
สาวแว่นขบวนเร่งด่วน
ชานชาลารถไฟฟ้าใต้ดินชั่วโมงเร่งด่วนคือความวุ่นวายที่คุ้นชิน
เสียงประกาศสถานีดังซ้อนกับสัญญาณเตือนรถขบวนถัดไป คนเบียดจากบันไดเลื่อนลงมาเป็สาย เสียงล้อกระเป๋าดังรัวบนพื้นหิน รองเท้าส้นสูงดังต๊อกแต๊กสลับกับเสียงทึบ ๆ จากรองเท้าผ้าใบ เสียงมือถือดังจอแจไม่ขาด ใครบางคนะโเรียกเพื่อน ใครบางคนหัวเราะดังลั่น ลมจากรางพัดขึ้นมาอุ่น ๆ กลิ่นฝุ่น เหล็ก และเหงื่อคนแปลกหน้าปนกันจนแยกไม่ออก
ผมยืนหลังแถว กระเป๋างานสะพายไหล่ เนคไทยังรัดคอหลังเลิกงาน นิ้วลูบขอบบัตรโดยสารในกระเป๋ากางเกง
ประตูขบวนเปิด
แรงดันจากด้านหลังพาผมเข้าไปโดยไม่ได้เลือกที่ยืน ไหล่ใครกระแทกแขน เสียงบ่นแ่ “โอ้ย” “ขอทาง” “ลงก่อนครับ” อากาศในตู้ร้อนชื้นทันที แม้แอร์เพดานจะพ่นลงมาไม่หยุด
ผมยกมือจับราวเหนือหัว นิ้วลื่นจากเหงื่อ ขบวนะเืตอนออกจากสถานี ร่างคนทั้งตู้โคลงไปข้างหน้าพร้อมกัน
ไหล่ผมชนใครสักคนทางขวา
“ขอโทษครับ” ผมพูดอัตโนมัติ โดยยังไม่ทันมองหน้า
ไม่มีคำตอบ
แค่การขยับเล็กน้อย แล้วระยะยังชิดเท่าเดิม
ผมหันหน้าไปทางราว
แล้วยืนติดหลังใครสักคน
มองไม่เห็นหน้า
แค่ท้ายทอย
ผมมัดหลวม ๆ
ต้นคอขาว ไรขนอ่อน ๆ
แผ่นหลังซ่อนในเดรสลายดอกไม้สีหวาน
และกระเป๋าใบเล็กที่เธอกอดไว้ข้างลำตัว
ตัวเราติดกันด้วยความแออัด
อกผมเกือบชิดหลังเธอ
ลมหายใจปล่อยรดเส้นผม
กลิ่นน้ำหอมหวานอบอุ่นโชยมาจากต้นคอ
ปนกลิ่นเหงื่อ
ปนความร้อนจากร่างกาย
ผมได้ยินเสียงกึงกังของรถไฟ
ััหลังนุ่ม ๆ ผ่านผ้าเชิ้ตบาง
รสเหงื่อเค็มจาง ๆ ที่มุมปาก
คนด้านหลังหายใจรดต้นคอผม
ทางซ้ายมีไหล่ใครดันเข้ามา
ไม่มีที่จะขยับ
ขบวนรถเข้าโค้ง
ร่างบอบบางเหวี่ยงเข้าหาผมอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ใช่แค่หลัง
ก้นเธอกดเข้ากับแนวเป้ากางเกง
หนัก
อุ่น
ระดับพอดีจนส่วนเกินของผมถูกดันให้แนบกับส่วนโค้งด้านหลังเธอผ่านผ้าบาง
ชั่วแว๊บเดียว
ผมกัดกรามแน่น พยายามเบียดถอยหลัง
ถอยได้นิดเดียว
มือบนราวลื่น
ฝ่าเท้าติดพื้นแน่น
เธอถอยตาม
แต่ยังยืนนิ่งในระยะนั้น
ก้นยังชิดแนวแข็งของผม
ตู้โคลงอีกครั้ง
คราวนี้ช้ากว่าจังหวะรถ
เธอบดเข้ามา
ร่องก้นเสียดไล้ความแข็งของผมชัดขึ้น
ผ้าลายดอกไม้บางจนรู้สึกถึงความนิ่มหยุ่น
กลิ่นหวานของน้ำหอมเข้มขึ้นระหว่างเรา
ผมพยายามกลั้นลมหายใจ
กลั้นไม่ไหว
เผลอระบายออกทางปากดัง "เฮือก" เบา ๆ
ลมร้อนรดท้ายทอยเธอจนขนอ่อนลุกชัน
เธอชะงักเล็กน้อย
ไหล่เกร็ง
แล้วหันมองข้ามไหล่
พอให้ผมเห็นแก้มป่อง แว่นกรอบบาง และดวงตา
ดวงตากลมแป๋ว
เหมือนแค่หันมาเพราะผมหายใจดัง
แก้มเริ่มแดงระเรื่อ
ปลายหูแดงตาม
เธอรีบหันกลับไป
มือกอดกระเป๋าแน่นขึ้น
แต่ก้นไม่ขยับหนี
ครู่หนึ่ง
ร่องก้นบดช้า ๆ อีกครั้ง
ชัดเจนขึ้น
ผมผ่อนลมหายใจอีกครั้ง
สั้นและดังกว่าเดิม
หัวใจเต้นระรัว
เหงื่อไหลย้อยหลังใบหู
เธอหันมาอีกครั้ง
ช้ากว่าเดิม
แก้มแดงปลั่ง
แววตาแป๋ว
แต่เข้มขึ้น
คิ้วขมวด
ปากเม้มแล้วคลาย
เธอมองหน้าผม
แล้วกวาดสายตาลงข้างล่าง
ก่อนเงยกลับมาอีกนิด
เม้มปาก
นิ้วที่กอดกระเป๋ากดจนข้อขาว
ฝ่ามือเธอแตะหลังมือผมบนราว
อุ่น ชื้น
สั่นนิดหน่อย
ััเบา ๆ แต่ไม่ยกออก
ผมไม่หนี
เธอบดก้นอีกครั้ง
ช้า
แน่นขึ้น
ความแข็งดันผ้าจนเจ็บ
เส้นร่องก้นเลื่อนขึ้นลงตามความตึง
ขาเกร็งแข็งไปหมด
ผมหายใจหอบแ่
เธอหันมาอีกครั้ง
ตาแป๋วรื้นฉ่ำ
มองค้างที่ริมฝีปาก
แล้วขึ้นมามองตา
แก้มเธอแดงแป๊ด
ลมหายใจสั้นถี่
หลังที่ติดกับอกผมขยับโขยกตามจังหวะลมหายใจ
ริมฝีปากบางถูกกัดไว้ข้างหนึ่ง
ยังชิด
ยังบด
ยังมอง
“ขอโทษครับ ผม…” เสียงผมแหบขาด
เธอพยักหน้า “คนแน่น...” น้ำเสียงเบา ขาดจังหวะเหมือนกลั้นหายใจ
เธอเม้มปาก
หลบตา
แล้วมองกลับมาอีกครั้ง
“หายใจดังไปหน่อย” เธอพูดแ่
มุมปากขยับ
เหมือนจะยิ้มแล้วกลืน
ผมหุบปาก
พยายามหายใจทางจมูก
อกยังกระเพื่อมติดแผ่นหลังเธอ
คนข้างเปิดคลิปสั้น ๆ ดังแว่บแล้วปิด
เธอยืนชิดขึ้นอีกนิด
ร่องก้นแนบเต็มแนวแข็ง
แล้วถูช้า ๆ อีกรอบ
สั้น ๆ
ฝ่ามือเธอที่วางทับหลังมือผมกำลงเบา ๆ
อุ้งมืออุ่น
เหงื่อบาง ๆ
นิ้วสอดหลวม ๆ เหมือนจะประสานกับนิ้วผม
แต่ยังไม่เต็มที่
ผมไม่ชักมือหลบ
ก้นเธอยังชิด
ยังไม่ถอย
แล้วเธอพูดโดยไม่หันมามองนาน
“ลงป้ายหน้า”
ขบวนเริ่มชะลอเข้าสถานี คนยกกระเป๋า
เธอยังไม่ดึงตัวออกทันที
ร่องก้นยังชิด
มือยังทับหลังมือผมอยู่
แล้วค่อย ๆ แยกเมื่อประตูใกล้เปิด
อุ้งมือเธอเลื่อนออก
เหลือความอุ่นบนหลังมือผม
เธอหันมาอีกครั้ง
แก้มยังแดง
สายตาชื้น
แล้วก้าวลงก่อน
ไม่หันมาเรียก
ไม่พยักเชิญ
แค่ทิ้งระยะไว้ให้ผมตัดสินใจเอง
ส้นตึกแตะชานชาลา
ผมตามลงไป
ยังรู้สึกถึงความตึงในกางเกง
ยังได้กลิ่นน้ำหอมหวานอุ่น
แล้วค่อยได้เห็นทั้งตัวเธอ
เธอตัวเล็กกว่าที่คิด
ความจริงควรสูงแค่ประมาณไหล่
แต่ส้นตึกสีเข้มสูงปรี๊ด
สะโพกเธอจึงเบียดอยู่ในระดับที่ตรงกันพอดี
เดรสลายดอกไม้พลิ้วตามก้าวสั้น ๆ
มองเห็นปรางแก้มชมพูระเรื่อ
ปลายหูยังแดง
ผมทิ้งระยะหนึ่งก้าว
แล้วเดินตาม
---
บนบันไดเลื่อน
เงาร่างสมส่วนส่องทะลุเดรสบาง
ส้นตึกทำให้ขาดูสูงเรียว
ผมยืนข้างหลัง
ห่างประมาณสองขั้น
เธอไม่หันมา
เดินสบาย ๆ
ผมกลืนน้ำลาย
มือกำสายกระเป๋าแน่น
กลิ่นน้ำหอมหวานอุ่นยังโชยมา
พ้นประตูสถานี
ทางเชื่อมห้างหรูเปิดออก
แอร์เย็นจัด
กลิ่นน้ำหอมจากเคาน์เตอร์แบรนด์ปะทะกลิ่นเหงื่อบนรถ
สปอตไลท์อุ่นกระทบพื้นหินอ่อน
เธอเดินนำ
ผมตาม
บันไดเลื่อนขึ้นชั้นสอง
ชั้นสาม
เสียงคนเบาลงทีละชั้น
ชายเดรสบางพะเยิบพะยาบ
ฝีเท้าสม่ำเสมอ
ชั้นสามเงียบ
ร้านบางส่วนปิด
พนักงานเก็บตู้โชว์
ลูกค้าถือถุงแบรนด์ไม่กี่คน
เธอเลี้ยวผ่านโชว์รูมหรู
แล้วตรงเข้าห้องน้ำหญิง
ไม่รอ
ไม่หันมามอง
ผมชะลอฝีเท้า
ล้วงมือถือขึ้นมาดูแก้เก้อ
แล้วเธอก็โผล่หน้าออกมา
ไม่พูด
เอียงศีรษะเล็กน้อย
แล้วหายเข้าไปอีก
ผมยัดมือถือลงกระเป๋า
ก้าวตาม
ด้านในเงียบผิดห้าง
ดนตรีเบา ๆ จากลำโพงเพดาน
แถวอ่างหินอ่อน
บานกระจกใหญ่
พื้นแห้ง
ไม่มีใคร
เธอยืนรออยู่หน้าบานกระจก
พิงเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ
หันหน้ามาหาผม
ยกมือถอดแว่น
พับเก็บลงกระเป๋า
สายตาเปล่าไม่มีเลนส์ขวาง
ชื้น
ชัด
แก้มยังแดง
แล้วหันเดินตรงไปห้องในสุด
ผลักบานประตูเข้าไป
แหงะมองผมนิดหน่อย
ประตูปิด...
ไม่มีเสียงล็อค
ผมก้าวตามไป
ปิดประตู
หมุนสลัก
คลิก!
พื้นที่แคบ
ไฟขาวอุ่น
โถสะอาด
ผนังเย็นเมื่อฝ่ามือผมแตะ
กลิ่นน้ำหอมเธอเข้มขึ้นในห้องปิด
เธอไม่พูด
สองมือจับปลายเนคไท
ดึงเข้าหาตัว
แทบจะกระชาก
ปากประกบปากทันที
ชื้นฉ่ำ
ร้อนผ่าว
ลิ้นอุ่น
ผมตอบสนองโดยไม่คิด
มือวางที่เอวคอดในเดรสดอกไม้
เลื่อนไล้ตามอารมณ์ป่วน
เธอแกะเดรสลงจากไหล่ข้างหนึ่ง
ตามด้วยอีกข้าง
ผ้าบางพริ้วเลื่อนลงมาค้างเหนือข้อศอก
อวดเนินอกในยกทรงลูกไม้
หัวนมชูชันดันผ้า
ผมวางมือบนนมข้างหนึ่ง
บีบคลึงผ่านผ้าลูกไม้
อุ่น
นิ่ม
หัวนมแข็งชัด
เธอครางอู้อยู่ในปาก
มือว่างล้วงลงมาลูบเป้ากางเกงผม
คลำแนวแข็ง
แล้วบีบผ่านผ้า
ช้า
ชัด
ซิปถูกดึงลง
นิ้วลอดเข้าใต้ผ้าชั้นใน
จับท่อนเนื้อเปลือยเปล่า
อุ่น
ชื้น
น้ำเหนียวใสเลอะติดฝ่ามือเธอ
ริมฝีปากไม่แยกจากกัน
เธอรูดนิ้วขึ้นลงช้า ๆ
น้ำเหนียวเอ่อตามร่องนิ้ว
ผมครางอือในลำคอ
เธอแยกปาก
สายตาฉ่ำเยิ้ม
ค่อย ๆ ย่อตัวลง
เข่าแตะกระเบื้อง
เดรสลูกไม้ยังคาอยู่บนตัว
เต้าข้างหนึ่งหลุดลุ่ยจากบรา
กระโปรงกางแผ่บนพื้น
เนคไทผมยังอยู่ในมือเธอข้างหนึ่ง
อีกข้างจับโคน
เลียส่วนหัววนช้า
ก่อนอ้าปากกลืนลงไป
อุ่น
เปียก
ลิ้นดันด้านล่าง
แท่งลำสะท้อนไฟจากน้ำลายเหนียวตอนเธอดูดขึ้น
ผมยันผนัง
มือยีผมแ่เบา
ครางอือในลำคอ
สะโพกโยกตามจังหวะของเธอ
เธอดูดลึกขึ้น
แก้มบุ๋ม
สายตาเงยมองผมเป็พัก
เปียกที่มุมปาก
เส้นน้ำลายไหลลงคาง
เสียงส้นรองเท้าดังจากโถงด้านนอก
ใกล้เข้ามา
เธอหยุด ลำคาในปาก
ตาหรี่
แล้วขมิบแก้มเบา ๆ
แกล้ง
ผมสะดุ้ง
บดสะโพกเบา ๆ ด้วยแรงเสียว
เสียงน้ำที่อ่าง
กระดาษฉีก
ฝีเท้าจากไป
เธอหัวเราะในลำคอ ยังอมไม่ปล่อย
แล้วดูดต่อ
เร็วขึ้น
ฉ่ำขึ้น
มือบีบโคนสลับกับรูดไข่
ไม่นานเธอถอนปาก
เส้นน้ำลายเยิ้มเชื่อมปลายลิ้นกับหัวบาน
เงางามใต้ไฟ
เธอลุกขึ้น
จูบผม
มือผมดึงบราลูกไม้ลงอีกนิด
สองเต้าโผล่มาให้เค้นเต็มฝ่ามือ
คลึงวน
สะกิดหัวนม
เธอขยับหันหลัง
มือยันผนัง
ผมถกกระโปรงเดรสรวบขึ้นที่เอว
กางเกงในเปียกเยิ้มติดเป้า
รูดลงด้านล่าง
ร่องบวมฉ่ำ
เปียกแฉะ เงาวาว
ชื้นจนแสงสะท้อน
ส้นตึกช่วยยกสะโพกขึ้น
ตำแหน่งของเราพอดีกันอีกครั้ง
แค่... ไม่ถูกกั้นด้วยผ้า
ผมไล้นิ้วตามร่อง
น้ำใสติดนิ้ว
เธอซี้ดปาก
สะโพกดันสู้มือ
ผมจับส่วนหัวจ่อ
แล้วดันเข้าทีละน้อย
แฉะฉ่ำ
ลื่นไหล
จนสุด
เธอรัดแน่น
อุ่น
แฉะจนต้นขาด้านในเปียกเยิ้ม
ผมหยุดนิ่งหายใจ
มือข้างหนึ่งคลึงเต้า
บีบวนเบามือ
หัวนมติดนิ้ว
ประตูห้องน้ำดัง
ฝีเท้าเข้ามา
คุยกันแ่สองคน
เราทั้งคู่แข็งค้าง
ความแข็งของผมยังจมอยู่ในข้างในเธอ
เธอขมิบ
แกล้ง
เสียวจนผมต้องขบไหล่เธอ
ดอมดมกลิ่นกายหอมยวน
ผมตอบด้วยการบดน้ำหนักเบา ๆ
ไม่กระแทก
แค่หมุนวนในความเปียก
มือยังล้วงนม
นิ้ววนหัวนม
เสียงอือหวานอยู่ในลำคอ
ห้องข้างล็อกดังคลิก
เสียงผ้าเสียดสี สวบๆ
เสียงน้ำหนักทิ้งลงบนฝาชักโครก
เสียงน้ำ...
เธอหันหน้ากลับมา
จูบมุมปากผม
สายตาชื้น
เด้งบั้นท้ายกลับเป็จังหวะช้า ๆ
ผมบดตอบ
ลึก
เบา
กลั้นเสียง
มือบีบนมแรงขึ้นนิด
เสียงกดน้ำดังก้อง
ประตูเปิด
ฝีเท้าไปทางอ่าง
ก๊อกน้ำเปิด
เธอดันสะโพกกลับมาหาแรงขึ้น
เหมือนท้า
ผมเริ่มกระแทกเป็จังหวะ
สั้น ถี่
ฉ่ำ
เธอแฉะจนทุกทีที่ถอนมีเส้นเหลวเหนียวติดออกมา
กลิ่นความรักฟุ้งอบอวล
ปนกับน้ำหอมหวานอุ่นของเธอ
มือผมสลับระหว่างเอวกับเต้า
บีบ
รูด
ไซ้หลังคอ
จูบไหล่
มุมปากเมื่อเธอหันมา
กระโปรงยังรวบที่เอว
ส้นตึกเขยื้อนเมื่อเธอขยับเท้า
น้ำปิด
ฝีเท้าจากไป
เสียงประตู
เธอผ่อนลมหายใจ
ตาแป๋วเยิ้มฉ่ำ
เสียงกระเส่า
“ไม่ไหวแล้ว”
ผมจับเอว
เร่งจังหวะเร็วขึ้น
เสียงเนื้อกระแทกกัน เฉาะแฉะ
เต้าโคลงไหวตามการเคลื่อนไหว
ต้นขาเปียกแฉะ
หลับตาปี๋
มือเธออุดปากตัวเอง
ครางอู้อยู่ในลำคอ
เธอเกร็งก่อน
ข้างในขมิบรัว
น้ำใสทะลักตามจังหวะ
ขาสั่น
เข่าทรุด
ผมประคองเอว
ล้วงควักนมเต็มมือ
กระแทกอีกไม่กี่ที
แล้วพุ่งตาม
กระตุกเร่าหลายครั้ง
“อื้ม… อาห์…” เสียงหลุดต่ำในคอ
ใบหน้าซบบ่าเธอ
สมองโล่งไปหมด
ไฟหลัวเหมือนสว่างกว่าที่เป็
ยังไม่ทันไร
ฝีเท้าใหม่ดังจากทางเข้า
ใกล้เร็ว
เธอเบิกตา
แยกตัวออก
ชุดเดรสถูกดึงขึ้นบนไหล่
หน้าอกกลับในยกทรง
รวบกระโปรงลง
ดึงกางเกงในขึ้น
รวดเร็ว
เรียบร้อย
เก็บปอยผม
แว่นถูกหยิบจากกระเป๋า
สวมกลับบนหน้า
หน้าเรียบ
สายตาหลังเลนส์กลับมาดูแป๋วอีกครั้ง
ผมยังยืนหอบ
กางเกงยังกองอยู่กับพื้น
เธอหันมา
ชูฝ่ามือแบบขึ้น
เหมือนจะบอกว่าให้รอ
ผมพยักหน้า
เธอหมุนสลัก
แอบมองลอดช่อง
ประตูเปิด
เธอเดินออกไปก่อน
ฝีเท้าเงียบกริบ
เดรสบางจัดเรียบร้อย
แว่นอยู่บนหน้า
เหมือนแค่เข้ามาเช็คตัวเองแป๊บเดียว
ผมรีบดึงกางเกง
รัดเข็มขัดที่ยังหลวม
จัดเนคไท
ยืนรอหลังประตู
หัวใจเต้นจนอกสั่น
นับวินาทีในหัว
ห้า
สิบ
สิบห้า
เลขหลุด
เริ่มนับใหม่
กี่รอบไม่รู้
จนเรือนเวลาบนข้อมือขยับไปราวสิบห้านาที
ไม่มีสัญญาณเคาะ
ไม่มีเสียงเรียก
ผมแอบเปิดช่อง
โถงกระจกว่าง
ไม่มีเงาเธอ
ไม่มีกระเป๋าใบเล็ก
ไม่มีเดรสลายดอกไม้
เปิดประตู
ก้าวออก
ก้มหน้า
มือยัดกระเป๋า
รีบเดินตรงไปทางออก
ด้านนอกโถงชั้นสาม
ผมกวาดตามอง
ตู้โชว์
บันไดเลื่อน
มุมร้าน
ไม่มีผู้หญิงตัวเล็กในเดรสดอกไม้
ไม่มีส้นตึก
ไม่มีสายตาชื้นหลังเลนส์
เหลือผมคนเดียว
กับแสงสปอตไลท์บนหินอ่อน
กับดนตรีห้างแ่ ๆ
กับมือที่ยังชื้น
กับความแข็งที่ยังเต้นตุบในกางเกง
กับกลิ่นน้ำหอมหวานอุ่นยังติดปลายจมูก
เธอไม่ได้ออกมาดูทาง
เธอไปแล้ว
ปล่อยผมไว้ตรงนี้คนเดียว
ในห้าง
ผมยืดไหล่ตรง
ยัดมือลงกระเป๋า
เดินไปทางบันไดเลื่อนลงสถานี
ยิ่งต่ำเสียงคนยิ่งดัง
กลิ่นชั้นล่างกลับมาลาง ๆ
กลิ่นเธอจางหาย
หน้าจอมือถือมีแต่แชทงาน
ไม่มีเบอร์
ไม่มีชื่อ
ไม่มีคำว่าพบกันใหม่
แค่รอยความตึงที่ยังไม่ยุบ
ขบวนรถไฟฟ้าขบวนใหม่เข้าชานชาลา
ผมยืนรออย่างสุภาพ
ไหล่ตรง
เนคไทอยู่ที่เดิม
ข้างในกลวงเปล่า
คืนนี้มีแค่รอบเดียว
แล้วก็จบ