คะนิ้งรินแต่ละครั้งก็พยายามจิบ ช้าๆ แต่ ไป๋จงกับกระดกรวดเดียวหมด การพูดคุยปราศรัย,ปราสัยเริ่มออกรสชาติ
“ท่าน มาอยู่ในวังั้แ่อายุเท่าไหร่คะนิ้งถามไป๋จงที่เสียงค่อนข้างจะอ้อแอ้แล้ว
“สิบ..สามเอิ่ก ขอรับ”
“แล้วฝ่าาอะไรของท่านนี่ใจดีไหม”
“555เอิ่ก...จะจะ ใจดี แต่จะว่าไปก็ใจดีเฉพาะกับหญิงงาม” เสี่ยวซุนเอื้อมมือมาปืดปาก
“เอาน่า เสี่ยวซุนไม่ต้องห้ามเขา คนเราจะพูดความจริงก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้า สุราเลิศรสเท่านั้น555ปล่อยเขาปล่อยเขา”
“สนมอี้เซียงหากฝ่าามาพบเข้า”
“ช่างฝ่าาเ้านี่ชีวิตเราเป็ของเราใช้ซะ คนเราสิ่งเดียวที่จะปลอบใจในยาม ทดท้อหดหู่หรือกรำงานหนักมีเพียงสุราและสหายร่วมดื่มเท่านั้น มาๆ ๆ ชน”
รินสุราส่งให้เสี่ยวซุน เสี่ยวซุนวิ่งหลบอีกทาง
“เ้าขันทีมานี่เลย เช่นนั้น ด้วยตำแหน่งสนมของข้าข้าสั่งลงโทษเ้าได้ไหม” เสี่ยวซุนพยักหน้า
“เช่นนั้นรับสุรานี้ไป ดื่มให้หมด” เสี่ยวซุนเดินมาอย่างกล้าๆ กลัว ๆ
ฝ่ามือบางของิเยว่ฟาดลงบนใบหน้าของชายชุดดำที่เป็มือสังหาร
“โง่งม เช่นนี้ไม่อาจให้อภัย”
“ฝ่าา อยู่ในห้องอาบน้ำของสนมคนนั้นด้วย ข้าลงมือลำบากกลัวจะพลั้งมือทำให้ฝ่าาาเ็ได้ แล้วสนมนางนั้นกลับมีบางสิ่งที่ทำเอาข้า ตัวซาเจ็บแปลบจนแทบสิ้นใจ”
“มันคืออะไรกันสิ่งที่สนมอี๋เซียงใช้”
“ข้าไม่ทันได้เห็นมันด้วยซ้ำ แต่ข้าได้หยกชิ้นนี้มา” ิเยว่รับหยกมาถือไว้ก่อนจะฟาดฝ่ามือไปอีกครั้งบนหน้าของมือสังหาร
“หยกชิ้นนี้เป็ของตกทอดตอนนี้อยู่ในมือของไทฮองไทเฮา มองแว็บเดียวก็รู้ เ้านอกจากจะทำงานไม่สำเร็จยังไปหยิบของที่ไม่สมควรหยิบมาอีก” ก้มหน้านิ่ง
“นายหญิงข้าสมควรตาย”
“ตอนนี้ทำได้เพียงหลบไปก่อนค่อยมาแก้ตัวกับสิ่งที่เ้าทำผิดพลาดไป คอยรับคำสั่งข้าอีกทีในที่ของเ้า” รีบลนลานออกไปทันที
ไป๋จง คอพับอยู่บนโต๊ะ เสี่ยวซุนร้องเพลง คะนิ้งใช้ตะเกียบเคาะจังหวะ ตามเสียงเพลงที่เสี่ยวซุนร้องกับ ไหสุราที่สุราข้างในหมดแล้ว คะนิ้งเมาน้อยที่สุดแต่ก้เมา หากลุกขึ้นยืนก็คงเดินเซ
“สนมคนใหม่ของฝ่าาร่ำสุรากับขันทีกับองครักษ์ช่างไร้ยางอายสิ้นดี” ซินเหยา พูดขึ้นเมื่อนางเยื้องย่างมาถึง”
คะนิ้งถลกแขนเสื้อขึ้นด้วยความเคยชิน
“พูดดีดีนะ ข้าไม่ใช่คางคกหรือยางพาราจะได้มียาง อย่ามายุ่ง” เสี่ยวซุนลุกขึ้นยืนถอยไปกุมเป้าอยู่ข้างๆ หลบตาซินเหยา
“พูดอะไรของเ้าฟังไม่เข้าใจ ข้าไม่ได้อยากยุ่งนัก หากแต่ อนาคตข้าต้องปกครองวังหลัง ทุกอย่างล้วนเป็ข้าที่ต้องคอยจัดการ ย่อมไม่อยากเห็นใครออกนอกลู่นอกทาง”
“แค่ดื่มสุรากับสหายมันผิดตรงไหน”
“สหาย...นี่เ้าคบหา องครักษ์กับขันที เป็สหายเช่นนั้นหรือ”
“ทำไม”
“ต่ำทราม” คะนิ้งโมโหสุดขีด ลุกพรวดเสี่ยวซุนดึงชายเสื้อไว้แน่น แต่ช้าไปคะนิ้งชกไปที่ซินเหยา แต่ด้วยความเมาจึงทำให้หมัดพลาดไปโดนอะไรทำไมทั้งหลายแหล่ที่อยู่บนศีรษะนางร่วงกราว
ซินเหยาตาไวกว่าใครทั้งหมดในนั้น อาจเป็เพราะนางยังมีสติสัมปชัญญะปล่อยตัวเองล้มลงไปบนพื้น หลี่จวินเข้าไปประคองได้ทันก่อนที่หัวเข่าจะกระแทกพื้น มองสำรวจซินเหยาว่าเจ็บตรงไหนหรือไม่ พบแต่เพียงสายตาหวาดกลัวของซินเหยา
“สนมอี๋เซียงข้าให้ไป๋จงมาอารักขาเ้าให้เสี่ยวซุนมาคอยดูแลแต่เ้ากับ ชวนพวกเขาดื่มสุราจนเมามาย” ตาคมดุจน คะนิ้ง อยากจะหายตัวไปเสียเดี๋ยวนั้น
“ไป๋จงกับเสี่ยวซุนคุกเข่าลงกับพื้น”
“สนมอี๋เซียงไม่ผิดไป๋จงกลัว สนมอี๋เซียงจะเมาเลยอาสาดื่มสุรา มากหน่อย”
หลี่จวินพยักหน้า หันไปชี้หน้าคะนิ้ง
“เ้านี่มันร้านนัก เข้ามาอยุ่ไม่กี่วันทำเอาองครักษ์ที่ดีที่สุด ไม่เคยทำตัวเหลวไหล กลายเป็คนแบบนี้ไปได้ ข้าประเมินเ้าต่ำไปแล้ว” คะนิ้งเชิดหน้า ยืนกอดอก
“ข้าไม่ผิดคนเราก้ต้องมี่เวลารีเล็คบ้างไม่ใช่ทำหน้าตาเคร่งเครียดข้าเป็ไป๋จง เครียดตลอดเวลา เสี่ยวซุนก็ดูแลท่านจนไม่มีเวลาเป็ส่วนตัว แค่ดื่มสุราบ้างตามประสา คนใช้แรงงาน ผิดตรงไหนหากจะลงโทษลงโทษข้าเขาทั้งคู่ไม่ผิด”
“อ๋อนี่เ้ายอมรับผิดแล้วหรือ”
“ข้ารับผิดเฉพาะเื่ที่ชวนพวกเขาดื่มสุราเวลางานแต่ไม่รับผิดเื่ชกหน้ายัย เ้าหญิงคางคกนั่น เสแสร้ง ไม่เห็นจะโดนสักหน่อย” หลี่จวินทำเสียงจิจ๊ะระอากับคำพูดของคะนิ้ง
สะบัดแขนของ ซินเหยาออกฉุดแขน บางลากเข้าไปในห้อง ปิดประตูเสียงดังโครมคราม
เสี่ยวซุนกับไป๋จงถลาเข้าหาประตู
“ฝ่าา ฝ่าาอย่างลงโทษสนมอี๋เซียงเลย ข้าน้อยสองคนยอมรับผิดคุกเข่าลงที่พื้นทั้งสองคน
