ทั้งสี่คนเดินขึ้นมาบนชั้นสามที่เป็ห้องทำงานสำหรับเป่ยจิน จินหลงและหยางคงที่รับรู้ว่าทั้งสองคน มีเื่มากมายที่้าคุยกัน จึงพยายามทำตัวไปลีบเล็กที่สุด เพื่อไม่ให้ขัดหูขัดตาใคร แน่นอนว่าคนที่พยายามทำตัวให้ลีบเล็กและเกรงกลัวในอำนาจของเป่ยจินและหยางคง มิใช่หยางคง
แต่ใช่ว่าจะพอไม่ เป่ยจินที่กำลังโมโหนั้น มิได้สนใจว่าผู้ใดจะมอง หรือคิดเช่นใด ทำเพียงเดินเข้าไปจับมือเทียงหลงและหายตัวไปในมิติทันที
“พรึ่บ”
จากการหายตัวเมื่อครู่ ทำเอาหยางคงถึงกับตกตะลึงไปทันที มิใช่ตกตะลึงในการหายตัวเช่นใด แต่ใที่จู่ๆ เป่ยจิน มีท่าทางที่แปลกไปมากกว่าปกติเช่นนี้ จึงหันไปขอความช่วยเหลือจากจินหลง ที่กำลังนั่งเท้าคางด้วยสีหน้านิ่งๆ
“เอ่อ ท่านจินหลงขอรับ เช่นนั้นเราจะเอาอย่างไรต่อดีขอรับ” หยางคงถามออกไป ด้วยมิคิดว่าคุณหนูจะเข้าไปในมิติ แล้วตัดขาดติดต่อ รวมไปถึงตัดขาดการเข้าออกกับโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงกับคู่หมั้นตนเองสองต่อสองเช่นนี้
‘นายท่านข้าห้ามคุณหนูมิทันจริงๆ ขอรับ ไวไฟเสียจริงคุณหนูของข้า’ ถูกหรือไม่นะ คุณหนูน่าจะพูดคำเช่นนี้หรือเปล่า หยางคงได้แต่คิด
“…. หืม ไร้สาระ อันความว่า หาใช่เื่ของตนเอง จะเอาตัวเข้าไปยุ่งก็ใช่เื่” จินหลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายทั้งการกระทำของเป่ยจินและความคิดของเ้าเด็กน้อยอย่างหยางคง
“พรึ่บ”
และแน่นอนว่าการนั่งรอ มิใช่นิสัยของสัตว์เทพอย่างจินหลงแน่นอน ตัวเขาเองก็มีหน้าที่ มีภารกิจที่ต้องไปจัดการเช่นกัน ส่วนเื่อื่น ๆ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกมนุษย์ไปเถิด
“ท่านจินหลงงงงง กลับมาก่อน” น้ำเสียงที่คล้ายกับคนขาดที่พึ่งและโดนทอดทิ้งเปล่งเสียงออกมา
ทุกคนต่างแยกย้ายกันออกไป ทิ้งให้หยางคงที่ไปไหนมิได้ ทำได้เพียงนั่งอยู่ด้านในอย่างเบื่อหน่าย เพื่อรอรับหน้ากับเหตุการณ์ที่จะตามมาหลังจากนี้
หลังจากที่เข้ามาในมิติของเป่ยจินแล้ว ต่างคนต่างเงียบใส่กัน ทำให้คนที่ทนไม่ไหวอย่างเป่ยจินต้องเป็ฝ่ายเอ่ยปากออกมาก่อน แม้จะอยากอยากทำเป็แง่งอนใส่อีกฝ่ายแค่ไหนก็ตาม
“หืมมมม จวินเทียนหลงไหนท่านลองตอบข้ามา หลายปีมานี่ ท่านหายไปไหนมา ตอบข้ามาให้หมด อย่าคิดที่จะบ่ายเบี่ยงเด็ดขาด มิเช่นนั้นก็ถอนหมั้นข้าไปเสีย” เป่ยจินเอ่ยออกมาอย่างโมโห
“จินเออร์เ้าฟังพี่ก่อน” เปรียบเทียนหลงดั่งแมวน้อยที่ดูเย่อหยิ่ง กลับกลายร่างเป็เพียงหมาน้อยที่กำลังหูตก เมื่อเ้าของโมโหใส่และพูดคำว่าถอนหมั้นออกมา
เขารอของเขามากี่โลกหล้า จะยอมให้เป็เช่นนั้นได้อย่างไรกัน
เทียนหลงกำลังจะเดินเข้าไปหาจินเออร์ เพียงแต่นางกลับถอยหนีและสร้างกำแพงขึ้นมากั้นระหว่างพวกเขาเสียนั้น ช่างเ้าเล่ห์เสียจริงเ้าเด็กน้อย
“เช่นนั้นก็เล่ามาเสีย ข้ารอฟังคำอธิบายจากท่านอยู่” เป่ยจินยังคงเอ่ยออกมาอย่างเสียงแข็งและมิยอมมองหน้าเทียนหลง ด้วยกลัวว่าตนเองจะใจอ่อน
แต่หากจะให้ยืนรอด้วยความหงุดหงิดก็ใช่เื่ ม้านั่งพร้อม ขนมพร้อม นางจะนั่งกินรอไปเรื่อย ๆ จนกว่าคนตรงหน้าจะยอมสารภาพเื่ราวออกมา เหอะ ถือว่านางใจดีมากแล้วนะ
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ พี่หายตัวไปเพื่อช่วยเหลือสหาย อีกทั้งยังต้องป้องกันของสำคัญในโลกใบนี้ แต่เ้าก็รู้ดีมิใช่หรือว่าพี่คอยมองเ้าตลอดมา” เทียนหลงเองก็มิน้อยหน้า หากนางนั่ง เขาก็จะนั่ง แม้จะรู้ดีว่าคนตรงหน้าโกรธมากเพียงใดก็ตาม
อันว่าคบคนเช่นไร มักเป็เช่นนั้น แน่นอนว่าจวินเทียนหลงย่อมเป็เช่นคู่หมายของตนเอง
“สหาย ท่านมีสหายด้วยหรือ แล้วสิ่งสำคัญของโลกใบนี้คืออันใดกัน ท่านไปเกี่ยวอันใดด้วย” จินเออร์ถามออกไปด้วยความสงสัย คนอย่างจวินเทียนหลงนะหรือจะมีสหายและยินยอมช่วยเหลือผู้ใด
“อืม” นางช่างกวนโมโหเขาเสียจริง มิว่าจะเป็ชาติภาพไหน เห็นเขาเป็คนขาดญาติ ไร้มิตรสหายไปเสียหมด
“พรึ่บ”
“เ้าก็เล่าให้นางฟังไปเสีย นางมิใช่คนที่เ้าควรปิดบัง”
จู่ๆ จินหลงที่หายตัวไปกลับมาโผล่ในมิติของเป่ยจินได้ เรียกความใให้แก่เป่ยจิน จนอ้าปากค้างไปทันที ขนมที่อยู่ในปากน้อยๆ นั้น มิได้ถูกงับไว้ จนร่วงหล่นลงมา เทียนหลงที่เห็นเช่นนั้นจึงหายตัวไปใกล้ๆ เพื่อเพื่อรับขนมและเอากลับไปวางไว้ที่จานก่อนจะหันมาทางด้านจินหลง
“เอ๊ย เ้ามาได้ไงจินหลง ข้าปิดกั้นมิติไว้แล้วนี่น่า” ปากก็เอ่ยออกมา ส่วนมือนั้นก็พยายามปัดเศษขนมบริเวณริมฝีปากของตนเองออก มิให้ดูหน้าเกลียดนัก
“ก็ถ้าก่อนหน้านี่ เ้ามิเคยอนุญาตให้ข้าเข้ามา อีกทั้งยังมีพันธสัญญาของเราอีก ช่างเถิด เื่นี้ มิต้องสนใจ”
“แล้วเ้าเข้ามาทำไม”
“ก็มิได้อยากเข้า”
“งั้นออกไป”
“ไม่”
“เ้ากระต่ายอัปลักษณ์ ข้าเถียงกับเ้าเหนื่อยเสียจริง แต่ก่อนหน้านี้เ้าเอ่ยว่าอันใดกัน ทำไมข้ารู้สึกแปลกๆ”
“จินเออร์ ก่อนหน้าที่พี่จะมาเจอเ้า พี่ได้รับาเ็สาหัสและแน่นอนว่าคนที่ช่วยพี่ไว้คือสหายของพี่คนนี้ พี่และสหายจึงคบหากันจากนั้นเรื่อยมา ต่อมาได้เกิดการแย่งชิงอำนาจขึ้นภายในตระกูลของสหายของพี่ พี่จำเป็ต้องช่วยยึดอำนาจคืนมา ซึ่งมันก็กินเวลายืดเยื้อมาหลายปีมากนัก ทำให้พี่มาหาเ้ามิได้” แน่นอนว่าเทียนหลงมิได้คิดจะปิดบังอีกต่อไปแล้ว จึงเอ่ยออกมาอย่างง่ายดายตามคำชี้นำของจินหลง
“แล้วตอนนี้” จินเออร์เอ่ยถามออกไป
“ตอนนี้พี่ช่วยสหายได้แล้ว อีกทั้งยามพี่ไปหาเ้าที่จวน กลับได้ข่าวว่าเ้านะ ออกเดินมาเพื่อท่องใต้หล้า”
“คนอย่างท่านนะหรือจะหาข้ามิเจอเทียนหลง”
“รู้ดีเสียจริง เช่นนั้นเหตุใดมิรู้ว่าพี่คิดถึงเ้ามากเพียงใด”
จินเออร์ที่ได้ยินคงตรงหน้าเอ่ยออกมาว่าคิดถึงออกมาตรงๆ ก็ออกอาการให้เขินอายจนเก็บไม่มิด ใบหูที่แดงระเรื่อลามไปถึงแก้มนั้น แสดงออกอย่างชัดเจน
“เอาเถิดพี่มิแกล้งแหย่เ้าเล่นแล้ว ถึงจะชอบมองเ้าเขินอายมากเพียงใดก็ตามมากเพียงใดก็ตาม”
“เทียนหลง ข้าจะโกรธท่านจริงๆ แล้วนะ” ด้วยใบหน้าที่เขินแดงนั้นเป็หลักฐานชั้นดี นางจึงทำไดเพียงเอ่ยออกไปเช่นนั้น
“พี่ขอโทษ” เทียนหลงเอ่ยออกมา
จินหลงที่ยังยืนเป็หลักแก่ทั้งสองคนอดมิได้ที่จะเอ่ยออกมา เพื่อให้รู้ว่าแม้นตนเองจะกลายร่างเป็ดวงจิต แต่คนทั้งสองย่อมต้องมองเห็นเขาเป็แน่
“ข้ามั่นใจว่า เ้าทั้งสองคงยังมิลืมข้ากระมัง”
“ส่วนเ้าข้าฝากไว้ก่อนเถิดจินหลง หึย” เป่ยจินอดที่จะหมั้นไส้เ้าไส้เดือนน้อยตนเองเสียมิได้
“นานแค่ไหนละ หึหึ” จินหลงยังคงเอ่ยออกไปอย่างท้าทาย
เมื่อเห็นว่าตนเองทำอันใดจินหลงมิได้ จึงหันมาทางด้านต้นเื่อย่างเทียนหลงต่อ
“หึ ส่วนท่านเทียนหลง ข้ายังไม่จบ แล้วสิ่งสำคัญของโลกเล่า คืออันใด”
“เอ่อ คือ…” จิวนเทียนหลงพยายามจะอธิบายเื่ราวต่าง ๆ ออกมา
ถัดไปที่ด้านนอกมิติ ร้านคาเฟยหลิง
แน่นอนว่าวันนี้คือวันเปิดกิจการ ไป๋ฮวารู้ดีว่าย่อมมีความวุ่นวายมากมาย ไม่ว่าจะเกิดจากคน สถานที่ หรือวัตถุดิบ นางคาดหวังว่า ขอให้เป็เพียงวัตถุดิบและสถานที่มิเพียงพอต่อการค้าขาย ซึ่งนั้นย่อมดีกว่า เพราะหมายถึงว่าผู้คนให้การตอบรับกับกิจการคาเฟยหลิงของนางอย่างท่วมท้น แต่หากปัญหานั้นเกิดจากผู้คน ช่างน่าเหนื่อยหน่ายนักสำหรับวันเริ่มต้นกิจการ
แต่สิ่งที่คนเราคิดมักไม่เป็ไปตามดั่งใจหวัง เมื่อความวุ่นวายแรกมาเยือน และเป็ความวุ่นวายที่ยิ่งใหญ่สำหรับนาง
“ไป๋ฮวา เ้าออกมาเดี๋ยวนี้” เสียงอันทรงอำนาจคล้ายเสียงตวาดดังออกมา
ฝากนิยายหน่อยค้าบเรื่อง จ้าวพายุ โซนร้อน นิยายโรมานซ์น่ารักๆ 18+