กู้อี๋นั่วลงจากเกี้ยวเ้าสาวก็ถูถพาตัวไปยังห้องโถงใหญ่ของวังั การพิธีแต่งงานที่ไร้ซึ่งเ้าบ่าวมีเพียงภาพวาดที่เป็ตัวแทนก็เริ่มขึ้น
ขั้นตอนการแต่งงานผ่านพ้นไปได้ด้วยดีกระทั่งมาถึงขั้นตอนการส่งตัวเ้าสาว นางถูกพาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งถึงจะมองไม่เห็น แต่ก็พอรู้ได้ว่าที่นี่คงไม่ใช่ห้องหออย่างแน่นอน เพราะมีบันไดระหว่างทางเดินอีกครั้งภายในยังมีความเย็นมากกว่าด้านนอก
ด้วยความสงสัยจึงกล่าวถามไปว่าที่แห่งนี้คือที่ไหนกัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้ยิ่งฉงนใจมากกว่าเดิม
"ห้องหอของพระชายากับองค์ชายเพคะ"
ยิ่งได้ฟังคำตอบก็ยิ่งเกิดคำถามอยู่ภายในจิตใจว่าห้องหออะไรกันนะ ทำไมถึงได้เย็นเช่นนี้ ยิ่งมานอนอยู่บนเตียงแล้วด้วยยิ่งรู้สึกหนาวเย็นจนถึงกระดูก แต่ก็ถูกสั่งห้ามลุกขึ้นมาจนกว่าจะถึงเช้าวันพรุ่งนี้
แต่เมื่อแม่สื่อกับนางกำนัลออกไปหมดแล้วกู้อี๋นั่วกลับลุกขึ้นนั่งมือคลำสำรวจ สิ่งต่างๆภายในห้องได้เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงเดินจึงรีบเรียก"องค์ชาย..องค์ชาย..เพคะ"
"ข้าอยู่นี้"
ถึงจะเพียงแค่ได้ยินเสียงกู้อี๋นั่วก็ก้าวเดินตรงไปหาสองมือยืนไปข้างหน้าไขว่คว้าหายเ้าของเสียง ริมฝีปากสวยได้รูปเป็กระจับก็เริ่มพูดอ้อนวอนขอร้อง
"องค์ชาย ช่วยถอนคำสาปให้ตระกูลกู้จะได้หรือไม่"
"ขึ้นเตียง..ทำให้ข้าพอใจก่อน แล้วจะลองคิดดูว่าควรจะถอนคำสาปให้กับตระกูลเ้าดีหรือไม่"
"องค์ชายรอให้ฟ้ามืดก่อนได้ไหม"
"ทำไมต้องรอให้มืด? "
"หลังจากที่ฟ้ามืดแล้วตาของหม่อมฉันก็จะมองเห็น"
"ไม่จำเป็ ตาของเ้าจะเห็นหรือไม่ ก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับการทำให้ข้าพึงพอใจเลย"
กู้อี๋นั่วยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไปร่างบางก็ถูกอุ้มไปวางบนเตียงนอน เสื้อผ้ากำลังจะถูกถอดออกจึงต้องดิ้นรนขัดขืน ปากสั่นเสียงสั่นอย่างรุนแรง"อย่า...ขอร้อง...รออีกหน่อยขอให้ฟ้ามืดแล้วหม่อมฉันจะทำตามทุกอย่าง"
"ทำไมกลัวข้าหน้าตาอัปลักษณ์หรือยังไง"
หญิงสาวได้แต่ส่ายศีรษะไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย เพียงอยากจะดูใบหน้าของผู้เป็สามีซะก่อน แต่งงานกันแล้วต่อให้เขาจะเป็ชายรูปงามหรืออัตลักษณ์แค่ไหน นางก็จะรักและซื่อสัตย์อยู่กับเขาไปจนกระทั่งหมดลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
แต่ต่อให้นางจะพูดยังไง เขาก็ไม่สนใจอยู่ดีมีเพียงยืนยันคำเดิม หาก้าให้เชื่อในคำพูดที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ก็ต้องยินยอมทันทีไม่ใช่รอให้ฟ้ามืด กู้อี๋นั่วนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนที่จะตัดสินใจถอดชุดเ้าสาวของตนเองทำให้เห็นถึงผิวที่ขาวเหมือนหยก
สองมือที่ใช้ปกปิดเนินอกอวบ ถูกเฟยหลงจับดึงมาวางที่เอวออกคำสั่งให้ถอดเข็มขัด
หญิงสาวมีแต่ทำตามอย่างที่ขัดไม่ได้สองมือลูบคลำหาอยู่สักครู่หนึ่งจึงสามารถถอดเข็มขัดได้สำเร็จ มือของเฟยหลงจับที่แก้มขาวเนียนลูบไล้สักครู่ และได้หลุดปากพูด"ิหลาน"
เมื่อได้ยินบุรุษเรียกชื่อของสตรีอื่น ก็เกิดความน้อยใจขึ้นมาจึงรีบบอกว่าตัวเองนั้นชื่ออะไรเพื่อให้เขาเรียกชื่อของนาง
"องค์ชายหม่อมฉันชื่อกู้อี๋นั่ว"
อุตส่าห์บอกชื่อตนเองไปแล้วแต่สุดท้ายเขาก็ไม่เรียก กู้อี๋นั่วนั่งใบหน้าเศร้าหมองนางไม่อยากเป็ตัวแทนของใคร
ส่วนบุรุษที่เอาแต่ลูบไล้สองพ่วงแก้ม บัดนี้เขาเริ่มซุกไซร้ซอกคอขาวระหงแทน และเคลื่อนต่ำเรื่อยๆ ก่อนจะผลักร่างเพรียวบางให้นอนลง ทำตามใจปรารถนาบนเรือนร่างของหญิงสาว
ทั่วทั้งเรือนร่างถูกเขาสำรวจจนเกือบจะทั่วแล้ว ด้วยที่เป็เพิ่งแตกเนื้อสาวกู้อี้นั่วเรียกบุรุษหนุ่มที่เอาแต่สนใจร่างกายของนางด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือมีอาการใหวาดกลัวเล็กน้อย
"องค์...องค์ชาย.."
"เ้าช่วยอยู่นิ่งๆ แล้วให้ความร่วมมือกับข้าหน่อยได้ไหม"
"องค์ชาย....หม่อมฉัน...กลัว"
หานเฟยหลงไม่มีท่าทีว่าจะสนใจในคำพูดของหญิงสาวที่บอกว่ากลัว แต่ยังคงรุกหนักขึ้นกว่าเดิมถึงกับล่วงล้ำไปยังจุดที่อ่อนไหวที่สุด บนร่างกายจึงทำให้มีเสียงครางเล็ดลอดออกมาเบาๆ น้ำเสียงของหญิงที่เพิ่งแตกเนื้อสาว
ฟังแล้วช่างเพราะพริ้ง อีกทั้งยังคงสามารถปลุกความเป็ชายให้พลุ่งพล่าน ร่างกายที่เย็นเฉียบเวลานี้กำลังทาบทับร่างกายของหญิงสาวที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ
เขาก้มตัวลงมาจูบที่ริมฝีปาก ลิ้นที่เย็นสอดเข้ามาในปากตามอำเภอใจ ถึงแล้วจะมองไม่เห็นแต่ดวงตาเบิ่งตาด้วยความใ มือที่ไร้ไออุ่นจับเคล้าคลึงเนินอก "โอ๊ย...ไม่นะ"
"อึก...เจ็บ..เจ็บ.."
เมื่อถูกกระทำอย่างโเี้ทารุณ ไม่มีความปรานีอ่อนโยน หญิงสาวได้แต่ร้องโอดครวญ ขอความเมตตาจากบุรุษที่กำลังขึ้นคร่อมตัวนางอยู่ แต่ก็เหมือนเดิมเขาทำเหมือนไม่ได้ยินในสิ่งที่พูดเลยสักนิด ยังคงจะทำต่อไปอย่างไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายมีความรู้สึกอย่างไร
ปากก็พูดพร่ำว่านี่คือสิ่งที่นางต้องชดใช้ แทนบรรพบุรุษของตนเอง ถ้าจะโทษก็โทษที่เกิดมาเป็คนตระกูลกู้
กู้อี๋นั่วถึงได้แต่ยอมรับชะตากรรม น้ำตาไหลออกมาจากตาทั้งสองข้างนางพยายามอดทน...อดกลั้น..และไม่ร้องขอความเห็นใจอีก ปล่อยให้ชายหนุ่มก็ทำตามความ้าจนกว่าเขาจะพอใจ
เมื่อเขากระทำการอย่างพอใจแล้วจึงได้ปลดปล่อยร่างเพรียวบางให้เป็อิสระ กู้อี๋นั่วที่นอนอยู่รีบไขว่คว้าหาเสื้อผ้าของตัวเอง แต่ก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้ใส่จึงได้แต่คว้าผ้าห่มร่างเปลือยเปล่า
จากนั้นจึงเริ่มถามในสิ่งที่ตัวเอง้ารู้ ว่าเขาจะยอมถอนคำสาปให้กับคนตระกูลกู้ได้แล้วหรือยัง แต่ก็ไร้ซึ่งคําตอบมีแต่เพียงบอกว่ายังไม่ถึงเวลา แต่นางรู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบจนเกินไปจึงได้พูด
"แล้วหม่อมฉันต้องรออีกนานแค่ไหน"
"มีลูกให้ข้าเมื่อไหร่คำสาปก็จะถูกทำลายเมื่อนั้น"
คำตอบเช่นนี้เหมือนเป็การบีบบังคับให้ต้องร่วมหลับนอนกับเขา ไม่สามารถปฏิเสธหรือหลบเลี่ยงได้เลย ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะไม่ตั้งครรภ์ เป็แผนการที่ร้ายกาจที่สุด
เมื่อเป็เช่นนี้แล้วก็คงทำอะไรไม่ได้ กู้อี๋นั่วล้มตัวลงนอนทอดกายอย่างคนสิ้นหวังและเหน็ดเหนื่อย เริ่มคิดได้ว่าบรรพบุรุษทำความผิดลูกหลานต้องชดใช้นี่คือความจริงที่หลีกหนีไม่ได้