ตอนที่16 ตอบโต้ลูกค้า
โจวหนิงอันกำหมัดแน่นเมื่อได้ยินคำตอบจากลูกค้าคนสวยพลางข่มความโมโหเอาไว้เต็มที่ แล้วกวาดตามองตำแหน่งกล้องวงจรปิดภายในร้าน
ค่อยยังชั่ว หน้าร้านยังมีกล้องวงจรปิดอยู่ หวังว่ากล่องเก็บข้อมูลจะยังทำงานได้ดีเดี๋ยวเหอะยัยคนนี้นี่! จงใจหาเื่ฉันซะจริง! เดี๋ยวบอกให้หลงคุนช่วยจัดการซะเลย!
สะใภ้รองตระกูลหลงรู้สึกขบเขี้ยวเคี้ยวฟันลูกค้าสาวเป็อย่างยิ่ง พลางนึกอยากเอาคืนอีกฝ่ายในทีเพราะจงใจหาเื่ตนมากเกินไปทั้งที่ตนพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแล้ว
พอเห็นว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่ไม่กี่ตัวแต่ยังดีมีในตำแหน่งจัดแสดงสินค้าหน้าร้านจึงไม่คิดยอมแพ้ง่ายดาย ถึงแม้เธอจะมีเงินจ่ายค่าสินค้าเสียหายให้แก่เถ้าแก่ชราได้ก็ตามทว่าเธอไม่ยินยอมเป็เบี้ยล่างให้คนอื่นดูแคลนได้อีก
จากนั้นสะใภ้รองตระกูลหลงยิ้มใจเย็นเมื่อข่มความโมโหได้ในเวลาไม่กี่วินาทีก่อนตอบกู้เฟยจูด้วยน้ำเสียงยโสว่า
“ถึงฉันจะเป็แค่ลูกจ้างของร้านนี้ แต่ฉันก็มั่นใจว่าไม่ได้ตั้งใจซุ่มซ่ามถ้าอย่างนั้นฉันจะแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน ถ้าตำรวจมาตรวจสอบที่นี่แล้วตัดสินยังไงค่อยว่ากันหรือไม่ก็รอให้ศาลสั่งฉันชดใช้ค่าสินค้ากับเถ้าแก่ ถึงตอนนั้นฉันจะจ่ายให้เถ้าแก่เองไม่รบกวนคุณให้ต้องมาเดือดร้อนด้วยหรอก”
เมื่อตอบลูกค้าหญิงจอมหาเื่เสร็จแล้ว โจวหนิงอันผินหน้าไปบอกรุ่นพี่ชายด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า
“รุ่นพี่จงคะ ช่วยโทรเรียกตำรวจมาที่ร้านทีค่ะ”
พลันมีเสียงพูดขัดจังหวะโจวหนิงอันดังมาจากแฟนหนุ่มของลูกค้าสาว ด้วย้าให้เื่ราวจบลงด้วยดีว่า
“จูเอ๋อร์ คุณก็อย่าหาเื่พนักงานตัวเล็ก ๆ หน่อยเลยน่า ยังไงหล่อนก็คงได้เงินเดือนไม่เยอะหรอกไม่งั้นก็ให้ผมจ่ายแทนดีไหม เื่จะได้จบ ๆ ไปซะ คุณจะได้รีบหาของไปอวยพรคุณตา เดี๋ยวไปแต่งหน้าทำผมไม่ทันนะครับ”
ทันใดนั้นสองสาวพูดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า “ไม่ต้อง!”
กู้เฟยจูโมโหแฟนหนุ่มที่แสดงตัวให้ความช่วยเหลือลูกจ้างสาว ด้วยรู้ดีว่าเขาหมายตาบางสิ่งในตัวอีกฝ่ายซึ่งเป็นิสัยแก้ไม่หายสักที
ส่วนโจวหนิงอันไม่้าเป็หนี้บุญคุณใคร เพราะมีสามีรวยมากพอจ่ายให้ได้ทั้งเธอยังมีเงินในบัญชีมากพอจ่ายชดเชยให้เถ้าแก่ร้านโดยไม่ต้องยืมมือใครประการสำคัญเธอเคยผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน จนมองออกว่าสายตาของชายหนุ่มจ้องมองตนตาเป็มันหมายถึงสิ่งใด
ด้านจงห่าวหรานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมโทรหาตำรวจ ด้วยอยากช่วยเหลือรุ่นน้องเพราะััได้ว่าเื่ดังกล่าวมีที่มาไม่ปกติจึงไม่อยากให้รุ่นน้องเกิดปัญหากับทางร้าน ทั้งไม่เกรงกลัวอิทธิพลของตระกูลกู้แห่งเมืองหลวงด้วยเพราะมั่นใจในความช่วยเหลือจากเถ้าแก่
บรรยากาศในร้านตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายชั่วขณะกระทั่งกัวอี้จุนส่งเสียงกระแอมไอแล้วช่วยพูดคลี่คลายสถานการณ์ให้กับทุกฝ่ายว่า
“จูเอ๋อร์ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะครับตอนนี้คุณเหลือทางเลือกไม่มากแล้ว ยิ่ง่นี้เป็่ตรุษจีน ร้านอื่นก็ปิดกันหมดแล้วคุณจะไปซื้อของโปรดให้คุณตาได้ยังไง คุณรีบเลือกสินค้าสักชิ้นแล้วออกไปเถอะกว่าคุณจะแต่งตัวทำผมเสร็จก็ใช้เวลานาน เดี๋ยวจะเข้าร่วมงานสายเกินไปนะครับ”
จงห่าวหรานลอบพ่นลมหายใจโล่งอกเมื่อมีลูกค้าชายช่วยพูดให้สถานการณ์ดีขึ้นพลางผายมือเชิญลูกค้าสาวเป็เชิงอาสาทำหน้าที่แทนรุ่นน้องเพราะรู้ดีว่าจำเป็ต้องสับเปลี่ยนคนให้บริการลูกค้าในทันทีว่า
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมช่วยแนะนำสินค้าให้เองครับเชิญมาชมทางนี้ก่อนดีไหม ในร้านเรามีสินค้าหลายแบบ ไม่ทราบว่าท่านผู้เฒ่าชื่นชอบแบบไหนเป็พิเศษครับ”
รุ่นพี่ชายส่งสัญญาณให้รุ่นน้องสาวไปนำอุปกรณ์จากหลังร้านมาเก็บกวาดสินค้าแตกหักโดยปล่อยให้การดูแลลูกค้าเป็หน้าที่ตนแทน
“ก็ได้ค่ะ” กู้เฟยจูตอบกระชากเสียงไม่พอใจด้วยไม่้าเสียเวลาอยู่ในร้านเช่นกัน
จากนั้นจงห่าวหรานต้อนลูกค้าหนุ่มสาวไปเลือกชมสินค้ายังหน้าร้านอีกครั้งโดยอธิบายถึงคุณลักษณะสินค้าแต่ละชิ้นอย่างคล่องแคล่ว จนดึงดูดความสนใจของลูกค้าทั้งสองคนได้เป็อย่างดี
“ซวยแต่เช้าเลยนี่ฉันจะลบคำนี้ออกไปจากชีวิตไม่ได้เชียวเหรอ”
โจวหนิงอันก้มมองเศษกระเบื้องบนพื้นก่อนส่ายหน้าไม่พอใจชะตากรรมของตนเองพลางหมุนไปตัวหยิบอุปกรณ์มาเก็บเศษแตกหักของแจกันกระเบื้องโดยไม่สนใจลูกค้าทั้งสองคนอีก
อนึ่งสะใภ้รองตระกูลหลงไม่สนใจแล้วว่าลูกค้าหนุ่มจะช่วยจ่ายแทนหรือไม่เพราะเธอคิดว่าสามารถจ่ายเองได้โดยไม่จำเป็ต้องให้เขาเข้ามาวุ่นวายในชีวิต
อย่างไรก็ตามโจวหนิงอันไม่รู้ตัวสักนิดว่าหลงคุนส่งบอดี้การ์ดฝีมือดีลอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ โดยบอดี้การ์ดใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบสถานการณ์ แล้วรายงานเหตุอันคาดไม่ถึงของเ้านายสาวให้หลงคุนรับรู้เป็ระยะเลขานุการซ้ายมีคำสั่งไปถึงบอดี้การ์ดผู้เฝ้าสังเกตการณ์โดยไม่จำเป็ต้องรายงานให้เ้านายหนุ่มรับรู้ก่อนว่า
“เข้าใจแล้วเดี๋ยวฉันจะรายงานเื่นี้กับบอสเอง ร้านนั้นมีกล้องวงจรปิดอยู่พอดีใช่ไหมนายประสานทีมไอทีช่วยแฮ็กข้อมูลตรวจสอบก็รู้แล้วว่ามันเป็ยังไง ส่วนฉันจะโทรหาผู้เฒ่าเหออี้เองนายดูสถานการณ์ต่อไปแล้วรายงานฉันมาเรื่อย ๆ ละกัน”
เมื่อหลงคุนวางสายจากบอดี้การ์ดเขาโทรหาใครบางคนให้รายงานอุบัติเหตุของเ้านายสาวแก่เ้านายหนุ่มแทน ก่อนพูดกับคนขับรถซึ่งจอดซุ่มอยู่ไม่ไกลจากตลาดสินค้าโบราณวัตถุว่า
“เหอะ!ตระกูลกู้แห่งเมืองหลวงงั้นเหรอ คิดว่าตัวเองใหญ่นักเหรอไง เดี๋ยวบอกให้บอสระงับความร่วมมือโพรเจกต์ใหม่ซะนี่วอนหาเื่ซะแล้วไหมล่ะ”
คนขับรถเพิ่งเงยหน้าจากโทรศัพท์แล้วบอกข้อมูลเพิ่มเติมของกู้เฟยจูให้เลขานุการซ้ายฟังด้วยท่าทีสุภาพว่า
“ลูกพี่ซ้ายครับให้คนของเราช่วยเอาคืนหล่อนสักนิดหน่อยดีไหม ในกำหนดการหล่อนมีนัดไปแต่งหน้าทำผมอยู่ร้านในสาขาของเราพอดี”
หลงคุนเลิกคิ้วประหลาดใจแล้วมีสีหน้าเ้าเล่ห์ก่อนตอบรับข้อเสนอของคนขับรถอย่างสบายใจว่า
“จัดให้สักดอกสองดอกหน่อยสิเอาแบบไม่ต้องให้แสดงผลทันทีนะ ให้ไปแสดงผลในงานแซยิดดีกว่าแบบนั้นค่อยน่าสนุกหน่อย เอาให้หล่อนได้เป็ข่าวหน้าหนึ่งเลยยิ่งดี”
“ครับผม!” คนขับรถรับคำสั่งด้วยท่าทีกระตือรือร้น
ด้านโจวหนิงอันเพิ่งรับโทรศัพท์จากชายชราเหออี้หลังจากเก็บเศษซากแจกันกระเบื้องไว้ในกล่องกระดาษเสร็จพอดีพลางทวนคำสั่งชายชราด้วยความงุนงงเพราะตนกำลังจะอ้าปากสารภาพผิดแต่ไม่ทันว่า
“อะไรนะคะเถ้าแก่ลูกค้าบอกจะเอาแจกันกระบื้องที่แตกหักไปศึกษาโครงสร้างเหรอคะ ได้ค่ะเดี๋ยวฉันจะห่อให้อย่างดี”
หลังจากนั้นสะใภ้รองตระกูลหลงพึมพำด้วยความสับสนด้วยไม่คิดว่าจะมีลูกค้าประหลาด้าซื้อสินค้าราคาแพงไปศึกษาทั้งที่เธอรู้ดีว่าแจกันกระเบื้องดังกล่าวควรมีราคาต่ำลงเพราะกลายเป็เศษซากไปแล้วว่า
“ลูกค้าอะไรประหลาดซะจริงยอมซื้อของแพงเท่าราคาปกติไปศึกษาเนี่ยนะ ช่างเหอะถือซะว่าฉันยังไม่ซวยเท่าแต่ก่อนก็พอ”
สุดท้ายโจวหนิงอันละเื่ลูกค้าประหลาดแล้วรีบบรรจุเศษแจกันกระเบื้องลงในกล่องสวยงาม รอลูกค้ามารับที่ร้านพลางชะโงกหน้ามองลูกค้าคู่กรณีอยู่หน้าร้าน แล้วแลบลิ้นเยาะเย้ยอีกฝ่ายทันที เนื่องด้วยตนไม่ต้องจ่ายเงินค่าสินค้าให้เถ้าแก่ร้านอีก
อย่างไรก็ตามท่าทางแลบลิ้นของเธอถูกทีมไอทีของกลุ่มดิวันแฮ็กได้พอดีภาพเธอจึงถูกส่งผ่านโทรศัพท์ของหลงคุนไปยังเ้านายหนุ่มในเวลาหลังจากนั้นไม่นานนักแต่มีเสียงหัวเราะดังลั่นจากหลงคุนกับคนขับรถเมื่อเห็นภาพเ้านายสาวแลบลิ้นเยาะเย้ยคู่กรณี
ด้านกู้เฟยจูและแฟนหนุ่มเลือกชุดน้ำชาโบราณราคาแพงระดับกลางของทางร้านไปโดยมีจงห่าวหรานช่วยห่อในกล่องหรูหราเหมาะเป็ของขวัญอย่างรวดเร็ว ทั้งยังไม่สนใจให้ข้อมูลเบอร์โทรของรุ่นน้องสาวกับลูกค้าหนุ่มที่พยายามเข้ามาคุยกับตนเป็การส่วนตัวอีกด้วย
กระทั่งลูกค้าคู่แรกของร้านจากไปจงห่าวหรานเพิ่งมีโอกาสกลับมานั่งคุยกับรุ่นน้องสาวบนโต๊ะกลมตัวเดิมพลางถามความเป็มาอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจว่า
“ให้รุ่นพี่ถามหน่อยเถอะอันอันตกลงเื่มันเป็ยังไงกันแน่”
“ไม่มีอะไรมากนักหรอกค่ะเื่มันเป็อย่างนี้.....” โจวหนิงอันอธิบายที่มาของเหตุวุ่นวายกับลูกค้าสาวทันที
เมื่อจงห่าวหรานฟังเื่ราวทั้งหมดจบลงพลางตบโต๊ะดังปังแล้วพูดด้วยความมั่นใจว่า
“พี่ว่าแบบนี้มันหาเื่กันชัดๆ สงสัยคงโมโหหึงที่แฟนตัวเองสนใจรุ่นน้องแน่เลย ตอนพี่กำลังห่อของขวัญให้หล่อนน่ะนะเ้าหมอนั่นก็ทำเนียนมาขอเบอร์โทรอันอันด้วยแหละ แต่พี่ไม่ได้ให้ไปหรอก ท่าทางโคตรเ้าชู้เลยคนสวยน่ารักแบบอันอันเนี่ย ควรจะได้ผู้ชายดีกว่านี้”
โจวหนิงอันยิ้มรับความคิดเห็นจากรุ่นพี่ชายก่อนเฉลยความจริงให้เขาฟังว่า
“อันที่จริงฉันแต่งงานแล้วค่ะต่อให้ผู้ชายคนนั้นหล่อหรือรวยแค่ไหน ยังไงก็สู้สามีฉันไม่ได้หรอกค่ะ”
“ฮ้า!!! จริงเหรอ?! รุ่นน้องแต่งงานแล้วเหรอเนี่ย ทำไมไม่ใส่แหวนแต่งงานล่ะ”
จงห่าวหรานอุทานเสียงดังอย่างคาดไม่ถึงพลางกวาดตาสำรวจหาแหวนแต่งงานด้วยความสงสัยเพราะไม่ปรากฏอยู่บนนิ้วนางซ้ายอย่างที่ควรจะเป็
โจวหนิงอันยิ้มเขินพลางตอบเขาตามจริงว่า “แหวนก็มีอยู่หรอกค่ะ แต่มันวงใหญ่แล้วเตะตาเกินไปฉันกลัวว่าจะไม่สะดวกตอนทำงานก็เลยถอดเก็บไว้น่ะ รุ่นพี่อยากดูไหมคะเดี๋ยวฉันจะหยิบออกมาให้ดู”
จงห่างหรานโบกมือปฏิเสธด้วยความสบายใจว่า“ไม่ต้อง! ไม่ต้อง!พี่เชื่อคำพูดอันอัน มีสามีก็ดีแล้ว ว่าแต่หล่อและรวยกว่าเ้าหมอนั่นจริง ๆ เหรอ เป็คุณชายตระกูลไหนล่ะเ้าหมอนั่นมาจากตระกูลอันดับสองของเมืองหลวงเชียวนะ ส่วนผู้หญิง...พี่เคยเห็นออกข่าวบ่อยอยู่นั่นก็คุณหนูตระกูลกู้แห่งเมืองหลวง”