บทที่ 7
มิติจิต
'ลู่ เจียงเฟิง ทักษะิญญา ห้วงบุษผาสามฤดู ความสามารถ ไม่มีบันทึกในศิลา'บทที่ 7
มิติจิต
'ลู่ เจียงเฟิง ทักษะิญญา ห้วงบุษผาสามฤดู ความสามารถ ไม่มีบันทึกในศิลา'
.....
....
ภายในถ้ำเงียบสงบไม่มีเสียงดังออกมานอกจากเสียงของน้ำตกที่ดังที่สุดในตอนนี้ ทุกคนได้แต่ตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองได้เห็น ไม่เว้นแม้แต่ เจียงเฟิง ก็ยังใยืนเสียสติอยู่หน้าน้ำตกไปแล้ว การปลุกทักษะิญญานั้นมีโอกาสที่จะมีทักษะิญญาก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งตื่นก่อนกำหนดยิ่งยากไปอีก แต่เจียงเฟิงกลับมี 2 ทักษะิญญาทำให้ตัวเจียงเฟิง และทุกคนในถ้ำต่างตกตะลึงเพิ่มขึ้นไปอีก คนที่มี2ทักษะิญญา หาได้น้อยมากในดินแดนหนานจิง แทบนับคนได้ เท่าที่รู้มา มีแค่4คนเท่านั้น คนที่ปลุกได้2ทักษะิญญาครั้งล่าสุดก็เมื่อ4ปีที่แล้ว เป็บุตรคนเล็กของตละกูลฉิน 'ฉิน หานิ' ??
"เ้าก็รีบกินโอสถเร็ว อย่ามัวแต่ตะลึง"ท่านผู้เฒ่าที่อยู่ข้างเจียงเฟิงตั้งสติก่อนใคร บอกเจียงเฟิงให้ทานโอสถ
"ขะ...ขอรับ"เจียงเฟิงที่ตั้งสติได้ก็รีบกินโอสถทั้งสองเม็ดในมือของตนทันที พอทานไปเสร็จรอบตัวของเจียงเฟิงก็ส่องแสงขึ้นอีกครั้ง เจียงเฟิงร้อนกายไปหมด เหมือนจะหายใจไม่ค่อยสะดวก พลังในตัวก็เริ่มที่จะแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างของตน ก่อนที่อุณภูมิร่างกายของเจียงเฟิงจะเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สติของเจียงเฟิงเริ่มน้อยลง สิ่งสุดท้ายที่ตนได้เห็นคือ บิดาที่วิ่งเข้ามาทางเขา ก่อนที่ตนจะสลบไป โดยไม่รู้ว่าด้านหลังมีโอสถลอยมาอีก.....
มิติจิตในตัว เจียงเฟิง
"ข้า...อยู่ที่ไหนกัน...."พอเจียงเฟิงลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองนั้นได้มาอยู่ในที่ที่หนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ที่ถ้ำอนธกาลแน่ เพราะรอบๆตัวของเจียงเฟิงมีแต่สิ่งแปลกประหลาด หินสีต่างๆลอยเคว้งอยู่รอบๆตัวของเจียงเฟิงพร้อมกับอากาศที่บริสุทธิ์มากๆ ทำให้เจียงเฟิงหายใจทีทำให้พลังในตัวเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม อีกทั้งน้ำตกอยู่กลางลานที่เป็สีขาวใสเห็นไปถึงก้นบ่อที่มีอัญมณีหลากหลายสีสันอยู่เต็มไปหมด ้าก็มีพวกปลาทองทั้ง5ของเจียงเฟิงลอยเล่นน้ำอยู่ พวกมันทั้งหมดหันมาทักทายเจียงเฟิงก่อนที่จะว่ายมาอยู่ตรงหน้าของเขา อีกทั้งูเาที่ลอยอยู่หลายลูกที่ไกลออกไป
"สวัสดีขอรับท่านเจียงเฟิง"เสียงดังมาจากที่ด้านหลัง ก่อนที่เจียงเฟิงจะหันไปมอง ก็พบว่าเป็หรูเหอ เลื้อยเข้ามาหาตนก่อนที่จะก้มลงเคารพเจียงเฟิง "ที่นี่คือมิติจิต ที่อยู่ภายในตัวของท่านเจียงเฟิงขอรับ พวกข้าทั้งหมดอาศัยอยู่ที่นี่ั้แ่ท่านกำเนิดมา"หรูเหออธิบาย ที่ที่เจียงเฟิงอยู่
"ด้วยการที่ท่านนั้นได้ปลุกพลังอย่างสมบูรณ์ทำให้ท่านสามารถที่จะเข้ามาในมิติได้"หรูเหอพูด
"คาราวะท่าน เจียงเฟิงขอรับ"เจียงเฟิงหันไปทางต้นเสียงก็พบกับกวางตัวหนึ่งที่ลำตัวของมันสูงใหญ่สีน้ำตาลอ่อนมีจุดสีน้ำตาลเข้มแต้มอยู่ที่หลัง เขาของมันงอกแตกไปหลายแขนงดูเหมือนกิ่งไม้ ประดับไปด้วยดอกไม้เถาวัลย์ "ข้าคือกวางแอ่งศิลาขอรับ1ใน13ิญญาอารักษ์ของท่านเจียงเฟิง"กวางตรงหน้าโค้งคำนับเจียงเฟิง
"ยินดีที่ได้รู้จัก...เ้า....เอ่อ.....ชื่ออะไรดีละ"เจียงเฟิงส่งยิ้มทักทายเ้ากวางแอ่งศิลาไป ก่อนที่จะนึกชื่อเรียกให้กวางตัวนั้น "เ้าชื่อ เฉินเวิน ก็แล้วกัน"สิ้นเสียงของเจียงเฟิงก็มีแสงสีทองสว่างขึ้นที่หน้าผาของกว่าเป็อักษรชื่อของมัน ก่อนที่จะหายเข้าไปในตัวของกวางศิลา
"เป็เกียรติมากขอรับ ท่านเจียงเฟิง"เฉินเวินพูดก่อนที่จะ เดินเข้ามาหาเจียงเฟิง แล้วดอกไม้สีฟ้าสดบนหัวของเฉินเวินก็ลอยไปตรงหน้าของเจียงเฟิง "นี่คือดอกสละชีพ กลีบดอกของมันมี5กลีบสามารถที่จะปกป้องท่านจากอันตรายได้5คราขอรับท่านเจียงเฟิงจงเก็บเอาไว้ มันน่าจะมีประโยชน์ต่อท่านในภายภาคหน้าแน่นอน"
"ขอบใจเ้ามากเฉินเวิน"เจียงเฟิงรับดอกไม้นั้นมาก่อนที่เขาจะเอาทัดที่หูของตนเองเองไว้ก่อนที่ดอกไม้นั้นจะกลายเป็ตุ้มหูรูปดอกไม้สีน้ำเงินไป "แล้วิญญาอารักษ์ตนอื่นๆละ ข้าไม่ยักจะเห็น"เจียงเฟืงถามออกไปก่อนที่จะมองไปรอบๆก็ไม่พบกับใครอีก ก่อนที่จะได้ยินเสียงใครบางคนทะเลาะกันหลังโขดหิน ทำให้เจียงเฟิงต้องเดินไปดู
"เ้ากระต่ายโง่!! ใครใช้ให้เ้ามาแอบกินโอสถของข้า ข้ามันเเป็โอสถพิษเ้าจิบไปคงได้ตายไปแล้ว!!"เสียงทุ้มดังตวาดอีกคนอย่างโมโห
"ข้าเห็นสีมันสวย ดูน่าทานเลยคิดว่ามันจะทานไปนิ เ้าก็ว่าข้าเกินไปเ้าเต่าน่าตาย!!"อีกเสียงตวาดกลับไป
"หนอยเ้ากระต่ายโง่!! ยังมีหน้ามาว่าข้าอีกเหรอ ถ้าข้าไม่ห้ามเ้าไปเ้าคงตายเป็กระต่ายแสงจันทร์เน่าไปแล้ว การที่เ้าสะสมตบะมาหลายพันปีไม่ได้ทำให้เ้าเลิกเป็กระต่ายโง่งมเลยใช่หรือไหม"
"หุปปากเน่าเน่าของเ้าซะ เ้าเต่าน่าตาย!! ใครจะไปรู้ว่าอยู่ๆเ้าจะทำโอสถพิษขึ้นมากันละ ปกติเห็นแต่ทำโอสถเพิ่มพลัง ครานี้ข้าคงคิดว่าแบบนั้น"
"หยุดทั้งคู่ เ้าเต่า เ้ากระต่าย จะทะเลาะกันทุกวันเลยหรือยังไง"หรูเหอที่คลานเข้ามาห้ามทั้งคู่ไม่ให้ทะเลาะกัน "จะทะเลาะกันต่อหน้าท่าน เจียงเฟิงก็แล้วแต่พวกเ้าละกัน"หรูเหอพูดทั้งคู่ก็หันมามองยังเจียงเฟิงที่กำลังมองทั้งคู่อยู่
เ้าเต่ากับเ้ากระต่ายที่ทะเลาะกัน เจียงเฟิงคิกว่าคงเป็เต่ากับกระต่ายจริงๆ แต่พอมองเข้าไปก็พบว่าไม่ใช่อย่างที่ตนคิดเอาไว้ เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นเป็เด็กอายุแค่หกหนาวเพียงเท่านั้น คนหนึ่งใช่ชุดสีน้ำเงินครามน้ำทะเลข้างหลังมีกระดองเต่าติดอยู่ ส่วนอีกคนใส่ชุดสีขาวสะอาดตาที่บนหัวมีหูกระต่ายที่งอกออกมา
"ท่านเจียงเฟิง!!! ข้ารอพบท่านมานานแสนนานเลยขอรับ!"พูดไม่ทันจบเ้ากระต่ายก็วิ่งเข้ามาหาเจียงเฟิงก่อนที่จะกอดเขาแน่น พร้อมหูกระต่ายที่ขยับไปมาดูน่าขัน "ข้าเป็กระต่ายแสงจันทร์ขอรับ1ใน13ิญญาอารักษ์ของท่าน ตั้งชื่อให้ข้าหน่อยสิขอรับ ข้ารอท่านมาตั้งชื่อมาตั้งนานแล้ว เ้าเต่านั้นชอบเรียกข้าว่ากระต่ายโง่ ข้าไม่ได้โง่สักหน่อย"
"ได้ ข้าจะตั้งชื่อให้เ้า....ข้าจะตั้งให้เ้าชื่อว่า เจียวเจี๋ย ละกัน ส่วนเ้าเต่า เ้าชื่อว่าเจียวอวี้" พูดจบก็มีแสงสว่างออกมาจากหน้าผาของทั้งคู่
"ข้าไม่เห็นจะอยากได้ชื่อสักนิด ในเมื่อประทานมาให้ข้าก็คงจะปฏิเสธไม่ได้"เจียวอวี๋พูดก่อนที่จะเมินเจียงเฟิงไป แล้วเดินไปยังหม้อปลุกยาของตนเองต่อ "เ้ากระต่ายโง่มานี่!!" เจียวอวี้เดินมาหาเจียวเจี๋ยก่อนที่จะดึงเ้ากระต่ายออกห่างจากเจียงเฟิง พร้อมทำหน้าไม่สบอารณ์ใส่เขาอีก เจียงเฟิงได้แต่ตั้งคำถามในใจว่าตนได้ทำอะไรให้เจียวอวี้เจ็บช้ำน้ำใจหรือเปล่า
"ข้ามีชื่อแล้วนะเ้าบ้า ยังจะมาเรียกข้ามากระต่ายโง่อีก!!"
"แล้วจะทำไม ถึงเ้าจะมีชื่อคนอื่นจะเรียกชื่อเ้า จากการที่เขาตั้งให้ข้าก็จะเรียกเ้าว่ากระต่ายโง่แล้วจะทำไม เ้ากระต่ายโง่"เจียวอวี๋พูดจบก็ละเลงเล่นหัวของเจียวเจี๋ยจนยุ่งไปหมด "ข้าเรียกเ้าว่าจะต่ายโง่แค่คนเดียวเท่านั้น เ้าโง่"เจียวอวี๋พูดจบก็เดินไปทำโอสถต่อ
"เ้าเจียวอวี๋บ้านี่ ข้ามีชื่อเรียกดีดีไม่เรียก เ้าเต่าน่าตาย"เจียวเจี๋ยบ่นพึ่มพัมก่อนที่จะยิ้มขึ้นมา แล้วเกินไปหาเจียวอวี๋ ก่อนที่จะเข้าไปกวนประสาทเจียวอวี๋อีกหน เจียงเฟิงเห็นออร่าสีชมพูดนั้นจึงเลิกสนใจก่อนที่จะเดินออกมาจากตรงนั้น ทิ้งให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
"หรูเหอทำไมเจียวอวี๋กับเจียวเจี๋ยถึงมีร่างเป็มนุษย์ละ ทั้งๆที่เขาเป็เทพอารักษ์นิ"เจียงเฟิงถามหรูเหออย่างนึกสงสัย
"ิญญาอารักษ์อย่างพวกข้านั้นสามารถที่จะกลายร่างเป็มนุษย์ได้ขอรับ ที่ข้าไม่แปลงร่างเพราะข้าอยู่ร่างนี้การเคลื่อนไหวคล่องตัวกว่าร่างมนุษย์ขอรับ"หรูเหออธิบายขึ้น
"งั้นหรือ ข้าเข้าใจแล้ว แล้วิญญาอารักษ์ตนอื่นๆอีกละ"เจียงเฟิงถามออกไปอีกหน
"ิญญาอารักษ์ที่เหลือยังไม่ตื่นขอรับ เนื่องจากระดับพลังของท่านยังไม่สูงมากพอที่จะปลุกิญญาอารักษ์ที่เหลือให้ตื่นได้ ถ้าท่านเพิ่มระดับขึ้นสูงก็จะสามารถที่จะเรียกิญญาอารักษ์ที่เหลือตื่นได้ เพราะตนที่เหลือพลังมากกว่าข้าแล้วยังแข็งแกร่งมาก ข้าเป็ิญญาอารักษ์ตนล่าสุดที่ตื่นมาขอรับ"หรูเหออธิบาย
"ข้าเข้าใจแล้ว ยิ่งพลังข้าเพิ่มระดับขึ้นมาก็ยิ่งสามารถเรียกิญญาอารักษ์ระดับสูงๆขึ้นไปได้อีกสินะ ข้าต้องแข็งเกร่งขึ้นให้มากกว่านี้ซะแล้ว"
"ทักษะ์อีก1ของท่านนั้นทรงพลังมาก แล้วควบคุมได้ยากมากเช่นกัน ขอให้ท่านฝึกฝนให้มากพลัง 'ห้วงบุษผาสามฤดู' ของท่านนั้นสามารถที่จะ..........."เสียงหนึ่งลอยเข้ามาในหูของเจียงเฟิง พร้อมอธิบายทักษะ์ 'ห้วงบุษผาสามฤดู' ให้เจียงเฟิงได้เข้าใจอย่างท่องแท้
"เป็ทักษะ์ที่ทรงพลังมาก ข้าข้าควบคุมมันได้มันจะขนาดไหนกันนะ"เจียงเฟิงที่ได้ยินเสียงปริศนาอธิบาย 'ห้วงบุษผาสามฤดู' ไม่อยากคิดว่าถ้าเขานั้นควบคุมมันได้คงเป็อะไรที่สุดยอด แต่ข้อเสียของมันคือพลังนี้จะใช้ลมปราณเยอะมาก เสียลมปราณเยอะเท่าที่ใช้พลังเลยก็ว่าได้
"ยังไงข้าจะสอนท่านควบคุมพลังเอง ให้ท่านเข้ามาในนี้ได้ทุกเมื่อข้าจะสอนท่านเอง"
"แล้วเ้า......คือ1ใน13ิญญาอารักษ์ของข้าใช่หรือไม่"เจียงเฟิงคาดเดาว่าเสียงปริศนานั้นคงเป็1ใน13ิญญาอารักษ์ของตนเป็แน่
"ใช่แล้ว ข้าคือ1ใน13ิญญาอารักษ์ของท่าน ข้าตื่นมาแค่ครึ่งๆกลางๆเท่านั้น เพราะว่ามรกตของแมวมรกตนั้นทำให้ข้าเป็เช่นนี้ หากท่านเพิ่มพลังขึ้นมา สักวันคงได้พบกัน ตอนนี้ท่านต้องกลับออกไปจากมิติจิตได้แล้ว ท่านพ่อของท่านคงเป็ห่วงท่านแล้ว แค่ท่านหลับตาทำจิตให้ว่างท่านก็จะไปที่โลกความเป็จริงได้ ขอให้ท่านโชคดี"
.....
....
ภายในถ้ำเงียบสงบไม่มีเสียงดังออกมานอกจากเสียงของน้ำตกที่ดังที่สุดในตอนนี้ ทุกคนได้แต่ตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองได้เห็น ไม่เว้นแม้แต่ เจียงเฟิง ก็ยังใยืนเสียสติอยู่หน้าน้ำตกไปแล้ว การปลุกทักษะิญญานั้นมีโอกาสที่จะมีทักษะิญญาก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งตื่นก่อนกำหนดยิ่งยากไปอีก แต่เจียงเฟิงกลับมี 2 ทักษะิญญาทำให้ตัวเจียงเฟิง และทุกคนในถ้ำต่างตกตะลึงเพิ่มขึ้นไปอีก คนที่มี2ทักษะิญญา หาได้น้อยมากในดินแดนหนานจิง แทบนับคนได้ เท่าที่รู้มา มีแค่4คนเท่านั้น คนที่ปลุกได้2ทักษะิญญาครั้งล่าสุดก็เมื่อ4ปีที่แล้ว เป็บุตรคนเล็กของตละกูลฉิน 'ฉิน หานิ' ??
"เ้าก็รีบกินโอสถเร็ว อย่ามัวแต่ตะลึง"ท่านผู้เฒ่าที่อยู่ข้างเจียงเฟิงตั้งสติก่อนใคร บอกเจียงเฟิงให้ทานโอสถ
"ขะ...ขอรับ"เจียงเฟิงที่ตั้งสติได้ก็รีบกินโอสถทั้งสองเม็ดในมือของตนทันที พอทานไปเสร็จรอบตัวของเจียงเฟิงก็ส่องแสงขึ้นอีกครั้ง เจียงเฟิงร้อนกายไปหมด เหมือนจะหายใจไม่ค่อยสะดวก พลังในตัวก็เริ่มที่จะแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างของตน ก่อนที่อุณภูมิร่างกายของเจียงเฟิงจะเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สติของเจียงเฟิงเริ่มน้อยลง สิ่งสุดท้ายที่ตนได้เห็นคือ บิดาที่วิ่งเข้ามาทางเขา ก่อนที่ตนจะสลบไป โดยไม่รู้ว่าด้านหลังมีโอสถลอยมาอีก.....
มิติจิตในตัว เจียงเฟิง
"ข้า...อยู่ที่ไหนกัน...."พอเจียงเฟิงลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองนั้นได้มาอยู่ในที่ที่หนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ที่ถ้ำอนธกาลแน่ เพราะรอบๆตัวของเจียงเฟิงมีแต่สิ่งแปลกประหลาด หินสีต่างๆลอยเคว้งอยู่รอบๆตัวของเจียงเฟิงพร้อมกับอากาศที่บริสุทธิ์มากๆ ทำให้เจียงเฟิงหายใจทีทำให้พลังในตัวเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม อีกทั้งน้ำตกอยู่กลางลานที่เป็สีขาวใสเห็นไปถึงก้นบ่อที่มีอัญมณีหลากหลายสีสันอยู่เต็มไปหมด ้าก็มีพวกปลาทองทั้ง5ของเจียงเฟิงลอยเล่นน้ำอยู่ พวกมันทั้งหมดหันมาทักทายเจียงเฟิงก่อนที่จะว่ายมาอยู่ตรงหน้าของเขา อีกทั้งูเาที่ลอยอยู่หลายลูกที่ไกลออกไป
"สวัสดีขอรับท่านเจียงเฟิง"เสียงดังมาจากที่ด้านหลัง ก่อนที่เจียงเฟิงจะหันไปมอง ก็พบว่าเป็หรูเหอ เลื้อยเข้ามาหาตนก่อนที่จะก้มลงเคารพเจียงเฟิง "ที่นี่คือมิติจิต ที่อยู่ภายในตัวของท่านเจียงเฟิงขอรับ พวกข้าทั้งหมดอาศัยอยู่ที่นี่ั้แ่ท่านกำเนิดมา"หรูเหออธิบาย ที่ที่เจียงเฟิงอยู่
"ด้วยการที่ท่านนั้นได้ปลุกพลังอย่างสมบูรณ์ทำให้ท่านสามารถที่จะเข้ามาในมิติได้"หรูเหอพูด
"คาราวะท่าน เจียงเฟิงขอรับ"เจียงเฟิงหันไปทางต้นเสียงก็พบกับกวางตัวหนึ่งที่ลำตัวของมันสูงใหญ่สีน้ำตาลอ่อนมีจุดสีน้ำตาลเข้มแต้มอยู่ที่หลัง เขาของมันงอกแตกไปหลายแขนงดูเหมือนกิ่งไม้ ประดับไปด้วยดอกไม้เถาวัลย์ "ข้าคือกวางแอ่งศิลาขอรับ1ใน13ิญญาอารักษ์ของท่านเจียงเฟิง"กวางตรงหน้าโค้งคำนับเจียงเฟิง
"ยินดีที่ได้รู้จัก...เ้า....เอ่อ.....ชื่ออะไรดีละ"เจียงเฟิงส่งยิ้มทักทายเ้ากวางแอ่งศิลาไป ก่อนที่จะนึกชื่อเรียกให้กวางตัวนั้น "เ้าชื่อ เฉินเวิน ก็แล้วกัน"สิ้นเสียงของเจียงเฟิงก็มีแสงสีทองสว่างขึ้นที่หน้าผาของกว่าเป็อักษรชื่อของมัน ก่อนที่จะหายเข้าไปในตัวของกวางศิลา
"เป็เกียรติมากขอรับ ท่านเจียงเฟิง"เฉินเวินพูดก่อนที่จะ เดินเข้ามาหาเจียงเฟิง แล้วดอกไม้สีฟ้าสดบนหัวของเฉินเวินก็ลอยไปตรงหน้าของเจียงเฟิง "นี่คือดอกสละชีพ กลีบดอกของมันมี5กลีบสามารถที่จะปกป้องท่านจากอันตรายได้5คราขอรับท่านเจียงเฟิงจงเก็บเอาไว้ มันน่าจะมีประโยชน์ต่อท่านในภายภาคหน้าแน่นอน"
"ขอบใจเ้ามากเฉินเวิน"เจียงเฟิงรับดอกไม้นั้นมาก่อนที่เขาจะเอาทัดที่หูของตนเองเองไว้ก่อนที่ดอกไม้นั้นจะกลายเป็ตุ้มหูรูปดอกไม้สีน้ำเงินไป "แล้วิญญาอารักษ์ตนอื่นๆละ ข้าไม่ยักจะเห็น"เจียงเฟืงถามออกไปก่อนที่จะมองไปรอบๆก็ไม่พบกับใครอีก ก่อนที่จะได้ยินเสียงใครบางคนทะเลาะกันหลังโขดหิน ทำให้เจียงเฟิงต้องเดินไปดู
"เ้ากระต่ายโง่!! ใครใช้ให้เ้ามาแอบกินโอสถของข้า ข้ามันเเป็โอสถพิษเ้าจิบไปคงได้ตายไปแล้ว!!"เสียงทุ้มดังตวาดอีกคนอย่างโมโห
"ข้าเห็นสีมันสวย ดูน่าทานเลยคิดว่ามันจะทานไปนิ เ้าก็ว่าข้าเกินไปเ้าเต่าน่าตาย!!"อีกเสียงตวาดกลับไป
"หนอยเ้ากระต่ายโง่!! ยังมีหน้ามาว่าข้าอีกเหรอ ถ้าข้าไม่ห้ามเ้าไปเ้าคงตายเป็กระต่ายแสงจันทร์เน่าไปแล้ว การที่เ้าสะสมตบะมาหลายพันปีไม่ได้ทำให้เ้าเลิกเป็กระต่ายโง่งมเลยใช่หรือไหม"
"หุปปากเน่าเน่าของเ้าซะ เ้าเต่าน่าตาย!! ใครจะไปรู้ว่าอยู่ๆเ้าจะทำโอสถพิษขึ้นมากันละ ปกติเห็นแต่ทำโอสถเพิ่มพลัง ครานี้ข้าคงคิดว่าแบบนั้น"
"หยุดทั้งคู่ เ้าเต่า เ้ากระต่าย จะทะเลาะกันทุกวันเลยหรือยังไง"หรูเหอที่คลานเข้ามาห้ามทั้งคู่ไม่ให้ทะเลาะกัน "จะทะเลาะกันต่อหน้าท่าน เจียงเฟิงก็แล้วแต่พวกเ้าละกัน"หรูเหอพูดทั้งคู่ก็หันมามองยังเจียงเฟิงที่กำลังมองทั้งคู่อยู่
เ้าเต่ากับเ้ากระต่ายที่ทะเลาะกัน เจียงเฟิงคิกว่าคงเป็เต่ากับกระต่ายจริงๆ แต่พอมองเข้าไปก็พบว่าไม่ใช่อย่างที่ตนคิดเอาไว้ เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นเป็เด็กอายุแค่หกหนาวเพียงเท่านั้น คนหนึ่งใช่ชุดสีน้ำเงินครามน้ำทะเลข้างหลังมีกระดองเต่าติดอยู่ ส่วนอีกคนใส่ชุดสีขาวสะอาดตาที่บนหัวมีหูกระต่ายที่งอกออกมา
"ท่านเจียงเฟิง!!! ข้ารอพบท่านมานานแสนนานเลยขอรับ!"พูดไม่ทันจบเ้ากระต่ายก็วิ่งเข้ามาหาเจียงเฟิงก่อนที่จะกอดเขาแน่น พร้อมหูกระต่ายที่ขยับไปมาดูน่าขัน "ข้าเป็กระต่ายแสงจันทร์ขอรับ1ใน13ิญญาอารักษ์ของท่าน ตั้งชื่อให้ข้าหน่อยสิขอรับ ข้ารอท่านมาตั้งชื่อมาตั้งนานแล้ว เ้าเต่านั้นชอบเรียกข้าว่ากระต่ายโง่ ข้าไม่ได้โง่สักหน่อย"
"ได้ ข้าจะตั้งชื่อให้เ้า....ข้าจะตั้งให้เ้าชื่อว่า เจียวเจี๋ย ละกัน ส่วนเ้าเต่า เ้าชื่อว่าเจียวอวี้" พูดจบก็มีแสงสว่างออกมาจากหน้าผาของทั้งคู่
"ข้าไม่เห็นจะอยากได้ชื่อสักนิด ในเมื่อประทานมาให้ข้าก็คงจะปฏิเสธไม่ได้"เจียวอวี๋พูดก่อนที่จะเมินเจียงเฟิงไป แล้วเดินไปยังหม้อปลุกยาของตนเองต่อ "เ้ากระต่ายโง่มานี่!!" เจียวอวี้เดินมาหาเจียวเจี๋ยก่อนที่จะดึงเ้ากระต่ายออกห่างจากเจียงเฟิง พร้อมทำหน้าไม่สบอารณ์ใส่เขาอีก เจียงเฟิงได้แต่ตั้งคำถามในใจว่าตนได้ทำอะไรให้เจียวอวี้เจ็บช้ำน้ำใจหรือเปล่า
"ข้ามีชื่อแล้วนะเ้าบ้า ยังจะมาเรียกข้ามากระต่ายโง่อีก!!"
"แล้วจะทำไม ถึงเ้าจะมีชื่อคนอื่นจะเรียกชื่อเ้า จากการที่เขาตั้งให้ข้าก็จะเรียกเ้าว่ากระต่ายโง่แล้วจะทำไม เ้ากระต่ายโง่"เจียวอวี๋พูดจบก็ละเลงเล่นหัวของเจียวเจี๋ยจนยุ่งไปหมด "ข้าเรียกเ้าว่าจะต่ายโง่แค่คนเดียวเท่านั้น เ้าโง่"เจียวอวี๋พูดจบก็เดินไปทำโอสถต่อ
"เ้าเจียวอวี๋บ้านี่ ข้ามีชื่อเรียกดีดีไม่เรียก เ้าเต่าน่าตาย"เจียวเจี๋ยบ่นพึ่มพัมก่อนที่จะยิ้มขึ้นมา แล้วเกินไปหาเจียวอวี๋ ก่อนที่จะเข้าไปกวนประสาทเจียวอวี๋อีกหน เจียงเฟิงเห็นออร่าสีชมพูดนั้นจึงเลิกสนใจก่อนที่จะเดินออกมาจากตรงนั้น ทิ้งให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
"หรูเหอทำไมเจียวอวี๋กับเจียวเจี๋ยถึงมีร่างเป็มนุษย์ละ ทั้งๆที่เขาเป็เทพอารักษ์นิ"เจียงเฟิงถามหรูเหออย่างนึกสงสัย
"ิญญาอารักษ์อย่างพวกข้านั้นสามารถที่จะกลายร่างเป็มนุษย์ได้ขอรับ ที่ข้าไม่แปลงร่างเพราะข้าอยู่ร่างนี้การเคลื่อนไหวคล่องตัวกว่าร่างมนุษย์ขอรับ"หรูเหออธิบายขึ้น
"งั้นหรือ ข้าเข้าใจแล้ว แล้วิญญาอารักษ์ตนอื่นๆอีกละ"เจียงเฟิงถามออกไปอีกหน
"ิญญาอารักษ์ที่เหลือยังไม่ตื่นขอรับ เนื่องจากระดับพลังของท่านยังไม่สูงมากพอที่จะปลุกิญญาอารักษ์ที่เหลือให้ตื่นได้ ถ้าท่านเพิ่มระดับขึ้นสูงก็จะสามารถที่จะเรียกิญญาอารักษ์ที่เหลือตื่นได้ เพราะตนที่เหลือพลังมากกว่าข้าแล้วยังแข็งแกร่งมาก ข้าเป็ิญญาอารักษ์ตนล่าสุดที่ตื่นมาขอรับ"หรูเหออธิบาย
"ข้าเข้าใจแล้ว ยิ่งพลังข้าเพิ่มระดับขึ้นมาก็ยิ่งสามารถเรียกิญญาอารักษ์ระดับสูงๆขึ้นไปได้อีกสินะ ข้าต้องแข็งเกร่งขึ้นให้มากกว่านี้ซะแล้ว"
"ทักษะ์อีก1ของท่านนั้นทรงพลังมาก แล้วควบคุมได้ยากมากเช่นกัน ขอให้ท่านฝึกฝนให้มากพลัง 'ห้วงบุษผาสามฤดู' ของท่านนั้นสามารถที่จะ..........."เสียงหนึ่งลอยเข้ามาในหูของเจียงเฟิง พร้อมอธิบายทักษะ์ 'ห้วงบุษผาสามฤดู' ให้เจียงเฟิงได้เข้าใจอย่างท่องแท้
"เป็ทักษะ์ที่ทรงพลังมาก ข้าข้าควบคุมมันได้มันจะขนาดไหนกันนะ"เจียงเฟิงที่ได้ยินเสียงปริศนาอธิบาย 'ห้วงบุษผาสามฤดู' ไม่อยากคิดว่าถ้าเขานั้นควบคุมมันได้คงเป็อะไรที่สุดยอด แต่ข้อเสียของมันคือพลังนี้จะใช้ลมปราณเยอะมาก เสียลมปราณเยอะเท่าที่ใช้พลังเลยก็ว่าได้
"ยังไงข้าจะสอนท่านควบคุมพลังเอง ให้ท่านเข้ามาในนี้ได้ทุกเมื่อข้าจะสอนท่านเอง"
"แล้วเ้า......คือ1ใน13ิญญาอารักษ์ของข้าใช่หรือไม่"เจียงเฟิงคาดเดาว่าเสียงปริศนานั้นคงเป็1ใน13ิญญาอารักษ์ของตนเป็แน่
"ใช่แล้ว ข้าคือ1ใน13ิญญาอารักษ์ของท่าน ข้าตื่นมาแค่ครึ่งๆกลางๆเท่านั้น เพราะว่ามรกตของแมวมรกตนั้นทำให้ข้าเป็เช่นนี้ หากท่านเพิ่มพลังขึ้นมา สักวันคงได้พบกัน ตอนนี้ท่านต้องกลับออกไปจากมิติจิตได้แล้ว ท่านพ่อของท่านคงเป็ห่วงท่านแล้ว แค่ท่านหลับตาทำจิตให้ว่างท่านก็จะไปที่โลกความเป็จริงได้ ขอให้ท่านโชคดี"