“ขอบคุณนะมีอะไรให้ฉันทำก็บอกได้อีก” หญิงวัยกลางคนที่มาชี้หน้าด่าอรปรียาเมื่อครู่รับธนบัตรใบละพันหลายใบมาถือไว้อย่างดีใจนับเงินด้วยมือไม้สั่นระริก
“เอาไว้ผมจะบอกถ้ามีงานให้ป้าทำอีกป้าไปได้แล้ว”
“จ้ะๆ” ว่าแล้วก็เดินออกไปทันที แผ่นดินยิ้มออกมาด้วยความสะใจที่สามารถทำให้ศัตรูเจ็บและอับอายได้อีกครั้งชายหนุ่มมองตึกสูงใหญ่ตรงหน้าก่อนจะเดินไปที่รถของตนเองที่จอดอยู่ไม่ไกล
“อร...เป็ยังไงบ้าง” วิภาดาหยุดเอายาดมจ่อจมูกเพื่อนพร้อมเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นเพื่อนสาวลืมตาขึ้น
“เราเป็อะไรไปน่ะวิ” อรปรียาลุกขึ้นนั่งโดยมีวิภาดาคอยประคอง
“เธอเป็ลมไปน่ะสิ”
“แล้วป้าคนนั้นล่ะ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อนึกขึ้นได้
“กลับไปแล้วล่ะดีนะที่กลับไปก่อนไม่งั้นมีตบแน่ๆ งานนี้” วิภาดาพูดเสียงขุ่นอย่างโมโห
“เราไม่เคยทำเื่แบบนั้นเลยนะวิวิต้องเชื่อเรานะ” นึกขึ้นได้อรปรียาก็เกาะแขนเพื่อนพูดปฏิเสธน้ำตาคลอวิภาดาตบหลังมือเบาๆ อย่างให้กำลังใจ
“เราเชื่อว่าอรไม่ทำอย่างนั้นแน่ยัยป้านั่นอาจจะจำคนผิดหรือไม่ก็เป็โรคประสาท”
“แต่ทำไมป้าคนนั้นถึงรู้จักชื่อเราล่ะ”
“เอ่อ..นั่นน่ะสิเรายังงงๆอยู่เลยนะ”
“เรากล้าสาบานให้ตายวันตายพรุ่งเลยนะวิว่าเราไม่รู้จักป้าคนนั้นและสามีของเขาเลยและเราก็ไม่เคยคิดที่จะเป็เมียน้อยใครด้วย” อรปรียาบอกเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่หมู่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอกันนะ ถึงได้มีเื่วุ่นวายไม่หยุดหย่อนอยู่แบบนี้แล้วนี่เธอจะเอาหน้าไปพบใครได้อีก ป่านนี้เื่ที่เกิดขึ้นคงดังไปทั่วบริษัทนี้และบริษัทอื่นด้วยเพราะภายในตึกนี้ไม่ได้มีบริษัทเธอแค่บริษัทเดียวเท่านั้น
“เรารู้เราเชื่อที่อรพูดทุกอย่างทำใจให้สบายเถอะนะไม่ต้องคิดมาก” วิภาดาปลอบ เธอเชื่อคำพูดของเพื่อนทุกคำเพราะรู้จักคบหากันมาหลายปีและเธอรู้ว่าเพื่อนเป็คนยังไง
อรปรียาเช็ดน้ำตาเมื่อร้องไห้จนพอใจแล้ว
“เธอจะกลับไปทำงานต่อไหม”
“คงไม่แล้วล่ะวิช่วยบอกพี่หมีให้ด้วยนะว่าเราไม่สบายขอกลับบ้านก่อน”
“ได้สิเราจะบอกให้ เออ...อรอยู่ที่นี่แหละนะไม่ต้องเข้าไปเอากระเป๋าที่โต๊ะหรอกเดี๋ยวเราไปเอาให้เอง”
“จ้ะ ขอบใจนะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ เธอรู้ว่าทำไมเพื่อนถึงอาสาที่จะไปเอากระเป๋าให้เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีคนซุบซิบนินทาแน่ๆ
อรปรียาลงมาข้างล่าง เดินก้มหน้าก้มตาอย่างเร่งรีบเพื่อให้พ้นจากที่นี่ให้เร็วที่สุดหญิงสาวพยายามทำเป็ไม่สนใจกับสายตาของหลายๆคนที่มองมาและเสียงซุบซิบนินทาที่ดังขึ้นแว่วไล่หลัง ใบหน้านวลซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัดดวงตาหวานแดงก่ำและมีน้ำตาคลออยู่ตลอดเวลา
ความที่มัวแต่ก้มหน้าทำให้ไม่เห็นว่ามีใครบางคนเดินตามมาห่างๆและนั่งถัดจากเธอไปเพียงสองเก้าอี้ที่ป้ายรถเมล์ ผ้าเช็ดหน้าสีขาวลายดอกไม้สีชมพูในมือถูกยกขึ้นซับน้ำตาบ่อยๆเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงรถเมล์สายที่เธอขึ้นกลับบ้านทุกวันก็แล่นมา
หญิงสาวลุกขึ้นโบกมือเรียกรถเมล์ที่วิ่งอยู่จึงเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าป้ายเธอก้าวขึ้นรถเลือกนั่งเบาะที่ว่างริมหน้าต่าง เธอหันหน้าออกไปทางหน้าต่างรถพอดีจึงไม่เห็นชายหนุ่มที่ขึ้นตามหลังมาและเลือกนั่งที่เบาะด้านหลังของเธอโชคดีที่วันนี้คนไม่แน่นทำให้เธอสามารถร้องไห้ออกมาได้โดยไม่ต้องอายใคร
อรปรียาปล่อยให้น้ำตาไหลรินริมฝีปากเม้มแน่นเพราะไม่้าให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาเธอทำเวรทำกรรมอะไรไว้นะถึงต้องมาเจอเื่น่าอับอายแบบนี้ต่อไปนี้เธอคงทำงานที่นั่นได้อย่างไม่มีความสุขอีกต่อไปแล้ว เพราะทุกคนจะต้องนินทาลับหลังและมองเธอด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามเป็แน่เธอไม่อยากคิดเลยว่าจะทนทำงานที่นั่นได้นานแค่ไหน
หญิงสาวไม่เช็ดน้ำตาที่ไหลรินปล่อยให้สายลมช่วยเช็ดให้แทนซึ่งน้ำตาของเธอนั้นก็ปลิวไปปะทะกับใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ข้างหลังพอดี
แผ่นดินยกมือแตะใบหน้าของตนเองที่โดนน้ำอะไรบางอย่างปลิวมาใส่เขามองไหล่บางที่สะท้านขึ้นลงก็เดาได้ทันทีว่าเป็น้ำอะไร น้ำตาของผู้หญิงที่เขาเป็สาเหตุสายตาคมอ่อนแสงลงใบหน้าเข้มสลดลงเมื่อความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมา
นี่เขาทำผู้หญิงร้องไห้อย่างนั้นเหรอลูกผู้ชายอย่างเขากลับใช้วิธีสกปรกเพียงเพื่อแก้แค้นผู้หญิงคนหนึ่ง สิ่งที่เขาทำลงไปคงจะสร้างความอับอายให้เกินกว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะรับได้แต่...ดวงตาคมแข็งกร้าวขึ้น มันก็สมควรแล้วนี่กับสิ่งที่เธอได้ทำไว้เธอทำให้ผู้ชายคนหนึ่งที่รักเธอมากต้องตายไปเื่ที่เธอโดนนี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำถ้าเทียบกันแล้ว
อรปรียาะโบอกคนขับรถเมื่อถึงที่หมายที่จะลงหญิงสาวเช็ดน้ำตาให้เรียบร้อยเมื่อรถจอดสนิทเธอก็ลุกขึ้นเดินลงจากรถไปทันทีแผ่นดินนั่งนิ่งจนกระทั่งรถเคลื่อนตัวออกไม่คิดจะลงตามหญิงสาวอีกต่อไปชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพที่หญิงสาวร้องไห้ยังติดตาอยู่เขาหลับตาลงเกือบนาทีก่อนจะลืมขึ้นใหม่และกลับมาเป็แผ่นดินคนที่มีความแค้นอัดแน่นในหัวใจอีกครั้ง
เราทำถูกแล้วผู้หญิงอย่างอรปรียาก็ต้องเจอแบบนี้
“อรทำไมวันนี้กลับเร็วล่ะลูก” อนงค์เอ่ยถามเมื่อเห็นลูกสาวกลับบ้านมาก่อนเวลาเลิกงาน ตอนนี้ร้านอาหารครัวอนงค์ปิดลงอย่างถาวรเธอจึงว่างงานอยู่ดูแลทำความสะอาดบ้านเพียงอย่างเดียว
“หนูปวดหัวนิดหน่อยค่ะแม่ก็เลยขอหัวหน้ากลับก่อน”
ได้ฟังคำตอบของลูกสาวอนงค์ก็รีบเข้ามาจับแขนยกมืออังหน้าผากลูกทันทีด้วยความเป็ห่วง
“ไม่สบายหรือเปล่าดูสิตาแดงด้วย”
“หนูไม่เป็อะไรมากหรอกค่ะแม่พักผ่อนเสียหน่อยก็คงหายเอ่อ...หนูขอตัวก่อนนะคะ” อรปรียาพยายามเลี่ยงจะขึ้นห้องเพราะไม่อยากถูกมารดาซักไซ้ไปมากกว่านี้ด้วยกลัวว่าจะบ่อน้ำตาแตกขึ้นมาแล้วท่านต้องรู้แน่ๆ ว่าเธอมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นเธอไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจ
“จ้ะๆ นอนพักเถอะนะ แต่แม่ว่าหนูกินยาแก้ปวดหัวก่อนนอนดีกว่าไหม”
“ค่ะเดี๋ยวหนูจะกินก่อนนอนแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ” หญิงสาวตัดบทด้วยการเดินขึ้นชั้นบนไป เธอปิดประตูห้องนอนก่อนจะเดินมาล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยลักษณะนอนคว่ำหน้า
น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งเสียงสะอื้นดังขึ้นเบาๆหญิงสาวคิดถึงเสียงซุบซิบตามหลังและสายตาดูถูกเหยียดยามของคนอื่นๆ ด้วยความปวดใจ ทำไมเธอถึงต้องมาเจอเื่แบบนี้ด้วยนะเธอไม่เคยทำผิดคิดร้ายกับใคร ไม่เคยทำเื่เสื่อมเสียแต่ทำไมกลับมีคนมาตราหน้าว่าเธอแย่งสามีคนอื่นมันอะไรกันมันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอกัน
อรปรียาร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ ร้องไห้จนพอใจแล้วก็นึกถึงหญิงวัยกลางคนที่มากล่าวหาอย่างไม่เข้าใจป้าคนนั้นเป็ใครกันนะเราไม่เคยรู้จักมาก่อนทำไมถึงได้มากล่าวหาว่าเราแย่งสามีได้ป้าคนนั้นต้องเข้าใจผิดแน่ๆ แต่ว่าทำไม...ถึงรู้จักชื่อเราด้วยล่ะหรือผู้หญิงที่แย่งสามีป้าจะมีชื่อเหมือนกับเรา หญิงสาวครุ่นคิดถึงเื่นี้จนกระทั่งเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียทั้งกายและใจ...
วันรุ่งขึ้นอรปรียามาทำงานตามปกติท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาและสายตาดูถูกเหยียดหยามสมเพชและเห็นใจปะปนอยู่ แต่อย่างหลังดูเหมือนจะมีน้อยจนน่าใจหายเพราะมีไม่กี่คนที่เชื่อว่าเธอบริสุทธิ์ไม่ได้ไปแย่งสามีของใครหญิงสาววางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงานของตนเอง กำลังจะนั่งแต่วิภาดาเรียกไว้ซะก่อน
“อร บอสเรียก”
เห็นสีหน้าเพื่อนไม่ดีหญิงสาวจึงพลอยหน้าเสียตามไปด้วย
“เื่เมื่อวานหรือเปล่าวิ”
“ไม่รู้เหมือนกันแต่บอสสั่งไว้ว่าถ้าอรมาให้ไปพบทันที”
“อืม ขอบใจนะ” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินออกไปโดยมีสายตาของวิภาดามองตามหลังด้วยความเห็นใจอรปรียาเคาะประตูห้องสองสามครั้งก่อนจะเปิดเข้าไปเมื่อได้รับคำอนุญาตจากเ้าของห้อง
“อ้อ...คุณอรนั่งสิ” กิจการผู้เป็เ้าของบริษัทเชื้อเชิญลูกน้องสาวให้นั่ง หญิงสาวกล่าวขอบคุณเบาๆนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะเอ่ยถามเสียงแ่
“วิบอกว่าบอสเรียกพบ”
“ใช่”กิจการตอบเสียงเครียดก่อนจะเลื่อนซองสีขาวที่วางอยู่ตรงหน้าตนเองให้เธอ อรปรียามองเ้านายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ
“หมายความว่าไงคะบอส”
“ผมเสียใจนะคุณอรที่ต้องทำแบบนี้บอกตรงๆ ว่าผมไม่อยากทำเลย คุณเป็ลูกน้องที่ดีทำงานไม่เคยบกพร่องแต่เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน...” กิจการพูดไม่ทันจบอรปรียาก็รีบอธิบายให้ฟังทันทีว่า
“เื่เมื่อวานมันเป็การเข้าใจผิดนะคะบอส”
“ผมเชื่ออย่างนั้นแต่ติดอยู่ที่ภรรยาผมไม่เชื่อน่ะสิ”
หญิงสาวอึ้งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจกับโชคชะตาของตนเองทุกคนในบริษัทรู้ดีว่ากิจการเกรงกลัวภรรยาขนาดไหน เพราะบริษัทที่เปิดอยู่นี่เป็เงินของภรรยาทั้งนั้นไม่ว่าภรรยาสั่งให้ทำอะไรเขาก็ต้องทำตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ผมเสียใจนะคุณอรแต่ผมก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้ เพราะถ้าผมยิ่งพูดช่วยคุณภรรยาผมก็ยิ่งเข้าใจผิดคิดว่าผมกับคุณอาจมีอะไรกันคราวนี้เื่มันคงจะไปกันใหญ่กว่าเดิม”กิจการมองลูกน้องสาวร้องไห้ด้วยความสงสารแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ
“ค่ะบอส ฉัน...เข้าใจ” เธอตอบเสียงตะกุกตะกัก
“ขอบคุณนะที่เข้าใจผมจะให้ฝ่ายการเงินดำเนินการจ่ายให้ตามสิทธิ์ที่คุณควรจะได้รับ”
“ขอบคุณค่ะ” อรปรียาไม่รู้จะพูดอะไรต่อไป สมองและลำคอมันตีบตันไปหมดหญิงสาวยกมือขึ้นไหว้ลาก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปทันทีที่เห็นเพื่อนสาวยืนรออยู่หน้าประตูเธอก็ร้องไห้โฮโผเข้ากอดทันทีวิภาดาใก่อนจะโอบกอดปลอบใจและพาเพื่อนไปยังห้องที่อยู่ไม่ไกลซึ่งเป็ห้องที่จัดไว้สำหรับให้พนักงานพักผ่อน
“ร้องออกมาเถอะนะอรร้องไห้พอใจ”
“วิ...ฮือๆๆ ทำไมฉันต้องเจอเื่บ้าๆแบบนี้ด้วย ฉันทำบาปทำกรรมอะไรหนักหนาเหรอฉันไปทำให้ใครเดือดร้อนหรือไงถึงต้องเป็แบบนี้”
“อร...” วิภาดาร้องไห้ออกมาด้วยความสงสารเพื่อนเธอก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเพื่อนยังไงดีเหมือนกันเพราะลำพังตนเองยังเอาตัวไม่รอดเลย
สองสาวกอดกันร้องไห้เป็เวลานานกว่าจะแยกออกจากกันอรปรียาปาดน้ำตาทิ้งพยายามตั้งสติ “ฉันคงต้องไปแล้วล่ะวิเดี๋ยวฉันจะไปเก็บของวิก็ไปทำงานเถอะนะเดี๋ยวจะโดนดุเอา”
“อรถ้าเธอมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกนะถ้าฉันช่วยได้ฉันจะทำทันที” วิภาดากุมมือเพื่อนไว้ หญิงสาวยิ้ม ให้กับน้ำใจที่เพื่อนหยิบยื่นให้แต่เธอคงจะไม่รบกวนอะไรหรอกเพราะรู้ดีว่าวิภาดานั้นมีภาระเยอะอยู่แล้ว
“เราออกไปกันเถอะ” อรปรียาไปเก็บของที่โต๊ะทำงาน จินตนาหรือพี่หมีหัวหน้าแผนกของเธอเดินเข้ามาหาน้ำตาคลอก่อนจะสวมกอดเธอไว้
“พี่เสียใจด้วยนะอรพี่รู้ว่าอรไม่ผิดอรไม่ได้ทำแบบนั้น”
“ขอบคุณค่ะพี่หมีที่เชื่ออรอรลานะคะ” เธอยกมือขึ้นไหว้ลาก่อนจะส่งยิ้มอันซีดเซียวให้จินตนารวมถึงทุกคน“ถ้ามีโอกาสอรจะมาเยี่ยมพี่และทุกๆ คนอีกครั้ง”
“โชคดีนะอรพี่ขอให้เราได้งานทำเร็วๆนะ” จินตนาอวยพรรุ่นน้องที่เธอให้ความเอ็นดูตลอดมา และเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆก็ต่างอวยพรให้
“ขอให้โชคดีนะอร”
“โชคดีนะอรอย่าลืมพวกเราล่ะ”
“ถ้าว่างก็แวะมาเยี่ยมกันบ้างนะ”
อรปรียายิ้มรับน้ำตาคลอซาบซึ้งใจกับน้ำใจที่ทุกคนมีให้ถึงแม้บางคนจะทำตามมารยาทก็ตาม หญิงสาวสวมกอดวิภาดาอีกครั้งก่อนจะเดินออกมาแล้วเดินไปที่แผนกการเงินเพื่อจัดการเื่เงินชดเชยที่จะได้รับเมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินออกจากบริษัทไปท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่รู้ข่าวซึ่งแน่นอนว่าต้องมีเสียงซุบซิบนินทาตามหลัง