อาจารย์ไป๋ยื่นป้ายหยก อาจารย์หลอมโอสถระดับห้าให้กับนนท์ " ขอบคุณขอรับ อาจารย์ไป๋ " นนท์ค้อมตัวขอบคุณ
" อาจารย์โจว ไม่ทราบว่าอาจารย์ของท่านคือปรมาจารย์หลอมโอสถท่านใด " อาจารย์ไป๋เอ่ยถามนนท์
" อาจารย์ของข้าได้สั่งข้าไว้มิให้เปิดเผยชื่อของอาจารย์ขอรับ " นนท์ตอบ
" น่าเสียดาย แต่่เ้าก็ไม่ธรรมดาเ้าทำการทดสอบครั้งแรกก็ผ่านการทดสอบเลย ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก " อาจารย์ไป๋กล่าว
" ปกติแล้วสมุนไพรหนึ่งชุดจะหลอมโอสถได้สองถึงสามเม็ด แล้วจะเสียกี่เม็ดดีกี่เม็ดมิอาจรู้ได้ แต่นี่อาจารย์โจวกลับหลอมออกมาได้สี่เม็ดไม่มีเสียเลย " อาจารย์คุมการทดสอบกล่าวชม
" ส่วนโอสถที่เ้าหลอมได้ หอโอสถจะเก็บไว้ศึกษาหนึ่งเม็ด และจะนำไปประมูลสามเม็ด เ้าว่าเยี่ยงไร " อาจารย์คุมสอบอีกคนเอ่ย
" ข้าว่าควรเก็บไว้ก่อน โอสถทิพย์ปฐีนั้นสามารถหลอมขึ้นมาได้ มูลค่าของมันมิได้สูงขนาดนั้นเพราะเป็โอสถฟื้นฟูพลัง "
" หากอาจารย์ทุกท่านหลอมโอสถทิพย์ปฐีได้ก็จะสามารถขายได้ในราคาที่ถูกกว่าการประมูล ทุกท่านอย่าลืมว่ามันเป็โอสถที่ทำกาหลอมขึ้น มิใช่เกิดจากฟ้าดิน " นนท์กล่าว
ว่าแล้วนนท์เดินไปที่โต๊ะของอาจารย์คุมสอบ หยิบพู่กันเขียนสูตรโอสถทิพย์ปฐี แล้วยื่นให้อาจารยไป๋
" อาจาารย์ไป๋นี่เป็สูตรโอสถทิพย์ปฐี ข้ามีวาสนาได้เจอน้ำทิพย์ปฐีอยู่ครั้งหนึ่งจึงได้ทำการศึกษาน้ำทิพย์ปฐี จึงสามารถสร้างสูตรโอสถทิพย์ปฐีได้ " นนท์โกหกคำโต
นนท์ยื่นสูตรโอสถทิพย์ปฐีให้อาจารย์ไป๋ จากนั้นนนท์จึงเริ่มบรรยายขั้นตอนที่หลอม การใช้ไฟ ให้กับเหล่าอาจารย์หลอมโอสถฟัง
" ข้าหลอมโอสถมาสองร้อยปี ครั้งนี้ได้เปิดโลกใบใหม่จริงๆ "
" ข้าก็เพิ่งรู่ว่าการแยกสมุนไพรแล้วสะกัดทีละอย่างนั้นจะทำให้สมุนไพรที่สะกัดได้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น "
" ศาสตร์การใช้ไฟของอาจารย์โจวนั้นช่างล้ำลึกยิ่งนัก " หลายอาจารย์ต่างชื่นชมนนท์
" อาจารย์ทั้งหลาย ข้าน้อยมีสูตรโอสถรวมปราน ข้าให้ทุกท่านได้ แต่ข้าน้อยขอส่วนแบ่งหนึ่งจากสิบส่วนเป็เช่นไร และให้นำส่วนแบ่งของข้าน้อยไปให้กับหวังเหอพี่ชายของข้าน้อย ที่เปิดร้านรับซื้อซากสัตว์อสูร และให้ความคุ้มครองครอบครัวพี่ชายของข้าน้อยด้วย ข้าน้อย้าส่วนแบ่งเป็เวลาสิบปี และการคุ้มครองครอบครัวของพี่ชายข้าน้อยเป็เวลายี่สิบปี " นนท์ยี่นข้อเสนอ
อาจารย์หลายท่านเริ่มรวมตัวและประชุมกัน " ทางหอโอสถตกลงในข้อเสนอของอาจารย์โจว " อาจารย์ไป๋กล่าว
ว่าแล้วนนท์เดินไปหยิบสมุนไพรของโอสถรวมปรานห้าชุด นนท์เดินไปที่หม้อหลอมโอสถใบใหญ่
แล้วเริ่มทำการหลอมโอสถรวมปรานออกมา สามชั่วยามผ่านไป
" ติ๊ง " " เสียงนี้ช่างไพเราะยิ่งนัก " เสียงของอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าว
นนท์หยิบโอสถรวมปรานใส่ถาดหยก เดินมายื่นให้เหล่าอาจารย์ทั้งหลาย
" นี่เป็โอสถรวมปรานโอสถระดับห้า ความบริสุทธิ์เต็มสิบ " อาจารย์ท่านหนึ่งกล่าว
" แค่ได้กลิ่นโอสถพลันลมปรานในร่างกายของข้าเดือดพล่าน " อาจารย์คนหนึ่งกล่ว
" โอสถสีฟ้าใสบริสุทธิ์ สวยงามยิ่งนัก " อาจารย์ไป๋กล่าว
" ทุกท่านลองทดสอบโอสถดูขอรับ " เหล่าอาจารย์ทั้งหลายหยิบโอสถรวมปรานคนละหนึ่งเม็ด แล้วหาที่นั่งของตน เมื่อทำการหลอมโอสถเสร็จสิ้น สีหน้าของอาจารย์หลอมโอสถทั้งหลายต่างเป็ปิติ เมื่อผลของการทดสอบโอสถรวมปรานได้ผลดียิ่ง
" ถ้าหากผู้ที่มีขั้นฝึกตนต่ำ อาจใช้โอสถรวมปรานสองถึงสามเม็ดในการทะลวงพลังขั้นย่อยได้ " นนท์กล่าว
" สมุนไพรที่ใช้เป็สมุนไพรทั่วไปหาได้ไม่ยาก ปัญหาคือต้องใช้สมุนไพรถึงยี่สิบสองชนิดในการหลอมโอสถรวมปราน ข้าว่าราคาต่อหนึ่งเม็ดไม่ควรจะสูงมาก เพื่อให้ผู้ฝึกตนที่มาจากสำนักเล็ก ตระกูลเล็ก หรือไร้สังกัด เข้าถึงได้ไม่ยาก ข้าว่าเราขายถูกแต่เน้นที่ปริมาณจะดีกว่า " นนท์กล่าว
เหล่าอาจารย์ทั้งหลายพยักหน้า จากนั้นนนท์พูดคุยกับอาจารย์หลอมโอสถอีกชั่วครู่จึงขอตัวลา
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทดสอบแรก นนท์แกล้งทำป้ายหยกหล่น " ซุ่มซ่ามเสียจริงเรา " นนท์พึมพำ
อาจารย์มู่เห็นป้ายหยกของนนท์ " อาจารย์หลอมโอสถระดับห้า " อาจารย์มู่ตะลึง " เป็ไปได้เยี่ยงไร " เสียงแ่เบาของอาจารย์มู่
" คารวะอาจารย์ ข้ามาจากตระกูลเจียง อยากจะเชิญท่านอาจารย์ไปดื่มชาพูดคุยกับผู้นำตระกูลขอรับ " ตัวแทนจากตระกูลเจียงยื่นไมตรี นนท์พยักหน้า " ผู้าุโตอนนี้ข้ายังมีธุระให้รีบจัดการ คงต้องขอตัวก่อน " นนท์ปฎิเสธ
หลายสำนัก หลายตระกูล ยื่นไมตรีให้นนท์ " ข้ามาจากหุบเขาเหมันต์ ขอเชิญท่านอาจารย์ไปดื่มชา พูดคุยกันที่สำนักของเรา " ดวงตาของนนท์เปล่งประกายวาบ นนท์พยักหน้า
" ผู้าุโทุกท่าน ข้าน้อยโจวนนท์น้อมรับไมตรีจากทุกท่าน มิต้องกังวลหากข้าน้อยยังอยู่ที่เมืองจางนี้ ข้าน้อยต้องไปเยือนพวกท่านแน่นอน ข้าน้อยมีธุระให้รีบจัดการข้าน้อยต้องขอตัวลา " กล่าวจบนนท์ยกสองมือคารวะ แล้วหันหลังแล้วเดินจากไป
" มิแปลกคนหนุ่มหยิ่งยะโสคิดว่าตัวเองมีดี " อาจาย์มู่ยังคงค่อนขอดนนท์ " ข้าว่าคงเล่นตัวเพื่อรอเวลาต่างหาก " เสียงไม่สบอารมณ์ของผู้าุโต่างๆยังคงดังไม่หยุด
นนท์เดินออกมาแล้วเข้าไปในตรอกเล็กๆ พร้อมชักนำจิตเข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยม
" ท่านพี่ ยินดีด้วยที่ท่านได้เป็อาจารย์หลอมโอสถระดับห้า " หลันอิงเย่กล่าวชมสานีด้วยความภูมิใจ
นนท์หันไปมองจูเม่ยเสียน " เสียนเอ๋อร์ใยเ้าเกล้าผม " นนท์ถาม
" ท่านพี่ สตรีแต่งงานแล้วต้องเกล้าผมขึ้นแบบนี้ " นนท์พยักหน้า
" เย่เอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ เดี๋ยวข้าจะไปที่ตระกูลของเ้าเพื่อทำการสู่ขอเ้า " นนท์บอกกับสองภรรยา หลันอิงเย่และฟางจื่อซินได้ยินนนท์พูดพลันน้ำตาคลอ พร้อมเดินเข้ามากอดนนท์
" ท่านพี่ เย่เอ๋อร์รักท่าน " หลันอิงเย่บอกนนท์ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
" ท่านพี่ซินเอ๋อร์ก็รักท่าน แต่ " นนท์สงสัย
" ซินเอ๋อร์เ้ามีเื่ใดให้กังวล " นนท์ถาม
" ท่านพี่ ข้าหนีงานแต่งงานของตระกูล ข้ามิอาจจะแต่งงานกับชายที่ข้าไม่ได้รัก ข้าเลยหนีออกมาจากบ้าน เพราะข้าอยู่ที่บ้านก็เป็แค่เครื่องมือใช้เชื่อมสัมพันธ์ตระกูล " ฟางจื่อซินหลั่งน้ำตา
นนท์จึงเดินเข้าไปกอด " ซินเอ๋อร์ เย่เอ๋อร์ เสียนเอ๋อร์ เสวี่ยเอ๋อร์ พวกเ้าเป็ผู้หญิงของข้า เป็ภรรยาของข้า ถึงแม้พวกเ้าตายพวกเ้าก็เป็ผีของข้า ข้าโจวนนท์จะมิให้ใครมาทำอันตรายต่อพวกเ้า ข้าขอสาบานด้วยชีวิตของข้า " นนท์กล่าวอย่างหนักแน่น สามภรรยากอดนนท์พร้อมหลั่งน้ำตา
นนท์พาสามภรรยาไปที่เตียงเปิดศึกกับสามภรรยาด้วยความรักที่มากล้นของนนท์และสามภรรยาอีกหลายยก เสร็จศึกทั้งสี่ยังอยู่ที่เตียง
" ได้เวลาต้องไปหาเสวี่ยเอ๋อร์แล้ว คราแรกข้าก็มิรู้ว่าจะไปด้วยสถานะใด ข้าจึงไปทดสอบเป็อาจารย์หลอมโอสถ เพื่อที่จะเข้าไปที่สำนักหุบเขาเหมันต์ในฐานะอาจารย์หลอมโอสถของสำนัก " นนท์กล่าว
สำนักหุบเขาเหมันต์ ตำหนักเ้าสำนัก " คารวะเ้าสำนัก " อาจารย์หลอมโอสถระดับสามที่กลับจากหอโอสถมารายงานหลางจี้เสวี่ย
" ท่านเ้าสำนัก เวลานี้เมืองจางได้มีอาจารย์หลอมโอสถระดับห้าอีกคนแล้วเ้าค่ะ " อาจารย์หลอมโอสถระดับสามกล่าว
" เป็ผู้ใด " หลางจี่เสวี่ยถาม
" อาจารย์โจวนนท์เ้าค่ะ " อาจารย์หลอมโอสถระดับสามตอบ ดวงตาของหลางจี้เสวี่ยสว่างวาบแล้วอมยิ้ม
" อืม เป็ผู้ใดข้ามิเคยได้ยิน " หลางจี้เสวี่ยแสร้งถาม แต่ในใจกลับภูมิใจและดีใจที่สามีตนเป็ถึงอาจารย์หลอมโอสถระดับห้า
" เป็อาจารย์หลอมโอสถหน้าใหม่เ้าค่ะ ข้าได้เชิญอาจารย์โจวมาที่สำนักแล้ว แต่มิทราบว่าอาจารย์จะมาเมื่อใด " อาจารย์หลอมโอสถระดับสามกล่าวด้วยน้ำเสียงเสียดาย
" มิเป็ไร ข้าเชื่อว่าอาจารย์โจวต้องมาที่นี่ในเร็ววันนี้ เ้ารีบสั่งการลงไปบอกศิษย์ให้เตรียมตำหนักใกล้กับตำหนักของข้า และบอกศิษย์ยามหน้าประตูหากอาจารย์โจวมาเยือนให้เร่งพามาพบข้าทันที " หลางจี้เสวี่กล่าว
" เ้าค่ะ ข้าขอตัว " เหตุใดเ้าสำนักถึงมั่นใจว่าอาจารย์โจวจะมาที่นี่ นางครุ่นคิดในใจ
" สามีข้าในที่สุดท่านก็จะมาหาข้าแล้ว " นางยิ้มหวานเป็ยิ้มที่สยบชายทั่วหล้าเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว
เมืองจาง หอโอสถได้มีประกาศสองเื่ เื่ที่หนึ่งเมืองจางมีอาจารย์หลอมโอสถระดับห้าคนใหม่ชื่อว่าโจวนนท์
ต้องบอกว่าอาจารย์หลอมโอสถระดับห้านั้นถือว่าเป็ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ในเมืองระดับสี่อย่างเมืองจางหรือเมืองกันชน
เพราะอาจารย์หลอมโอสถที่มีระดับที่สูงกว่านี้เลือกที่จะอยู่ในเมืองใหญ่
เื่ที่สองหอโอสถจะทำการจำหน่ายโอสถรวมปรานระดับห้า ในราคาห้าเหรียญทองต่อหนึ่งเม็ด หรือนำสมุนไพร แก่นอสูร มาแลกเปลี่ยนได้
เมื่อเ้าเมืองได้รับรายงานของกงกง ว่ามีอาจารย์หลอมโอสถระดับห้าคนใหม่
" กงกง เ้าจงประกาศลงไปว่า อาจารย์หลอมโอสถระดับห้าคนใหม่นี้คือราชบุตรเขยของข้า เป็พระสวามีของค์หญิงจูเม่ยเสียน " เ้าเมืองเร่งสั่งให้กงกงไปป่าวประกาศเื่ราชบุตรเขย
เ้าเมืองหยิบแผ่นหยกสื่อสารแล้วกระตุ้นการใช้งาน " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าลูกเขยตัวแสบ เ้าไปทดสอบเป็อาจารย์หลอมโอสถเหตุใดไม่บอกข้า " แล้วพ่อตากับลูกเขยก็พูดคุยกันอยู่พักใหญ่
อาจาย์ไป๋ได้นำคนส่วนหนึ่งไปที่น้านและร้านของหวังเหอเพื่ทำการคุ้มครองตามข้อตกลงกับนนท์ หวังเหอแข็งค้างกับสิ่งที่อาจาย์ไป๋เล่าให้ฟัง " น้องชายของเ้าจะต้องเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้าแน่นอน " หวังเหอพึมพำ
นนท์ส่งจิไปที่จิตทัศนะ " ผู้าุโเจดีย์แปดเหลี่ยมนี้เคลื่ยนที่ได้รึไม่ " นนท์ถาม
" ได้ เ้าเพียงกำหนดจิตถึงที่หมายแล้วเจดีย์ก็จะไปทันที หากเ้าไม่รู้ที่หมายเ้าจงกำหนดจิตถึงเส้นทางที่ต้องไปเจดีย์ก็จะไปตามทาง " จิตทัศนะตอบ
" ขอบคุณขอรับ " ว่าพลางนนท์ถามทางไปสำนักหุบเขาเหมันต์จากหลันอิงเย่ แล้วจึงกำหนดจิตตามเส้นทาง นนท์ให้เจดีย์อยู่ห่างจากสำนักหุบเขาเหมันต์ " ไปอาบน้ำกัน " นนท์ชวนสามภรรยาไปอาบน้ำ