บทที่ 7
“ โอ๊ยย..เรกเก้เซนจะสำลัก ”
เขาหัวเราะพลางดึงทิชชูมาซับปาก
เรกเก้นั่งมองอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักหล่อนเกาคิ้วเบาๆ
“ก็ไม่จริงเหรอ เซนต้องระวังไม่ให้มีข่าวพวกนี้ไม่ใช่รึไง ”
“ก็ใช่ แต่นี่เพื่อนไง ”
“ตกลงไปดูหนังกันสองคนก็ได้ใช่มะ ”
“เซนก็ไปไหนกับเพื่อนผู้หญิงบ่อยๆนะ ไปสองคนก็บ่อย ถ้าเป็เพื่อนเซนพูดได้เต็มปากว่าเพื่อนเซนไม่กลัวแล้วก็ไม่จำเป็ต้องปิด ”
“อ๋อๆ ” เรกเก้พยักหน้า
พอถึงตอนคิดเงินก็มาถกเถียงกันเื่เซนจะเลี้ยงแต่เรกเก้จะแชร์หล่อน้าให้มันชัดเจนไปเลยว่าเซนมากับเพื่อน
“เลี้ยงเพื่อนก็ได้ นานๆเจอกันที ตั้งสามสี่ปีแล้วเพิ่งจะได้มานั่งคุยนั่งกินข้าวกันแบบนี้”
เรกเก้นิ่งไปนิดนึงสุดท้ายก็ปล่อยให้เซนเป็ฝ่ายออกเงินค่าอาหารทั้งหมด
“ ถ้างั้นเก้เลี้ยงหนังโอเคนะหายกัน ” หล่อนรวบรัด
“ก็ได้ โอเค เลี้ยงป้อบคอร์นด้วยนะ ”
“ จ้า”
เพราะความที่ตัดสินใจฉุกละหุกก็เลยเหมือนเสี่ยงทายว่าจะได้ดูเื่อะไรในรอบที่ใกล้เคียงเวลาที่สุดหนังที่เลือกดูเป็หนังฝรั่ง โรแมนติกคอมเมดี้ เนื้อเื่ประมาณเพื่อนแอบรักเพื่อนดูแล้วได้หัวเราะเบาสมอง
นั่งดูมาได้สักพักเซนสังเกตเห็นเรกเก้เริ่มนั่งกอดอก กอดแขน
“หนาวเหรอ เอาเสื้อเซนไปใส่สิ ”
เขาถอดเสื้อกันหนาวฮู้ดสีดำส่งให้เธอโดยไม่รอคำตอบ
“ขอบใจนะ ” รับมาอย่างว่าง่าย
“ หืมม..กลิ่นน้ำหอม”
หล่อนว่าพลางจับเสื้อเซนดมและคนที่เป็ฝ่ายเขินคือเซน
“ ใช่เซนใส่น้ำหอม ทนดมกลิ่นหน่อยละกัน ” เซนเอียงหน้ามากระซิบ
ไออุ่นจากเสื้อคละเคล้ากับกลิ่นน้ำหอมของเซนมันให้ความรู้สึกที่อุ่นซ่านมาจากข้างใน..
ไม่หรอกเสื้อก็คือเสื้อใส่แล้วก็ต้องอุ่นเป็ธรรมดา อย่าอะไรมาก
“ถ้าเซนหนาว บอกเก้เลยนะ ผลัดกันใส่ก็ได้ ”
หล่อนเอียงหน้ามากระซิบ
แต่จนหนังจบเสื้อดำของเซนก็ยังอยู่กับเรกเก้แม้ว่าหล่อนจะคอยถามด้วยความห่วงกังวลอยู่เป็ระยะ
เซนอาสาไปส่งเรกเก้ที่บ้านและจะได้แวะไปดูบ้านตัวเองด้วยหล่อนก็เห็นดีด้วยแต่ก่อนกลับเธอขอลงไปเดินดูกับข้าวติดมือกลับฝากที่บ้าน
ลงมาที่ชั้นGของห้าง จัดเป็โซนขายอาหารแบบซื้อกลับบ้าน คนเดินกันหนาแน่นจนถึงกับเบียดกันในบาง่ร้าน ยืนรอกันอยู่ตรงหน้าร้านยำเมนูยอดฮิต
เซนเอื้อมมาแตะโอบไหล่หญิงสาว
เธอหันมองเงอะงะก่อนที่เขาจะรั้งให้หล่อนขยับหลีกคนอื่นๆที่แทรกเข้ามาใกล้เกินไป เซนบอกให้หล่อนย้ายมายืนอีกด้านของเขาและตลอดเวลาที่เดินอยู่ในโซนอาหารนั้น เรกเก้เหมือนมีพี่ชายมายืนคุมคอยดูแลความปลอดภัย
จริงอยู่ว่ามันเป็สิ่งอันควรกระทำในฐานะที่เขาเป็ผู้ชายแต่ถ้าในฐานะเพื่อนหล่อนไม่แน่ใจและก็ไม่ค่อยสะดวกใจที่เขาปฏิบัติกับหล่อนแบบนี้เลย
เมื่อเลี้ยวรถเข้าโครงการหมู่บ้านมาก็จะถึงบ้านเซนก่อนบ้านเรกเก้
“เก้จะรอในรถก็ได้นะ ” เซนบอกหลังเข้าจอดเรียบร้อยในโรงจอด
“ไม่เป็ไร เก้เข้าไปด้วยได้ใช่ปะ ไม่ได้มานานละ ”
“ได้ดิ ”
เซนเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้เพื่อให้มีแสงสว่างสาดมาตอนไขประตูเข้าบ้านบริเวณรอบบ้านมีเศษใบไม้กิ่งไม้และชานพักหน้าบ้านก็เต็มไปด้วยฝุ่นจับ
เข้ามาภายในบ้านเซนเปิดไฟสว่างไสวทั้งหลัง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นยังคงอยู่ที่เดิมมีฝุ่นเกาะบางๆอยู่โดยรอบ
“เดี๋ยวเซนไปเอาของแป๊บนะ เก้เดินเล่นรอไปก่อนนะ ”
เรกเก้พยักหน้าแล้วเซนก็เดินหายไปในครัว
เธอเดินสำรวจดูรอบๆมองไปที่ชั้นพักบันได มีรูปครอบครัวกรอบไม้สักขนาดใหญ่ติดผนังไว้ หญิงสาวเดินขึ้นไปดูใกล้ๆเป็รูปตอนที่เซนยังอยู่ในวัยประถม เด็กน้อยยืนอยู่ตรงกลาง ข้างซ้ายเขาคือพ่อที่ยังดูหนุ่มและหล่อส่วนแม่เซนเป็ผู้หญิงสวยที่ดูเรียบร้อย ใจดีความจริงรูปนี้เมื่อก่อนหล่อนก็เคยเห็นจนชินตา แต่ขณะที่มายืนดูตอนนี้มันช่างอ้างว้างวังเวงใจ
เรกเก้ยกมือไหว้บุคคลในรูปนั้นด้วยความเคารพและรำลึกถึงใจนึกอยากถ่ายรูปนี้เก็บไว้แต่ไม่กล้า และไม่รู้จะถ่ายเก็บไว้ด้วยเหตุผลอะไรใครมาเห็นเข้าคงรู้สึกแปลก มันก็แค่ความรู้สึกอยากเก็บไว้ดูโดยไม่มีเหตุผล
“ทำไมเหรอ? ”
จู่ๆเสียงเซนก็มาดังใกล้อยู่ข้างหลังทำเอาเรกเก้อุทานออกมาด้วยความใ หล่อนผงะชักเท้าถอยมาชนกับเซนที่ยืนอยู่ในระยะประชิด
เขาคว้าที่ต้นแขนหล่อนไว้อีกมือหนึ่งประคองรับที่เอว ตัวของเรกเก้แนบชิดกับเซน แม้กระทั่งใบหน้าที่ใกล้กันจนได้ยินเสียหายใจของเขาอยู่ที่ข้างหู
เธอรู้สึกร้อนวูบวาบจากัันี้ของเซนหัวใจเธอเต้นรัวโครมครามขึ้นมา หล่อนรีบผละออกจากเขาในทันที
“ใหมด! เซนมายืนอยู่เงียบๆตอนไหนถ้าหงายกลิ้งตกบันไดไปจะทำไงฮะ? ”
“แล้วหงายมั้ยล่ะ ” เซนพูดเยาะๆ
หล่อนทำงุ่นง่านใส่เขาแล้วหนีลงบันไดมาซ่อนหน้าไม่ให้อีกฝ่ายเห็น
“ ก็ไม่คิดว่าจะใขนาดนี้นี่เซนเดินขึ้นบันไดมาก็นึกว่าได้ยินแล้ว ”
เขาเดินตามลงมาเรกเก้เห็นถุงใส่ของที่เซนขนมาวางไว้บนโซฟากลางบ้าน เป็ของใช้จิปาถะ ถ้วย ชามช้อน แปรงทำความสะอาด น้ำยาล้างจานและอื่นๆอีก
“ขนของไปใช้ที่หอเหรอ ”
“ใช่ ี้เีซื้อ ขนๆไปใช้ก่อน ”
“ มางั้นช่วย ”
หล่อนตรงไปคว้าถุงของบางส่วนไว้ความร้อนที่หน้ายังไม่หายไป ไม่รู้ว่าตัวเองยังหน้าแดงอยู่มั้ยเรกเก้พยายามควบคุมสติและอารมณ์ตัวเองให้มั่น ทำตัวเป็ปกติโดยเร็ว
เซนหอบหิ้วของเดินนำมาเก็บที่ท้ายรถจัดการตรวจตราก่อนปิดล็อคบ้าน แล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านเรกเก้
“เมื่อกี้ไปยืนดูรูป มีอะไรเหรอ ” เซนถามอีกครั้ง
“ก็ไม่มีอะไรหรอก...คิดถึง อะไรเก่าๆ ”
เซนหันมามองหล่อนเหมือนอยากเอ่ยคำ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร
“ถ้าจะปล่อยเช่า รูปนั้นก็ต้องเอาออกใช่ปะ แล้วเซนจะเอาไปไว้ไหน ”
“ไม่อย่างนั้นก็อาจจะต้องขอห้องเก็บของไว้เก็บข้าวของเราไปเลยห้องนึง แต่ก็มีแบบที่เค้าหาคนมาเช่าแบบแชร์บ้านแล้วอยู่ด้วยกัน ”
“อันหลังน่าจะยาก จะแชร์กับใคร ”
“ก็อาจจะต้องที่สนิท ไว้ใจกัน ”
แล้วก็คุยกันเื่ปล่อยบ้านให้คนเช่าเรื่อยมาจนถึงบ้านเรกเก้
คุณแม่เรกเก้ออกมาต้อนรับพูดคุยกับเซนอย่างคุ้นเคยหล่อนเป็แม่บ้านที่ดูอบอุ่น สบายๆ วัย50ปลายๆ ใบหน้านั้นบ่งบอกว่ามีเชื้อสายจีน แม่ชวนให้เซนอยู่กินข้าวแต่เขาปฏิเสธไปเพราะยังต้องขับรถกลับหอพัก คุยกันต่อไม่นานเซนก็ขอตัวลา
เรกเก้มาส่งที่ประตูรั้ว
“ขอบคุณนะที่มาส่ง แล้วก็ที่เลี้ยงข้าวด้วย ”
“โอเค ขอบคุณที่เลี้ยงหนังเหมือนกัน ”
เซนเข้ารถสตาร์ทเรกเก้รีๆรอๆ เหมือนว่าเซนสังเกตเห็น
เขาเคลื่อนรถมาใกล้แล้วลดกระจกลง
“ไม่รีบเข้าบ้านไป ” เขาหยุดถาม “มีอะไรรึเปล่า ”
“เปล่า...ขับรถไปตั้งไกล ถึงแล้วทักมาบอกมั่งนะ ”
“ อ๋อ...โอเคเดี๋ยวถึงแล้วไลน์มาบอก ” เซนพูดยิ้มๆ
รอยยิ้มกับสายตาของเขาทำเอาเรกเก้ร้อนรนขึ้นมา
“คือเห็นว่าเมื่อเช้ามาแต่เช้ามืด แอบเห็นแกหาวตั้งหลายทีกลัวไปไม่ถึงหอนะไม่ใช่อะไรหรอก ”
“โอเค ไม่หลับในแน่นอนขึ้นทางด่วนไปแปบเดียวถึง ”
เซนขับรถออกไปแล้ว
ก่อนหน้านี้เรกเก้ดีใจที่ได้มาเจอมาคุยกับเซนอีกครั้งแต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจ เพราะอะไรเธอถึงรู้สึกว่าต้องระมัดระวังไปหมดเวลาที่อยู่กับเซน
ั้แ่เมื่อต้นปีที่มีผู้หญิงโทรมาหาพัทแฟนของเรกเก้จุดที่ทำให้หล่อนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติจากท่าทีของฝ่ายชายและมันยิ่งชัดเมื่อเธอบังเอิญไปนั่งใช้คอมในออฟฟิตของพัท
เธอได้เห็นแชทที่คุยเห็นชื่อร้านที่นัดกันไปเที่ยว
เรกเก้รู้ว่าเซนเป็นักท่องราตรีเธอเลยทักไปถามถึงลักษณะโดยรวมของร้านเพราะอยากจะไปเจอด้วยตัวเอง แต่เซนเบรกเธอไว้ด้วยเหตุผลว่าไม่จำเป็ต้องเอาตัวไปเสี่ยงให้เหนื่อยขนาดนั้น เพราะเขาบอกได้เลยว่าสิ่งที่หล่อนสงสัยมันเป็จริง
เซนบังเอิญเจอกับพัทในผับออกบ่อยแต่ก็น่าจะเป็เซนที่เห็นและรู้จักเขาฝ่ายเดียวเขาพอจะรู้มาบ้างว่าเก้คบคนนี้อยู่แต่ไม่เคยทำความรู้จักกัน ดังนั้นคนตาไวช่างสังเกตอย่างเซนมีเหรอจะไม่รู้ไม่เห็นแต่มันคงไม่ใช่เื่ที่เขาจะเข้าไปก้าวก่ายแต่แรก จนกระทั่งความสัมพันธ์ของเรกเก้กับพัทยุติลง
เซนคอยถามไถ่เป็ห่วงเธออยู่เสมอเขารู้ความเป็ไปของเธอดีแต่เธอเองกลับไม่ค่อยล่วงรู้ชีวิตชีวิตของเขานัก อย่างเื่เมที่ดูเหมือนจะมีปัญหากันตลอดเวลาที่คุยกับหล่อนเซนก็ไม่เคยปริปากเผยอะไร
บางทีหล่อนก็อยากรู้ว่าเขารู้สึกเ็ปบ้างไหมเวลาที่ความสัมพันธ์ต้องจบลง เมื่อคนที่เราเคยรักกลายเป็อดีตเหลือแค่เื่ราวเก่าๆให้นึกถึง
หลังเลิกเรียนในตอนเย็นของวันจะเห็นเซนนั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์โยชิกลับหอ เขามักติดสอยห้อยตามซ้อนท้ายคนพี่ไปเรียนบ้างชวนไปหาอะไรกินบ้าง แล้วแต่โอกาส
“เซนว่าไปหาอะไรกินในห้างเลยดีกว่า เดี๋ยวอาบน้ำแล้วไปเลย ”
เซนลงจากรถคู่ใจของโยชิหลังจากเข้าจอดที่ใต้อาคารหอพักวันนี้สองคนเตรียมจะไปดูซื้อกล้องในห้างที่อยู่ใกล้ที่สุด
“ เอารถมึงไปมันจะดึกนะเย็นๆแบบเนี้ยรถติดจะตาย ”
“พี่โย ไปตั้งไกล แล้วหมวกกันน็อคก็ไม่มี ” เซนท้วง
“ กูขับของกูมาตั้งนานละ ” คนพี่เสียงอ่อนลง
เซนเคยถามเื่หมวกกันน็อคโยชิบอกว่าเขาเคยมีแต่มันหายไป แล้วก็ไม่ได้ซื้อใหม่เพราะขี่แค่ใกล้ๆแถวมอ
เดินตามกันมากำลังจะเข้าหอโทรศัพท์เซนดังขึ้น เขาล้วงกระเป๋าหยิบมือถือมาดู
เขานิ่งไปเมื่อเห็นว่าใครโทรมา
“ ฮัลโหล”
“เซน ” เสียงหญิงสาวที่เขาคุ้นเคย
“ตอนนี้เซนเลิกเรียนรึยัง ”
“เลิกแล้ว ” เซนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“นี่เมอยู่ไหน ”
คำตอบของอีกฝ่ายทำให้เซนต้องชะงักแล้วหันกลับมายังด้านหน้าของหอพัก อันเป็ที่จอดรถยนต์แบบชั่วคราวของผู้มาติดต่อที่หอนี้
เมก้าวออกมาจากรถยนต์สีแดงเืนกหล่อนอยู่ในชุดนักศึกษา เสื้อขาวรัดรูปอวดหุ่นและเอวคอดบางกับกระโปรงสั้นเหนือเข่าเผยเรียวขาเนียนสวยทำให้ดูเพรียวระหง เสริมด้วยรองเท้าส้นเข็มสีดำที่มีสายรัดบอบบางตรงข้อเท้า
หล่อนดูสวยเฉียบ สะดุดตา ในสายตาของโยชิ
และคงจะในสายตาของผู้ชายทุกคนที่ได้พบเธอ