รถยนต์สีดำจอดนิ่งอยู่หน้ามหาลัยวารินก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วหัวใจเต้นแรงเพราะตลอดทั้งวันเธอไม่สามารถลบภาพเมื่อคืนออกจากหัวได้เลยเธอกอดกระเป๋าแน่น นั่งกดตัวเองเข้ามุมเหมือนตั้งกำแพงกั้นทั้งที่รู้ว่ามันไร้ประโยชน์
บรรยากาศในรถเงียบสนิทมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ เธอหันหน้าออกไปทางกระจกพยายามทำเหมือนกำลังมองวิว แต่ความจริงคือไม่กล้าสบตาคนขับที่นั่งอยู่ข้างหน้า
แค่รู้สึกได้ว่าสายตาคมคู่นั้นหันมามองเป็พักๆ วารินก็แทบจะนั่งไม่ติด เธอกัดริมฝีปากเบา ๆก่อนจะโพล่งเสียงแข็งออกมาเพื่อกลบเกลื่อน “อย่ามองฉันแบบนั้นสิ… ขับไปเถอะ”
โดมไม่ได้ตอบอะไรมีเพียงรอยยิ้มมุมปากบาง ๆ ที่สะท้อนให้เห็นผ่านกระจกหน้าเธอใจเต้นแรงขึ้นทันทีเหมือนถูกจับได้ว่ากำลังร้อนรน
มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นจนยับความเงียบที่ปกคลุมทั้งรถกลับยิ่งกดดัน เธอหลับตาแน่น พยายามสั่งตัวเองว่า อย่าหวั่นไหว…อย่าหวั่นไหวแต่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่ากำแพงบาง ๆ นี้กำลังจะพังลงทุกนาที
เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดเดินไปอย่างช้าๆแต่สำหรับวารินกลับเหมือนเวลาหยุดนิ่งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงลมหายใจทุ้มต่ำของคนขับรถเธอพยายามกอดกระเป๋าไว้แน่นเหมือนมันคือเกราะชิ้นสุดท้ายที่ป้องกันไม่ให้ความรู้สึกในใจเล็ดลอดออกมา
รถแล่นไปเรื่อยๆ ผ่านถนนที่เงียบกว่าปกติ แสงแดดยามเย็นสาดเข้ามาในกระจกข้างเผยให้เห็นเสี้ยวหน้าคมที่ตั้งใจมองถนนตรงหน้า วารินขบฟันแน่นใจหนึ่งอยากะโด่าให้อีกฝ่ายหยุดทำให้เธอรู้สึกวุ่นวายแต่ใจอีกส่วนกลับเผลอจ้องภาพนั้นจนลืมหายใจ
“จะมองอีกนานไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมา สั้น เรียบแต่กลับเหมือนกรีดใจวารินจนสะดุ้ง เธอรีบหันหน้าหนีทันที
“ใครมองกัน! ฉันก็แค่…ออกไปดูข้างนอกเฉย ๆ” เธอโต้กลับเสียงห้วนแก้มร้อนผ่าวจนอยากก้มหน้าหนีลงไปให้พ้นสายตา
รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนมุมปากของโดมโดยไม่พูดอะไรต่อความเงียบกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความว่างเปล่าหากเป็แรงกดดันที่ยิ่งทำให้วารินหายใจติดขัดขึ้นทุกวินาที
เธอกำชายกระโปรงแน่นยิ่งกว่าเดิมพยายามบังคับตัวเองให้นั่งนิ่ง ทั้งที่ภายในกลับโกลาหลจนแทบจะะเิออกมา
ความเงียบในรถกดดันจนวารินนั่งไม่ติดเธอกอดกระเป๋าแน่น ขยับตัวเล็กน้อยเหมือนหาที่พึ่งแต่กลับยิ่งรู้สึกว่าร่างกายร้อนขึ้นทุกวินาที
ตอนรถเลี้ยวเข้าซอยแคบมือใหญ่ของโดมที่วางอยู่บนเกียร์ขยับมาเฉียดต้นขาของเธอเพียงนิดเดียววารินสะดุ้งเฮือก รีบเบี่ยงตัวหนีทันที เสียงหลุดออกมาโดยไม่ทันคิด “ขับให้ดีสิ!”
เสียงเธอดังเกินปกติจนสะท้อนอยู่ในรถแคบๆ โดมหันมามองเพียงแวบเดียว ริมฝีปากยกยิ้มบาง “ผมขับดีอยู่แล้วคุณหนูต่างหาก…ที่เป็คนสั่น”
วารินหน้าร้อนวูบรีบหันหน้าหนีออกไปทางกระจกเพื่อปกปิดอาการ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งฟ้องชัดว่ากำลังร้อนรนใบหูแดงจัดจนแทบไหม้
มือใหญ่กลับไม่ยอมผละออกไปเขาขยับมากำชายกระโปรงเธอไว้แน่น วารินแข็งเกร็งไปทั้งตัวหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา ทั้งอาย ทั้งโกรธแต่กลับไม่มีแรงผลักเขาออกเหมือนที่ผ่านมาเลย
วารินพยายามบิดตัวหนีแต่แรงกดจากมือใหญ่กลับยิ่งหนักแน่นขึ้น เธอหายใจติดขัดทันทีเหมือนอากาศในรถหายไปครึ่งหนึ่งแววตาคมที่เหลือบมามองเพียงเสี้ยววินาทีทำให้หัวใจเธอเต้นกระหน่ำจนแทบะเิ
“ปล่อยนะ…” เธอกัดฟันพูดออกมา เสียงสั่นจนแทบไม่เป็คำขณะมือเล็กพยายามดึงชายกระโปรงกลับมา แต่กลับยิ่งถูกกดตรึงแน่นขึ้นไปอีก
โดมไม่ได้ตอบในทันทีเพียงยกมุมปากขึ้นช้า ๆ แล้วก้มลงกระซิบใกล้หู“ถ้าจะสั่นขนาดนี้…อย่าโทษผมก็แล้วกัน” เสียงต่ำลากยาวจนวารินสะท้านไปทั้งร่าง
ความร้อนวูบพุ่งขึ้นหน้าเธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นทั้งเสียงและอาการที่กำลังทรยศหัวใจแต่ยิ่งฝืนเท่าไร ร่างกายกลับยิ่งอ่อนแรงลงทุกที ราวกับไม่มีที่พึ่งพิงใด ๆนอกจากััของเขา
รถยังคงแล่นต่อไปในความเงียบแต่ภายในกลับร้อนแรงราวกับถูกขังอยู่ในเตาไฟ วารินเบี่ยงหน้าหนีอีกครั้งสายตาหลบเลี่ยงทุกอย่างแต่หัวใจกลับยอมรับแล้วว่าไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้เลย
มือใหญ่ที่กดชายกระโปรงไม่หยุดเพียงเท่านั้นแต่ค่อย ๆ เลื่อนสูงขึ้นทีละน้อยวารินสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อััอุ่นใกล้จุดต้องห้าม เธอรีบดันแขนเขาออกเสียงโวยวายดังสั่น “ไอ้เลว…อย่ามายุ่งตรงนั้นนะ!”
แต่โดมกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาคมเหลือบมองเธอด้วยสายตาที่อ่านทะลุหมดทุกอย่าง “ตรงไหนครับ?…ตรงที่คุณหนูเปียกไปหมดแล้วงั้นเหรอ”คำพูดลามกที่ดังชิดหูทำให้เืเธอสูบฉีดร้อนวูบไปทั้งร่าง
“หะ...หุบปากนะ!” วารินกัดฟันเถียงแต่เสียงที่สั่นพร่ากลับกลบคำพูดแข็งกร้าวให้ดูไร้พลัง มือเล็กกำชายกระโปรงแน่นร่างกายกลับเกร็งสั่นเหมือนยอมรับความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
ปลายนิ้วแข็งแรงกดลึกลงบนผืนผ้าบางวารินครางสะดุ้งออกมาเสียงสั้นทันที ดวงตาปิดแน่นเหมือนอยากหนีแต่เสียงทุ้มยังซ้ำเติมไม่หยุด “เห็นไหม…คุณหนูไม่ได้ผลักผมออกเลยสักนิด”
หัวใจเธอเต้นแรงแทบทะลุอกความอายและความเสียวสลับกันจนแทบขาดใจ แม้ปากยังพยายามเอ่ยคำด่าแต่เสียงครางที่หลุดรอดกลับเป็หลักฐานชัดว่าเธอกำลังแพ้อย่างหมดรูป
ปลายนิ้วหนาเลื่อนแทรกผ่านเนื้อผ้าบางกดแนบกับจุดอ่อนไหวอย่างจงใจ วารินสะดุ้งเฮือกทั้งตัวเสียงครางแ่หลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ “อ๊ะ…อย่า…” คำห้ามสั้น ๆที่ไร้เรี่ยวแรงยิ่งทำให้เขากระตุกยิ้มเย็น
“ปากบอกไม่เอา แต่ตรงนี้กลับสั่นจนผมรู้สึกได้…” โดมก้มกระซิบชิดหูเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยแรงยั่วยวน นิ้วขยับกดวนช้า ๆ จนวารินเผลอกำเบาะแน่นดวงตาหลับพริ้มเหมือนอยากหนีแต่กลับไม่อาจต้าน
“ไอ้…เลว” เธอฝืนด่าออกมา เสียงสั่นพร่าแทบไม่เป็คำแต่กลับถูกตอกย้ำด้วยแรงกดหนักขึ้นอีกจนเธอเผลอแอ่นสะโพกหนีอย่างหมดทางเลือก
“คุณหนูนี่น่ารักจริง ๆ ครางหวานแบบนี้ ใครจะเชื่อว่าไม่อยาก”คำพูดหยาบแต่แฝงความท้าทายทำให้เืในกายวารินพลุ่งพล่านไปทั่วเธอกัดริมฝีปากแน่น แต่เสียงครางที่หลุดซ้ำ ๆ ก็ตอกย้ำว่าเธอห้ามตัวเองไม่ได้แล้ว
ทุกััทำให้บรรยากาศในรถคับแคบยิ่งกว่าเดิมราวกับพื้นที่ทั้งคันถูกกลืนด้วยเสียงหอบและแรงสั่นสะท้านที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้อีกต่อไป
แรงกดที่วนอยู่นานทำให้วารินแทบหมดแรงต้านร่างเล็กสั่นระริกจนต้องกัดริมฝีปากกลั้นเสียง แต่ไม่ทันไรปลายนิ้วแข็งแรงก็แทรกผ่านผืนผ้าเข้ามาลึกกว่าที่เธอคิดไว้สะโพกเล็กกระตุกทันทีพร้อมเสียงหวีดเบา “อ๊ะ…!”
เธอเผลอเอื้อมมือมากำแขนเขาแน่นเหมือนจะห้ามแต่กลับไร้เรี่ยวแรงจะผลักออกดวงตาเบิกกว้างแล้วหลุบต่ำลงด้วยความอายจนหายใจติดขัด “บอกว่าอย่า… อึ๊ก!”เสียงเธอขาดห้วง เมื่อแรงนิ้วดันลึกเข้าไปอีกจนร่างกายสั่นสะท้าน
โดมโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนเป่ารดข้างแก้มกระซิบเสียงต่ำเจือหยาบ “แน่นจริง ๆ คุณหนู…แค่หนึ่งนิ้วยังตอดผมแรงขนาดนี้”คำพูดลามกที่ชิดหูทำเอาวารินร้อนวูบไปทั้งกาย ใบหน้าแดงจัดแทบลามไปถึงคอ
“ไอ้บ้า…อย่าพูดนะ!” เธอพยายามโต้กลับแต่เสียงสั่นพร่ากลับหักล้างความตั้งใจทุกอย่างนิ้วใหญ่ยังคงขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้า ราวกับจงใจทรมานให้เธอครางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ร่างเล็กบิดหนีแทบไม่ไหวแต่ทุกการขยับกลับยิ่งทำให้ความเสียวพลุ่งพล่าน หนีไม่พ้นมีเพียงเสียงหอบกระเส่าและแรงสั่นที่บ่งบอกว่าหัวใจของเธอกำลังแพ้อย่างสิ้นเชิง
เสียงครางแ่ๆ ที่พยายามกลั้นไว้กลับดังถี่ขึ้นทุกจังหวะเมื่อปลายนิ้วหนาขยับแรงกว่าเดิมวารินบิดกายหนีแต่กลับยิ่งถูกดึงกลับมาแแ่สะโพกเล็กสั่นสะท้านจนเบาะหนังแทบสั่นตาม “อ๊ะ…อ๊ะ…ไม่...!”คำพูดขาดห้วงเมื่อคลื่นเสียวถาโถมขึ้นเรื่อย ๆ
โดมหรี่ตามองภาพตรงหน้าริมฝีปากยกยิ้มเย็นก่อนกระซิบเสียงต่ำ“คุณหนูหนีไม่พ้นหรอก…ยิ่งขยับยิ่งตอดผมแรงขึ้น”เขาเน้นแรงกดลึกขึ้นกว่าเดิมจนวารินร้องสะท้านมือเล็กเผลอกำแขนเขาแน่นเหมือนขอที่ยึดเหนี่ยว
“อย่าพูด…อึ๊ก!” เธอด่าออกมาเสียงสั่นแต่กลับหลุดเสียงครางยาวตามแรงนิ้วที่เร่งเร้าหนักขึ้นหัวใจเต้นแรงจนหายใจแทบไม่ทัน ความรู้สึกวูบวาบพุ่งทะยานขึ้นสูงจนสติพร่าเลือน
“เสียงหวานแบบนี้…คุณหนูกำลังจะเสร็จเพราะนิ้วผมแล้วใช่ไหม”เสียงกระซิบติดจะเยาะหยันดังข้างหู ทำให้วารินกัดริมฝีปากจนเจ็บแต่ร่างกายกลับโต้เถียงแทนเธอด้วยแรงสั่นสะท้านที่ไม่มีวันปิดบังได้
เธอส่ายหัวแรงพยายามปฏิเสธทั้งน้ำตาคลอแต่ทุกการขยับนิ้วที่ถี่แรงขึ้นทำให้เสียงครางพร่าแ่หลุดออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้อีกต่อไปร่างเล็กจมอยู่ในเกลียวคลื่นแห่งความเสียวที่โหมกระหน่ำจนแทบแตกสลาย
แรงนิ้วที่เร่งถี่และลึกขึ้นทุกจังหวะทำให้ร่างเล็กที่บิดหนีตลอดแทบทรุดพังลงตรงเบาะหนังวารินครางสะท้านเสียงสูง ใบหน้าแดงซ่านจนเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อที่ผุดทั่วหน้าผากเธอกัดริมฝีปากแน่นแต่ก็กลั้นไม่อยู่ เสียงครางยาวพร่าหลุดออกมาเต็มสองหูของเขา“อ๊ะ…อ๊าาา…!”
สะโพกเล็กกระตุกถี่เมื่อปลายนิ้วแข็งแรงกดลึกสุดแรงร่างกายตอบสนองอย่างทรยศ หัวใจเต้นกระหน่ำจนหายใจแทบไม่ทัน วารินหลับตาแน่นน้ำตาคลอพร่าเพราะความเสียวซ่านที่พุ่งทะลักขึ้นจนเกินจะทนไหว
“สุดยอดเลย…คุณหนูครางได้เร้าใจจริง ๆ” โดมกระซิบเสียงต่ำติดหอบริมฝีปากแนบข้างหูพลางขยับนิ้วแรงอีกสองครั้งราวกับตอกย้ำให้เธอจมลงในห้วงสุดท้ายวารินสะท้านเฮือก ร่างเล็กกระตุกแรงก่อนจะหมดเรี่ยวแรงซบพิงเบาะไปทั้งตัว
มือเล็กที่กำแขนเขาอยู่ค่อยๆ คลายออก หอบหายใจถี่แรงจนหน้าอกขยับขึ้นลงไม่หยุดความวูบวาบที่แล่นทั่วกายยังหลงเหลือในทุกเส้นประสาทร่างกายอ่อนแรงจนขยับแทบไม่ไหว
เธอพยายามเบือนหน้าหนีด้วยความอายไม่กล้าสบตาคมที่ยังจับจ้องอยู่แต่ความจริงกลับฟ้องไปหมดแล้วว่าเธอเพิ่งแตกคานิ้วเขาไปอย่างสิ้นเชิง
เสียงหอบถี่สะท้อนก้องอยู่ในรถเงียบวารินซบพิงเบาะเหมือนหมดเรี่ยวแรง ร่างเล็กยังสั่นเป็ระยะมือเล็กยกขึ้นกุมอกตัวเองแน่นเพื่อกลบจังหวะหัวใจที่เต้นแรงไม่หยุดความร้อนวูบวาบยังแผ่ไปทั่วจนแทบไม่เชื่อว่าตัวเองเพิ่งปลดปล่อยออกมาตรงนี้
โดมถอนนิ้วออกช้าๆ แล้วไล้เบา ๆ กับต้นขา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างพอใจเขาเอนตัวกลับไปจับพวงมาลัยต่อราวกับทุกอย่างเป็เื่ปกติเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้า ๆ “คุณหนูไม่เก่งเื่การโกหกเลย…ปากบอกไม่เอาแต่ร่างกายดันซื่อสัตย์เกินไป”
วารินสะดุ้งเฮือกทันทีดวงตาเบิกกว้าง รีบหันหน้าหนีไปอีกทาง แก้มแดงจัดจนแทบไหม้ “หุบปากไปเลยนะ!ฉันไม่ได้…ไม่ได้เป็แบบนั้น” เสียงเธอสั่นอย่างเห็นได้ชัดยิ่งปฏิเสธก็ยิ่งตอกย้ำว่าเธอเพิ่งยอมให้เกิดขึ้นจริง
ความอายและความโกรธตีตีกันจนทำให้เธอกำชายกระโปรงแน่นเหมือนหาที่ยึดเหนี่ยวน้ำเสียงแข็งกร้าวกลับไม่สามารถกลบเสียงครางและภาพเมื่อครู่ที่ยังวนอยู่ในหัวได้เลยหัวใจเต้นแรงจนร่างทั้งร้อนทั้งสั่นไม่หยุด
โดมเหลือบมามองเพียงแวบรอยยิ้มเจือเย็นยังไม่จางหาย ความเงียบกลับมาปกคลุมในรถอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ความสงบหากเป็แรงกดดันที่หนักแน่นยิ่งกว่าเดิมราวกับไฟที่เพิ่งโหมลุกยังไม่มีทีท่าจะดับลงง่าย ๆ
รถแล่นไปอย่างเงียบเชียบเหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่สม่ำเสมอ วารินนั่งนิ่งพิงเบาะพยายามกอดกระเป๋าเข้ากับตัวเองแน่นเหมือนเป็เกราะสุดท้ายแต่ร่างกายกลับยังสั่นสะท้านเป็ระยะหัวใจเต้นแรงรัวไม่ต่างจากตอนอยู่ในห้วงคลื่นเสียวเมื่อครู่
เธอหันหน้าหนีตลอดทางไม่กล้าสบตาคนขับที่นั่งอยู่ใกล้เกินเอื้อม แก้มแดงซ่านไม่ยอมหายริมฝีปากเม้มแน่นแต่ก็สั่นน้อย ๆ ทุกครั้งที่นึกถึงััหยาบกร้านเมื่อครู่ความอายกัดกินจนอยากหายตัวไป แต่ลึก ๆ กลับมีไฟวูบวาบที่โหยหาจนแทบทนไม่ไหว
เมื่อรถจอดหน้าบ้านเธอรีบคว้ากระเป๋าเปิดประตูลงโดยไม่หันกลับไปมองสักนิดก้าวขาแทบจะวิ่งหนีเข้าประตูบ้านราวกับกลัวว่าหากอยู่ใกล้เขานานกว่านี้จะเผยความลับในใจออกมาทั้งหมด
เธอพุ่งขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนทันทีปิดประตูลงแรงจนเกิดเสียงดัง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งหอบแรงหลังบานประตูมือเล็กยกขึ้นกดอกตัวเองแน่นเหมือนพยายามสะกดหัวใจที่ยังเต้นรัวไม่หยุด
แม้ปากจะยังไม่ยอมรับแต่ลึก ๆ เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่มีวันจบลงง่าย ๆต่อให้พยายามปฏิเสธแค่ไหน ร่างกายและหัวใจกลับทรยศซ้ำแล้วซ้ำเล่าวารินหลับตาลงแน่น ปล่อยให้ความจริงนั้นก้องอยู่ในใจ เธอโหยหาเขาเข้าไปแล้วและไม่มีทางหวนกลับได้อีก