ห้องนอนเฉินเล่อ….
จ้าวเหว่ยตื่นขึ้นมาตอนดึกเพราะได้ยินเสียงดังหน้าห้อง เธอมองนาฬิกาสี่ทุ่มแล้วเขามาเสียงดังอะไรตอนนี้
ก่อนที่เธอจะจุดไฟในห้องเพื่อไปเปิดประตู เฉินเล่อที่เดินชนกระถางเพราะความมืดโดยไม่ได้ตั้งใจ จ้าวเหว่ยก็เปิดประตูออกมาประคองเขาเข้าห้อง
“พี่เมาไม่รู้เื่อีกแล้วเหรอ” จ้าวเหว่ยจะพิสูจน์กลิ่นเหล้าจากตัวเขาเธอเลยก้มหน้าไปดมใกล้ๆ
เฉินเล่อที่นั่งอยู่โดนผมของเธอลูบหน้าก็รู้สึกจั๊กจี้แต่ก็ทนไว้
“พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้วยังมาเมาแบบนี้อีกปล่อยให้นอนข้างนอกดีไหม แย่จริงๆ เลย” จ้าวเหว่ยบ่นเขาเธอคิดว่าเขาเมาหนักเหมือนวันแต่งงาน
“แม่..พ่อเป็อะไรฮะ” ซิงซิงงัวเงีย
“ไม่ได้เป็อะไรหรอกจ้ะ ซิงซิงนอนเถอะเดี๋ยวแม่จัดการพ่อเอง” จ้าวเหว่ยประคองเขาไปที่เตียง
เฉินเล่อแอบยิ้มที่ได้แกล้งเธอ เธอคิดว่าเขาเมาไม่รู้เื่นี่เองถึงมาช่วยประคองเขา งั้นเขาก็จะแกล้งเมาต่อไปอยากรู้ว่าเธอจะทำอะไร
“แม่ผมไม่ชอบกลิ่นนี้เลยฮะ” ซิงซิงไม่ชอบกลิ่นเหล้าของพ่อ
“ไปนอนข้างในก็ได้ เดี๋ยวรอลูกหลับแม่ค่อยเอามานอนที่ตัวเอง” จ้าวเหว่ยจับเฉินเล่อนอนบนเตียงครึ่งตัว
เธอถอดรองเท้าให้เขาทั้งสองก่อนจะเอากะละมังใส่น้ำมาล้างเท้าให้เขา เธอเป็พยาบาลมาก่อนไม่รังเกียจกับการทำสิ่งนี้ แต่เธอรังเกียจความสกปรก
ล้างเท้าเสร็จเธอก็ยกขาเขาไปวางบนเตียง
เฉินเล่อที่หรี่ตาแอบดูตอนเธอล้างเท้าให้ก็อึ้งไป ตอนนี้เขายังสับสนทำตัวไม่ถูกไม่เคยมีใครทำให้เขาแบบนี้มาก่อน
จ้าวเหว่ยแกะกระดุมเสื้อเขาทีละเม็ด เฉินเล่อแกล้งขยับตัวเขารู้สึกไม่ดีที่เธอมาถอดเสื้อเขา
“เมาก็เมาเถอะแต่ช่วยอยู่นิ่งๆ ได้ไหม ไม่ถอดเสื้อจะเช็ดตัวยังไงกลิ่นเหล้าเต็มไปหมดเลย” จ้าวเหว่ยหงุดหงิด
เฉินเล่อนอนนิ่ง ต้องโทษเทียนหยางที่ทำเหล้าหกใส่เสื้อเขา เขาไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย
“กินจนหน้าแดงหูแดงไปหมดมันอร่อยมากเลยใช่ไหมเหล้าเนี่ย” จ้าวเหว่ยบ่นก็จริงแต่เธอก็เช็ดหน้าเช็ดตัวให้เขาอย่างเบามือ
ถ้าเธอรู้ว่าเขาหน้าแดงหูแดงเพราะความอายที่โดนเธอถอดเสื้อยายนี่ต้องหัวเราะเยาะเขาแน่เลย ไม่มีวันได้รู้ความจริงหรอก
“กล้ามแน่นขนาดนี้เลยเหรอน่าเสียดายหน้าตาก็ผ่านกล้ามหน้าท้องก็ผ่านแต่นิสัยไม่ผ่าน ฉันรับนายไม่ไหวจริง ๆ หยางเฉินเล่อ” จ้าวเหว่ยบ่นไม่หยุดแต่มือก็ยังเช็ดต่อไป
เฉินเล่ออยากจะลุกขึ้นมาตอนนี้เลย แต่เขาก็อดทนไว้
จ้าวเหว่ยไปหยิบแป้งฝุ่นทาตัวของเธอมาทาให้เขาเพื่อลดกลิ่นเหล้า เวลาที่ลูบแป้งบนร่างกายเขาเธอก็รู้สึกแปลกๆ คงเพราะฮอร์โมนแน่ๆ เลย เธอหาเหตุผลกับความรู้สึกแปลกนี้
ส่วนเฉินเล่อก็ไม่ต่างกัน นอกจากการมีอะไรกับเยว่ซินในคืนนั้นแล้วเขาก็จำไม่ได้ด้วย เขาไม่เคยใกล้ชิดผู้หญิงขนาดนี้มาก่อนเลย ทั้งรู้สึกแปลกและขยะแขยงที่จ้าวเหว่ยลูบไล้ตัวเขาแบบนี้เพราะในใจเขายังระแวงเื่ครอบครัวเธออยู่ เขารู้สึกหวั่นไหวแต่ก็คิดในแง่ลบเพื่อปัดความรู้สึกนี้ เธอจงใจชัดๆ นี่เป็แผนของเธอซินะ
ทาแป้งเสร็จจ้าวเหว่ยก้มหน้าไปข้างหูเขาเพื่อดมกลิ่นเหล้าพอกลิ่นจางลงมากแล้วเธอก็ยิ้มด้วยความพอใจ และตอนนี้เธอง่วงมากเธอก็เอาซิงซิงมานอนตรงกลาง แล้วล้มตัวลงนอนทันที
ส่วนคนที่ถูกดมตอนนี้ใจเต้นแรงไปแล้ว ลมหายใจเธอโดนหูเขา มันอุ่นๆ เขารู้สึกแปลกแล้วทำไมหัวใจเขาต้องเต้นแรงขนาดนี้ เขาไม่เคยตื่นเต้นเพราะเื่แค่นี้มาก่อนเลย
ซิงซิงหันไปกอดพ่อเฉินเล่อถึงได้สติกลับมา ก่อนที่ซิงซิงจะหันกลับไปเพราะได้กลิ่นเหล้าอยู่ หนูน้อยปีนตัวจ้าวเหว่ยเบียดเธอด้านในเพื่อนอนข้างในแทน จ้าวเหว่ยเขยิบตัวออกมาโดยอัตโนมัติก่อนจะมานอนตรงกลางแล้วกอดซิงซิงไว้
เฉินเล่อนอนลืมตามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเตียง ก่อนจะทดสอบจ้าวเหว่ยอีกครั้งว่าเธอไม่ชอบเขาจริงๆ หรือแกล้งทำเป็ไม่สนใจเพื่อให้เขากลับมามองเธอ
เขาสอดแขนใต้หัวเธอก่อนที่จะดึงเธอให้หันมาทางเขาเบาๆ แล้วกอดเธอไว้
“หยางเฉินเล่อนอนดีๆ หน่อยได้ไหมฉันเช็ดตัวให้นายแล้วนายก็นอนสักที”
เธอละเมอออกมาก่อนจะนิ่งไปเขาเช็กลมหายใจของเธอมันเข้าออกสม่ำเสมอ เธอไม่ได้หาโอกาสเข้าใกล้เขาจริงๆ
เขากำลังจะเอามือออกเธอก็เขามาซุกหน้ามาที่อกของเขาก่อนจะเอาแขนมากอดเขาไว้ ตอนนี้สภาพของพวกเขากลายเป็กอดกันกลมไปแล้ว เฉินเล่อปล่อยเลยตามเลยก่อนตบหลังให้เธอหลับสนิทเขาจะได้เอาแขนเธอออกไป แต่เขาก็เผลอหลับไปซะก่อน
เฉินเล่อตื่นในเวลาเดิมอย่างอัตโนมัติตอนนี้ใกล้หกโมงเช้าแล้ว ดีที่เธอยังไม่ตื่นเพราะท่านอนพวกเขามันดูล่อแหลมเกินไป เขาค่อยๆ เอามือออกจากตัวเธอแล้วก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว
“ซิงซิงครับ ตื่นเถอะพ่อจะไปแล้วนะ ไม่ลุกมาบอกลาพ่อเหรอ”
จ้าวเหว่ยตื่นเพราะเสียงของเฉินเล่อ เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียก็เห็นเขาโน้มตัวข้ามตัวเธอเอามือเขย่าปลุกซิงซิง
จ้าวเหว่ยตาโตค้างไปพักหนึ่ง ก่อนจะบอกให้เขาถอยไปก่อนเธอจะปลุกซิงซิงให้เขาเอง
เฉินเล่อเห็นท่าทีลนลานของเธอก็ยิ้มมุมปากออกมาอย่างลืมตัว
“พ่อจะกลับหน่วยแล้วเหรอฮะ” ซิงซิงเห็นพ่อในชุดทหารเขาก็รู้ได้ทันที
“อืม… อย่าดื้อนะรู้ไหมรอพ่อกลับมานะ”
“ฮะพ่อ” ซิงซิงตอบแบบขอไปทีเพราะเขาง่วงก่อนจะไหลมากอดจ้าวเหว่ยไว้
“ไม่ต้องไปส่งฉันหรอกฉันไปพร้อมอ้ายเหริน หวังว่าเธอคงไม่ก่อปัญหาอะไรตอนฉันไม่อยู่” เฉินเล่อพูดเสียงเรียบ
“ค่ะ” จ้าวเหว่ยตอบส่งๆ เช่นกัน
จะไปยังมาวางท่าใส่อีก!! ใครกันแน่ที่สร้างปัญหาเมากลับมาให้ฉันเช็ดตัวให้เนี่ย ตัวเองไม่ได้สร้างปัญหาเลยเนอะ บอกตัวเองเถอะจ้า แล้วถ้ายังไม่หย่าก็ไม่ต้องกลับมานะ
“ ดูเหมือนเธอเสียใจเลยเนอะที่ฉันต้องกลับหน่วย” เฉินเล่อประชด
“ก็เป็เื่ปกติไม่ใช่เหรอคะ”
ตรงไหนที่ดูว่าเสียใจฉันอยากให้นายรีบๆ กลับไปมากกว่า
เฉินเล่อเหยียดยิ้มก่อนที่สะพายเป้แล้วถือกระเป๋าของฝากเดินออกจากห้อง
“ขอบใจนะสำหรับของฝากกลับค่าย” เขาพูดโดยไม่กลับมามองก่อนจะเดินออกจากห้องไป
ก็ยังดีที่มีมารยาทรู้จักขอบคุณคนอื่นที่ทำของให้ จ้าวเหว่ยเบะปากก่อนจะล้มตัวนอนต่อ
บนรถไฟ…
แม่ทำแป้งย่างแล้วก็ทอดหมูแดดเดียวกับไส้กรอกให้เขาเอาไว้กินบนรถไฟระหว่างเดินทางกลับหน่วย เฉินเล่อมองหมูแดดเดียวในมือก่อนที่หยิบเขาปาก ยายนี่ก็มีฝีมือเหมือนกัน
เฉินเล่อนั่งนึกถึงเื่ของจ้าวเหว่ยแทบจะตลอดทางที่เขาเดินทางกลับโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อก่อนตอนที่เขาว่างเขาจะนึกถึงเยว่ซิน แต่ตอนนี้เวลาที่คิดถึงเยว่ซินกลับโดนจ้าวเหว่ยเข้ามาอยู่ในความคิดของเขาแทนที่เยว่ซินไปแล้ว
ตอนกลางวันจ้าวเหว่ยเดินไปหาแม่สามีโดยมีซิงซิงกลายเป็หางเล็กๆ ตามเธอทุกที่
“แม่คะ ทำไมวัวที่นี่ผอมมากขนาดนั้นเลยละคะ?”
“อาหารไม่พอน่ะซิ ชาวบ้านก็ให้แค่หญ้ามันกิน เขาไม่กล้าให้พวกถั่วมันกินหรอก เพราะของพวกนี้ขายได้”
“หมู่บ้านแถวนี้เลี้ยงวัวเยอะไหมคะ”
“ก็เยอะอยู่นะ”
จ้าวเหว่ยเก็บข้อมูลไว้ในใจรออ้ายเหรินกลับมาเย็นนี้เธอต้องหาข้อมูลของเขาอีกคน
นอกจากพลังพิเศษอ่านใจคนได้ สิ่งที่จ้าวเหว่ยเพิ่งรู้พลังอีกอย่างตอนสอนหนังสือซิงซิงลายมือเธอเปลี่ยนไป ตอนนี้ลายมือเธอเหมือนแม่ทุกอย่าง ความรู้ที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน อย่างเช่นอาหารวัวเธอก็คิดได้เองโดยไม่ต้องมีคนบอก
เหมือนกับว่าความสามารถที่แม่มี ตอนนี้มาอยู่ในตัวเธอทั้งหมดเพราะแม่เป็นักเขียนนิยายมีความรู้รอบตัวเยอะเพื่อแต่งนิยายของแม่
แม่มองมาจาก์ก็เลยสงสารลูกใช่ไหมเลยมอบพลังวิเศษนี้มาให้ด้วย
ห้องนอนอ้ายเหริน…
“พี่อ้ายเหรินฉันเขาไปได้ไหม”
“อาครับ ผมขอเข้าไปหน่อย”
“เข้ามาซิ”
จ้าวเหว่ยเปิดประตูค้างไว้ก่อนที่เธอจะอุ้มซิงซิงเดินเข้ามาในห้อง
“พี่อ้ายเหริน ในเมืองนี้มีโรงงานผลิตน้ำมันไหม” จ้าวเหว่ยเข้าเื่ทันที
“มีนะ แต่ออกไปทางชานเมืองสักหน่อยถ้าจากบ้านเราก็ถึงโรงงานก่อน”
“ขี่จักรยานไปกี่นาที”
“ถามเหมือนบ้านเราไกลจากเมืองมากงั้นล่ะ ประมาณสิบห้านาทีมั้ง” อ้ายเหรินฝนหมึกไปด้วย
“พี่เขียนแผนที่ให้ฉันหน่อยได้ไหม”
“เธอจะไปทำอะไรที่นั่น” เขาถามด้วยความสนใจ
“จะไปขอซื้อกากถั่วเหลืองฉันจะเอามาขายตามหมู่บ้านแถวๆ นี้ มันเป็อาหารวัวได้”
“ความคิดดีนี่ เดี๋ยวฉันเขียนทางที่ใกล้ที่สุดให้”
“แล้วพี่ทำอะไรอยู่เหรอ” จ้าวเหว่ยเห็นเขานั่งฝนหมึกอยู่เลยถามดู
“หาเงินพิเศษ มีคนเขาจ้างคนเขียนหนังสือจากพู่กันห้าสิบหน้าให้สิบหยวน ถ้าร้อยหน้าได้ยี่สิบหยวนแต่ลายมือต้องสวยฉันเขียนพู่กันได้ก็เลยรับมาทำ”
เขาต้องหาเงินมาช่วยค่าใช้จ่ายในบ้าน แค่พ่อทำนากับเงินเดือนพี่ใหญ่ยังไม่พอใช้หนี้เลย
“เขาให้แพงจัง ฉันขอลองเขียนพู่กันได้ไหม”
“เอาซิ”
อ้ายเหรินหยิบกระดาษที่เขียนเสียแล้วขึ้นมายังมีที่ว่างอยู่แล้วก็เลื่อนจานหมึกไปทางเธอ
จ้าวเหว่ยเขียนพู่กันไม่เป็ ถ้าเธอคิดถูกเื่ความสามารถของแม่ ถ้ามันเป็จริงอย่างที่เธอคิดเธอต้องเขียนพู่กันได้
จ้าวเหว่ยหยิบพู่กันมาเขียนบทความในข้อความในหนังสือที่วางไว้ มือเธอเหมือนมันไปเองเธอสามารถเขียนพู่กันได้จริงๆ และเขียนสวยเหมือนที่แม่เธอเขียนด้วย
“เฮ้ย!! เธอเขียนได้ดีขนาดนี้เลยเหรอ” อ้ายเหรินใ
จ้าวเหว่ยก็ใเช่นกันเมื่อกี้มือเธอเหมือนถูกผีสิงอย่างไงอย่างงั้นเลย ทั้งสองมองหน้ากันต่างคนต่างตกตะลึง
แม่กับอาต้องป่วยแน่ๆ เลย ซิงซิงที่เห็นท่าทางแปลกๆ ของทั้งสองคนเขาก็ยืนกอดอกวิเคราะห์สิ่งที่เห็นออกมา