“ถูกแล้ว...” หลังจากได้ฟังสิ่งที่หลู่เส่าโหย่วกล่าว ลุงหนานก็พยักหน้าเบาๆ “แต่เ้าต้องจำไว้ว่าห้ามใช้ทักษะิญญาหยินหยางกลืนกินผู้อื่นต่อหน้าผู้คนเด็ดขาด”
“เพราะอะไรกัน หรือว่าแม้แต่จะใช้กับพวกผู้ฝึกตนที่ชั่วร้ายก็ไม่ได้อย่างนั้นหรือ?”
“เ้าจะลองดูก็ได้ถ้าไม่กลัวผู้ฝึกตนทั้งหมดบนโลกไล่ฆ่าเ้า” เมื่อได้ฟังคำตอบของลุงหนาน หลู่เส่าโหย่วก็ได้แต่ยิ้มแห้งเป็เื่ธรรมดา หากผู้อื่นรู้ถึงการมีอยู่ของทักษะที่วิปริตเช่นนี้ ไม่ต้องแบ่งแยกผู้ฝึกตนสายธรรมะหรือสายอธรรมไม่ว่าใครก็คงรีบฆ่าเขาอย่างรวดเร็ว การที่เขาทักษะนี้ ก็นับว่าเขาได้กลายเป็ศัตรูตามธรรมชาติหรือภัยคุกคามของผู้ฝึกตนทั้งหมดแล้ว
“แล้วอีกหนึ่งข้อดีล่ะ”หลู่เส่าโหย่วถาม
“อีกหนึ่งข้อดีนั้น...” ลุงหนานสูดลมหายใจก่อนจะกล่าวต่อ“เมื่อร่างกายหยินหยางฝึกฝนทักษะิญญาหยินหยางนั้นจะสามารถกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์สายครอบคลุมได้”
“อะไรคือผู้ฝึกยุทธ์สายครอบคลุม?”
“เื่นี้ค่อยอธิบายกับเ้าอย่างช้าๆในภายหลัง เพียง่เวลาสั้นๆ เ้าคงไม่สามารถเข้าใจได้หมด รู้เพียงแค่ว่าผู้ฝึกยุทธ์สายครอบคลุมนั้นไม่ได้แข็งแกร่งดั่งผู้ฝึกตนสายควบคู่แต่ทั้งสองก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ในภายภาคหน้าเ้าจะรู้ถึงข้อดีของมันเองเด็กน้อย เ้าช่างโชคดีนัก ดีจนข้ารู้สึกอิจฉา” ลุงหนานกล่าว
“ลุงหนาน แล้วข้อด้อยอีกข้อล่ะ”เมื่อครู่ลุงหนานกล่าวว่าทักษะิญญาหยินหยางยังมีอีกสองข้อด้อยข้อแรกคือเวลาฝึกตนนั้นช้ากว่าปกติมาก แต่ยังเหลืออีกหนึ่งข้อหลู่เส่าโหย่วได้เตรียมใจรอไว้แล้ว
“อีกข้อด้อยก็คือหากอยากจะทะลวงระดับ เ้าจะต้องทะลวงระดับพร้อมกันทั้งคู่ ทักษะิญญาหยินหยางนั้นจิติญญาและลมปราณจะต้องประสานกันถึงจะสามารถทะลวงผ่านพร้อมกันได้ ไม่เช่นนั้นเ้าก็อย่าคิดที่จะทะลวงระดับ”
“ร้ายแรงขนาดนี้เลย”หลู่เส่าโหย่วรู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมา “เช่นนั้นข้าควรจะฝึกฝนอย่างไร?”
“หากอยากยกระดับพลังดูจากสถานการณ์ของเ้าในตอนนี้ มีแต่ต้องหาแก่นอสูรและแก่นิญญามากลืนกิน”ลุงหนานยิ้มเยาะ
“ลุงหนาน ท่านต้องล้อข้าเล่นแล้วแก่นอสูรกับแก่นิญญานั่น จะต้องเป็สัตว์อสูรกับสัตว์ิญญาระดับสี่เท่านั้นถึงจะมีไม่ใช่หรือของพรรค์นั้นต่อให้ใช้ทรัพย์สินทั้งหมดในตระกูลหลู่ก็ซื้อได้แค่ไม่กี่ลูกท่านจะให้ข้าไปหาแก่นอสูรกับแก่นิญญาที่ไหนมากลืนกิน?” หลู่เส่าโหย่วกลอกตาแก่นอสูรกับแก่นิญญาอย่างนั้นหรือ ล้อกันเล่นแล้ว สถานะของเขาในตอนนี้ก็เป็แค่นายน้อยไร้ค่าจะมีเงินไปหาซื้อแก่นอสูรกับแก่นิญญาจากที่ไหนมากลืนกินกัน
“เ้าก็คิดหาวิธีเอาเอง เป็ศิษย์ข้าหรือก็ไม่ใช่ยังจะให้ข้าช่วยเ้าคิดหาวิธีอีกหรือ?” ลุงหนานถลึงตาใส่หลู่เส่าโหย่วอีกครั้ง
“ลุงหนาน เช่นนั้นทำไมท่านไม่ให้ข้ายืมเงินสักหน่อยล่ะ?” หลังจากลังเลไปครู่หนึ่งหลู่เส่าโหย่วก็ยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมกับกล่าวถามขึ้นลุงหนานนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาเป็แน่ ตัวเขาน่าจะมีของมีค่าอยู่
“เ้าคิดว่าตาเฒ่าเช่นข้าจะมีเงินให้เ้ายืมหรือ”ลุงหนานกล่าวอย่างแน่วแน่ สายตาบ่งบอกว่าหลู่เส่าโหย่วนั้นไม่มีทางจะได้เงินจากเขาอย่างแน่นอน
“ลุงหนาน ตัวข้าก็ได้หมอบคำนับท่านไปแล้วหรือว่าท่านจะทิ้งข้าไว้ ไม่สนใจข้าแล้วหรือ?” หลู่เส่าโหย่วกล่าวอย่างไร้ซึ่งหนทาง เขาทำได้เพียงพึ่งพาลุงหนานแล้ว
“เ้านี่ได้คืบจะเอาศอก”ลุงหนานกล่าว “ข้าไม่สามารถช่วยเ้าได้ แต่ข้าสามารถคิดหาวิธีให้เ้าได้”
“แค่มีวิธีก็พอแล้ว”หลู่เส่าโหย่วพึงพอใจ ขอแค่มีวิธีก็ถือเป็เื่ดีทั้งนั้น กว่าตัวเขาจะได้เป็ผู้ฝึกตนควบคู่นั้นไม่ง่ายเดิมทีเขาคิดว่าอนาคตจะสดใสไร้อุปสรรค แต่ถ้าหากพลังเพิ่มขึ้นช้าอย่างกับหอยทากเช่นนี้ในอนาคตจะเหลืออะไร
“เ้าอย่าลืมไปว่า ตอนนี้เ้าไม่ได้เป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์เ้ายังเป็ผู้ฝึกิญญาด้วย ผู้ฝึกิญญานั้นมีวิธีหาเงินตั้งมากมายอย่างเช่นกลั่นเม็ดยา หล่อเลี้ยงยาจิติญญา อีกทั้งหากผู้ฝึกิญญาหล่อหลอมอาวุธขึ้นมานั้นราคาก็สูงไม่ใช่น้อย” ลุงหนานกล่าว
“ถึงแม้ข้าจะเป็ผู้ฝึกิญญาแต่ข้าทำสิ่งพวกนี้ไม่เป็น่ะสิ?” หลู่เส่าโหย่วกล่าวอย่างห่อเหี่ยวถึงแม้ตัวเขาในตอนนี้จะเป็ผู้ฝึกิญญาแล้ว แต่เหมือนกับน้ำครึ่งถัง พวกกลั่นเม็ดยา หล่อเลี้ยงยาจิติญญา หรือหล่อหลอมอาวุธเขานั้นไม่รู้เื่เลยสักนิดเดียว
“เด็กน้อย ถึงเ้าจะทำไม่เป็ แต่ข้าไม่ได้บอกว่าข้าทำไม่เป็เสียหน่อย”ลุงหนานเอ่ยอย่างไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
“ลุงหนานท่านหมายความว่าท่านจะกลั่นเม็ดยา หรือหลอมอาวุธที่จะขายแทนข้าอย่างนั้นหรือ”หลู่เส่าโหย่วดีใจยังไม่ทันจบคำ ก็ถูกเขกหัวอย่างแรงจนต้องเอามือขึ้นมากุมหัวตัวเองทันทีเขากล่าวกับลุงหนานอย่างคนรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรม “ท่านตีข้าทำไม?”
“เ้าฝันหวานอยู่หรือ เฒ่าชราเช่นข้าถึงจะมากลั่นเม็ดยาและหลอมอาวุธแทนเ้า”ลุงหนานมองหลู่เส่าโหย่วก่อนจะกล่าวต่อ “ข้าเพียงสามารถช่วยเ้าได้เท่านั้นนึกถึงเมื่อปีนั้น มีผู้ฝึกิญญาระดับาา กับระดับเ้ายุทธ์มาคุกเข่าร้องไห้ขอร้องให้ข้าสอนข้ายังคร้านจะใส่ใจ นี่จะถูกเ้าเอาเปรียบเสียแล้ว”
“ก็ดีแล้ว”มุมปากของหลู่เส่าโหย่วยกขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มชั่วร้าย
“ถึงแม้เ้าจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ แต่เ้ายังไม่มีวิชายุทธ์ใดๆอย่างดีเ้าก็เหมือนกับวัวที่ไม่มีสมอง มีแต่พละกำลังเท่านั้น ไหนเ้าลองพูดมาเ้าอยากจะเรียนวิชายุทธ์แบบไหน”
“ลุงหนานท่านบอกว่าวิชายุทธ์นั้นแบ่งเป็ นภา ปฐี ดำ เหลือง ขาว แดง หกชนิดไม่ใช่หรือ เช่นนั้นมีวิชายุทธ์ระดับนภาหรือไม่?” หลู่เส่าโหย่วแอบคิดอยู่ในใจ วิชายุทธ์นั้น ระดับยิ่งสูงก็ยิ่งดีเป็ธรรมดา
“นี่วิชายุทธ์ระดับนภาเ้ายังคิดจะอยากได้เ้าคิดว่าวิชายุทธ์ระดับนภาเป็แครอทหรือกะหล่ำปลีอย่างนั้นหรือ” ลุงหนานถลึงตา
หลู่เส่าโหย่วได้แต่กระพริบตาปริบๆ “เช่นนั้นระดับปฐีเล่าระดับปฐีข้าคงพอถูไถได้”
“ด้วยความสามารถระดับสาวกของเ้า คิดว่าระดับปฐีเ้าจะฝึกฝนได้หรือ?” ลุงหนานกล่าวถามอีกที
“หากเป็ระดับดำคงได้แล้วใช่ไหมหากต่ำกว่านี้ ลุงหนานคงไม่กล้านำออกมา?”
“ดูสิ่งที่เ้าคิดสิ เอาอย่างนี้ข้ามีวิชาอยู่หนึ่งชุด ค่อนข้างลึกลับ เ้าจะเอาหรือไม่?”
“ค่อนข้างลึกลับ เช่นนั้นก็ต้องเป็ของดีแน่นอนข้าน้อยเอาแล้ว” หลู่เส่าโหย่วผุดยิ้ม “ลุงหนาน วิชายุทธ์นี้อยู่ระดับไหนล่ะ?”
“ไม่มีระดับ” ลุงหนานกล่าว
“ไม่มีระดับคือระดับอะไร?” หลู่เส่าโหย่วถูกกระชากจาก์ลงนรกในทันทีลุงหนานคนนี้ช่างแกล้งกันเก่งนัก
“ก็คือข้าก็ไม่รู้ว่าระดับอะไรแม้แต่ข้าก็ไม่เข้าใจมันมาตลอด หวังว่าเ้าจะเข้าใจมันได้ อีกอย่างด้วยพลังของเ้าในตอนนี้ ข้าจะให้วิชายุทธ์กับเ้าอีกสองชุด วิชาโจมตีหนึ่งชุดวิชาป้องกันหนึ่งชุด วิชาโจมตีนั้นระดับไม่สูง เป็เพียงแค่ระดับขาวแต่ก็เหมาะสมกับเ้าในตอนนี้ที่สุดแล้ว หากสูงกว่านี้ เ้าคงไม่สามารถฝึกฝนได้ส่วนวิชาป้องกันนั้น เดิมทีมีคนวอนให้ข้าช่วยบางอย่างถึงให้ข้ามามันก็ค่อนข้างลึกลับเช่นกัน โชคดีที่เด็กน้อยเช่นเ้าดวงดีมีสัตว์ิญญาจักรพรรดิอยู่กับตัว” ลุงหนานกล่าว
“ลุงหนานที่ท่านกล่าวถึงคืองูน้อยตัวนั้นอย่างนั้นหรือมันเป็สัตว์ิญญาจักรพรรดิประเภทไหน?”
“เ้าที่เกิดมาบนความสุขแต่กลับไร้ซึ่งความสุขก็คืองูน้อยตัวนี้ หากผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกิญญาระดับเ้ายุทธ์รับรู้ความเป็มานั้นคงไม่ปล่อยเ้าไว้อย่างแน่นอน แต่ว่ายังดีคนที่รู้จักสัตว์ิญญาจักรพรรดินั้นมีไม่มากนัก” ภายในแววตาของลุงหนานเต็มไปด้วยความพอใจอยู่ในตระกูลหลู่มาหลายสิบปี ปกปิดตัวตนมาตลอด แต่ตอนนี้กลับได้พูดถึงความสำเร็จและความสามารถต่อหน้าเด็กน้อยคนหนึ่งมันทำให้เขามีความสุขไม่น้อย
“ร้ายกาจถึงเพียงนี้?” หลู่เส่าโหย่วประหลาดใจขึ้นมา งูตัวเล็กที่ยาวเพียงสิบเิเ ที่แท้ก็มีความเป็มาที่ไม่ธรรมดาตัวเขานั้นไม่ได้รู้เลย
“สงบจิตใจ อย่าขยับ” ลุงหนานกล่าวกับหลู่เส่าโหย่วพร้อมกับมีแสงสว่างอ่อนๆ วาบผ่านที่มือของลุงหนาน จากนั้นสองนิ้วของชายชราก็ประกบชิดบนระหว่างคิ้วของเขา
หลู่เส่าโหย่วรู้สึกราวกับภายในจิตใจของเขาถูกดึงเส้นบางอย่างออกมาทันใดนั้นก็มีลมปราณเรืองแสงตกลงไปอยู่ในมือของลุงหนาน ในเวลาเดียวกันนั้นระหว่างคิ้วของเขา ก็มีเืหนึ่งหยดหยดลงมาบนมือของลุงหนานด้วยเช่นกัน
“มา” หลู่เส่าโหย่วเห็นลุงหนานพึมพำ แล้วมือของลุงหนานก็เคลื่อนไหวด้วยท่าทางลึกลับจากนั้นงูสีเหลืองอ่อนก็ได้ปรากฏอยู่ที่มือของลุงหนาน