ตอนที่ 7 รู้ความจริง เชื่อมโยงกัน (รีไรท์)
เฉียวเยี่ยนหิ้วลูกเข้าไปในบ้าน ก่อนจะปิดประตู และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ข้าห้ามไม่ให้พวกเ้าออกมาจากในบ้านไม่ใช่รึ? เหตุใดไม่ยอมเชื่อฟัง?”
เด็กน้อยทั้งสองก้มหน้า เสี่ยวฉวนเอ๋อร์ตีหน้าขรึมไม่พูดอะไร เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ถูเท้าตัวเอง เสียงเด็กน้อยเจือไปด้วยเสียงสะอื้นเล็กน้อย
“พวกเราอยากช่วยท่านแม่สู้กับคนไม่ดี”
เฉียวเยี่ยนฟังจบก็รู้สึกซาบซึ้งใจ ก้มลงมองมีดสั้นที่อยู่ในมือลูกชาย พลันใจอ่อนจนอยากร้องไห้ นางคุกเข่าลง ดึงเด็กทั้งสองเขามากอดแน่น “ลูกรัก แม่ขอโทษ แม่ไม่ดีเอง ไม่ควรโมโหใส่พวกเ้า”
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ถูกแม่กอดก็ปล่อยโฮออกมา ความจริงแล้วนางกลัวมาก ท่านลุงที่นางคิดว่าเป็คนดีกลับยั่วยุท่านแม่ให้โมโห แถมยังทะเลาะกับท่านแม่ นางจึงคิดว่านางได้ทำร้ายแม่ตัวเอง
“ฮือ ๆๆ…ท่านแม่ ลูกผิดไปแล้ว ลูก…จะไม่แอบหนีออกไปอีกแล้ว”
เฉียวเยี่ยนรู้ว่าลูกกลัวแล้ว จึงลูบหลังนางเบา ๆ “เด็กดี ไม่ร้องนะ แม่ไม่โทษเ้าหรอก ไม่ต้องกลัวนะ”
ระบบตัวน้อยที่อยู่ในทะเลแห่งจิตใต้สำนึกสูดน้ำมูกตาม
[ช่างน่าประทับใจจริง ๆ ท่านโฮสต์ เด็กน้อยทั้งสองเป็เด็กดีมาก]
เฉียวเยี่ยนทั้งประทับใจทั้งภูมิใจ “มันแน่อยู่แล้ว ไม่เห็นหรือว่าเป็ลูกใคร!”
เสี่ยวฉวนเอ๋อร์ก็รู้สึกสบายใจมากที่ถูกแม่กอดเอาไว้ ทว่าเขากลับคิดถึงบุรุษที่มีหน้าตาเหมือนเขาเมื่อครู่นี้
เขาไม่ได้ไร้เดียงสาเช่นน้องสาว เขารู้ว่าคนผู้นั้นน่าจะเป็บิดาของพวกเขา
เด็กน้อยอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดมารดา ใบหน้าที่วางมาดเคร่งขรึมถามอย่างจริงจัง “ท่านแม่ คนผู้นั้นใช่ท่านพ่อของเราหรือไม่?”
แม้จะเป็การถาม แต่น้ำเสียงกลับมั่นใจอย่างยิ่ง
ร่างกายเฉียวเยี่ยนนิ่งค้าง พลางถอนหายใจออกมาเบา ๆ
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด!
นางคลายเด็กทั้งสองออกจากอ้อมกอด พลางจ้องใบหน้าเล็กของพวกเขาพร้อมเอ่ยอย่างจริงจัง “ลูกรัก เขาเป็ท่านพ่อของพวกเ้าจริง ๆ และเพราะเขาไม่รู้ว่ามีพวกเ้ามาก่อน แม่กับเขาจึงไม่คุ้นเคยกันนัก ดังนั้นจึงไม่แน่ใจว่าเขาจะมีท่าทางต่อพวกเ้าอย่างไร”
“แต่แม่รับปากว่า ไม่ว่าเขาจะมีท่าทางอย่างไร พวกเ้าก็เป็ลูกสุดที่รักของแม่ตลอดไป!”
เด็กทั้งสองได้ยินว่าคนที่อยู่ด้านนอกคือพ่อของพวกเขา ดวงตากลมโตก็เปล่งประกาย แต่เมื่อได้ยินประโยคตอนท้ายของท่านแม่ ดวงตาก็หมองหม่นลงอีกครั้ง
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์พุ่งกลับเข้าไปในอ้อมแขนแม่ และเอ่ยอย่างออดอ้อน “ท่านแม่ พวกเรามีแต่ท่านแม่ ไม่มีท่านพ่อก็ได้”
แน่นอนว่ามีคนเดียวย่อมดีกว่า
เสี่ยวฉวนเอ๋อร์จับมือแม่ตัวเองไว้ พลางลูบปลอบโยนเหมือนผู้ใหญ่ “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องเสียใจนะ”
เด็กน้อยนึกภาพที่แม่ตัวเองถูกชายเลวทิ้งขว้างอย่างโหดร้าย และตอนนี้ชายเลวคนนั้นก็มาหาถึงที่ จึงหมดความเสน่หาต่อบิดาที่อยู่นอกประตูทันที
มู่ฉินเจินที่รู้ว่าตัวเองมีลูกสองคนอย่างกะทันหันในเวลานี้พลันรู้สึกล่องลอยเหมือนกับกำลังฝัน รู้สึกว่ามันไม่น่าจะใช่เื่จริง
เขาโบกมือให้เกาจัวหยวนที่อยู่ด้านหลัง เกาจัวหยวนคิดว่านายตัวเองมีเื่สั่งการ จึงก้าวไปข้างหน้าและตั้งใจฟัง
มู่ฉินเจินเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเม้มริมฝีปากอย่างไม่ทราบสาเหตุ “เกาจัวหยวน เรามีลูกแล้ว”
เกาจัวหยวน “...”
นี่ท่านอ๋องแค่อยากอวดหรือ?
ไม่รอให้เขาได้เข้าใจอะไรชัดเจน ท่านอ๋องก็เอ่ยต่อ “แถมยังมีสองคน ข้ามีลูกสองคน”
เกาจัวหยวนนึกในใจ ‘ถูกต้องแล้ว! ท่านอ๋องเรียกเขามาอวด!’
เขายกยิ้มพลางก้มตัว กุมมือคำนับ พร้อมเอ่ยเสียงดัง “ยินดีกับท่านอ๋องด้วยพ่ะย่ะค่ะที่ได้ซื่อจื่อน้อย!”
ผู้ติดตามสองสามคนที่อยู่ด้านหลังก็แสดงความยินดีตาม
ผู้ติดตามสองสามคนนึกถึงเ้านายน้อยทั้งสองในบ้านก็รู้สึกตื่นเต้นเป็พิเศษ ในที่สุดท่านอ๋องของพวกเขาก็จะไม่ต้องถูกฮองเฮาพูดถึงอยู่ตลอดแล้ว!
มู่ฉินเจินผ่อนลมหายใจยาวและหัวเราะออกมา มั่นใจแล้วว่านี่ไม่ใช่ความฝัน!
แม้ตอนนั้นหญิงผู้นี้จะใช้แผนชั่วร้ายวางยาเขา แต่ต้องยอมรับว่าเด็กทั้งสองน่ารักมาก เขาชอบยิ่งนัก
เขาสำรวจไปรอบ ๆ ในบ้านไร่มีเพียงรั้วกำแพงหนึ่งรั้วและบ้านกระเบื้องทรุดโทรมหลังเล็กอีกสามหลัง ครั้นนึกถึงว่าลูกสองคนของเขาเติบโตที่นี่แล้วก็รู้สึกผิดเล็กน้อยที่ตอนนั้นเหตุใดตนถึงได้เนรเทศหญิงคนนี้ไปอยู่ในสถานที่ห่างไกลเช่นนี้
พื้นที่โล่งรอบบ้านกระเบื้องทรุดโทรมถูกถมเป็ที่ดินทำกิน นอกจากผักที่เห็นได้ทั่วไปแล้ว บนพื้นที่ขนาดใหญ่ก็มีพืชพรรณที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
มันออกผลเรียวยาวสีแดงและสีเขียว แล้วพืชเถาใบรูปสามเหลี่ยมจำนวนมากมายนั้นเล่าคืออะไร?
แต่กระนั้นพืชผลในแปลงนี้ก็เติบโตได้ดี เมื่อนึกถึงหญิงคนนั้นที่ใช้จอบต่อสู้กับเขาเมื่อครู่ ก็เดาว่านางน่าจะเป็คนปลูกสิ่งเหล่านี้
หลังจากสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้ว มู่ฉินเจินก็ก้าวเท้าเดินไปทางบ้านที่เฉียวเยี่ยนพักอยู่ ครานี้เขาไม่หุนหันพลันแล่น เคาะประตูเบา ๆ ด้วยกลัวว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ข้างในจะใ
ก๊อก ก๊อก
หลังจากเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก็มีเสียงทุ้มต่ำน่าดึงดูดของผู้ชายดังขึ้นจากด้านนอก
“เ้าออกมา เรามีเื่จะปรึกษากับเ้า”
เฉียวเยี่ยนถลึงตาใส่ประตู แต่ก็รู้ว่าควรคุยกับผู้ชายคนนั้นให้รู้เื่
นางปลอบโยนเด็กน้อยทั้งสองในอ้อมแขน “เป็เด็กดีรอแม่อยู่ที่นี่นะ แม่ออกไปครู่เดียวเดี๋ยวก็กลับมา”
เด็กน้อยทั้งสองมองไปทางประตูอย่างระแวดระวัง ครั้นประตูเปิดออก สิ่งที่มู่ฉินเจินเห็นก็คือท่าทางโมโหเพิ่มเติมด้วยความรังเกียจของภรรยา รวมถึงสายตาระแวดระวังของเด็กน้อยทั้งสอง
เขาพลันรู้สึกเหน็บหนาวเล็กน้อย แต่ก็เผยยิ้มอย่างเป็มิตรให้กับเด็กทั้งสอง จากนั้นก็ตามเฉียวเยี่ยนไปยังลานบ้านเพื่อปรึกษาหารือกัน
เขาเอามือไพล่หลัง ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ทว่าน้ำเสียงกลับเคร่งขรึมและจริงจัง “เ้าตามข้ากลับไปเมืองหลวงเถิด เด็กทั้งสองมิควรใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้”
ครั้นเฉียวเยี่ยนได้ยินเช่นนี้ อารมณ์ก็ปะทุขึ้นมาทันที “สภาพแวดล้อมเช่นนี้มันเป็อย่างไร? เด็กทั้งสองนี้ข้าเลี้ยงจนเติบใหญ่ขึ้นมาได้! อีกอย่าง เหตุที่พวกเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ก็เป็เพราะท่านนั่นแหละ!”
มู่ฉินเจินพูดไม่ออก จริงอยู่ที่เขาเนรเทศนางมาที่นี่ แต่ตอนนั้นนางมีเจตนาไม่ดีต่อเขาก่อน
“หากเ้าไม่วางยาข้า ข้าจะส่งเ้ามาที่นี่ทำไมกัน?”
เฉียวเยี่ยนเม้มปาก รู้สึกไม่พอใจ แม้เ้าของร่างเดิมจะเป็คนวางยาและหลับนอนกับผู้ชาย ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนาง แต่เวลานี้นางก็ยากที่จะโต้แย้งออกมาได้
นางเชิดหน้าขึ้นอย่างทำผิดแล้วไม่ยอมรับ “ข้าไม่สน ข้าไม่กลับ!”
นางชี้แปลงผักรอบ ๆ "เห็นพืชผลเ่าั้หรือไม่? พวกนั้นล้วนเป็สิ่งที่ข้าทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างมันมาตลอดหลายปี ท่านให้ข้ากลับไปกับท่านเช่นนี้ ข้าไม่เสียเปรียบตายเลยรึ!"
มุมปากมู่ฉินเจินกระตุก เมืองหลวงหรูหรายังเทียบกับแปลงผักไม่กี่หมู่ของนางไม่ได้เลยรึ?
แต่เห็นท่าทางของหญิงคนนี้แล้ว เขาก็รู้สึกขบขันอย่างอธิบายไม่ถูก “หากเ้ากลับไปกับเรา เราจะมอบผืนดินสมบูรณ์พันหมู่ให้แก่เ้า ว่าอย่างไร?”
หากนางไม่กลับไป เสด็จแม่อาจจะเอาแต่ไล่ถามเขาว่าเขาปกติดีหรือไม่
ดวงตาเฉียวเยี่ยนเป็ประกาย พื้นที่อุดมสมบูรณ์พันหมู่เป็ความมั่งคั่งมหาศาลสำหรับนางในตอนนี้ แต่เมื่อนึกถึงเื่ยุ่งเหยิงในเมืองหลวง นางก็ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
นางยังชอบอยู่ในหุบเขาแบบนี้มากกว่า อำนาจจากศูนย์กลางเข้าไม่ถึง เลี้ยงลูก ปลูกผัก ใช้ชีวิตสุขสบายร่ำรวย
“ไม่กลับ! ต่อให้เป็ผืนดินสมบูรณ์พันหมู่ของท่าน มันก็เทียบไม่ได้กับแปลงผักผืนนี้ในใจของข้าหรอก”
มู่ฉินเจินขมวดคิ้วแน่น คนอื่นล้วนเชิญเทพง่ายดายส่งเทพยากเย็น แต่พอเป็นางแล้วเหตุใดมันถึงได้ตรงกันข้ามกัน!
ภายในสี่ปีนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงได้ทำให้สตรีคนหนึ่งเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ?
แม้เมื่อก่อนเฉียวเยี่ยนจะงดงาม แต่นางก็เป็สาวงามไร้ความสามารถ ขี้ขลาด และโง่เขลา แต่ตอนนี้นางกลับมีความมั่นใจ สดใส แถมยังใจกล้ามากอีกด้วย!
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ท่านอ๋องโบ้จะกลับไปไหม หรือท่านจะลองมาอยู่บ้านไร่ดี? จะได้รู้ว่าสี่ปีที่ผ่านมาพระชายาของท่านอยู่อาศัยอย่างไร
ไหหม่า(海馬)