“หา!?” ราชันย์โอสถอ้าปากค้าง มองเ้าปีศาจน้อยที่ออกไปจากโลกใบเล็กของเขาเขากะพริบตาปริบๆ ครู่หนึ่ง แล้วก็ยิ้มเยาะ “หึ จะสร้างโลกใบเล็กได้ ต้องมีธาตุพื้นที่เ้าไม่มีธาตุสักธาตุ จะสร้างได้อย่างไร”
แต่เขากลับลืมคิดไปว่านางไม่มีธาตุไม้และไฟ แต่ก็ยังหลอมโอสถได้
เมื่อออกมาจากโลกใบเล็กหลินจื่อเซียนก็ลืมตาขึ้น ตรงหน้าเธอมีกระปุกสสารที่เธอสกัดกลั่นวางเรียงรายอยู่เธอเก็บกระปุกเข้าไปในแหวนเก็บของ แล้วมองออกไปที่หน้าต่าง เห็นว่ายังไม่เช้าจึงหลับตาลงแล้วเริ่มฝึกจิต ขณะที่ฝึกจิตอยู่นั้น เธอก็คิดถึงโลกใบเล็กอยู่ตลอดเวลาโลกใบเล็ก...โลกใบเล็ก...อืม...อยากสร้างโลกใบเล็ก
พลัน! ห้วงสติของเธอก็สั่นะเืราวกับเกิดแผ่นดินไหวแล้วจิตของเธอก็ถูกดูดเข้าไปในห้องๆ หนึ่ง
“เอ๋?” เธอมองไปรอบๆห้องที่เหมือนกับห้องปฏิบัติการทางเคมี มีอุปกรณ์ต่างๆ ครบครันเธอเดินไปหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ อย่างงุนงง “นี่?”
เธอเดินดูรอบๆ ห้องหยิบนู้น จับนี่มาดู ขณะที่เธอกำลังดูอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีคนๆ หนึ่งโผล่มาโผล่มาราวกับออกมาจากอากาศได้ คนๆ นั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนตัวเธอเอง พูดว่า“บอส”
“หือ?”หลินจื่อเซียนสะดุ้งมองคนๆ นั้น หรี่ตาลง “คุณเป็ใคร?”
“ฉันคือจิตของโลกนี้”คนๆ นั้นตอบ หลินจื่อเซียนขมวดคิ้ว “จิตของโลกนี้?”
“ฉันเป็ส่วนหนึ่งของคุณคุณเป็เ้านาย ฉันเป็ลูกน้อง ฉันเกิดขึ้นมาพร้อมกับโลกนี้ที่คุณสร้างขึ้น” คนๆนั้นพูด หลินจื่อเซียนยิ่งขมวดคิ้ว “โลกที่ฉันสร้าง?”
“ใช่ค่ะ” คนๆนั้นพยักหน้า หลินจื่อเซียนคิดๆ อยู่ครู่หนึ่งแล้วเบิกตากว้าง “โลกใบเล็ก!”
“ใช่ค่ะ” คนๆนั้นตอบอีก หลินจื่อเซียนตกตะลึง นี่เธอสามารถสร้างโลกใบเล็กได้แล้วเหรอ?โอ้มายก็อด!
เธอหันไปมองรอบๆห้อง เห็นประตู จึงเดินไปเปิดประตู นอกประตูมืดมิดดำมืดมองอะไรไม่เห็นสักอย่างเธอยังไม่ทันถาม คนๆ นั้นก็บอกว่า “ตรงนั้นบอสยังไม่ได้สร้างค่ะ”
“หมายความว่าฉันสามารถสร้างพื้นที่เพิ่มได้?”หลินจื่อเซียนถาม ในหัวก็ปรากฏภาพห้องนอนที่คุ้นเคยขึ้นมา พลัน! นอกประตูดำมืดก็ปรากฏห้องนอนที่แสนคุ้นเคยขึ้น
“นี่...”หลินจื่อเซียนอ้าปากค้าง เธอเดินเข้าไปในห้องนอน หยิบสิ่งของในห้องขึ้นมาดูแล้ววางลง พลางหยิกแขนตัวเองทีหนึ่ง “อูย...เจ็บจริง ฉันไม่ได้ฝัน!”
แล้วเธอก็หยิบกรอบรูปบนโต๊ะขึ้นมาจากนั้นก็คิดออกไป เธอรู้สึกเหมือนกำลังจั๊ม พอลืมตาขึ้นก็พบว่านั่งอยู่บนเตียงในมือถือกรอบรูปเอาไว้ เธอมองกรอบรูปบานนั้น อ้าปากค้าง “นี่!”
แล้วเธอก็คิดถึงห้องนอนเมื่อครู่ตรงหน้าปรากฏรอยแยกขึ้น ตัวเธอถูกดูดเข้าไปในรอยแยกนั้นเธอกลับมาอยู่ในห้องนอนนั้นอีกครั้ง บนเตียงนอนสี่เสาแบบโบราณไม่มีร่างของเธออยู่มีเพียงรอยยุบของผ้าที่ปรากฎร่องรอยว่าเคยมีคนนั่งอยู่ตรงนี้
เธอสร้างโลกใบเล็กได้และโลกใบเล็กของเธอไม่เพียงแค่เข้าได้เฉพาะร่างจิตแต่ร่างเนื้อของเธอก็เข้ามาได้ด้วย!อา...นี่มันล้ำหน้ากว่าโลกใบเล็กของอาจารย์อีก ฮ่าๆๆๆ
เสียงนกร้องดังแว่วมาทำให้หลินจื่อเซียนรู้ว่าใกล้จะเช้าแล้ว เธอจึงออกจากโลกใบเล็กของเธอเมื่อเธอลืมตาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่กลางเตียง เธอกระโจนลงจากเตียงไปที่โต๊ะแล้วหยิบตะเกียงบนโต๊ะขึ้นมา จากนั้นก็กลับเข้าไปในโลกใบเล็กอีกครั้งเมื่อเธอยืนอยู่ในห้องก็พบว่าตัวเองกำลังถือตะเกียงอยู่ เธอวางตะเกียงไว้บนโต๊ะจากนั้นก็หยิบหลอดแก้วมาถือไว้ แล้วออกจากโลกใบเล็ก เมื่อออกมาเธอก็ยืนอยู่ข้างโต๊ะในมือมีหลอดแก้วที่หยิบมาจากในโลกใบเล็ก เธอจ้องหลอดแก้วนั้นเขม็ง แล้วมองไปรอบๆตัว เธออยู่ในบ้านไม้ของป้าฉี แต่กลับถือหลอดแก้วที่เหมือนกับของในโลกของเธอถ้าจะบอกว่าเมื่อครู่เธอฝันไป งั้นหลอดแก้วนี่มาจากไหนล่ะ? จะบอกว่าเสกวิ้งๆเหมือนนางฟ้าทูนหัวในการ์ตูนเื่ซินเดอเรล่าเหรอ?
แล้วประโยคหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวเธอ‘จิตเป็ใหญ่ ใจเป็ประธาน’
พลัน! ปัญญาญาณของเธอก็พลันรู้แจ้งขึ้นมา เกิดจิตรวมเป็หนึ่งเธอหมดสิ้นข้อสงสัยเมื่อครู่แล้ว โลกใบเล็กก็คือมิติแยกเป็เอกเทศทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้นเกิดจากจิตของเธอ สิ่งของทุกอย่างในนั้นจึงเกิดขึ้นตามความทรงจำของเธอเมื่อหมดข้อสงสัยแล้ว จิตเธอจึงเข้าสู่สภาวะว่างเปล่าเธออิ่มเอมกับความว่างเปล่านั้นจนลืมเวลาไปหมดสิ้น
จนกระทั่งมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น“พี่จื่อเซียนๆ”
หลินจื่อเซียนจึงถอนจิตออกจากสภาวะว่างเปล่าเธอลืมตาขึ้น มองไปที่ประตู ด้านนอกยังมีเสียงเรียก “พี่จื่อเซียน ท่านไม่สบายหรือเหตุใดจึงยังไม่ตื่น?”
หลินจื่อเซียนจึงเก็บหลอดแก้วเข้าไปในโลกใบเล็กแล้วเดินไปเปิดประตู เซี่ยจินเย่ก็มองพี่จื่อเซียนอย่างเป็ห่วง รีบพูดว่า “สายแล้วข้าเห็นท่านพี่ยังไม่ออกมาจึงเป็ห่วงเ้าค่ะ”
“ข้าไม่เป็อะไร”หลินจื่อเซียนตอบ เซี่ยจินเย่จึงถอนหายใจโล่งอก แล้วบอกว่า “ข้าต้มโจ๊กไว้ท่านหิวหรือยังเ้าคะ?”
“อืม”หลินจื่อเซียนพยักหน้า เซี่ยจินเย่ยิ้ม “เช่นนั้นท่านพี่รอข้าสักครู่ข้าจะไปยกมาให้เ้าค่ะ”
พูดจบแล้วนางก็หมุนตัวเดินไปที่ห้องครัวตักโจ๊กใส่ชาม แล้วยกมาให้พี่จื่อเซียน “โจ๊กเ้าค่ะ”
“เ้ากินรึยัง?”หลินจื่อเซียนถาม เซี่ยจินเย่ส่ายหน้า “ยังเ้าค่ะ ข้ารอท่านพี่”
“งั้นก็ไปยกมากินพร้อมกัน”หลินจื่อเซียนบอก เซี่ยจินเย่จึงรีบไปตักโจ๊กมาอีกชาม แล้วยกมาวางใกล้ๆกับพี่จื่อเซียน จากนั้นทั้งสองคนก็กินโจ๊กด้วยกัน
หลังจากกินเสร็จแล้วเซี่ยจินเย่ก็เก็บชามไปล้าง ครั้นล้างเสร็จก็เดินไปหาพี่จื่อเซียนหลินจื่อเซียนซึ่งกำลังสงสัยว่า พลังธาตุเป็แบบไหน จึงเรียกเซี่ยจินเย่“เ้ามานั่งนี่”
“เ้าค่ะ”เซี่ยจินเย่เดินไปนั่งใกล้ๆ หลินจื่อเซียนก็จับข้อมือกุมเอาไว้แล้วส่งพลังจิตเข้าไปตรวจร่างกายเซี่ยจินเย่ตรวจอยู่สักพักก็พบว่าในร่างกายของเซี่ยจินเย่ตรงจุดตันเถียนมีพลังชนิดหนึ่งซึ่งแตกต่างจากพลังปราณและพลังจิตที่เธอฝึกฝน พลังนี้ก็คือพลังธาตุ ผู้คนในโลกนี้จะสามารถดึงดูดพลังจากธรรมชาติที่ตรงกับธาตุของตัวเองเข้ามาเป็พลังของตัวเองได้ใช้จู่โจมได้ หรือป้องกันได้คนที่มีพลังธาตุมากก็จะยิ่งสามารถดึงดูดพลังธรรมชาติจากรอบๆ ตัวเข้ามาได้มากอย่างเช่นเซี่ยจินเย่ที่มีธาตุไม้ หากนางมีพลังถึงขั้นที่หนึ่ง ก็จะสามารถดึงธาตุไม้ที่อยู่รอบๆตัวเข้ามาในร่างกายแล้วปล่อยออกไปกลายเป็เถาวัลย์ไม้เส้นเล็กๆ ได้ขนาดของเถาวัลย์จะใหญ่ขึ้นตามขนาดขั้นพลัง
เมื่อเข้าใจพลังธาตุแล้วหลินจื่อเซียนจึงปล่อยมือ ตอนที่ตรวจเธอก็พบว่าในร่างของเซี่ยจินเย่มีธาตุทองกระจายอยู่ทั่วร่าง ทองข่มไม้นี่จึงเป็สาเหตุให้พลังธาตุไม้ของเซี่ยจินเย่ไม่อาจใช้ได้
“เ้าลองใช้พลังธาตุของเ้าซิ”หลินจื่อเซียนสั่ง เซี่ยจินเย่จึงใช้พลังธาตุไม้ แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรอย่าว่าแต่จะทำให้เกิดเถาวัลย์เท่าเส้นผมเลย แม้แต่เงาเถาวัลย์ก็ไม่เกิด
“เอาล่ะข้าเข้าใจแล้ว” หลินจื่อเซียนพูด เซี่ยจินเย่ทำหน้าฉงน “เข้าใจอะไรเ้าคะ?”
“เ้าไม่อาจใช้พลังธาตุไม้ได้ก็เพราะในร่างเ้ามีธาตุทองอยู่”
“ธาตุทอง!” คำๆ นี้เหมือนฟ้าผ่าลงกลางศีรษะของเซี่ยจินเย่นางเข้าใจตำราธาตุทั้งห้าอยู่บ้างแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมในร่างนางจึงมีพลังธาตุทองได้!
หลินจื่อเซียนจึงพูดว่า“เอาธาตุทองออกจากร่างเ้าได้ เ้าก็ใช้พลังธาตุไม้ได้”
“ทำอย่างไรเ้าคะ?”เซี่ยจินเย่รีบถาม หลินจื่อเซียนตอบสองคำ “ใช้ไฟ”
เซี่ยจินเย่งุนงงไม่เข้าใจใช้ไฟ! ใช้อย่างไร?
“แต่วิธีนี้คงทำให้เ้าเ็ปมากเ้าจะอดทนได้ไหม? เมื่อข้าเริ่มรักษาให้เ้าแล้ว ไม่อาจหยุดกลางคันได้ไม่เช่นนั้นทั้งเ้าและข้าจะได้รับอันตราย อย่างเบาก็พิการ อย่างหนักก็ตาย”หลินจื่อเซียนบอก เซี่ยจินเย่ชะงักงัน ตัดสินใจไม่ถูก ‘เ็ปมาก’‘ไม่อาจหยุดกลางคัน’ ‘อย่างเบาก็พิการ’ ‘อย่างหนักก็ตาย’คำเหล่านี้วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา จนในที่สุดนางก็ตัดสินใจ “ข้าเชื่อท่าน”
“งั้นเ้าไปนั่งบนเตียง”หลินจื่อเซียนสั่ง เซี่ยจินเย่จึงลุกไปนั่งที่เตียงหลินจื่อเซียนจึงเดินไปปิดประตูหน้าต่าง ขัดกลอนเอาไว้เพราะเธอไม่อยากถูกใครมาขัดจังหวะขณะที่กำลังรักษา
ภายในห้องจึงมืดสลัวลงเซี่ยจินเย่ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ หลินจื่อเซียนเดินไปนั่งบนเตียงซ้อนอยู่ด้านหลังเตือนว่า “จำไว้ว่าเ้าต้องอดทนให้ได้ ห้ามขยับลุกขึ้นเป็อันขาด”
“เ้าค่ะ”เซี่ยจินเย่รับคำเสียงเบา ใจเต้นระรัว หลินจื่อเซียนสั่งต่อ “ถอดเสื้อออก”
เซี่ยจินเย่ถอดอย่างไม่ลังเลชีวิตนี้เป็พี่จื่อเซียนช่วยไว้ ไม่ว่าท่านพี่จะสั่งอะไร นางล้วนยอมทำทุกอย่างหลินจื่อเซียนทาบมือซ้ายตรงตำแหน่งกระดูกก้นกบมือขวาวางบนกลางกระหม่อมของเซี่ยจินเย่ แล้วนางก็ปล่อยพลังจิตไปที่มือซ้ายพลังไร้รูปเข้าไปในร่างกายของเซี่ยจินเย่แปรเปลี่ยนเป็พลังความร้อนที่ร้อนราวกับไฟแผดเผา ทำให้เซี่ยจินเย่ร้องออกมา “โอ๊ย!”
“อดทน!” หลินจื่อเซียนสั่งเสียงเข้ม พลังความร้อนกลุ่มนั้นค่อยๆเลื่อนต่ำลงไปที่ขาซ้าย เซี่ยจินเย่เ็ปจนต้องกำมือแน่นมือขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้ เหงื่อผุดซึมออกมา นางเม้มปากพยายามอดทนต่อความเ็ป เหมือนมีเข็มนับหมื่นเล่มแทงตรงจุดที่ความร้อนเคลื่อนผ่านเ็ปจนสุดจะทานทนไหว
อดทนๆๆๆๆนางท่องสองคำนี้ซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในใจ
พลังจิตแผดเผาเอาธาตุทองรวมเข้ามาไว้ในพลังไร้รูปเลื่อนลงไปจนถึงปลายนิ้วเท้า แล้วก็เลื่อนขึ้นกลับมาอยู่ตรงก้นกบอีกครั้งจากนั้นก็เลื่อนไปทางขาขวา เซี่ยจินเย่ได้แต่ท่องคำว่า อดทน
เหงื่อไหลโทรมกายจนเปียกชุ่มพลังความร้อนขุมนั้นค่อยๆ เลื่อนลงไปอย่างเชื่องช้าทำให้ทุกลมหายใจของเซี่ยจินเย่เ็ปสุดแสนทรมานจนพรรณนาไม่ออก
เมื่อเลื่อนไปถึงปลายเท้าแล้วก็เลื่อนกลับมาที่ก้นกบอีกครั้งจากนั้นก็เลื่อนขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลัง เซี่ยจินเย่ได้แต่กัดฟันอดทนนางนึกถึงคำพูดที่ว่า ‘อย่างเบาก็พิการ อย่างหนักก็ตาย’นางตายไม่เป็ไร แต่จะไม่ยอมให้พี่จื่อเซียนเป็อะไรไปเด็ดขาด!
ความร้อนกลุ่มนั้นเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ ราวทากคืบคลาน เมื่อเลื่อนไปถึงระดับอกก็เลื่อนไปที่แขนซ้ายเซี่ยจินเย่ได้แต่กัดฟันกรอดๆ เ็ปแทบขาดใจ นางเผลอร้องโอยๆ ออกมาเป็ระยะๆจากแขนซ้ายก็ย้ายไปแขนขวา แล้วกลับมาที่อกอีกครั้ง จากนั้นก็เลื่อนขึ้นไปที่คอที่ศีรษะ ละอองทองพุ่งออกมาจากกลางกระหม่อม
หลินจื่อเซียนก็รวมเอาไว้ในมือขวาจนกระทั่งละอองทองละอองสุดท้ายพุ่งออกมา เธอก็ยกมือขึ้น ละอองทองก็ลอยขึ้นตามมือเธอใช้พลังจิตหลอมมันเป็ก้อน มีขนาดเท่าลูกปิงปอง แล้วเธอก็ละมือออกกำก้อนทองไว้ในฝ่ามือ เซี่ยจินเย่ก็กระอักเืพรวด!
“อั๊ก...”เืสาดกระจายเป็วง จากนั้นก็สลบไป หลินจื่อเซียนประคองนางลงนอนมองก้อนทองด้วยสายตาเ็า จากที่เธอคาดเดาคงมีคนผสมผงทองลงในอาหารให้เซี่ยจินเย่กินจึงทำให้ในร่างกายมีทองตกค้างสะสมอยู่ในร่าง คนทำช่างอำมหิตนัก
เธอโยนก้อนทองไว้ข้างหมอนแล้วดึงผ้ามาคลุมตัวให้เซี่ยจินเย่ จากนั้นก็ลุกไปนั่งที่โต๊ะเฝ้ารอให้เซี่ยจินเย่ฟื้น
ณ สำนักโอสถ ภายในหุบเขาอันเป็เขตหวงห้ามของสำนัก มีถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่งในถ้ำมีเตียงหยกขาวหลังหนึ่ง บนเตียงมีชายคนหนึ่งนอนอย่างสงบชายคนนี้มีใบหน้าหล่อเหลา ดูอ่อนโยนละมุนละไม ผิวขาวดั่งหยก ผมดำขลับยาวแผ่สยายงดงามราวเทพเซียน มุมปากบางครายกยิ้มน้อยๆ บางคราคล้ายจะหัวเราะจากนั้นก็กลับคืนสู่ความสงบดังเดิม
เซี่ยจินเย่ลืมตาตื่นขึ้นมา สีหน้าขาวซีดเล็กน้อย หลินจื่อเซียนได้ยินเสียงจึงเดินไปหา “ตื่นแล้วลุกไหวไหม?”
เซี่ยจินเย่ยันตัวลุกขึ้นนั่งร้องออกมาคำหนึ่ง “โอย”
“ค่อยๆ ลุก”หลินจื่อเซียนช่วยประคอง เซี่ยจินเย่มองอย่างเป็ห่วง “ท่านพี่เป็อะไรหรือไม่?”
“ข้าไม่เป็ไร”หลินจื่อเซียนตอบผ้าเลื่อนลงไปกองที่เอวทำให้เรือนร่างส่วนบนของเซี่ยจินเย่เปิดเผยออกมานางรีบจับเสื้อขึ้นมาใส่ หลินจื่อเซียนก็ช่วยใส่เสื้อให้ หลังจากใส่เสื้อเสร็จแล้วหลินจื่อเซียนก็ยื่นมือไปหยิบก้อนทองมายัดใส่มือเซี่ยจินเย่ แล้วบอกว่า “นี่คือธาตุทองที่ข้าเอาออกมาจากตัวเ้าคิดว่าคงมีคนแอบผสมผงทองในอาหารให้เ้ากิน”
เซี่ยจินเย่มองก้อนทองอย่างตะลึงทองก้อนขนาดนี้ ต้องผสมให้นางกินกี่ปีมาแล้ว!
“เอาล่ะเดี๋ยวข้าไปเอาโจ๊กมาให้เ้า” หลินจื่อเซียนบอกแล้วก็เดินไปเซี่ยจินเย่มองอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณท่านพี่”
หลินจื่อเซียนยิ้มทีหนึ่งแล้วก็เดินไปกลับมาพร้อมกับชามโจ๊กอุ่นๆ ยื่นไปให้เซี่ยจินเย่ถึงเตียง เซี่ยจินเย่วางก้อนทองลงรับชามโจ๊กมา “ขอบคุณท่านพี่”
“อืม”หลินจื่อเซียนส่งเสียงคำหนึ่ง แล้วก็ขยับไปนั่งที่ขอบเตียง เซี่ยจินเย่ตักโจ๊กกินสายตามองเห็นคราบเืก็พูดว่า “ข้าทำเตียงท่านสกปรกแล้ว”
“ช่างมันเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าค่อยไปซื้อผ้าผืนใหม่” หลินจื่อเซียนบอกอย่างไม่ใส่ใจเซี่ยจินเย่ก็พูดว่า “ข้าติดค้างท่านมากนัก”
“ช่างมันเ้าทำตัวเป็น้องสาวที่ดีของข้าก็พอ” หลินจื่อเซียนยื่นมือไปหยิกแก้มนุ่มๆทีหนึ่ง เซี่ยจินเย่พยักหน้า “อื้ม!”
แล้วเซี่ยจินเย่ก็ตักโจ๊กกินจนหมดหลินจื่อเซียนก็เอาชามไปล้าง แล้วอ่างน้ำมาให้เซี่ยจินเย่เช็ดตัวส่วนคราบเืที่เปื้อนผ้าก็ไว้รอให้ถึงพรุ่งนี้เธอค่อยออกไปซื้อผ้าผืนใหม่
ดูแลจนเซี่ยจินเย่นอนแล้วหลินจื่อเซียนก็นั่งลงกลางห้อง เริ่มฝึกจิตเมื่อเธอเข้าไปในห้วงสติก็เจอเงาราชันย์โอสถทำท่าคล้ายรอเธออยู่ยังไม่ทันให้เธอพูดอะไร ราชันย์โอสถก็พูดว่า “วิธีที่เ้าใช้รักษาแม่นางผู้นั้นเ้าทำได้อย่างไร?”
หลินจื่อเซียนหรี่ตาลง“หมายความว่า ไม่ว่าข้าจะทำอะไร ท่านก็เห็นหมดเลยเหรอ?”
“ข้าอยู่ในห้วงจิตของเ้าย่อมเห็นทั้งหมด” ราชันย์โอสถตอบ หลินจื่อเซียนถามเสียงต่ำ “แม้แต่ตอนข้าอาบน้ำฉิ้งฉ่อง ปล่อยะเิ?”
“หือ?”ราชันย์โอสถขมวดคิ้ว “ฉิ้งฉ่อง ปล่อยะเิ คืออะไร?”
“ถ่ายเบา ถ่ายหนัก”หลินจื่อเซียนตอบคำศัพท์ของโลกนี้ออกมา ราชันย์โอสถพยักหน้าเข้าใจ ตอบว่า“ย่อมเห็น”
หลินจื่อเซียนหน้ากระตุกยึกๆด่าออกมา “ไอ้เวร! ไอ้ลามก! ไอ้ถ้ำมอง!”
พอถูกด่าราชันย์โอสถก็เข้าใจความหมายของคำถามทันที “เห้!ๆข้าไม่ได้มองเ้านะ ตอนเ้าทำ ข้าก็ปิดประสาทััแล้วข้าเป็ถึงราชันย์โอสถจะทำตัวต่ำช้าเช่นนั้นได้อย่างไร”
เขาพูดอย่างเย่อหยิ่งเชิดคางจนแทบจะชี้ฟ้า หลินจื่อเซียนจ้องมองเขา ถามย้ำว่า “ไม่เห็นแน่นะ?”
“ข้าสาบานต่อฟ้าดินข้าไม่มีทางแอบดูสตรีเด็ดขาด” ราชันย์โอสถกล่าวอย่างหนักแน่นเชิดหน้าอย่างหยิ่งทะนง หลินจื่อเซียนจึงขู่ว่า “ถ้ากล้าแอบดูข้าข้าจะทำให้ท่านแตกสลายไปซะ!”
“ข้าเป็จิติญญามีแต่ชิงเฉินขั้นสูงเท่านั้นที่จะทำลายจิตได้” ราชันย์โอสถพูดอย่างเย่อหยิ่งหลินจื่อเซียนี้เีต่อปากต่อคำด้วยจึงถามว่า“แล้วทำไมท่านไม่ไปผุดไปเกิดเสียทีล่ะ? มาติดตามข้าอยู่ทำไม?”
“ข้าก็อยากจะดูน่ะซิว่าศิษย์ข้ามีความสามารถขนาดไหน”ราชันย์โอสถบอก แล้วก็ย้อนกลับมาที่คำถามเดิม“เ้าใช้วิธีอะไรรักษาแม่นางผู้นั้น?”
“ก็ในเมื่อท่านเห็นแล้วยังจะถามอีกทำไม?” หลินจื่อเซียนเลี่ยงไปไม่อยากตอบ ราชันย์โอสถก็พูดว่า“อันที่จริง ในตำราข้าก็เขียนวิธีการรักษาคนที่ถูกวางยาพิษทำลายธาตุเอาไว้แล้วเหตุใดเ้าไม่ใช้วิธีของข้าเล่า?”
“ช้าเกินไป”หลินจื่อเซียนตอบออกมาสามคำ ทำราชันย์โอสถหน้ากระตุกยึกยักตามตำราคือให้คนป่วยกินโอสถธาตุไฟเข้าไปขับธาตุทองออกมาส่วนจะใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับธาตุทองที่อยู่ในร่างวิธีของเขาเป็วิธีที่เร็วที่สุดแล้ว แต่เ้าปีศาจน้อยกลับบอกว่า ‘ช้าเกินไป’ ทำเขาพูดไม่ออกเลย “...”
แต่เขาก็ไม่รู้ว่านางใช้พลังอะไรขับธาตุทองออกมาทั้งยังขับออกมาได้หมดในคราวเดียวเสียด้วย! อืมเ้าปีศาจน้อยนี้มีความลับมากนัก เขาจะต้องขุดความลับของนางออกมาให้ได้!
“ถ้าท่านไม่มีเื่อะไรแล้วก็อย่ามารบกวนเวลาของข้ารีบพาข้าเข้าไปในโลกใบเล็กของท่านดีกว่า ข้ายังต้องหลอมโอสถอีกหลายชนิด”หลินจื่อเซียนบอก ราชันย์โอสถหน้ากระตุกยึกๆ ด่าออกมา “เ้าปีศาจน้อยเ้าช่างขูดเืขูดเนื้อข้าเสียจริง”
“ก็ข้าเป็ศิษย์ท่านแล้วไม่ใช่เหรอ?อาจารย์ก็ย่อมต้องส่งเสริมศิษย์ซิ” หลินจื่อเซียนพูดหน้าตาเฉยทำราชันย์โอสถหน้ากระตุกยึกๆ ด่าไม่ออก ได้แต่พูดว่า “ตามมา”
หลินจื่อเซียนจึงออกจากห้วงสติแล้วเข้าไปในโลกใบเล็กของราชันย์โอสถ จากนั้นเธอก็หลอมโอสถตลอดทั้งคืนจวบจนเช้าจึงได้ออกมาจากโลกใบเล็กของราชันย์โอสถพร้อมกับโอสถมากมายเธอเก็บขวดโอสถไว้ในแหวนจัดเก็บบางส่วน อีกส่วนก็เก็บเข้าไปในโลกใบเล็กของเธอลูกน้องคนนั้นที่อยู่ในโลกใบเล็กของเธอ เธอจึงตั้งชื่อว่าหลินหลินก็เก็บขวดโอสถไปเรียงไว้ในตู้
จากนั้นหลินจื่อเซียนก็ไปต้มโจ๊กแล้วยกไปให้เซี่ยจินเย่ เซี่ยจินเย่กินโจ๊กแล้วก็กินโอสถที่ยื่นมาตรงหน้าลงไปนางไม่มีความรู้เื่โอสถ จึงไม่รู้ว่าโอสถที่กินลงไปเป็โอสถระดับใดรู้แต่ว่าหลังจากกลืนลงไปแล้ว อาการเ็ปก็สลายหายไปราวกับปลิดทิ้ง
เมื่อหายแล้วนางก็ลุกมาเก็บเตียงแล้วไปอาบน้ำล้างหน้า จากนั้นก็ไปจัดการตักน้ำใส่ตุ่มไว้ให้ม้ากินเมื่อจัดการเสร็จแล้วก็เดินตามพี่จื่อเซียนไปซื้อของ ขากลับก็แวะเอาขนมไปให้ป้าฉีนางยืนเคาะประตูอยู่ครู่หนึ่ง ป้าฉีก็เดินมาเปิดประตู “พวกเ้าเองรึ?”
“ป้าฉีท่านพี่ข้าซื้อขนมกับผลไม้มาให้เ้าค่ะ” เซี่ยจินเย่บอก พลางยื่นกล่องไม้ใส่ขนมกับตะกร้าผลไม้ไปให้ป้าฉียิ้ม ยื่นมือมารับ “ขอบใจๆ เด็กดีๆ”
นางยังไม่ทันรับของไปก็ไอโขลกๆ นางยกมือปิดปาก รู้สึกว่ามีอะไรอุ่นๆ ติดมือจึงยกมือขึ้นดูบนฝ่ามือมีเืเปื้อนเต็มไปหมด
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ