" เอากุญแจรถมาสิ" ภาคินพูดแล้วขึันคร่อมรถเตรียมสตาร์ท
" ไหนบอกว่าขับไม่เป็" นลินถามพลางหรี่ตามองคนที่แบมือขอกุญแจ
" ตอนนี้ขับเป็แล้วหรือคุณจะขับเอง" ชายหนุ่มถามกลับหน้าตาเฉย
นลินคำนวณความได้เปรียบเสียเปรียบแล้วก็ยอมส่งกุญแจรถให้แต่โดยดี
" ขับดีๆ ล่ะ"
นลินขึ้นซ้อนท้ายโดยพยายามเอาตัวออกห่างจากชายหนุ่มมากที่สุดแต่ด้วยความยาวของเบาะรถที่ไม่เอื้ออำนวยและคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็นั่งกินที่มาเกือบครึ่งทำให้ออกห่างไม่ได้เท่าที่ใจอยาก พอเอามือควานๆ หาที่จับทางด้านหลังได้ก็ยึดเอาไว้แน่นแต่ทุกอย่างกลับไม่เป็ผลเมื่อภาคินออกรถกระตุกไปข้างหน้าทำให้คนซ้อนผวาไหลไปจนชิดหลังชายหนุ่มไม่เท่านั้นเธอยังเผลอกอดเอวเขาไว้แน่นพอรู้ตัวก็รีบปล่อยมือทันทีพลางโวยวายแก้เก้อ
" ขับเป็หรือเปล่าเนี่ยใบขับขี่น่ะมีหรือเปล่า! "
ภาคินหัวเราะอยู่ในลำคอก่อนตอบ
" มีทั้งใบขับแล้วก็ใบขี่แต่จะขับขี่ดีหรือไม่ดีมันก็ขึ้นอยู่ที่คนซ้อนว่าเป็ใคร"
" อ้าวลุงปากอย่างนี้หาเื่กันอีกแล้วใช่ไหม! "
" อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ ล่ะ ผมขับพาตกเขาตายไม่รู้ด้วย" ภาคินร้องเตือนให้คนที่กำลังคิดวางแผนประทุษร้ายต้องล้มเลิกความคิด
เห็นทีอีตานี่กับเธอคงจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขไม่ได้ซะแล้วสิฝากเอาไว้ก่อนก็แล้วกันอย่าให้มีโอกาสเชียว!
วันรุ่งขึ้นภาคินตื่นขึ้นมาก็พบว่านลินออกไปหาบุญมาั้แ่ฟ้ายังไม่สางส่วนนงพะงาเองก็ขอตัวออกไปวัดเช้านี้ทั้งบ้านก็เลยเหลือเขาแค่คนเดียว ภาคินออกมานั่งที่ระเบียงหน้าบ้านพลางมองออกไปตรงปากทางเข้าบ้านแล้วอยู่ดีๆ ก็รู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก
เขาปล่อยใจให้ล่องลอยกลับไปหาคนรักเก่าแต่ก็แค่เสี้ยววินาทีเขารีบสลัดมันออกไปจากความคิด
...หยุดคิดถึงเธอได้แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่ไปคิดถึงเธอในเมื่อเธอกลายเป็ของคนอื่นไปแล้ว...
ภาคินนึกอยากให้ใครสักคนกลับมาสักทีเขาจะได้ไม่ฟุ้งซ่านคิดถึงแต่เื่ของนารายาจะเป็นงพะงาก็ได้หรือจะเป็นลินก็ยิ่งดี
เดี๋ยวดีเหรอ...
นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่ อย่าบอกนะว่าเขาคิดถึงยายบัวแล้งนั่น!
ภาคินรีบส่ายหน้าแรงๆ เรียกสติให้ตัวเองแล้วเขาก็นึกออกว่าทำยังไงเขาถึงจะไม่ฟุ้งซ่าน...ถ้าไม่มีคนอยู่บ้านให้คุยด้วยเขาก็ต้องออกไปหาเพื่อนคุยสินะ...
.....
" ไอ้บัวน่ะเหรอมันอยู่ที่นี่มาั้แ่เกิดนั่นแหละคุณ จะว่าไปมันก็เป็เด็กที่น่าสงสารนะมีพ่อก็เหมือนไม่มี"
" ยังไงเหรอครับ" ภาคินถามพลางยกน้ำเต้าหู้ที่แม่ค้าอุตส่าใจดีตักใส่แก้วให้กินกันฟรีๆ ยกขึ้นจิบ
" ก็พ่อมันน่ะสิหลงเมียใหม่พอแม่มันตายยังไม่ทันได้เผาไอ้เริงมันก็หอบผ้าหอบผ่อนหนีตามนังจิตรไปแว่วๆ ว่าไอ้สองคนนี้มันลักลอบเป็ชู้กันมาตั้งนานแล้วพอแม่ไอ้บัวมันตายก็เลยสบโอกาสมันคงจะอายสายตาชาวบ้านก็เลยพากันหนีไปทิ้งไอ้บัวให้อยู่คนเดียวแถมเท่านั้นยังไม่พอนะคุณบ้านช่องที่ทางมันก็ขายทิ้งหมดไม่บอกไอ้บัวสักคำ เด็กเพิ่งอายุสิบห้าเองนะคุณต้องหาเลี้ยงตัวเองตอนนั้นมันเพิ่งแตกเนื้อสาวด้วยร่ำๆ จะถูกหลอกไปขายตัวก็ตั้งหลายครั้งดีที่มันเอาตัวรอดมาได้จะว่าไปมันก็เก่งอยู่นะอยู่ตัวคนเดียวมาตั้งสองปี"
ภาคินแทบสำลักน้ำเต้าหู้ทันทีที่ได้ฟังเขาไม่เคยคิดเลยว่านลินจะมีอดีตที่น่าเ็ปขนาดนี้
" นอกจากคุณนงแล้วบัวไม่มีญาติคนอื่นอีกเหรอครับถึงต้องอยู่ตัวคนเดียว"
ภาคินถามต่อแล้วสองแม่ค้าที่ทั้งอำเภอรู้กันดีในเื่ของความช่างพูดก็แย่งกันเล่าต่อด้วยความกระตือรือร้น
" ไอ้บัวมันไม่มีญาติที่ไหนหรอกคุณนงพะงาเองก็ไม่ใช่ย่าแท้ๆ ครูใหญ่เขาเอาเื่มันไปเล่าให้คุณนงฟังเขาสงสารว่ามันเป็เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวส่วนคุณนงเองก็ไม่มีลูกหลานที่ไหนอยู่ตัวคนเดียวเหมือนกันเขาก็เลยรับมันไปเลี้ยง"
" ใช่ ถือว่าเป็โชคดีของนังบัวมันเลยนะที่ได้มาเจอคนดีๆ อย่างนงพะงา"
" อ้าว...นี่คุณไม่รู้เื่เหรอ"
แม้นมาศกับแววดาวถามเป็เสียงเดียวกันเมื่อเห็นชายหนุ่มทำหน้าตาใ
ใช่...เขาไม่เคยรู้เื่มาก่อนเลย นี่แสดงว่าเขามาได้ยินเื่ที่ไม่ควรได้ยินเข้าซะแล้วสิ...