แม้การจากไปของผู้เป็แม่จะทำให้เขาเสียใจอยู่ไม่น้อยแต่ชีวิตคนเราก็ต้องเดินต่อ ไม่นานชายหนุ่มก็สามารถผ่านเข้าเรียนโครงการไปทำงานที่ญี่ปุ่นแล้ว เหลือเพียงการสัมภาษณ์งานให้ผ่าน
“เฮ้อนี่แกใช้สมองส่วนไหนคิด อยากจะไปทำงานอยู่ญี่ปุ่นน้ำหน้าอย่างแกหรอ สัมภาษณ์งานก็ยังไม่ได้แล้วจะไปเข้าเรียนทำไม แทนที่จะรอให้ได้งานก่อนค่อนเข้า นี่อะไรงานก็ยังไม่ได้แถมยังจะมาเสียเวลาเรียนภาษาอีก เปลืองเงินเปล่าๆ”
“แล้วมันจะยังไงไหนๆก็จะทำงานอยู่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว สู้เรียนภาษาให้มันแน่นไปชีวิตอยู่จะได้ไม่ลำบากเวลาสื่อสารกับคนอื่นหรือมีปัญหาในการทำงาน ยังไงเข้าโครงการมันก็การันตีอยู่แล้วว่าจะได้งาน คนอื่นบางคนก็ยังไม่ได้งานเลย ไม่ใช่ว่าสัมภาษณ์รอบเดียวงานมันเข้ามาเรื่อยๆอยู่แล้ว”
“ฉันจะคอยดูว่าน้ำหน้าอย่างแกจะไปได้สักกี่น้ำ วันๆเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ยอมออกไปไม่รู้มาอยู่หอรวมจะมาใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นได้รึเปล่า คิดว่าการใช้ชีวิตมันจะสะดวกสบายโลกส่วนตัวเหมือนตอนอยู่บ้านหรือยังไง”
แค่เข้าเรียนโครงการวันแรกพ่อชายหนุ่มก็รู้สึกหัวเสียไม่พอใจเท่าไหร่กับการตัดสินใจของเขา พร้อมกับหาคำพูดสารพัดที่คิดได้มาล้มเลิกความคิดชายหนุ่ม แต่เขาก็เลือกที่จะนิ่งเฉยไม่ตอบโต้กับอารมณ์แรงของพ่อตน
“นี่แกสัมภาษณ์งานไม่ผ่านอีกแล้วหรอ!!! นี่มัน 3งานผ่านมาแล้วนะกะไว้แล้วใครจะมารับคนไม่เคยทำงานแบบแก วันๆมัวแต่อยู่บ้านเล่นเกมไปวันๆไม่ทำงานดีแต่แบมือขอเงินอย่างเดียว ถ้าเป็เด็กคนอื่นเขารู้จักช่วยพ่อแม่หาเงินแล้ว สัมภาษณ์ไม่ผ่านแล้วจะไปสัมภาษณ์ทำไมเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา”
ชายหนุ่มได้แต่อดกลั้นไม่พูดโต้ตอบและพยายามเก็บเอาความพูดของพ่อตัวเองมาคิดให้ปวดหัว ตัวพ่อเขาไม่ได้รู้จักนิสัยหรือตัวตนเขาแม้แต่น้อยแต่กลับชอบทำเป็รู้ดีและตัดสินเขาไปต่างนาๆ ทั้งที่ความเป็จริงเขาไม่ได้ชอบเล่นเกมเลยสักนิด แม้จะว่างแค่ไหนเขาก็ไม่ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นเกม
แม้กระทั่งต่อให้เขาจะสัมภาษณ์ผ่านแล้วได้งานก็ตามที ตัวของชายหนุ่มก็ยังถูกพ่อของเขาบ่นให้เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แม้จะอดทนไม่เก็บคำพูดเ่าั้มาคิดแต่ต่อให้หินจะแข็งแกร่งสักแค่ไหนแต่ถ้าถูกน้ำกัดเซาะไปนานวันเข้าจากาแเล็กๆมันก็อาจร้าวและทลายลงได้ในที่สุด
หลังเข้าโครงการได้สามเดือนเขาต้องพบว่าตัวเองป่วยเป็โรคซึมเศร้า สภาพจิตใจไม่ปกติจนท้ายที่สุดเขาก็ต้องดรอปจากโครงการเลื่อนบินแบบไม่มีกำหนดเพื่อพักผ่อนรักษาสภาพจิตใจให้มั่นคง
แต่ทันทีที่ผู้เป็พ่อของเขารู้แล้วจะพูดให้กำลังใจดีๆ เขากลับพูดด้วยคำพูดบั่นทอนจิตใจจนตัวชายหนุ่มแทบจิตใจแตกสลายไม่คิดว่าเขาจะได้ฟังคำพูดแบบนี้จากผู้เป็พ่อของตน โดยรู้ทั้งรู้ว่าเขานั้นป่วยแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาโดยมารู้ว่าได้กลั่นกรองใช้หัวสมองคิดบ้างหรือเปล่า
“แกป่วยเป็โรคซึมเศร้างั้นหรอ ฉันว่าแล้วว่ามันจะลงเอยแบบนี้ลางสังหรณ์ฉันไม่เดาไม่ผิดจริงๆ เพราะแกมัวแต่หมกมุ่นหมกตัวอยู่แต่ในบ้านแบบนี้ไงแกเลยป่วย วันๆไม่รู้จักออกไปใช้ชีวิตที่ไหนเหมือนคนอื่น รู้งี้ฉันไม่น่าให้แกเข้าโครงการเลย ไปลาออกจากโครงการเถอะ คนแบบแกไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเปล่าๆเป็ภาระให้คนอื่น ทำงานอยู่นี่แหละไม่ต้องไปไหนหรอกเสียดายเงิน”
ในใจของชายหนุ่มแทบอยากจะกรีดร้อง หน้าอกแน่นเหมือนจะะเิออกมาได้แต่ข่มตากดอารมณ์ไว้อย่างขีดสุด ภาพในหัวที่พูดเถียงตอบกลับพ่อเขาต่างนาๆพุ่งเข้ามาสารพัด
‘มันก็เป็เพราะแกไม่ใช่หรอ ทำไมถึงต้องโทษแต่ฉัน ทั้งๆที่แกทิ้งเราสองแม่ลูกไปไม่เคยเลี้ยงดูเอาใจใส่ ฉันกับแม่กินมาม่าไปวันๆ แต่พวกแกกับเสพสุขกินอาหารหรูหราอิ่มท้องจนสุดท้ายโดนผู้หญิงหลอกจนหมดตัวฉันก็ไม่เคยพูดด่าแกสักคำ ซ้ำยังให้โอกาสพูดให้กำลังใจคนแบบแก
‘ฉันไม่เคยแม้แต่จะพูดเถียงเอาอารมณ์ร้อนโต้ตอบมีแต่นิ่งเฉยกับคำด่าสารพัดของแก แต่ยิ่งทนก็ยิ่งเหมือนโดนแกเหยียบข่มกดไว้ใต้ฝ่าเท้ามากขึ้นเรื่อยๆ ฉันถามจริงๆเถอะว่าแต่ละคำก่อนจะพูดออกมาเคยใช้สมองกลั่นกรองบ้างหรือเปล่าว่าคนจะรู้สึกยังไง? ถ้าหากมีชีวิตอยู่และต้องเจอคำพูดบั่นทอนแบบนี้ สู้เจ็บครั้งเดียวให้มันจบๆแล้วไม่ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาเลยยังจะดีซะกว่า’
ชายหนุ่มได้แต่กัดฟันเก็บคำพูดเ่าั้ไว้ในใจแม้จะอยากเอยปากตอกกลับสักแค่ไหนก็ตาม ชายหนุ่มได้เลือกกินยานอนหลับไปหมดแผงหวังจะหลับแบบไม่ต้องงตื่น แต่สุดท้ายก็ไม่เป็ดั่งหวัง
เมื่อนอนอย่างเต็มที่เขาก็เริ่มใจเย็นลง ซึ่งในเย็นวันนั้นเองคุณครูจากโครงการก็ได้มาเยี่ยมซื้อข้าวมาฝากพอดี ซึ่งเขาก็ได้ระบายความรู้สึกในใจที่อัดอั้นออกไปทั้งหมดเกี่ยวกับคำพูดของพ่อที่มันบั่นทอนจิตใจเขาเหลือเกิน
“ถ้าคำพูดของเขามันทำให้เราไม่สบายใจ ก็อย่าไปฟังมันสิ ถ้าทนไม่ได้เราก็ไม่ต้องทนเื่ไหนที่เราทนเต็มที่กับมันไม่ไหวแล้วก็ต้องปล่อยมันออกไป เก็บมาใส่ก็คิดมากเครียดเปล่าๆ “
“แต่เขาเป็พ่อผมนะสิครับ”
“เป็พ่อแล้วยังไงละ”
ชายหนุ่มได้แต่เงียบและใช้ความคิดไปกับการตริตรองความหมายคำพูดของคุณครูที่พูดกับเขา
“เพราะพ่อเป็พ่อผู้ให้กำเนิดครับ” ชายหนุ่มสบตามองอย่างไม่กระพริบก่อนตอบกลับ
“เพราะเป็พ่อเราถึงต้องทนงั้นหรอ? เขาเป็พ่อผู้ให้กำเนิดเราแล้วยังไงล่ะ ในเมื่อเขาไม่ใช่เ้าชีวิตเราสักหน่อย คนที่กำหนดและควบคุมชะตาชีวิตอนาคตตัวเธอก็คือตัวเธอเอง ถ้าเขาสั่งให้เธอไปตายเธอก็จะไปตายงั้นหรอ หรือเขาสั่งให้เธอไม่ต้องไปทำงานญี่ปุ่นแต่ทำไมเธอถึงอยากไปอยู่ล่ะ ในเมื่อพ่อสั่งไม่ให้เธอไป?”
“ในเมื่อเธอหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับปัญหา เธอก็แค่อย่าทำให้มันมีบทบาทมาครอบงำเธอ ในเมื่อเรารู้ต้นตอของปัญหาว่ามันเกิดจากอะไร เราก็แค่ต้องหาวิธีรับมือกับมัน การที่ตัวเธอใจเย็นเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่โต้ตอบคนเป็พ่อนับเป็เื่ดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าเราไม่คาดหวังและไม่เก็บเอามาคิด ในเมื่อเขาไม่เห็นหัวเราอยู่ในสายตาและไม่ยอมรับฟังเหตุผล เราก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนเขาได้ท้ายที่สุดเธอก็ต้องยอมรับ”
ชายหนุ่มที่ได้ฟังก็เข้าใจคำพูดคุณครูอย่างสุดซึ้งจนเขาก็เริ่มปล่อยวางและยอมรับสภาพกับมัน โดยเลือกไม่สนใจพ่อเขาอีกต่อไป
หนึ่งปีผ่านไปหลังการเข้ารักษาบำบัดกินยาอยู่ตลอดเขาก็หายเป็ปกติ เขาไม่รอช้าที่จะกลับเข้าโครงการและสัมภาษณ์งานใหม่ ซึ่งในระยะเวลาหนึ่งปีเขาก็ได้ฝึกภาษาจนคล่องในระดับที่สามารถพูดคุยโต้ตอบแปลได้อย่างทันควันราวกับเป็เ้าของภาษา ไม่นานด้วยทักษะภาษาที่ดีเป็ทุนเดิมก็สามารถต่อยอดพูดคุยกับนายจ้างชาวญี่ปุ่นได้อย่างถูกปากหอมคอจนได้งานในระยะเวลาไม่นาน
หลังจากนั้น3-4เดือนด้วยภาษาที่แน่นแถมนายจ้าง้าตัวด่วน จึงทำให้ใบพำนักใช้เวลาไม่นานในการออกและเขาก็ต้องบินไปที่ญี่ปุ่นทันที ซึ่งงานที่เขาได้ก็คืองานช่างวิศวะโยธาทำถนน เป็เวลาสามปี
เมื่อบินไปทำงานญี่ปุ่นใน่เดือนแรกเป็เื่ปกติที่ต้องพักตัวอบรมเรียนรู้กฎหมายและการแก้ปัญหาเวลาเจอผ่นดินหรือไฟไหม้เหตุการ์ณต่างๆที่สหกร์ณเป็เวลาหนึ่งเดือนก่อนเดินไปพักอาศัยที่บริษัทจัดหาให้และเริ่มทำงานจริงหลังจากนั้น
ด้วยความเป็คนอัธยาศัยดีเอากับคนง่าย นั้นก็ยิ่งถูกใจนายจ้างเข้าไปใหญ่เขาใช้เวลาในการปรับตัวไม่นานก็สามารถทำงานและสนิทกับคนอื่นอย่างรวดเร็ว โดยทันทีที่เขาทำงานครบ3ปีด้วยความที่เป็คนเก่งขยันเป็ที่รักของคนอื่นๆในที่ทำงานเขาก็ถูกต่อสัญญาให้ทำงานต่ออีก2ปีทันที ซึ่งตัวเขาก็ไม่ปฎิเสธ
ด้วยความสามารถและการเรียนรู้เร็วระดับปีศาจชายหนุ่มก็สามารถก้าวขึ้นมารับตำแหน่งเป็ถึงระดับหัวหน้าช่างได้เพียงระยะเวลาอันสั้น รายได้ของเขานับว่าสูงมากหากแค่ต่อเดือนไม่รวมโบนัสก็สามารถได้เงินไม่ต่ำกว่าแสนหรือสองแสนบาทแล้ว
เมื่อทำงานครบเขาก็เลือกกลับมาลงเรียน ปวส.สาขาการตลาดปี2 ก่อนจะต่อป.ตรีการตลาดอีกสองปี ซึ่งในขณะเดียวกันก็ทำอูทูปและต๊อกๆสร้างแบรนด์ตัวตนบนโลกออนไลน์ โดยเน้นทำคอนเทนต์ช่วยเหลือคนอื่นการลองทำอาชีพต่างๆ บริจาคเงิน ซื้อของและอุปกรณ์ทางการศึกษาสนับสนุนโรงเรียนให้เด็กๆ พร้อมกับรายการที่คนชอบมากที่สุด รายการพ็อตแคทเกี่ยวกับปรัญชาชีวิต จิตวิทยา และรับปรึกษาปัญหาชีวิตจากทางบ้านโดยพร้อมช่วยเหลือทุกคนที่เดือดร้อน พร้อมกันนั้นตัวเขาก็เริ่มศึกษาลงทุนเกี่ยวกับหุ้นและบิดคอยด์ควบคู่ไปด้วย
หลังเรียนจบ 4ปี ชายหนุ่มก็บินไปเรียนต่ออเมริกาสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัย MIT คณะบริหารธุรกิจหลักสูตร MBA โดยใช้เพียงไม่กี่ปีก็กลับมาเปิดบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยได้เงินทุนมาจากการเทขายหุ้นที่เคยซื้อไว้ในพอร์ต และบิดคอยด์ที่เขาสะสมจากการกว้านซื้อตอนราคาต่ำในท้องตลาดไว้ แล้วรอจนมันมีราคาขึ้นทีเทียบได้ว่าแค่หนึ่งเหรียญก็มีราคาหลายสิบล้าน โดยหลักการที่ว่า “ซื้อถูกขายแพง”
ด้วยเงินจากบิดคอยด์และการเทขายหุ้นก็ทำให้ชายหนุ่มพุ่งทะยานเป็ั ติดท็อปห้าสิบของชายที่รวยที่สุดในโลก แต่ด้วยความทะเยอทะยานอันไม่สิ้นสุดและการอ่านเกมอย่างเฉียบขาดเขาก็ได้เทคโอเวอร์เข้าซื้อบริษัทไอทีั์และบริษัทผลิตยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเืเย็นพร้อมกับไล่ผู้บริหารชุดเก่าออกหมดไม่มีเหลือ
เกือบหลับแต่กลับมาได้ มาอย่างหมาจรกลับอย่างัทะยานฟ้าคงเป็คำเปรียบเทียบที่เหมาะที่สุดสำหรับเขามากที่สุด ในระยะเวลาไม่ถึงสิบปีเขาก็ก้าวไปสู่จุดสูงของเ้าพ่อหัวเรือใหญ่ผู้นำอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีจนบริษัทของเขาติดหนึ่งในห้าบริษัทที่มีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์สูดสุงระดับโลก
ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เขากลายเป็ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงค์ธุรกิจ เขาก็ไม่ละลายที่จะบริจาคช่วยเหลือคนยากไร้ สร้างสถานศึกษาระดับนานาชาติสำหรับเด็กกำพร้าพร้อมทุนสนับสนุนให้กับคนขยัน ทั้งยังทุ่มเงินส่วนตัวสร้างถนนหนทางให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนสัญจรลำบาก ไม่เพียงแค่นั้นเขายังใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับการสนับสนุนซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ และช่วยเหลือออกทุนทุกอย่างเกี่ยวกับการผลิตยาใหม่ๆให้กับวงการแพทย์
แต่ถึงอย่างงั้นก็มีจำนวนคนไม่น้อยที่เกลียดและบอกว่าเขาทำดีเอาหน้า
“ท่านค่ะ คิดเห็นยังไงบ้างเกี่ยวกับชาวเน็ตบางกลุ่มบนโลกออนไลน์ที่กำลังออกมาต่อต้านรวมตัวประท้วงการทำงานของท่าน และพวกเขากลุ่มนั้นยังบอกอีกว่าการที่ท่านทำการค้าขายกับจีนแถมเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนทำธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศนั้นนับว่าเป็กบฎคนขายชาติ...” ผู้สื่อข่าวหญิงคนหญิงคนหนึ่งได้ยื่นไมค์ถามอย่างสั่นกลัวท่ามกลางสื่อหลายสำนักด้วยกัน ในขณะที่นักข่าวหลายคนก็ไม่ยังกล้าที่จะถามเพราะเกรงกลัวในอำนาจของเขา
เขาใช้สายตาที่แหลมคมเหมือนมีดที่กำลังจี้คอเหลือบมองเธอด้วยสีหน้าเ็าเรียบเฉย ก่อนจะค่อยเผยรอยยิ้มอย่างช้าๆและหัวร้อนลั่นออกมาจนนักข่าวหลายคนได้แต่มองตาไม่กระพริบด้วยความหวาดกลัวใกับภาพตรงหน้า
แม้ผิวเผินจะดูเป็คนใจดีมีเมตตา แต่แววตากริยาท่าทางของเขากลับแฝงไปด้วยรังสีอันตรายน่ากลัวราวกับเสือร้ายที่เล่นกับเหยื่อ
“ฉันชอบคำถามนี้ของเธอจริงๆ !!” เขาพูดพร้อมกับอมยิ้มให้หญิงสาว
“บางคนอาจจะบอกว่าการที่ฉันบริจาคช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้พิการ ผู้สูงอายุสร้างทุนสนับสนุนเด็กนักเรียนในชาติหรือแต่การใช้เงินส่วนตัวของผมเองนำไปสร้างโรงเรียน สถานเลี้ยงเด็กรวมถึงถนนหนทางเป็การเสแสร้งแกล้งทำ ก็แล้วแต่พวกเขาจะคิด
“บนโลกนี้มีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียด ประชากรในประเทศมีเจ็ดสิบกว่าล้านฉันคงไม่สามารถทำให้ใครทุกคนนั้นรักได้ และไม่สามารถห้ามขี้ปากของคนกลุ่มนึงที่เห็นต่างเขาจะวิจาร์ณหรือมีความคิดเห็นอย่างไรนั้นก็คือสิทธิ์ของพวกเขา ซึ่งนี่คือสัจธรรมความเป็จริงของโลกใบนี้ที่ไม่อาจหลีกหนี
“วันก่อนพวกเขาอาจมองฉันผิดไป มาวันนี้ก็ยังคงผิดอีกฉันไม่สนว่าใครจะมองยังไง เพราะฉันก็ยังเป็ฉันคนเดิม”
คำพูดของเขานั้นก็ทำให้ใครหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายดังเฮือกอย่างหวาดสั่นกับความคิดเห็นที่ราวเผด็จการแบบนี้
แต่เมื่อปีนขึ้นสู่จุดสุงของภูภาอันสูงชัน สักวันก็ย่อมมีวันที่จะล่วงหล่นล้มลงมา
ในวันครบรอบอายุ100ปี เขาก็ได้ถูกลูกหลานที่ไม่คาดคิดว่าจะทำกับเขาได้ หักหลังฆ่าเขาตายอย่างอนาจด้วยการรอบวางยาพิษใส่ในอาหารโดยไม่ทันระวัง
“ไอ้แก่ !! ตายยากตายเย็นซะจริงๆเลยนะแก โดนยาพิษที่ฉันจ้างองค์กรนักฆ่ามือดีปรุงยาที่รุนแรงที่สุดไปขนาดนั้นแล้วแต่ยังมีหน้าทนไหวอยู่อีกแกนี่มันเป็ตาแก่จอมพลังจริงๆขอปรบมือ”
“ทำไมแกถึงทำแบบ ฉื่อฟู ฉันอุส่าห์เลี้ยงดูแกมาจนเติบใหญ่ไม่ว่าอยากได้อะไรแกก็ได้ ทำไมแกถึงยังกล้าหักหลังฉัน” ชายแก่กระอักเืหมอบคลานเข้าไปหาชายตรงหน้าอย่างทุลักทุเลด้วยสายตาอาฆาตรุนแรง
“เพราะทำไมหรอฮาฮ่า”
“เพราะปู่ทวดไม่ยอมยกอำนาจการจัดบริหารต่างๆให้ฉัน แต่กับประเคนให้กับไอ้ลูกกระหรี่นอกสมรสที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าที่ไหนก็ไม่รู้ ทั้งที่ฉันทุ่มเทกับบริษัทของแกและทำเพื่อตระกูลของเรามาโดยตลอด”
“เฮอะกะอีแค่เื่เล็กน้อย ที่แกหลงระเริงในลาภยศทรัพย์สินเงินทอง แกถึงขนาดลงมือฆ่าฉันเพื่อสิ่งของนอกกายแบบนี้เลยหรอ
ที่ฉันยกทรัพย์สินให้ฮยอง ซูก็เพราะเขาเป็เด็กน่าสงสารทั้งชีวิตของเขาก็แม่และภรรยากับลูกเขาต้องเผชิญกับความยากลำบาก ถูกกลั่นแกล้งโดนคนมากมายข่มเหงดูถูกจนเกือบจบชีวิตตัวเอง ทั้งหมดก็เป็พ่อชั่วๆของแกที่หลอกผู้หญิงที่เป็สาวน้อยใสซื่อให้หลงกลก่อนจะทำเธอท้องและทิ้งเธออย่างหน้าด้านๆแถมยังไม่ยอมเสียเลี้ยงดูลูกตัวเองอีก จนฉันมารู้ทีหลังฉันแทบอยากจะฉีกไอ้เวรนั้นเป็ชิ้นๆกับความระยำของมันกับแม่แก แต่ถึงอย่างเขาก็คง...”
“ใช่แล้ว เพราะฉันคิดว่าหลังมันตายแกจะทรัพย์สินให้ฉัน แต่ผิดคาดแกกลับดันยกให้ลูกสาวของหมอนั่น ทั้งอีกส่วนก็นำไปบริจาคให้บ้านเด็กกำพร้าโง่ๆของแก ฉันอุส่าห์ยอมลงทุนจัดเพลิงไหม้เพื่อฆ่ามัน”
“แกว่าไงนะ นี่แกลงมือฆ่าฮยองงั้นหรอ?”
“ฮาฮ่าน่าตลกดีใช่ไหมล่ะ ทั้งๆที่ความจริงฉันกะจะฆ่าครอบครัวของมันให้หมด แต่มันก็เป็เพราะแกไอ้แก่ เพราะแกคนเดียว ที่ส่งบอดี้การ์ดคอยคุมกันมันจนลูกกับภรรยาและแม่มันรอดไปได้”
“ไอ้เดรัจฉาน แกต้องไม่ตายดีไอ้ชาติชั่วเนรคุณ ฉันขอสาปส่งให้แกได้ชดใช้กับบาปกรรมที่แกทำลง ต่อให้ได้ทรัพย์สินเงินทองของฉันก็อย่าหวังว่าจะมีความสุข”
“โอ๊ะโอ๋ กว่าจะถึงตอนนี้แกคงได้ลาโลกแบบไม่สมัครใจไปลงนรกก่อนฉันซะแล้วล่ะ”
ชายหนุ่มเดินตรงดิ่งอย่างช้าๆเข้าหาชายแก่ที่คลานอยู่กับพื้นพร้อมกับในมือที่ลากค้อนลูกตุ้มอันใหญ่
“ตายซะ ตายซะ ตายซะไอ้แก่ฮาฮ่า” เขากะหน่ำรัวยกค้อนลูกตุ้มอันใหญ่ั์ฟาดทุบเข้าไปที่ใบหน้าชายแก่ไม่ยั้งจนเืสีแดงฉานสาดกระเซ็นเลอะท่วมใบหน้าเขา
‘นี่คงเป็จุดจบของชีวิตฉันละสินะ ถ้าหากชาตินี้มีจริงฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ลูกหลานชั่วๆแบบนี้ไว้เด็ดขาด’
ใบหน้าชายหนุ่มที่อาบฉโลมไปด้วยเืจนมองไม่เห็นลูกตา เขานั้นยิ้มหัวเราะสะใจราวกับขาดสติแม้ชายแก่จะแน่นิ่งไปแล้วเขาก็ยังทุบร่างนั้น จนแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดีก่อนจะจุดไฟแช็กเผาร่างอันไร้ิญญาของแก่ที่เืกองเต็มพื้นได้อย่างเฉยเมยไม่รู้สึกผิด
โปรดติดตามตอนต่อไป
(อ่านตอนต่อไปได้ก่อนใครที่DEK-D)