“ดีแล้วยาของเ้าดีขนาดนี้ ควรจะเอาไปขายให้ร้านในเมืองหลวง ที่นั่นมีคนป่วยเยอะ แต่ยาไม่มี พวกข้าถึงเสี่ยงดวงพานายท่านมานอกเมือง”
“ใช่เ้าค่ะข้าควรจะหาร้านที่ดีกว่านี้!”
“แม่นางน้อยยาของเ้าช่างดียิ่ง เ้าคิดราคาเท่าไรบอกมาได้เลย ท่านของข้ารู้สึกตัวแล้ว เ้ายังพอมีอีกสักขวดหรือไม่”
“ยาของข้าไม่แพง คิดขวดละสิบตำลึงทองเท่านั้น ถ้า้าอีกขวดหนึ่งข้าก็มีให้”
“ทำไมยาของเ้าถึงถูกขนาดนี้ นายท่านข้าตระเวนรักษาตัว เจอทั้งยาที่คิดว่าดีที่สุด แพงที่สุดขวดหนึ่ง ไม่ต่ำกว่าร้อยตำลึงทอง อาการยังไม่ดีขึ้น เ้าควรจะขายให้แพงกว่านี้”
“จริงหรือเ้าคะ! อย่างนั้น ข้าต้องขายให้แพงกว่านี้แล้วล่ะ!”
“แม่นางน้อยเ้ามียาอยู่กับตัวกี่ขวด นายท่านอยากซื้อไปทั้งหมด ในราคาที่เ้าตั้งใจจะขาย”
“ข้าบอกราคาไปแล้ว สิบตำลึงทอง ก็ยึดราคาตามนี้ไปก่อนเ้าค่ะ ถ้าพวกท่านจะรับไปทั้งหมดข้ายังเหลืออยู่อีกเก้าขวด”
“บอกไปว่าเก้าขวดพวกเรารับซื้อทั้งหมด จ่ายให้แม่นางน้อยผู้นั้นไป สองร้อยตำลึงทอง รวมกับที่นายท่านกินไปแล้วหนึ่งขวด”
‘โอ้! สองร้อยตำลึงทอง’
ซูเยว่ได้รับสองร้อยตำลึงทอง รีบมอบยาอีกเก้าขวดให้ไป เื่ที่โกลาหล อยู่หน้าร้านยาใหญ่กลางตลาด ทำให้ผู้คนรับรู้เื่ยา ที่ช่วยคนที่ชีพจรหยุดเต้นแล้วฟื้นขึ้นมาได้ กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
เ้าของร้านยา วิ่งออกมาหน้าร้าน ตามองหาแม่นางน้อยผู้หนึ่ง ที่ใส่ชุดผ้าป่านธรรมดา เพื่อมาติดต่อซื้อขายยากับนาง อีกครั้ง
“แม่นางน้อยเ้ายังมียาเหลืออีกหรือไม่ ข้าตกลงรับซื้อยาของเ้าทั้งหมด ตามราคาที่เ้าเสนอมา”
“ถึงท่านให้ข้า ขวดละหนึ่งร้อยตำลึงทอง ตอนนี้ข้าก็ไม่มีขายให้ท่านแล้ว ถ้าอยากได้ก็ไปขอซื้อ กับนายท่านที่อยู่บนรถม้านั้น ข้าขายไปให้ท่านหมดแล้ว”
“แม่นางน้อย แล้วเ้าไม่มีที่จะ เออ! ปรุงออกมาทีหลังอีกหรือ เอามาขายที่ร้านของข้าได้นะ เ้าจะเอาราคาเท่าไหร่ข้าก็ยอมจ่าย!”
“ไม่มีเ้าค่ะ! หมดแล้วยานี้ข้าไม่ได้ปรุงมาเอง ข้าขอตัวก่อนนะ” ซูเยว่เดินออกจากหน้าร้านขายยา นาง้าซื้อชุดเครื่องนอนและนุ่งห่ม ให้กับท่านแม่ ยังมีเครื่องมือการทำสวน เครื่องครัวที่ยังขาดอีก
‘จะเก็บเข้ามิติ ถ้าเป็ของชิ้นใหญ่น่าจะลำบาก มีตำลึงเยอะแล้ว คงต้องเหมารถม้าไปส่ง ถ้าร้านค้าไม่ไปส่งให้’
“แม่นางน้อยเ้าสนใจสิ่งใดหรือ? เห็นเ้ายืนมองอยู่นานแล้ว เป็เครื่องนอนหรือว่าเสื้อผ้ากันล่ะ สอบถามข้าได้” หญิงวัยกลางคนเ้าของร้านร้องถามขึ้น
“ท่านป้าถ้าข้าซื้อเยอะ ท่านให้คนไปส่งถึงที่บ้านได้ไหม บ้านข้าค่อนข้างจะไกลสักหน่อย ประมาณยี่สิบลี้ได้”
“ถ้าไกลขนาดนั้นคงไม่ได้หรอก แม่นางน้อย แล้วข้าไม่ได้ขายเอากำไรเยอะ นอกจากเ้าจะเหมารถม้าไปส่งเอง”
“เอาแบบนั้นก็ได้เ้าค่ะ ข้าจะซื้อแล้วฝากไว้ที่นี่ ข้าต้องไปซื้ออีกหลายอย่าง แล้วจะแวะมารับของที่นี่ทีหลัง”
“ข้าเอาที่นอนสองผืนใหญ่ ผ้าห่มสองผืน ผ้าพับสำหรับทำผ้าม่าน เสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับข้าชุด แล้วสำหรับผู้ใหญ่วัยประมาณสามสิบห้า ตัวใหญ่กว่าข้าไม่เท่าไหร่หรอก อีกห้าชุด เอาผ้าระดับกลางนะ เพราะต้องใส่เข้าป่าทำสวนด้วย ขอสีเข้มหน่อย” ซูเยว่จ่ายตำลึงไปทั้งหมด แปดตำลึงก่อนจะเดินออกจากร้านไป
‘นั้นไม่ใช่ คนที่นั่งมาบนเกวียนตอนเข้ามาในเมือง หลอกหรือ’
“ท่านป้าท่านจำข้าได้ไหม ตอนเช้าที่เรานั่งเกวียนมาด้วยกัน ข้ารบกวนฝากบอกลุงคนขับเกวียนด้วย ข้ายังมีธุระจะไม่กลับไปพร้อมกัน ฝากบอกด้วยนะเ้าคะ ส่วนตำลึงข้าจะฝากผู้นำหมู่บ้านไปให้” บังเอิญเจอคนร่วมเดินทางมา ทีแรกนางกะจะเดินไปบอกด้วยตัวเอง
“ป้าจะไปบอกให้ กลัวว่าขากลับของจะหนักกว่าเดิม เ้าไม่ไปคนหนึ่งก็ดีแล้ว!” ซูเยว่มองตาม ‘อยู่แบบนี้ก็ดี มีอะไรก็พูดไปตามตรง ไม่ต้องเสแสร้ง’
“ท่านลุง ข้าจะซื้อเครื่องมือทำสวน และเครื่องครัว จัดให้ข้ามาอย่างละหนึ่ง ถ้าเป็เครื่องครัว เอามาอย่างละสี่ ถ้วยชามช้อนตะเกียบ ข้าไม่ค่อยได้เข้าครัว ไม่เก่งเื่นี้ ถ้าเห็นว่าข้าขาดสิ่งใด ท่านช่วยจัดมาได้เลย แต่กระทะและหม้อที่บ้านมีแล้ว”
“ได้ๆ แม่นางน้อย เดี๋ยวข้าจะจัดของให้ เ้ารออยู่ตรงนี้สักครู่”
‘ถ้าซื้อพวกอาหารแห้งไป ใครจะทำกิน ท่านแม่น่าจะยังลุกมาทำไม่ได้ ถ้าเรามัวแต่ทำอาหาร อย่างอื่นก็ไม่ต้องทำกัน ต้องใช้เวลานานมาก ยิ่งพวกต้มตุ๋นด้วยแล้ว อย่างต่ำหนึ่งชั่วยาม’
‘ถ้าอย่างนั้นซื้อไปให้พอกินก่อน ซื้อของแห้งไปเผื่อเล็กน้อย อย่างพวกเนื้อแห้งปลาแห้ง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำ หรือว่าจะซื้อเมล็ดผักไปปลูกด้วย ใช่แล้ว! ลืมไปได้ยังไงกันเมล็ดผัก’
“ท่านลุง ข้าจะจ่ายตำลึงไว้ แล้วฝากของไว้ที่ร้าน ท่านก็เห็นว่าข้าตัวเล็กถือกลับไม่ไหว ข้าจะไปซื้ออาหารแห้งเล็กน้อย แล้วจะจ้างรถม้าไปส่ง ถึงเวลานั้นข้ามาจะรับที่นี่ ท่านเตรียมของไว้ก็แล้วกัน”
“ทั้งหมดสามตำลึงทอง ข้าจะขนมากองรวมกันไว้ตรงนี้ เวลาเ้าแวะมารับของ บอกหน่อยก็แล้ว ข้าจะเขียนรายละเอียดไว้ให้ ว่าเ้าซื้ออะไรไปบ้าง”
ซูเยว่เดินมาซื้อเมล็ดผัก เพื่อเอาไปปลูกในมิติ กลับไปด้วยจำนวนหนึ่ง จ่ายไปถึงหนึ่งตำลึงทอง มีข้าวสารและเครื่องปรุง ทีแรกไม่ได้ตั้งใจว่าจะซื้อ แต่คิดไปคิดมา ห้องครัวมันต้องมีบ้างอาหาร ถึงไม่ทำตั้งไว้ก็ยังดี หมดไปอีกหนึ่งตำลึงทอง
นางเดินเข้าตลาดสด ซื้ออาหารที่ปรุงสำเร็จแล้ว แบบสดและแห้งอีกสามอย่าง ก่อนจะเดินไปร้านขายขวดกระเบื้องใส่ยา หาที่ลับตาแล้วแอบโยนเข้ามิติ แวะจ้างรถม้าขนของกลับบ้าน
“เ้าจะให้ขนของไปที่ หมู่บ้านม่านหมอกอย่างนั้นหรือ ข้าคิดเ้าสองตำลึงเงิน มันไกลพอสมควร ข้าจะช่วยเ้ายกของลงถึงบ้านเลย”
“ตกลงท่านลุง เช่นนั้นท่านขับรถม้า ตามข้าไปรับสินค้าก่อน มีอยู่ที่ร้านขายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ร้านขายเครื่องครัว แล้วก็ร้านขายข้าวสารอาหารแห้ง แค่นี้แหละพวกอาหารสดข้าหิ้วมาแล้ว”
กว่าซูเยว่ กลับมาถึงบ้านก็เป็เวลาบ่ายกว่าแล้ว ผู้คนต่างสงสัยเมื่อเห็นรถม้า วิ่งเข้ามาในหมู่บ้าน ปกติพวกเขาจะใช้เกรียนวัวกัน
คนขับรถม้ามาถึงบ้านก็ใ มองหาทางเข้าบ้านแทบไม่เห็น เพราะรกไปด้วยต้นหญ้า ที่สูงถึงเอว
“แม่นางน้อยที่บ้านของเ้า ไม่มีผู้ชายหรือ ทำไมไม่ตัดต้นหญ้าเสียบ้าง ทั้งรกและสูงแบบนี้ เ้าไม่กลัวพวกสัตว์มีพิษอย่างพวกงูหรือ”
“ท่านลุงข้าเพิ่งย้ายมาอยู่ ยังไม่มีเวลาตัดเลย อีกอย่างหนึ่งเครื่องมือไม่มี ท่านก็เห็นว่าบนรถม้า มีเครื่องมือทำสวนและมีดตัดหญ้าด้วย”
“ตอนนี้ยังมีเวลา เห็นแก่เ้าที่เป็แม่นางน้อยผู้หนึ่ง ข้าจะช่วยตัดหญ้าตรงประตูทางเข้า ไปถึงประตูบ้านของเ้า เสร็จแล้วค่อยขนของ ถ้ามีของชิ้นไหนที่เ้ารีบใช้ ถือเข้าไปก่อนเลย ข้าจะจอดรถม้าไว้ตรงนี้ แล้วปลดม้าออกมากินหญ้ารอก่อน”
“ได้เ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะหาน้ำ มาให้ท่านและม้ากิน” ซูเยว่ค้นหาอาหาร ที่พร้อมกินถือเข้าไปในบ้าน
“ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว ซื้อของมาเยอะเลย มีอาหารด้วย ของทั้งหมดยังขนเข้ามาไม่ได้ ลุงคนขับรถม้าที่ข้าจ้างมา เห็นว่าบ้านของเรารก จึงจะช่วยตัดหญ้าให้ก่อน แล้วค่อยขนของเข้าบ้าน”
“เ้าหายไปเสียนานแม่เป็ห่วงมาก กลัวจะเจอคนพวกนั้น แล้วโดนรุมทำร้ายเอา กลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว”
“ท่านแม่เดี๋ยวข้าไปเตรียมอาหารมาให้ ดูสีหน้าของท่านดีขึ้นมาก แล้วกระต่ายกับลิงล่ะ หายไปไหนแล้ว หรือว่ากลับเข้าป่าไป”
“น่าจะกลับเข้าป่า หายไปก่อนหน้าเ้ามาสักพักหนึ่ง นี่เอง!”
ซูเยว่เตรียมอาหารมาให้ผู้เป็แม่กิน ส่วนนางเอาน้ำพุิญญา ไปให้คนขับรถม้า ที่เปลี่ยนตัวเองเป็คนสวนไปแล้ว และเอาน้ำพุที่นางเคยโดดลง ตักไปให้ม้ากิน ซึ่งมันกินจนหมดถัง
“แม่นางน้อยนี่มันคือน้ำอะไรกัน ข้ากินเข้าไปแล้วรู้สึกสดชื่นหายเหนื่อย อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ก็หายไป ปกติข้าปวดหลังและปวดเข่า ตอนนี้ไม่ปวดแล้ว”
“เป็น้ำฝนเ้าค่ะ ท่านก็รู้ว่าฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำในบ่อก็ไม่สะอาด ข้าถึงเอาอาบน้ำฝนให้ท่านกิน ถ้ามันทำให้ท่านลุง หายจากอาการเจ็บป่วยเมื่อยล้า ข้าก็ดีใจเ้าค่ะ”
คนขับรถม้า ที่มีเรี่ยวแรงขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขารีบตัดหญ้าหน้าบ้านให้เสร็จ ขนของขึ้นบ้านให้เรียบร้อย ก่อนจะกลับซูเยว่ให้ค่ารถม้า เพิ่มอีกสองตำลึงเงิน เขามองเห็นรอบบ้านยังรกอยู่ เลยใจดีตัดหญ้ารอบบ้านให้
“ท่านลุงเ้าคะ ท่านดูขยันมาก อีกไม่นานจะถึงเวลาเย็นแล้ว ท่านยังมาตัดหญ้าอยู่อีก ถ้าท่านขยันขนาดนี้ พรุ่งนี้ท่านมาตัดหญ้าทั้งหมดให้ข้าได้ไหม ข้าใช้จ่ายให้ท่านหนึ่งตำลึงทอง”
“โอ้! แม่นางน้อย ไม่ต้องจ่ายค่าเยอะขนาดนั้นหรอก แค่สองตำลึงเงินนี่ก็พอแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะมาตัดหญ้าให้เ้าแต่เช้า หญ้าพวกนี้ไม่ได้ตัดยาก ครึ่งวันน่าจะเสร็จ วันนี้ข้าจะกลับก่อน”
ซูเยว่มองตามรถม้าที่วิ่งออกไป ‘ช่างเป็คนขยันและซื่อสัตย์เสียจริง ได้ตำลึงเพิ่มก็ยังไม่เอา’
“ท่านแม่ข้าต้องไปบ้านผู้นำ เอาตำลึงไปให้เขา ข้าลืมไปได้ยังไง แทนที่จะนั่งรถม้าไป หรือว่าพรุ่งนี้ค่อยไปดียังไม่ครบกำหนด”
“พรุ่งนี้เ้าค่อยไปเถอะวันนี้เหนื่อยแล้ว เ้าขายสมุนไพรได้ตำลึงมาเยอะเลยหรือ ซื้อข้าวของมานี่ก็น่าจะเกิน ยี่สิบตำลึงทองแล้ว”
“ค้าขายยา ที่ผสมน้ำพุิญญา ให้กลับผู้สูงอายุท่านหนึ่งไป เขากินแล้วอาการดีขึ้น เลยซื้อไปทั้งหมด ให้ข้ามา สองร้อยตำลึงทองเ้าค่ะ”
“โอ้! การค้าขายครั้งแรกของเ้า ได้ตำลึงทองมากถึงสองร้อยเลยรึ ต่อไปนี้เ้าก็เก็บตัวก่อน อย่าเพิ่งออกไปให้ใครเห็น ตั้งใจโคจรพลัง และศึกษาตำราอยู่ในมิติ ไว้ให้เื่ข้างนอกเงียบไปก่อน”
“เ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะเก็บตัวอยู่ที่บ้าน และตั้งใจศึกษาตำราในมิติ”
“แม่มีแรงขึ้นบางแล้ว แต่คงช่วยเ้าทำอาหารได้เพียงเล็กน้อย ให้ไปปลูกผักก็คงช่วยได้แต่ถอนหญ้า พลังธาตุเคยมีถูกทำลายไปหมดแล้ว ทำให้การรักษา อยากยิ่ง”
“คนชั่วพวกนั้น ทำลายพลังธาตุของท่านแม่ไป แต่…ท่านแม่เ้าคะ ข้าได้อาบและกินน้ำพุิญญา พลังธาตุของข้ากลับขึ้นมาแล้ว ข้ามีธาตุไฟ”
“หรือว่าท่านแม่ จะลองอาบดูไหมเ้าคะ ข้าจะตักมาใส่ถังน้ำ ดูเหมือนที่ห้องครัว จะมีถังไม้อยู่ด้วย พวกเขาคงใช้อาบน้ำร้อนตอนหน้าหนาว”
“เดี๋ยวข้าจะขนน้ำพุิญญา มาให้ท่านแม่อาบและดื่มกิน มันอาจจะมีทางรักษาได้ ท่านแม่ไม่ต้องกลัวเปลืองนะเ้าคะ เพราะว่าน้ำกินกับน้ำอาบคนละส่วนกัน”