สมาคมนักหลอมโอสถ ณ ห้องของหัวหน้าสมาคมนักหลอมโอสถสาขาเมืองหฤทัย
ในห้องตอนนี้นั้นได้มีหญิงสาววัยแรกแย้มยืนกอดอกทำหน้ามุ้ยอยู่อย่างนั้น รูปร่างหน้าตาในอายุ 13 ปีถือว่าน่ารักสมวัย ยามเธอนั้นทำหน้ามุ้ยใครเห็นอย่างนั้นก็อดเอ็นดูเธอไม่ได้ หญิงคนนี้มีนามว่า ซูเหมยลี่
เบื้องหน้าของเค้านั้นเป็ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง กำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ภายในห้อง ปกหนังสือเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ชีวประวัติ จักพรรดิสรรค์ฉีิผู้สามารถสร้างเม็ดยาในตำนานได้คนสุดท้าย หากมองดูลักษณะของชายวัยกลางคนนั้น เค้าเป็คนหน้าตาดูดุร้าย ตัวเล็กส่วนสูงของเค้าเพียง 150 CM แต่ถ้าพูดถึง ทักษะการหลอมโอสถนั้นถ้าหากว่าตัวของเค้าบอกว่าเป็ที่ 2 ก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้ากล่าวว่าเป็ ที่ 1 ในเมืองหฤทัยแห่งนี้แล้ว ชายวัยกลางคนผู้นี้ก็คือ ซูโยวหัวหน้าสมาคมนักหลอมโอสถแห่งเมืองหฤทัย
“ หลานซูเหมยลี่ ใครแกล้งหลานมาอีกแล้วหรือคราวนี้ ” ซูโยวกล่าวออกมาตอนนี้เค้าได้วางหนังสือนั้นลงมองซูเหมยลี่ด้วยความเอ็นดู บางครั้งด้วยความที่ซูเหมยลี่นั้นน่ารักสดใสก็จะมีบ้างที่พวกตระกูลลูกขุนนางต่างๆ เข้าหาเหมยลี่ด้วยวิธีการหยอกล้อนั้นทำให้เหมยลี่โกรธอยู่เป็ประจำการทำหน้ามุ้ยมาแบบนี้นั้น ซูโจวย่อมคิดเป็ธรรมดาว่ามีใครกลั่นแกลงเหมยลี่มาอีกแล้ว
“ อืม !!!! ” ซูเหมยลี่ไม่สามารถพูดออกมาได้เต็มปากเพราะเื่ในครั้งนี้นั้นไม่มีใครกลั่นแกล้งเค้าเลย และการที่เค้าเข้ามาหาท่านลุงในครานี้ถ้าเอ๋ยถึงวัตถุประสงค์ของการมาจริงๆ ก็ดูจะเป็ของเค้าเองที่้ากลั่นแกล้งคนอื่นอยู่ไม่เชิง
“ หืม เกิดอะไรขึ้นหรือ ” เมื่อซูโยวเห็นเหมยลี่ไม่กล่าวตอบจึงได้ กล่าวถามอีกครั้งคราวนี้สีหน้าที่ดุร้ายนี้ได้ขมวดคิ้วขึ้นมาแล้ว
“ คือว่านะท่านลุงโยว ข้าเห็นว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งนั้นไม่ให้เกียรติสมาคมนักหลอมโอสถของเรา ” ซูเหมยลี่กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจอีกครั้งเมื่อย้อนคิดถึงสายตาท่าทาง และการกระทำของหนุ่มนั้น สิ่งนี้นั่นมันทำให้เค้าขัดใจจริงๆ ใครจะให้เ้าไม่เชื่อคำกล่าวเตือนของข้ากันล่ะ
“ หืมใหนเ้าลองอธิบายรายละเอียดมาให้ท่านลุงรับฟังหน่อยสิ ” ซูโยวกล่าวขึ้นมาพร้อมความสนใจต่อชายหนุ่มผู้นั้น ต้องรู้ก่อน แม้ว่าสมาคมนักหลอมโอสถในเมืองหฤทัยจะไม่จัดเป็กองกำลัง 1 ดาวก็จริง แต่ไม่ใช่เพียงแค่สมาคมนักหลอมโอสถในเมืองหฤทัยเท่านั้น ต่อให้เป็สมาคมทั้ง 3 ไม่ว่าจะเมืองหฤทัย เมืองอื่นๆ หรือไม่แม้แต่แค้วน มณฑล อาณาจักร หรือต่อให้เป็ราชวงค์
สมาคมต่างๆ นี้ก็จะไม่มีดาวในการจัดอันดับแต่เป็อันรู้กันว่าทั้ง 3 สมาคมนั้นเป็อันหนึ่งอันเดียวกันถ้าหากกองกำลังใดหรือคนผู้ใดนั้นมันกล้ามาล่วงเกินสมาคมเ่าั้ หากถูกกออกใบคำสั่งล่าสังหารรับรองต่อให้เป็จักพรรดิสรรค์ก็รอดยากลองคิดดูถ้าหากสมาคมทั้งหลายร่วมใจกันประกาศหยุดรับภารกิจต่างๆเนื่องจากไม่พอใจใครคนใดคนหนึ่ง คนนั้นและจะรับงานก็ต่อเมื่อมันผู้นั้นตกตาย ต่อให้เป็คนของราชวงค์ก็เกรงว่าจะถูกลอบจัดการด้วยคนภายในด้วยกันเป็แน่
“ คือว่าท่านลุงซูโยวเื่ราวมันเป็แบบนี้ …….. ” ซูเหมยลี่นั้นได้เล่าออกมาหมดสิ้นั้แ่จักพรรดิสรรค์ฉีิเดินเข้ามา ยื่นเงินให้เธอ 50 เหรียญทองแดงเพื่อเข้ารับการทดสอบเป็นักหลอมโอสถ 1 ดาวขั้นพื้นฐาน รวมทั้งการที่จักพรรดิสรค์ฉีินั้นไม่ได้ฟังคำเตือนของเธอเลย เมินตัวของเธอ เหมือนเธอนั้นเป็อากาศทาส
ฮ่าๆ
เมื่อซูโยวได้ยินเื่ราวทั้งหมด เค้า ก็อดขำขึ้นมาไม่ได้ตัวของเค้านั้นรู้จักนิสัยของหลานสาวของเค้าดีที่สุด รู้มากกว่าพ่อของนางซะอีก หลานของเค้านั้นเป็คนชอบเอาชนะแล้วเกลียดการพ่ายแพ้เป็ที่สุด การที่เตือนอีกฝ่ายด้วยความหวังดีจริงๆ แล้วอีกฝ่ายนั้นไม่ฟังไม่สนใจเธอเลย นั้นทำให้เธอโกรธและน้อยใจเป็แน่ นี้คงเป็เหตุผลที่แท้จริงในการมาครั้งนี้ของเธอ เธอนั้นคงแค่อยากให้ข้าไปสั่งสอนชายคนนั้นแทนตัวของเธอเองสินะ
แต่ซูโยวก็เห็นด้วยในบางเื่เหมือนกัน การเข้าทดสอบหากไม่สามารถผ่านไปได้เลยสักบททดสอบนั้นก็แปลว่าเด็กนี้นั้นได้เข้ามาสอบเล่นๆไม่ได้จริงจังอะไร เเบนนี้นั้นก็เป็เสมือนการไม่ให้เกียรติอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าหากเด็กนั้นผ่านการทดสอบสักหนึ่งบทเรียนนั้นอาจจะเป็การรับประกันว่าตัวเค้านั้นไม่ได้มาเล่นๆแต่เป็เหมยลี่นั้นหัวเสียไปเอง ซูโยวคิดแล้วตัดสินใจแบบนี้ ตัวเค้านั้นเป็คนที่มีเหตุผลพอสมควร
“ ท่านลุงท่านหัวเราะอะไรของท่านกัน !!!! ”
“ เปล่านะข้าไม่ได้หัวเราะอะไรสักหน่อยเ้านั้นอาจจะหูฟาดไปเอง ” ซูโยวกล่าวแก้ตัวออกมาน้ำขุ่นๆ
“ ไหนซูเหมยลี่เ้าพาลุงไปพบเจอเด็กคนนั้นหน่อยซิ ”ซูโยวกล่าวต่อมาประโยคนี้นั้น ทำให้ซูเหมยลี่ดีใจจากหน้ามุ้ยนั้นกลับกลายเป็น่ารักขึ้นมาทันที
“ ตามข้ามาเลยท่านลุง ” ซูเหมยลี่นำท่านลุึงไปจุดรอเข้าห้องสอบด้วยสีหน้าท่าทางมีความสุข ใครนั้นขอให้เ้าเมินเฉยต่อคำแนะนำของข้ากันล่ะ
หน้าห้องสอบ
บัดนี้นั้นอีก 20 กว่านาทีก็จะถึงระยะเวลาสอบแล้ว ต่างคนต่างแยกกันนั่งรอ ที่หน้าห้องนั้นมีเก้าอี้นั่งรอเรียงเป็แถวยาวไป คนมาสอบของวันนี้มีอยู่ด้วยกัน 10 กว่าคนบางคนนั้นนั่งอ่านหนังสือทบทวน บางคนก็นั่งขัดสมาธิเพื่อทำจิตใจให้สงบ มีเพียงจักพรรดิสรรค์ฉีิที่ตอนนี้นั้นนั่งหลับซะอย่างนั้น
5 นาทีต่อมาหน้าห้องสอบ
ได้มีสองลุงหลานได้เดินเข้ามาทั้งสองคนก็คือซูเหมยลี่และซูโยว เมื่อผู้เข้าสอบคนอื่นๆเห็นดังนั้นจึงได้โค้งทำความเคารพต่อ ซูโยว ทุกคนในที่นี้ต่างรู้ดีว่าชายวัยกลางคนตรงหน้านี้จริงๆแล้วนั้นคือ หัวหน้าสมาคมนักหลอมโอสถแห่งนี้
“ เหมยลี่คนไหนคือ…… ” ก่อนที่ซูโยวจะถามเหมยลี่จบว่าคนไหนคือชายคนที่ซูเหมยลี่นั้นกล่าวถึงก่อนหน้าแต่ไม่ต้องรอกล่าวจบ ซูโยวสามารถรู้ได้ทันทีว่าชายคนนั้นคือใคร
เมื่อคนอื่นนั้นต่างทำความเคารพหัวหน้าสมาคมนักหลอมโอสถ แต่ชายคนนี้นั้นกลับนั่งหลับอยู่หน้าห้องสอบไม่พอแค่นั้นตอนนี้น้ำลายของเค้าคนนั้นได้ไหลย้อยลงบนพื้นของสมาคมนักหลอมโอสถแล้ว
“ เ้า!!!! เ้า!!!! เ้าถึงขั้นมานอนน้ำลายไหลวันนี้เ้าได้โดนดีแน่ ” เมื่อเหมยลี่เห็นอย่างนั้นเค้าก็ได้ะโดังลั่นออกมา
“ หืม !!!! ใครมาปลุกข้านี้ถึงเวลาสอบแล้วหรือ ”ด้วยเสียงเอะอะโวยวายทำให้จักพรรดิสรรค์ฉีิตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย