Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 102

            ไม่สู้กล้าๆลองดูสักตั้งหนึ่ง...

     

            ไม่ พอเลย

     

            เพียงแค่เริ่มชวีเสี่ยวปอก็รู้สึกได้ทันทีว่าผลที่จะเกิดขึ้นตามมาต้องเลวร้ายจนไม่อาจจะจินตนาการได้ในขณะที่เผชิญหน้ากับเวินลี่และชวีอี้เจี๋ย ถ้าหากเขาพูดออกมาว่า“ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย” เช่นนี้คาดว่าเขาคงจะต้องตายอย่างไร้ศพเป็นแน่

     

            แต่ก็ยังอีกยาวไกล

     

            ชวีเสี่ยวปอค่อยๆ ผ่อนคลายลง มันช่างอีกยาวไกลเหลือเกินถ้าหากว่าวันนี้เซี่ยเจิงไม่ได้เดินสวนกับเวินลี่เขาก็คงจะไม่ได้ครุ่นคิดเรื่องเหล่านี้แต่สักวันหนึ่งชวีเสี่ยวปอจะมั่นใจยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนเพราะในตอนที่เซี่ยเจิงสารภาพเรื่องรสนิยมทางเพศกับเขาครั้งแรก เซี่ยเจิงก็ต้องใช้ความกล้าหาญเป็นอย่างมากเช่นกันทั้งยังมากเกินกว่าที่เขาจะสามารถจินตนาการได้ด้วย

     

            ช่วงระหว่างการรักษาขาในหนึ่งเดือนนี้ชวีเสี่ยวปอรู้สึกเบื่อเป็นที่สุด

     

            เนื่องจากเวินลี่อยู่เฝ้าเขาที่นี่แทบจะทั้งวันจนทำให้เซี่ยเจิงมีโอกาสแอบมาหาเขาได้ไม่บ่อยนักโดยปกติแล้วทั้งสองคนจึงทำได้เพียงวิดีโอคอลคุยกันในตอนกลางคืนอะไรทำนองนั้นอีกทั้งในตอนนี้การแข่งขันบาสเกตบอลลีกมัธยมปลายก็ใกล้เข้ามาแล้วการฝึกซ้อมของทีมจึงยิ่งเข้มข้นขึ้นตามไปด้วยมีอยู่หลายครั้งที่ชวีเสี่ยวปอและเซี่ยเจิงพูดคุยกันอยู่ดีๆแต่แล้วเซี่ยเจิงก็หลับคาโทรศัพท์ไปเลย...ชวีเสี่ยวปอไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ตัวเขาสามารถทำได้แค่ตะโกนเชียร์เซี่ยเจิงผ่านหน้าจอโทรศัพท์ดังนั้นหลังจากที่คุณหมอแจ้งเขาว่าสามารถลุกจากเตียงได้แล้วเขาจึงบอกกับเซี่ยเจิงไปทันทีว่า :

     

            “ฉันต้องไปดูนายแข่งให้ได้”

     

            ปลายสายเต็มไปด้วยเสียงดังวุ่นวาย หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาทีเซี่ยเจิงน่าจะวิ่งไปตรงที่ที่ไม่มีคนแล้ว ในตอนนั้นถึงค่อยพูดขึ้นว่า : “ขานายจะไหวเหรอ? ”

     

            “แน่นอนอยู่แล้ว”ชวีเสี่ยวปอมองไปที่ขาของตัวเองที่ยังคงมีเฝือกใส่เอาไว้อยู่แล้วจึงรู้สึกว่าอันที่จริงคำพูดนี้ไม่ได้มีความน่าเชื่อถือเลยสักนิดแต่ก็ยังพูดต่อไปว่า : “ที่จริงไม่จำเป็นต้องเดินเยอะก็ได้นี่เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งที่สนามกีฬา แล้วก็เตรียมรถเข็นไปเข็นฉันก็ได้แล้ว”

     

            “แค่ฟังก็ได้กำลังใจแล้ว” เซี่ยเจิงยิ้มขึ้นมา “ได้ งั้นฉันจะรอนายนะ”ความจริงแล้วเขาก็อยากให้ชวีเสี่ยวปอมาหามากเช่นกันอีกอย่างเซี่ยเจิงก็ไม่รู้จะอ้างเหตุผลอะไรมาปฏิเสธเขาด้วย

     

            “เฮ้” ชวีเสี่ยวปอพ่นลมหายใจออกมา “มาจุ๊บทีหนึ่งสิ ให้กำลังใจสักหน่อย”พูดจบก็ทำเสียงจุ๊บใส่โทรศัพท์อย่างรวดเร็วหนึ่งที

     

            “ได้รับแล้ว” เซี่ยเจิงพูดขึ้น : “คิดไม่ถึงเลยนะเนี่ยว่าแฟนฉันจะเป็นปรมาจารย์ด้านการแสดงล่องหนด้วย”

     

            “บ้านนายสิ” ชวีเสี่ยวปอหัวเราะขึ้นมา “พรุ่งนี้แข่งกับโรงเรียนไหนเหรอ?”

     

            “โรงเรียนมัธยมปลายหนานซาน”

     

            “ให้ตายสิ โรงเรียนนั้นเก่งมากเลยนะ” ชวีเสี่ยวปอรู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมาเพราะปีที่แล้วโรงเรียนหนานซานก็เกือบจะได้แชมป์อยู่แล้วหากปีที่แล้วโรงเรียนมัธยมที่สิบเจ็ดไม่ได้กลายเป็นม้ามืดขึ้นมาซะก่อน โรงเรียนหนานซานได้คว้าไปครองแน่ๆดูท่าแล้วปีนี้คงจะมาทวงบัลลังก์คืน การเจอกับโรงเรียนหนานซานในครั้งนี้โรงเรียนเขาจึงค่อนข้างน่าเป็นกังวลพอสมควร

     

            “ที่สำคัญกว่าคือการได้มีส่วนร่วม” เซี่ยเจิงเอ่ยขึ้น

     

           

            ในวันแข่งขัน ชวีเสี่ยวปอก็ให้คนขับรถพาเขาไปส่งที่สนามกีฬาของเมืองตั้งแต่เช้าตรู่การแข่งขันเช่นนี้คนจากทั้งสองโรงเรียนล้วนจะต้องมาเข้าชมอย่างแน่นอนบรรยากาศในสนามอึกทึกครึกโครมไปทั่วทุกพื้นที่ ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยผู้คนชวีเสี่ยวปอยังไม่ทันจะได้ลงจากรถเขาก็เห็นเจียงอี้หยางยืนชะโงกคอรอเขาอยู่ข้างทางแล้วจนกระทั่งคนขับรถนำรถเข็นวีลแชร์ลงมาให้ชวีเสี่ยวปอจึงกระโดดขาเดียวไปนั่งลงบนนั้นทันทีในขณะนั้นเจียงอี้หยางถึงได้เดินเข้ามา :

     

            “ฟื้นตัวเร็วเหมือนกันนะเนี่ย !”

     

            “มันแน่นอนอยู่แล้วก่อนที่ฉันจะกระดูกหักฉันเป็นถึงร่างทรานส์ฟอร์มเมอร์สที่ไม่อาจทำลายล้างได้เลยนะ”ชวีเสี่ยวปอเชิดคางขึ้นพูดออกมา ก่อนที่จะหันไปมองด้านข้าง “แล้วพวกเซี่ยเจิงล่ะ?”

     

            “พวกเขามารับนายไม่ได้อยู่แล้ว” เจียงอี้หยางทักทายคนขับรถไปหนึ่งครั้งจากนั้นจึงเข็นชวีเสี่ยวปอเข้าไปในสนามกีฬา “เข้าไปในห้องพักรับรองตั้งนานแล้วละตอนนี้คิดว่าน่าจะกำลังเตรียมตัวก่อนการแข่งขันกันอยู่”

     

            “อ๋อ” ชวีเสี่ยวปอพยักหน้า คิดดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นนั้นแต่ก็ยังหยิบโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความหาเซี่ยเจิงไปว่า : “ฉันมาแล้วๆ ฉันมาแล้วๆ !”ต้องให้เซี่ยเจิงรับรู้ถึงความตื่นเต้นของตัวเองให้ได้

     

            คิดไม่ถึงว่าเซี่ยเจิงจะตอบกลับมาเร็วขนาดนี้ : “โอเค หาตำแหน่งนั่งดูดีๆ หน่อยนะ เดี๋ยวมีเซอร์ไพรส์อะไรให้นายด้วย”

     

            เซอร์ไพรส์? !

     

            ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอจึงรู้สึกสนใจขึ้นมาทันทีแต่เมื่อส่งข้อความไปถามเซี่ยเจิงว่าเซอร์ไพรส์อะไร อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับมาก็จริงอยู่ ถ้าพูดออกมาตอนนี้จะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้ยังไง? ชวีเสี่ยวปอเลยไม่ได้ถามซักไซ้ต่อแล้วในตอนที่เขาถูกเจียงอี้หยางเข็นเข้ามาด้านใน ชวีเสี่ยวปอก็เห็นว่านักเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายหนานซานหลายคนใส่เสื้อแบบเดียวกันโดยมีข้อความสกีนลงบนหน้าอกและด้านหลังของเสื้อว่า : “หนานซานเป็นที่หนึ่งไม่มีใครเทียบเท่า”

     

            “โรงเรียนเรามีไหม? ” ชวีเสี่ยวปอเอี้ยวหน้าไปถามเจียงอี้หยาง

     

            “ไม่มี” เจียงอี้หยางตอบ “ก่อนหน้านี้โรงเรียนก็ไม่เคยทำด้วยแต่เห็นแบบนี้แล้วก็ดูมีพลังมากเลยเนอะ”

     

            “แพ้ให้คนได้แต่ห้ามพ่ายแก่สนาม [1] ...ไม่ใช่”ในตอนนั้นเองในหัวของชวีเสี่ยวปอก็มีแสงสว่างวาบขึ้นมาแต่เขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองใช้คำได้ถูกต้องหรือไม่ “หยุด หยุดๆ แถวนี้มีร้านทำป้ายโฆษณาบ้างไหม?”

     

            “ร้านทำป้ายโฆษณาเหรอ? เหมือนว่า...”เจียงอี้หยางเกาศีรษะไปมา แต่ก็นึกขึ้นมาได้ร้านหนึ่ง “มีเลี้ยวโค้งนั้นไปฉันจำได้ว่ามีอยู่ร้านหนึ่ง เห็นมันตอนผ่านเข้ามาน่ะ”

     

            “ดีเลยๆ เร็วเข้าๆ ” ชวีเสี่ยวปอตบลงไปบนที่วางแขนของรถเข็น“ยังเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะเริ่มการแข่งขัน? ”

     

            “อีกประมาณสองชั่วโมงกว่าได้” เจียงอี้หยางยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา “เดี๋ยวนะนายจะทำป้ายโฆษณาเหรอ? ”

     

            “ใช่ !” ชวีเสี่ยวปอตะโกนขึ้นเสียงดัง “รีบไปกัน! ต้องแข่งกับเวลาแล้ว! ”

     

            เมื่อชวีเสี่ยวปอและเจียงอี้หยางกลับมาก็ยังสายไปเล็กน้อยในตอนที่เดินถึงหน้าประตู นักกีฬาก็เริ่มเข้ามาในสนามกันแล้วชวีเสี่ยวปอได้ยินเสียงร้องตะโกนเชียร์บริเวณโดยรอบดังขึ้นมาเรื่อยๆจึงทำให้เขายิ่งรอไม่ไหวเข้าไปใหญ่ เจียงอี้หยางก็อดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิมจนกระทั่งเข้ามาอยู่ในสนามการแข่งขันและเจอตำแหน่งที่นั่งในส่วนห้องพวกเขาในที่สุด

     

            “พวกเธอสองคน !”โหยวเจียนั่งอยู่ตรงที่นั่งใกล้ทางเดินด้านนอกสุดลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งโบกมือให้พวกเขาทั้งสองคน “เร็วหน่อย! ทำไมถึงเพิ่งจะมาฮะ! ”

     

            “ผมไปทำอันนี้มาครับ !”ชวีเสี่ยวปอชี้ไปยังของบางอย่างที่ม้วนกันเป็นห่อใหญ่วางอยู่บนตักของตัวเอง

     

            “คืออะไรเหรอ? ” โหยวเจียถามออกมาแต่ก็ไม่ได้ไล่ถามถึงรายละเอียดต่อ เพราะในตอนนี้เสียงนกหวีดดังขึ้นและการเกมแข่งขันก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

     

            ชวีเสี่ยวปอถูกเจียงอี้หยางประคองไปหาที่นั่งแล้วเป็นที่เรียบร้อย

     

            เปิดเกมเริ่มต้นมาไม่ดีเท่าไหร่จึงทำให้โรงเรียนมัธยมปลายหนานซานคว้าคะแนนแรกไปครองไว้ได้ก่อน

     

            “ให้ตายสิ !”เจียงอี้หยางตบต้นขาด้วยความโมโหเล็กน้อย ส่วนชวีเสี่ยวปอนอกจะดูการแข่งขันแล้วแน่นอนว่าเขายังต้องมองหาเซี่ยเจิงที่อยู่ในสนามด้วย พวกเขาสองคนมาช้าเกินไปที่นั่งตำแหน่งดีๆ จึงไม่มีเหลืออยู่แล้ว เนื่องจากเขานั่งห่างออกไปไกลเลยทำให้ดูค่อนข้างลำบากยิ่งไปกว่านั้นนักกีฬาที่อยู่ในสนามก็ล้วนใส่เสื้อเหมือนกันหมด แต่เพื่อให้สะดวกต่อผู้บรรยายบนเสื้อบาสเกตบอลจึงมีชื่อนักกีฬาแต่ละคนสกีนเอาไว้อยู่ด้วย

     

            “เธอเห็นเซี่ยเจิงบ้างไหม? ” เพื่อนผู้หญิงร่วมชั้นสองคนที่นั่งอยู่ข้างๆชวีเสี่ยวปอก็สงสัยขึ้นมาเหมือนกัน คนหนึ่งถามอีกคนหนึ่ง

     

            “นั่นไหม...” หญิงสาวที่ถูกถามยื่นมือชี้ออกไปแต่กลับรู้สึกงุนงงเล็กน้อยพลางพูดขึ้นว่า : “แต่ดูเหมือนว่าเสื้อที่เขาใส่จะไม่ใช่เสื้อบาสของตัวเองเลยนะ? ”

     

            หลังจากพูดจบทั้งสองเธอทั้งสองคนก็สบตากันจากนั้นก็หันมามองชวีเสี่ยวปอเป็นตาเดียวอย่างตกตะลึง

     

            ในตอนที่ชวีเสี่ยวปอกำลังจะถามออกไปว่า “มองฉันทำไม”แต่ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

     

            เสื้อบาส! เสื้อบาสนั่น!

     

            เสื้อบาสเกตบอลของโรงเรียนพวกเขาสั่งทำขึ้นมาไว้ตั้งนานแล้วตัวเสื้อเป็นสีขาวขอบน้ำเงิน ซึ่งโดยปกติหลังจากซ้อมเสร็จชวีเสี่ยวปอก็จะถอดมันยัดเอาไว้ในลิ้นชักของตัวเองแต่ในตอนนี้กลับ...

     

            ชวีเสี่ยวปออดไม่ได้ที่จะขยี้ตาแรงๆมองไปยังร่างนั้นที่กำลังวิ่งอย่างสุดกำลังอยู่ในสนาม

     

           ในที่สุดก็เห็นชัดแล้วว่าด้านหลังเสื้อบาสเกตบอลของเซี่ยเจิงสกรีนเอาไว้ว่า :

     

            ชวีเสี่ยวปอ เบอร์ 10

     

     

    .............................

    เชิงอรรถ

    [1] แพ้ให้คนได้แต่ห้ามพ่ายแก่สนาม(输人不输阵) เป็นสุภาษิตที่ใช้กันแพร่หลายในไต้หวันหมายถึงไม่ว่าเรื่องจะเลวร้ายหรือแย่เพียงใดก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดให้กำลังใจตัวเอง และไม่ต้องไปสนใจคำสบประมาทของผู้อื่น 

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592