร่างแกร่งของชานนท์ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดไว้แน่นปานรากไม้ใหญ่ที่ช่วยพยุงชีวิตรอดพ้นจากปากอสูรกายกระหายเนื้อ

    ...

    ร่างกายบอบบางที่อบอุ่นนุ่มนิ่มมีกลิ่นแป้งเด็กจางๆ ผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อบดเบียดแนบชิดซุกไซ้ใบหน้ากับไหล่แกร่งของนนท์จนเสื้อยืดชื้นเหงื่อ ทรวงอกอวบอิ่มขนาดใหญ่คัพ D บดเบียดแนบชิดอกแกร่งเต็มรักสร้างความอุ่นซ่านและใจสั่นไหวเล็กๆ ให้กับชายหนุ่ม ร่างอรชรสั่นระริกสะอื้นไห้ปานคนเสียสติ ชานนท์โอบสองแขนกอดร่างนุ่มนิ่มของแพทย์สาวไว้อย่างประคองถนอม ยื่นมือหนาลูบแผ่นหลังบอบบางปลอบประโลมอย่างอ่อนโยนเพื่อกู้สติของเธอกลับมาสู่อ้อมอกแกร่งของเขา

    "ไม่เป็นไรแล้วครับหมอแพร... ปลอดภัยแล้วครับ พวกเรามารับคุณแล้วนะ ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ" นนท์กระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูเล็กที่แดงระเรื่อของหมอสาว ช่วยบดบังความกลัวและสร้างความอบอุ่นใจให้แพทย์หญิงจนเธอค่อยๆ คุมระดับสติสตังคืนกลับมาทีละน้อย

    *"แหม... กอดแน่นเชียวนะไอ้นนท์ อุ่นสบายสิมึง ยัยแว่นตัวนิ่มหน้าอกตู้มดีล่ะสิ ได้กลิ่นตัวสาวแว่นแล้วลืมเพื่อนสนิทเลยนะมึง เห็นเงียบๆ แต่เนียนจับล็อกกอดไม่ปล่อยเลยนะ"*

    เสียงส่งกระแสความคิดของกิ๊ฟดังแล่นปลาบเข้ามาในสมองของนนท์ผ่านสายใยจิตสัมผัส (Telepathy) แฝงไปด้วยความแง่งอนกวนประสาทและหวงก้างบางเบาตามสัญชาตญาณความคุ้นเคย นนท์เหลือบสายตามองกิ๊ฟที่ยืนควงท่อนเหล็กกลมส่งสายตาค้อนขวับใส่เขาแวบหนึ่ง ชายหนุ่มส่งกระแสความคิดกวนประสาทกลับไปในหัวทันควัน: *"อะไรกันยัยกิ๊ฟ มึงหึงกูเหรอ? คลื่นมานาเชื่อมจิตนี่ส่งอารมณ์หึงของมึงมาชัดเจนสะท้านหัวใจเลยนะเว้ย มึงก็น่ารักไปอีกแบบนะเวลานี้"*

    "ใครหึงมึงไอ้บ้า! กูกลัวมึงจะกอดหมอเขาจนกระดูกหักต่างหากล่ะ พ่อแรงช้างสารบ้าพละกำลัง!" กิ๊ฟโพล่งสบถออกมาดังลั่นเพื่อแก้เขินลนลานเตะเก้าอี้พลาสติกเบาๆ ทำเอาหมอแพรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ปล่อยแขนถอนตัวออกจากอ้อมกอดแกร่งของนนท์ ใบหน้าขาวซีดพลันขึ้นสีชมพูแดงระเรื่อด้วยความอับอายและขัดเขินขยับแว่นตาให้เข้าที่เกาแก้มเบาๆ

    ...

    *วิ้ง...*

    พริบตานั้น หน้าจอโฮโลแกรมสกรีนโปร่งแสงสีฟ้าเรืองแสงของระบบเทพแมงดาเด้งข้อความแจ้งเตือนสถานะเป้าหมายรายที่สองวาบขึ้นตรงหน้าของนนท์ชัดเจนอีกครั้ง:

    *[ยืนยันข้อมูลเป้าหมายสายเลือดพิเศษรายที่สอง: พญ. แพรวพรรณ (หมอแพร) / อัตราความเข้ากันได้ร่วมระบบ 95% / สายเลือดประจำตัว: สายเลือดดวงจิตธรรมชาติ (Nature Soul Bloodline) / สถานะปัจจุบัน: แข็งแกร่งทางจิตใจปานกลาง รอร่างสอดประสานทำสัญญารักร่วมพันธะ (ร่วมรัก) เพื่อปลดล็อกเบิกเนตรพลังพิเศษสายเยียวยารักษาเต็มรูปแบบและแชร์สกิล]*

    นนท์ปิดหน้าจอระบบในสมอง เก็บเงื่อนไขสำคัญนี้ไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ก่อนหันไปประเมินสถานการณ์กับหมอแพรและชี้แจงแผนการหลบหนีภัยร้าย

    "หมอแพรครับ ที่อนามัยตำบลนี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ซอมบี้รอบนอกมีเกือบร้อยตัว แถมพายุฝนกำลังจะถล่มหนัก ผมขอแนะนำให้หมอรีบเก็บรวบรวมยาปฏิชีวนะ ยาชา ยาลดไข้ เครื่องมือแพทย์ผ่าตัดฉุกเฉิน และกระบอกฉีดยาทุกอย่างที่จำเป็นใส่เป้สนามสองใบนี้ แล้วอพยพย้ายฐานทัพไปหลบภัยที่บ้านสวนปู่ช้วนของผม ที่นั่นมีรั้วป้องกันและแหล่งอาหารปลอดภัยครับ" นนท์ชี้แจงแผนการอย่างเป็นทางการกิ๊ฟช่วยพยักหน้ารับรองความปลอดภัยเต็มร้อย

    หมอแพรพยักหน้ายอมรับอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล แววตาสั่นไหวมีความไว้เนื้อเชื่อใจในความแข็งแกร่งของนนท์และกิ๊ฟอย่างที่สุด: "ค่ะ... แพรตกลง แพรจะรีบเก็บยาสำคัญเดี๋ยวนี้เลยค่ะ" พวกเขาช่วยกันกวาดเอากล่องยาปฏิชีวนะ ยาลดกรด ยาชากล่อง ยาล้างแผล กระบอกฉีดยา ยัดใส่กระเป๋าเป้สนามใบใหญ่สองใบจนแน่นพูนสมบูรณ์แบบ

    ...

    หลังจากกวาดเก็บเวชภัณฑ์และยาทั้งหมดลงเป้สนามเสร็จสิ้น เสียงฟ้าร้องกึกก้องกัมปนาทสะท้านเลื่อนลั่นปานฟ้าจะระเบิดเสียงดังเปรี้ยงสะท้านไปทั่วผืนฟ้าด้านนอกตึกอนามัย ท้องฟ้าสีแสดส้มยามเช้ากลับแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงโลหิตเข้มข้นครึ้มดำปกคลุมทั่วป่าสวนยางพาราที่โอนเอนตามแรงลมพัดกระโชกอย่างบ้าคลั่ง พายุลมกระโชกแรงนำพาเม็ดฝนสายใหญ่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงชะล้างละอองคาวเลือดจนกลิ่นสาบเหม็นโชยพัดสะท้านจมูกรุนแรง

    พายุโคลนถล่มน้ำฝนเจิ่งนองพื้นดินลูกรังชนบทจนแปรสภาพกลายเป็นดินโคลนเหลวสีแดงข้นคลั่ก ถนนลูกรังเส้นเดียวที่มุ่งหน้ากลับสู่ป้อมปราการบ้านสวนปู่ช้วนเละเทะและลื่นไถลจนเกรงว่ารถกระบะตอนครึ่งสีบรอนซ์ทองรุ่นเก่าดีเซลของปู่จะติดหล่มโคลนสีส้มแดงจมลึกกว่าครึ่งล้อรถจนไปต่อไม่ได้ในสภาพอากาศเลวร้ายวิสัยทัศน์แทบเป็นศูนย์นี้

    และที่น่าหวาดหวั่นที่สุด เสียงฝนและหมอกโลหิตกระตุ้นความดุร้ายบ้าคลั่งของฝูงซอมบี้ด้านล่างที่เหลือเกือบเจ็ดสิบตัวให้พากันกรีดร้องคำรามโหยหวนแหบกรรโชกรุมล้อมรอบตึกอาคารอนามัยปูนขาวสองชั้นแน่นหนาขึ้นเรื่อยๆ เดินชนประตูกระจกชั้นล่างดังกราวๆ สะท้านผนังเพื่อหาทางมุดเข้ามาด้านใน

    นนท์เดินมาหยุดยืนมองลอดช่องกระจกหน้าต่างชั้นสอง ประเมินสถานการณ์แล้วส่งความรู้สึกผ่านกระแสจิตสัมผัสเตือนกิ๊ฟและหมอแพรอย่างจริงจัง: *"กิ๊ฟ... กลับตอนนี้อันตรายเกินไป ถนนเละจนโคลนท่วมรถอาจจะติดหล่มกลางทางแล้วโดนฝูงซอมบี้รุมขย้ำข้างรถกระบะได้ ค่ำคืนนี้เราคงต้องปักหลักค้างแรมพักรบในอนามัยตำบลแห่งนี้ก่อน ล็อกห้องพักแพทย์เวรส่วนตัวของหมอแพรบนชั้นสองที่แน่นหนาและปลอดภัยเพื่อค้างคืนผ่านพ้นพายุโลหิตและซากศพเดินได้ไปด้วยกัน"*

    กิ๊ฟสบสายตานนท์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ หมอแพรเองก็จ้องมองนนท์ด้วยแววตาซาบซึ้งระคนเชื่อมั่นในความปลอดภัยของตัวเขา กิ๊ฟกระชับท่อนเหล็กกลมหนา แววตาคมสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับศึกและเหตุการณ์ระทึกขวัญสะกดวิญญาณ ท่ามกลางพายุฝนโลหิตและเสียงคำรามของฝูงปีศาจล้อมรอบอาคารชั้นล่างที่ดังสะท้อนก้องกังวานสะเทือนโสตประสาท เป็นจุดเริ่มต้นของค่ำคืนคุกคามอันตรายลึกซึ้งและปะปนด้วยความหวามเสน่หาที่พวกเขาต้องช่วยประคองหมอแพรพ้นภัยร้ายไปด้วยกัน!