ตอน 7 ปมหลังปานใจ
ศึกครั้งนั้นฝ่าาเสียความไว้วางใจต่อตัวจ้านจวิ้นไปมากกระทั่งไม่ยอมยกตำแหน่งองค์ราชทายาทให้องค์ชายรองอย่างเขารับ่ต่อจากองค์ชายใหญ่ที่สิ้นใจตายมิหนำซ้ำยังต้องเสียดินแดนฝ่ายใต้ให้ฝั่งศัตรูเพื่อแลกกับการปล่อยตัวเถียจ้านจวิ้น
ฝ่าาทรงกริ้วหนักไม่มีใจห่วงแหนโอรสคนนี้แม้แต่น้อย ทันทีที่เขาถูกส่งตัวกลับมาฝ่าาดันสั่งลงโทษคุมขังจ้านจวิ้นในตำหนักร้างท้ายวังเยี่ยงทาสไม่ให้ได้รับการปล่อยตัวจนกว่าจะได้รับการเมตตาและอภัยจากฝ่าา
"แม้กระทั่งท่านพ่อยังไม่เมตตาข้า... พี่ใหญ่ก็ตายจาก เป็ข้าที่ไร้ประโยชน์"
"พี่ใหญ่บทเรียนครั้งนี้ช่างหนักหนานักต่อไปข้าจะเปลี่ยนเป็คนที่ดี สวมิญญาของท่านใส่ร่าง เป็คนที่หนักแน่นปกป้องแผ่นดินแทนท่าน ให้สมกับที่ท่านสละชีวิตเพื่อปกป้องข้า"หลังจากที่จ้านจวิ้นถูกคุมขังในตำหนักร้างนานนับปีไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเขากลับใช้เวลาพวกนั้นคิดทบทวน ฝึกฝนตนเองให้เก่งกาจรอบด้านมิยอมเป็คนอ่อนหัดอีกต่อไป
ทว่าจ้านจวิ้นฉุกคิดได้ว่าหากจะอยู่ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยอสรพิษมากกลลวงให้รอดเขาจะต้องแสร้งเป็คนไร้ประโยชน์ตาบอดวิปลาส เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนให้ลับตาช่างเป็ความคิดที่แยบยล ไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึง
ณ วังหลังฝ่ายใน
"ว้าว นี่มัน์ชัดๆ สวยมากจริงๆ"ชิงเหนียนตาลุกวาวเมื่อได้ัับรรยากาศพระราชวังอันโอ่อ่าในสถานที่จริงจนเผลอเดินเฉออกห่างจากขบวน
"แม่นางเร็วเข้าเดินชักช้าเดี๋ยวก็ได้โดนตัดหัวเสียหรอก" เสียงนางเล็กๆผู้เดินประกบขบวนเอ่ยตักเตือนชิงเหนียนก่อนจะเดินนำหน้าไปดูแลคุณหนูสกุลอื่น
ชิงเหนียนตัวแสบหลุดอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความหลงใหลตาดูหูฟังเฉพาะสิ่งที่อยากรับฟังเท่านั้นชิงเหนียนแตกแถวเผลอหลุดเข้าไปยังเขตหวงห้าม ที่ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าเดินผ่าน
"อ๊ะ ที่นี่ที่ไหนน่ะ ทำไมดูน่ากลัวชอบกลตลอดทาง... วังใหญ่โตสวยงามเต็มไปหมด ไม่คิดว่าจะมีสถานที่แบบนี้ซ่อนอยู่ในวังด้วย" กว่าชิงเหนียนจะรู้ว่าตัวเองเตลิดมาไกล ก็เกินจะหาทางวกกลับ
"แย่แล้วๆ ทำไงดีล่ะเนี่ยฉันต้องตายแน่อิเต้จะปะาฉันแน่เลย" ชิงเหนียนพึมพำในใจ แต่ก็ยังหน้ามึนก้าวเท้าเดินต่อไปข้างหน้าเพราะความสงสัยในใจไม่อาจปล่อยวาง ทำให้นางต้องซุกซน
"เอาวะ ไหนๆก็ได้มาเมืองย้อนยุคทั้งทีสำรวจไปให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย ที่ร้างขนาดนี้คงไม่มีใครอยู่หรอกนะ"เพราะความอยากรู้อยากเห็นแท้ๆ นำพาไปสู่โชคชะตาที่นางไม่อาจปฏิเสธได้ ชิงเหนียนพึมพำในใจก่อนจะค่อยๆทำท่าทีลับๆล่อๆแง้มเปิดรั้วเก่าๆเข้าตำหนักร้างท้ายวังอย่างหน้าตาเฉย
ตำหนักพู่หยวน(ตำหนักร้างที่อยู่ขององค์ชายรองผู้ตาบอดสนิทที่ได้รับการขนานนามว่าชายวิปลาสรังแกสตรี)
"แคร่ก... " ชิงเหนียนเดินสำรวจเพียงผิวเผินก่อนจะใช้มือเล็กๆค่อยๆผลักประตูตำหนักเข้าไป
"หืม... เป็ไปได้ไงข้างนอกดูเก่าโทรมเหมือนตำหนักร้าง แต่ข้างในสะอาดกริบแม้แต่ฝุ่นสักเม็ดก็ไม่มีให้เห็น เหมือนกับว่ามีคนอยู่ที่นี่ตลอด...ในวังนี้มีแต่เื่น่าประหลาดใจให้ลุ้นอยู่ตลอดจริงๆ "ชิงเหนียนกล้าๆกลัวๆก้าวเท้าย่องเบาเนิบๆเข้าไปในโถงตำหนัก
"ใครบังอาจบุกตำหนักข้า หูป๋อไปพามันมา"จ้านจวิ้นที่กำลังดื่มชาอยู่หลังตำหนักอย่างสำราญใจ ไหวพริบดีได้ยินฝีเท้าของบุคคลทั้งที่นางยังอยู่เพียงหน้าตำหนัก เพื่อเก็บงำตัวตน ดึงบทบาทเข้าสู่ด้านมืดเป็องค์ชายโฉดให้คนประจักษ์ตา เขารีบหยิบปลายผ้าขาวพลิ้วหนึ่งผืนผูกมัดเป็ปมแน่น
"ย๊าก อ๊าก ผะ ผะ ผีหรอ !"ชิงเหนียนหายใจไม่ทั่วท้อง เดินย่องดูสิ่งของโบราณจำพวกไหแก้วที่เรียงรายอย่างสวยงามในตำหนักพู่หยวนได้ไม่ถึงครึ่งทางกลับรู้สึกเย็นๆปลายหลังคอ เหมือนกับว่ามีมือสากๆของใครกำลังบีบกด
"หยุดนะ หยุดกระโตกกระตากซะ...ไม่งั้นข้าจะเปลี่ยนจากมือบีบคอเ้า เป็ใช้คมดาบกดทับมันแทน"เสียงเข้มๆของราชองครักษ์เว่ยหูป๋อข่มขู่สตรีไร้ทางสู้อย่างนาง
"นะ นายไม่ใช่ผีใช่ไหม"ชิงเหนียนยกมือขึ้นทั้งสองข้าง หลับตาปี๋ พูดโต้ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ผู้ใดส่งเ้ามา จงตอบข้า...ไม่รู้หรือไรว่าตำหนักพู่หยวนของข้า ไม่มีผู้กล้าย่างก้าวมา 5 ปีแล้ว" เสียงเย็นะเืขององค์ชายรองเถียจ้านจวิ้นลอยมาตามลมชวนให้นางขนลุก
"ผี ผีชัดๆ น้ำเสียงเนิบๆแบบนี้ฉันได้ยินบ่อยในซาวด์ละคร ไม่คิดเลยว่าเกิดมา 24 ปีจะเพิ่งโดนผีหลอกจะๆก็คราวนี้" ชิงเหนียนพึมพำในใจ หลับตาปี๋ไม่กล้าลืมตามองนับหนึ่งถึงสิบในใจ สูดลมเข้าเต็มปอด รวบรวมความกล้าเอื้อมมือลงยกขาแข็งๆให้ก้าวเดิน วิ่งแจ้นแบบไม่คิดชีวิต หวังหนีผี
"แอ๊ก! "เสียงหน้าผากของสาวน้อยกระแทกเข้ากับแผ่นหน้าอกแน่นๆของจ้านจวิ้นชิงเหนียนค่อยๆใช้มือลูบคลำััว่าตัวเองชนเข้ากับอะไร ทำไมเสียงหนักแน่นแต่นุ่มนวลเหมือนร่างคน
"อะ อะ...องค์.." ราชองครักษ์หูป๋อถึงขั้นหูแดงตาปูดโปนแทบจะถลนจากเบ้าเมื่อเขาเห็นว่านางกำลังลูบไล้ร่างของจ้านจวิ้นอย่างง่ายดายทั้งที่น้อยคนนักจะกล้าทำเช่นนั้นกับเขา หูป๋อคนนี้จงใจจะโบกมือชักตัวนางออกห่างให้หยุดทำกิริยาเช่นนั้นซะทว่าเพียงแต่อ้าปากพูดเขายังเปล่งเสียงออกมาไม่เป็ภาษา
"แม่นางน้อย ลืมตาซะ อย่าได้มัวแต่หลงใหลบนกายข้ารู้หรือไม่ว่าข้าไม่ใช่ผีสางแต่ข้านี่แหละเป็ผู้เดียวที่ทำให้สตรีทุกคนหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าผี"จ้านจวิ้นยกมือห้ามปรามมิให้หูป่อเผยฐานะที่แท้จริงของเขาเพราะดูท่าแล้วนางน่าจะไม่ใช่คนในรั้ววัง คงเป็แค่คนที่หลงทางมาก็เท่านั้น
หลังจากพูดจบประโยคองค์ชายรองผู้ฉาวโฉ่ยกมือเรียวๆเข้าสวมรัดข้อแขนเล็กๆของนางไว้ทั้งสองข้างพร้อมโน้มใบหน้าต่ำลงเข้าใกล้ หยิบมือนางให้ััข้างแก้ม แสยะยิ้มมุมปากแบบร้ายๆจงใจสร้างความหวาดกลัวแก่สตรี
"อะ อะเอ๋ ผีอะไรทำไมหล่อจัง"ชิงเหนียนััได้ถึงความอ่อนโยนของเขา เธอจึงกล้าที่จะลืมตามองทันทีที่เห็นใบหน้าของจ้านจวิ้นแค่ครึ่งเดียว เธอดันหลงเสน่ห์ไม่ไหวหลุดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เก็บอาการแทบไม่อยู่
"ห่ะ! นี่นางทำไมไม่กลัวสีหน้าอันแสนโรคจิตของข้าทั้งที่สตรีทั่วหล้าต่างหวาดกลัวรอยยิ้มนี้ของข้ามากที่สุด"จ้านจวิ้นประหลาดใจหนัก กะจะข่มขู่นางด้วยรอยยิ้มแสนร้ายกาจแต่มันดันไปตกชิงเหนียนซะยังงั้น
"ให้สังหารนางเลยไหมขอรับ"หูป๋อขัดจังหวะพวกเขา ออกความเห็นทั้งที่ไม่ควรพูด
" ห๊ะ ห๊าาาา ว่าไงนะ แค่นี้จะฆ่ากันให้ตายเลยหรอใครจะอยู่ให้โง่ล่ะ แบร่!! เคยตายแล้ว ไม่อยากตายรอบสองว้อย"ชิงเหนียนตัวแสบจะอยู่รออะไรล่ะเงยหน้าขึ้นหน้าผากนูนๆกระแทกเข้ากับสันจมูกโด่งๆของจ้านจวิ้นแทบหักจนเืกำเดาไหลเป็ทาง ชิงเหนียนตั้งสติได้รีบวิ่งแจ้นออกจากตำหนักร้างท้ายวัง
"หยุดนะ นี่เ้า!!"หูป๋อมีท่าทีจะวิ่งตามไปติดๆเพราะทำผู้เป็นายได้เืแต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเดี๋ยวนั้น เพราะจ้านจวิ้นสั่งห้าม
"เว่ยหูป๋อนี่เ้าเล่นละครร่วมกับข้าบ่อยเกินไปซะจนแยกไม่ออกแล้วหรือว่าอันไหนเป็ตัวตนของข้า" จ้านจวิ้นเดินเข้าไปแย่งดาบจากมือหูป๋อเควี้ยงลงพื้น
"แม้ข้าจะสร้างเรื่่องเป็คนชั่วช้าร้ายกาจต่อหน้าผู้อื่นแต่หากลับตาคน ข้าก็ยังอยากเป็เถียจ้านจวิ้นที่แสนดีคนนี้อยู่"
"ก็แค่นางกำนัลเล็กๆจะไปถือสาเอาความเพื่ออะไรดีซะอีกที่มีคนหลงเข้ามาในตำหนักของข้าบ้าง... 5 ปีแล้วที่พี่ใหญ่จากไป มิมีผู้ใดแยแสข้าที่ตำหนักร้างแห่งนี้" จ้านจวิ้นพูดบ่นพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ขอรับองค์ชาย" เว่ยหูป๋อเดินไปหยิบดาบพร้อมก้มหัวขออภัย
"ไหนๆก็ได้เคลื่อนตัวละไปเตรียมผ้าคลุมมาให้ข้าเถอะ ข้าจะไปเลือกสนมให้มันเสร็จๆไป จะได้สมใจฮองเฮาซะ"จ้านจวิ้นออกคำสั่ง