ตอนที่7 : สู่สหรัฐอเมริกา_______________
หลังจากที่วิลเลียมตกลงที่จะไปเรียนม.ปลายต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ผ่านมาแล้วเป็นเวลา 1 เดือน
ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนั้นวิลเลียมได้เข้าไปเซ็นสัญญาเกมในบริษัทเผยแพร่ ซึ่งได้เงินเป็นจำนวนมหาศาล เหล่าบริษัทที่เผยแพร่เกมต่างตกตะลึงไปตามๆกัน ที่เด็กอายุเพียง 15 ปีเป็นคนสร้างเกมเพียงผู้เดียว ..การไปเรียนต่อที่อเมริกานั้น ทั้งวิลเลียมและคริส ต้องสอบ SSAT หรือ Secondary School Admission Test คือข้อสอบที่ใช้คัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อในโรงเรียนสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้เป็นคะแนนวัดทักษะการใช้ภาษา(Verbal) การคำนวน(Math) และการอ่าน(Reading Skill) และยังต้องสอบ TOEFL ITP (Institutional Testing Program) เป็นข้อสอบมาตรฐานด้านภาษาอังกฤษ ที่ไม่ต่ำกว่า 100 คะแนน
ซึ่งวิลเลียมและคริส ได้ทำข้อสอบผ่านตามเกณฑ์อย่างไม่ยากเย็น เพราะคริสเป็นคนที่หัวดีอยู่แล้ว ส่วนวิลเลียมไม่ต้องพูดถึง เขาใช้ระบบในการจดจำและเรียนรู้ได้อย่างมากมาย จนทำให้วิลเลียมทำข้อสอบเกือบเต็ม อันที่จริงเขาใช้นามสกุลเทรซ์เข้าโรงเรียนที่อเมริกาได้ทันที แต่วิลเลียมเลือกที่จะทำตามกฎระเบียบเพื่อความเท่าเทียมกันของทุกฝ่าย
โรงเรียนที่วิลเลียมและคริสสมัครไว้คือ โรงเรียนชั้นนำของอเมริกา ซึ่งวันนี้เป็นวันที่พวกเขาต้องออกเดินทางไปยังอเมริกาในอีกสองชั่วโมง..2ชั่วโมงต่อมาณ สนามบินวิลเลียมได้เดินทางมาที่สนามบินโดยมีพ่อแม่และบอดี้การ์ดนับสิบคนมาส่ง โดยมีครอบครัวคริสยืนรออยู่แล้ว
ซึ่งวิลเลียมพึ่งรู้ว่าพ่อของคริสเป็นผู้บริหารหลักหนึ่งในสิบของบริษัทวิคเตอร์ เพราะวิคเตอร์จำหน้าของคริสได้ว่าเป็นลูกของคนในบริษัทตนจึงบอกแก่วิลเลียม
เมื่อครึ่งปีก่อนวิคเตอร์ได้สั่งให้พ่อของคริสไปบริหารบริษัทที่สาขาอเมริกาในอีกครึ่งปี เป็นเหตุให้พ่อของคริสต้องพาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่อเมริกานั่นเอง
"ผมต้องไปแล้วนะครับพ่อแม่แล้วก็พี่ๆทุกคน" วิลเลียมกล่าวก่อนจะหันไปมองเวลาว่ามันจะถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว
"ดูแลตัวเองด้วยนะลูก ถ้าถึงแล้วโทรหาพ่อกับแม่ด้วยนะจ๊ะ" มะลิกล่าวด้วยสายตาที่ห่วงใย
"หวังว่านายจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง" วิคเตอร์กล่าวขึ้นด้วยความห่วงใยเช่นกัน
"ฝากดูลูกของฉันด้วยล่ะ..เทรเซอร์" วิคเตอร์หันไปมองพ่อของคริสที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พร้อมบอกกล่าวให้ดูแลวิลเลียม
"ครับท่านประธาน" เทรเซอร์ก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อรับทราบคำสั่งของประธานผู้ที่เขานับถือยิ่งกว่าสิ่งใด
"คุณพ่อ คุณแม่ พี่ๆทุกคน ผมไปแล้วนะครับ" วิลเลียมกล่าวลาโดยการกอดอย่างอบอุ่น ก่อนที่จะเดินหายไปท่ามกลางผู้คนพร้อมกับครอบครัวของคริส
ในตอนนี้วิลเลียมและครอบครัวของคริสได้เข้ามาอยู่ในเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าวิคเตอร์ไม่ยอมให้ลูกของตนลำบากอย่างแน่นอน จึงจัดการซื้อตั๋วเครื่องบินที่สดวกสบายที่สุด แต่มันก็ไม่กระทบกระเทือนการเงินของวิคเตอร์ด้วยซ้ำ..13 ชั่วโมงต่อมา09.24 น.วิลเลียมและครอบครัวของคริสได้มาอยู่ที่สนามบินของประเทศอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เขาจึงรีบทำการโทรหาแม่ว่าถึงอเมริกาแล้วในทันที ซึ่งมันทำให้มะลิหายห่วงอย่างบอกไม่ถูก
วิลเลียมได้เรียกรถแท็กซี่เพื่อไปส่งเขาและครอบครัวของคริสที่คฤหาสน์ของปู่ ซึ่งบ้านที่วิคเตอร์ซื้อให้เป็นที่อยู่ของเทรเซอร์อยู่บริเวณใกล้ๆคฤหาสน์ของปู่เพียงไม่กี่เมตร
"สวัสดีครับคุณปู่ คุณย่า" เมื่อวิลเลียมพูดอังกฤษสำเนียงอเมริกาที่ดูเหมือนเจ้าของภาษามาพูดเอง ชายชราและหญิงชราที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่จึงหันมาดูยังต้นเสียงในทันที
"โอ้..หลานรัก" หญิงชราที่มีศักดิ์เป็นย่าของวิลเลียมเดินมาหาเขาพร้อมโอบกอดวิลเลียมอย่างอ่อนโยน ซึ่งต่างจากปู่ของเขาที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
"หลานไปฝึกสำเนียงอเมริกันมาจากไหน" ปู่เอ่ยถามเมื่อวิลเลียมเดินมาถึงโต๊ะ
"พอดีผมเรียนมาจากในอินเทอร์เน็ตและฝึกอยู่ทุกวันน่ะครับคุณปู่" วิลเลียมตอบกลับไปทำให้ปู่พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นการตอบรับ
'ขอโทษนะครับปู่' วิลเลียมคิดขึ้นในใจ
"โตเป็นหนุ่มหล่อขึ้นนะเนี่ยหลานรัก เหมือนปู่ของหลานเลย" ย่าของวิลเลียมกล่าว ก่อนจะเล่าเรื่องต่างๆมากมายเกี่ยวกับวิคเตอร์ ซึ่งวิลเลียมก็ตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ
"นี่ยายแก่อย่าพึ่งพูดมาก เห็นไหมว่าหลานมาเหนื่อยๆ" ปู่กล่าวขึ้น ซึ่งไม่ได้จริงจังแต่อย่างใด แต่ปู่แกเพียงล่อเลียนย่าที่ดูเห่อหลานตั้งแต่วันแรกที่มาถึง
"จริงด้วย ปู่พูดถูก งั้นหลานไปพักก่อนเถอะจ๊ะ" เมื่อเห็นว่าตนพูดเยอะเกินไป ย่าจึงให้วิลเลียมไปเก็บข้าวของให้เสร็จเรียบร้อย และพักเอาแรงก่อนจะมาคุยกันต่อ
เมื่อปู่กับย่ากล่าวขึ้น วิลเลียมจึงเดินตามแม่บ้านเพื่อขึ้นไปยังห้องของตน ห้องของวิลเลียมนั้นอยู่ชั้นสอง ซึ่งลักษณะของคฤหาสน์ไม่ค่อยต่างจากที่ไทยสักเท่าไหร่แต่ขนาดมันดูใหญ่กว่าครึ่ง
เมื่อถึงห้องวิลเลียมก็ทำการจัดเก็บสิ่งของต่างๆให้เข้าที่ และพักเอาแรงไปทั้งวัน จนถึงเวลาอาหารเย็น
เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จวิลเลียมก็ได้ดูยอดเงินในบัญชีของเขาในทันที ซึ่งมันมากถึง 100000000$ มันมาจาการขายเกมของเขาที่เป็นนิยมอันดับหนึ่งเร็วที่สุดและเเซงเกมเจ้าดังๆไปทั้งหมด
ซึ่งทางบริษัทเผยแพร่เกมได้เชิญวิลเลียมไปที่งาน International game ที่ประเทศอเมริกาในอีกสามเดือนข้างหน้า วิลเลียมคิดเพียงว่าความลับไม่มีในโลกจึงตอบตกลงไป ซึ่งมันไม่มีความเสียหายอะไรที่จะเกิดขึ้นหากเขาเปิดตัวว่าเป็นผู้สร้างเกม Magic มันดีด้วยซ้ำที่จะทำให้ตระกูลเทรซ์มีชื่อเสียงมากขึ้น
_______________ฝากติชมด้วยนะคะเราเป็นนักเขียนมือใหม่อาจผิดพลาดบ้างต้องขออภัยด้วยนะคะ????????One comment = Encouragement infinite❣[ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะฮัป]