มหาสงครามศิลากำเนิดจักรวาล (The Cosmic War of the Genesis Stone)

    บทที่ 11 : เสียงกระซิบแห่งสายลม




    บทที่ 11 : เสียงกระซิบแห่งสายลม


    ในค่ำคืนเดียวกับที่แสงเงินจากดาบของเด็กชายไร้เงาสว่างไสวกลางป่ากรีนโกลว์…

    อีกฟากหนึ่งของโลก ณ นครวาเลอเรีย—มหานครแห่งเวทมนตร์และหอคอยสูงเสียดฟ้า—แสงจันทร์ส่องทาบระเบียงหินอ่อนประดับคริสตัล จนเมืองทั้งเมืองดูราวกับถูกโอบล้อมด้วยดาว


    ที่นั่น เด็กหญิงวัย 7 ขวบ นั่งกอดเข่าอยู่บนระเบียงสูงสุดของหอคอย ดวงตาสีฟ้าลึกจับจ้องฟากฟ้า ผมเงินยาวสยายพลิ้วไปตามแรงลมยามราตรี ข้างกายมี คทาคริสตัล ขนาดเล็กส่องประกายอ่อน ๆ


    ริมฝีปากเล็กขยับช้า ๆ เสียงร่ายเวทดังขึ้นราวกับเพลงกล่อมจาก๼๥๱๱๦์

    “Aeris murmura… Ventus anima…”

    (แอริส เมอร์มูรา เวนตุส อานิมา – สายลมเอ๋ย จงฟังเสียงข้า…)


    ทันใดนั้น สายลมหมุนวนรอบตัวเธอ เบาและอ่อนโยนเหมือนอ้อมกอดมารดาที่อบอุ่น

    กระโปรงบางเบาพลิ้วไหว คริสตัลบนคทาสะท้อนแสงดวงจันทร์กลายเป็๞ประกายระยิบระยับ


    ทว่าในรอยยิ้มจาง ๆ ของเด็กหญิง กลับมีเงาแห่งความเศร้าซ่อนอยู่

    “ทำไม…สายลมถึงพูดกับข้าเสมอ…แต่ไม่มีใครฟังมันได้ นอกจากข้าเพียงคนเดียว”


    เสียงหัวเราะของเหล่าขุนนางดังลอดขึ้นมาจากโถงล่างของหอคอย

    พวกเขากำลังถกเถียงกันเสียงดังว่า เด็กหญิงนี้คือ “กุญแจที่จะชี้ชะตาศึก” หรือ “หมากที่ควรจับวางให้เหมาะสม”

    แต่เธอเพียงปิดหู หันหน้าออกไปหาฟ้าไกล


    เธอเอื้อมมือขึ้นสูง เหมือนอยากคว้าดาว

    “วันหนึ่ง…ข้าจะไม่เป็๞เพียงเครื่องมือของใคร

    ข้าจะออกไป…เพื่อหาคำตอบของข้าเอง”


    สายลมพัดแรงขึ้นราวกับรับคำสาบาน

    เรือนผมเงินปลิวไสวเหมือนเปลวเพลิงสีอ่อน

    และในห้วงราตรีนั้น สายลมโอบล้อมเด็กหญิงผู้มีนามว่า อีเลน่า เวลวินด์

    ราวกับรู้ดีว่าโชคชะตาของเธอกำลังจะไขว้เข้ากับโชคชะตาของเด็กอีกคนที่อยู่ไกลออกไป…