Part’ s เขมชาติ เมื่อคืนกว่าผมจะหลับตาลงได้ก็เกือบจะเที่ยงคืน ก็จะใครกันนะ นายคริสโตเฟอร์ ที่คอยส่งข้อความมาหาผมมากวนผมแต่มันไม่ได้ทำให้ผมหงุดหงิดเลยสักนิด มีแต่แอบยิ้ม ผมค่อยๆ เลือนมือไปควานหาต้นเสียงก็พบว่ามือถือของผมเอง หยิบมันขึ้นมาเปิดฝาดูเพราะว่าเครสของผมเป็แบบฝาพับเปิดข้าง คริสโตเฟอร์ ผมเปิดอ่านข้อความแรก
ตื้ด!!! เสียงข้อความผ่านแอพพริเคชั่นดังขึ้นในเช้าตรู่ของวันเสาร์ว์แบบนี้
Christo: Good morning my sweetheart. Are you sleep well last night?
I was dreaming of you.
มาถึงก็หยอดแต่เช้าตรู่เลย ไม่ใช่ซิเรียกว่าแกล้งผมจะดีกว่า ทำมาเป็บอกว่าฝันถึงผมแต่มันก็ทำให้ผมอมยิ้มเล็กๆ ก่อนจะคีย์ตอบกลับไปเช่นกันว่า
Khem: Good morning Christ. I slept very well last night but didn't dream anything about you because I'm so tired.
Christo: Oh! No!
Christo: Can I call you right now?
Christo: Please!! I need to talk to you.
Khem Ruk Karn What for?
Christ-to: Please!!!
Khem: Up to you!
ผมนี่แอบคิดในใจที่อย่างนี้ทำมาเป็พิมพ์ภาษาอังกฤษคุยกับผมนะ ที่แต่ก่อนบอกไม่ชอบภาษาอังกฤษแต่ตอนนี้แซงหน้าผมที่เป็ครูสอนภาษาอังกฤษไปแล้ว
Rrrrrr เสียงมือถือของผมดังขึ้น เพราะว่ามีสายเข้า โดยนายคริสโตเฟอร์ ผมกดรับสายทั้งที่ผมตัวยังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์เตียงนอนและชุดนอนเข้าเซตกัน พี่ต้นซื้อให้เป็ของขวัญวันเกิด
“อรุณสวัสดิ์ครับครู" เสียงกวนแต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีมิใช่น้อย ก็เพราะว่าเมื่อวานผมรู้สึกแย่แย่มากที่ผมคือต้นเหตุที่ทำให้พี่ต้นกับพี่เกศรินทร์เขามีปัญหากัน ผมไม่เคยรู้สึกแย่เท่านี้เลยจริงๆ และคนที่ควรจะโทรมาหาผมก็ควรจะเป็ณัฐกานต์ที่เป็แฟนของผมจริงๆ
"อรุณสวัดดิ์คริส...ทำไมตื่นแต่เช้าละ"ผมถามคนปลายสายกลับไป
"แทบจะไม่ได้นอนจะเลยดีกว่า" คริสพูดบอกผมก็ใช้กำปั้นเท้าคางคิด ทำไมถึงไม่ได้นอนไปเที่ยวไหนหรือว่าไปขับรถเล่นที่ไหนทั้งคืนกันแน่ เด็กแว้นก็คงต้องมีสาวสก๊อยซ้อนท้ายซินะ ทำไมต้องรู้สึกแปลกๆ เหมือนไม่อยากให้เป็แบบนั้นเลย
(เหมือนอาการคนหึงนะ)
(ไม่จริงนะ นี่ผมจะไปหึงเขาทำไม)
(หึงแน่ ๆ) เถียงกับตัวเองก็เป็นะเรานะ
"เราจะบอกว่าคิดถึงพี่เหรอเว้อไปแล้วคริสต์ พี่คิดว่าที่เธอไม่ได้นอนคงเป็เพราะขับรถไปแว้นที่ไหนมากกว่าและคงจะมีสาวซ้อนท้ายด้วยละซิ" ผมเผลอถามนายคริสต์ไป ไวจริงๆ เลยปากผม
"พี่เขมผมไม่ได้เอารถมานะ...จะไปแว้นได้ยังไงละและตอนนี้ผมไม่อยากได้สาวซ้อนท้ายแล้วด้วยผมนะอยากได้...หนุ่มคนที่ซ้อนท้ายลูกรักของผมวันก่อนมาซ้อนท้ายผมอีกมากกว่า"คริสโตเฟอร์พูดผมก้มหน้าลงกับหมอนเขินครับ คนนั้นคือผมเอง
"แบบว่าติดใจอ่ะ...คิดแล้วเสียว..ยิ่งตอนที่เขาเอามือลูบตรงหน้าท้องผมนะ.."
"ไม่ได้ลูบเลยแค่กอดเฉยๆ และที่กอดก็เพราะนายขับเร็วต่างหากพี่กลัวตกต่างหาก" ผมเงยหน้าจากหมอน
"จริงอะ! พอผมลดความเร็วลงทำไมพี่ยังกอดผมอยู่อะ.แน่นกว่าเดิมด้วย..อย่าเถียงเลยนะยอมรับมาเถอะ" ผมก็จนมุมจนได้
"อืม! ..ยอมรับก็ได้พอใจหรือยังละ..และนี่ยังไม่ได้บอกพี่เลยว่าเธอแทบจะไม่ได้นอนเพราะอะไร"ผมถามคริสโตเฟอร์
"ก็คิดถึงพี่เขมนั่นแหละ คิดถึงมาก ..ยิ่งดึกๆ นี้โคตรคิดถึงเลยอะเพราะว่าไอ้โป้งมันพาแฟนมานอนที่บ้านมันอะ ถึงจะคนละห้องกับผมก็เถอะ" ผมก็เริ่มขมวดคิ้วตัวเองจนเป็ปม มันเกี่ยวกับบอกว่าคิดถึงผมตรงไหนวะ
"คืออะไร..พี่ไม่เข้าใจ"
"ก็ไอ้โป้งมันไปรับแฟนมาอยู่กับมันอะพี่เขม"
"ทำไมละหึงโป้งหรือไง"
"ผมจะหึงมันทำไมอะพี่ ..ไม่มีส่วนไหนให้น่าหึงสักนิดแต่ถ้าเป็พี่ซิน่า..หึงเพราะว่าพี่มีทุกส่วนให้ผมหึง"
"คริส!! “ผมออกเสียงเรียกชื่อนายคริสต์ผ่านมือถือของผม นายนี้มันกวนผมได้โล่จริงๆ
“นี่นายจะพูดอะไรของนายพี่ยังไม่เข้าใจอยู่ดี" ผมกลับมาสู่โหมดสนทนาปกติ
"โป้งมันจะทำอะไรกับแฟนละครับพี่เขม เสียงเตียงดัง...อึ้ดอ้าด..อี้ดอ้าด.สนั่นทั้งคืนผมฟังไปคิดถึงพี่ไปด้วยและแอบจิ้นเป็พี่กับผม "
"คริสโตเฟอร์...นายเลิกแกล้งพี่จะได้ไหม...รู้อย่างนี้ไม่น่ากดรับสายเลยจริงๆ "
"ฮาๆ " เสียงหัวเราะของคนปลายสายน่าจริงๆ เลย เด็กบ้าเอ้ยดันมาคิดถึงผมตอนที่ได้ยินเสียงซาวน์เรทอาร์นี้นะ
"พี่เขมแต่ผมคิดถึงพี่เขมจริงๆ นะไม่รู้เหมือนว่าทำไม และยิ่งต่อไปนี้พี่เขมจะไม่ไปทานข้าวกับผมแล้วด้วยอ่ะ” นายคริสโตเฟอร์พูด มันก็ยิ้ทำให้ผมคิดว่า ผมผูกพันกับเขามากไปไหม ผมกลัวใจตัวเองเหลือเกินเพราะรักแบบนี้มันผิด
"พี่เขมผมอยากจะขอโทษพี่ั้แ่เมื่อวันแล้วว เื่ที่ผมจูบพี่เขมนะ ผมขอโทษ"
"แล้วเธอทำทำไมละคริส"
"ผมไม่รู้..รู้แต่ว่ามัน..พี่เขม ผม เออ..พี่อย่าให้ผมอธิบายเลยนะพี่ผมอธิบายไม่ถูกอะ..รู้แต่ว่าผมรู้สึกดีมาก..จริงๆ แม้จะแค่เกือบจูบ! " คริสโตเฟอร์พูดผมก็ยอมรับว่ามันรู้สึกดีเหมือนกันแต่ว่าผมมีณัฐกานต์อยู่แล้วนะซิ นี้แหละที่รู้สึกแย่ไปพร้อมๆ กันด้วย และที่แย่ไปกว่านั้นอีกก็คือเขาเป็เด็กนักเรียนของผม นักเรียนที่จูบอาจารย์ความรู้สึกแย่เพิ่มเป็สองเท่าตัว
"ผมเคยได้ยินมานะถ้าอยากรู้ว่าคนคนนั้นใช่หรือเปล่าให้ลองจูบดูแล้วจะรู้ได้ว่าใช่คนที่เราตามหาหรือเปล่า" คริสโตเฟอร์พูด ผมเงียบไปหลายนาทีอยู่
"แต่ครูมีแฟนแล้วผมรู้" นายคริสโตเฟอร์พูด
"ผมจะกลับไปโรงเรียนวันนี้เลยพี่เขม ไปกับไอ้โป้งแต่ไอ้โป้งมันแค่ไปส่งผมนะ ส่วนมันจะไปเที่ยวกับแฟนและเพื่อนของแฟนมันอะพี่เขม" คริสโตเฟอร์พูด ผมรู้สึกแปลกที่ได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ของคริสโตเฟอร์แต่ผมบอกกับณัฐกานต์เอาไว้ว่าจะไปหาหลังจากพาพวกผมแม่ไปทำบุญให้พ่อ
"ผมไม่อยากไป…" คริสโตเฟอร์พูดด้วยนำเสียงที่เบามาก
"พี่เขม..."น้ำเสียงที่เรียกชื่อผมนั้นเหมือนกับว่าเขากำลังอ้อนให้ผมไปหาเขา ผมเองก็พูดไม่ออกตอนนี้ ก็ผมรับปากกับณัฐกานต์จะไปหาหลังจากพาแม่ไปทำบุญที่วัดเสร็จ และตอนนี้ตัวเลือกของผมมันยากขึ้นมาซะอย่างนั้น ตัวเลือกที่จะกลับไปหาณัฐกานต์ที่ยังเป็แฟนผม เพราะเรายังไม่ได้เลิกกันแต่แค่ความไว้ใจมันลดลง และอีกคนนักเรียนที่ผมรู้สึกดีและเขาก็เหมือน้าผม ...
“ฟู่” เสียงพ่นลมหายใจพร้อมกับมือประสานด้วยกัน ผมหนักใจขึ้นมาทันที
"ไม่เป็ไรหรอกครับพี่เขม พี่มีแฟนพี่ก็ต้องอยากอยู่กับแฟน ผมเข้าใจ ผมแค่คนไม่มีแฟน”นี่มันมามุขไหนอีกเนี๊ยะ! รู้ไหมคนฟังหนักใจโว้ย!! แอบะโในใจ
"เหรอ. แต่ครูว่าเธอนะโสดกะปริบกะปรอยมากกว่ามั้ง" ผมก็พูดไปแบบนั้นแหละ มันกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง
"พ่อเปิด..หาอาเข็ม!! " เสียงหลานรักของผมและประตูถูกเปิดออกโดยพี่ชายคนโตพี่ต้นพี่้ต้นมองผมและชี้มาที่ตัวดีหลานชายของผม หลานชายตัวเล็กเดินลากตุ๊กตากระต่ายที่ผมซื้อให้ตอนแรกเกิดแต่พี่ต้นบอกให้เอาไว้ที่นี้เพราะว่าพี่เกศรินทร์เขาจะทิ้งถ้าเขาเห็น ผมก็ไม่ว่าอะไรเอาไว้ให้หลานเล่นที่นี้ ดูท่าจะติดซะด้วย
"อาเข็ม!! " เอิร์ธเดินมาปืนขอบเตียงผม ผมก็ต้องลงไปอุ้มเอิร์ธขึ้นมานั่งบนเตียง
"เสียงใครอะพี่เขม...พี่เขมมีลูกเหรอ...จริงดิ..."เสียงที่ดูตื่นเต้นของคนปล่ายสาย
"นี่เรามีลูกด้วยกันแล้วใช่ไหมพี่เขม...โอ้ว! เยส! " คริสโตเฟอร์และแสดงอาการดีใจผมนึกภาพออกเลยคงเป็ท่าเดียวกับที่เขาชู้ดลูกบาสลงห่วงไปนั่นแหละ
"จะบ้าเหรอคริส!! เด็กเขาเรียกอา นายก็ได้ยินอยู่ และพี่ไม่ใช่ปลากัดนะที่จะได้ท้องได้เพราะนั่งจ้องตานายนะ " ผมพูดเสียงดังค่อนข้างดังทีเดียวผมลุกขึ้นยืนบนเตียงและเอิร์ธก็ลุกขึ้นเงยหน้ามองผมทำตาโต
"เออ....อาขอโทษนะครับเอิร์ธ" ผมรีบนั่ง] 'ตรงหน้าหลานชาย แบบว่าอาลืมตัวไป
“นั้นไงยอมรับแล้วว่านั่งจ้องหน้าผม แอบคิดอะไรด้วยละซิ พี่เขม” นั้นไงหลุดเลยผม อายเข้าไปใหญ่และพอเงยหน้าขั้นมาหลานก็มองผมอีก -_?
“นี้ไม่ใช่ลูกพี่ เขาเป็ลูกของพี่ชายพี่เอง...ถ้าอย่างนั้นเอาไว้พี่โทรหาใหม่แล้วกันนะคริสเพราะว่าพี่ก็จะอาบน้ำแต่งตัวจะพาคุณแม่ไปทำบุญถวายอาหารพระที่วัดกัน" ผมบอกคริสโตเฟอร์
"ครับได้ครับ. ผมส่งข้อความหาน่ะ ผมอยากคุยกับพี่เขม""
"ได้ซิ" ผมตอบกลับไป
"บายครับ" และคริสโตเฟอร์ก็กดวางสายไป ทำไมผมใจหายที่ได้ยินว่าเขาจะกลับไปอยู่ที่โรงเรียนวันนี้ทั้งที่เพิ่งจะเป็วันเสาร์เองนะ
ตื้ด!! มือถือผมสั่นทันที อย่าบอกนะว่าคริสโตเฟอร์นะ หรืออาจจะเป็ณัฐกานต์ก็ได้แต่โอกาสน้อยมากเพราะเช้ามากไปสำหรับหนุ่มทำงานออฟฟิศอย่างณัฐกานต์ ผมเปิดดู ปรากฏว่าเป็คริสโตเฟอร์
Christo: ตกลงไม่ใช่ลูกผมกับครูแน่เหรอ? (เอ๊ะ! หมอนี่ยังมาถามผมอีก ผมหันไปมองเอิร์ธนั่งยิ้มตาหยีให้ผม)
Khem: ไม่ใช่!! และครูจะไปอาบน้ำแล้ว! ไม่คุยแล้ว ผมบอกคริสโตเฟอร์
ผมแอบคิดในใจว่า ทำไมครูที่เรียบร้อยอย่างผมทำไมถึงได้โคจรมาพบเด็กนักเรียนสุดเกรียนแบบนายได้นะ นายคริสโตเฟอร์
"ไงเอิร์ธมาหาอาแต่เช้าเลย...ชอบไหม..ชอบพี่กระต่ายหรือเปล่า" ผมล้มตัวลงนอนตะแคงข้างๆ เอิร์ธ เขานอนกอดกระต่ายกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงของผม
"เอิร์ธชอบ. แต่.แม่ไม่ชอบ.." เอิร์ธหันมาตอบผม พอได้ยินหลานรักบอกว่าชอบผมยิ้มดีใจแต่พอบอกว่าแม่ไม่ชอบนี้ผมก็ต้องหุบยิ้มทันที ผมเอามือลูบหัวเอิร์ทเบาๆ เด็กก็คือผ้าขาวบางถ้าแต่งเติมเสริมผิดๆ มันก็จะมีแต่สิ่งผิดๆ อยู่ในหัวเขาซินะ ผมจะไม่พูดสิ่งไม่ดีของแม่เขาเด็ดขาด
"ถ้าแม่ไม่ชอบก็เอาไว้เล่นที่นี้นะเอิร์ธอย่าเอาไปบ้านและนี้ขามันขาดแล้วอาจจะซื้อตัวใหม่ให้ดีไหมครับ" ผมบอกหลานรักของผม
"เอิร์ทลงไปหาย่ากับพ่อดีกว่าอาเขมจะได้แต่งตัว...พ่อบอกว่าวันนี้เราจะไปไหนกันครับ" พี่ต้นเรียกเอิร์ธ พี่ต้นแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
"บอกอาเขมซิ" พี่ต้นโน้มตัวลงลูบหัวเอิร์ธเบาๆ
"ดูปลา..ปลาเยอะๆ " เอิร์ธลุกขึ้นนั่งและกางแขนออกแปลว่าเยอะๆ ของเขานั่นแหละ
"ได้ครับ...ให้อาเขมอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะและอาจจะได้พาเราไปดูปลากัน ไปให้อาหารปลาด้วยดีไหม" บอกเอิร์ธดูซิพยักหน้าและยิ้มตาหยีให้ผม
พี่ต้นอุ้มเอิร์ธออกไป ยิ่งผมเห็นพี่ชายและหลานผมแบบนี้ผมก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ผมเองก็มีส่วนทำให้ครอบครัวพี่ต้น เขามีปัญหากับพี่เกศรินทร์ แม้ว่าพี่ต้นจะบอกว่ามันมีปัญหาอื่นร่วมด้วยก็ตาม แต่ปัญหาหลักๆ มันก็มาจากผมนี้แหละ ยิ่งพี่ต้นรักผมมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งรู้สึกผิดมากเท่านั้นต่อให้ผมเป็น้องชายแท้ๆ ของพี่ต้นแต่พอมีครอบครัวพี่ต้น ดังนั้นพี่ต้นก็ควรจะเลือกครอบครัวก่อนมันถึงจะถูก
"ตื้ด!! เสียงแจ้งเตือนมีข้อความเข้า ผมหยิบมือถือพลิกดูว่าใคร ณัฐกานต์
"อย่าลืมมาหากานต์นะที่รัก...เมื่อวานกานต์เคลียร์กับแม๊คแล้วนะ เราจะไม่เจอกันอีก กานต์รักเขมมากนะ มาหากานต์นะเขม กานต์ปวดหัวมากเลย อยากทานข้าวต้มฝีมือเขมนะ ...และ..คิดถึงอยาก...จุด ..จุด..นะที่รักเขาสวมกางเกงขาสั้นชุดนอนที่เราซื้อมาเป็คแพ๊คคู่จำได้ไหม..ใส่คนเดียวไม่เหมือนคู่รักเลยอะ..มาหากานต์นะ"
ผมอ่านข้อความแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับทันทีแต่ถ้าเป็เมื่อก่อนนะใช่จะรีบตอบ เพราะว่าถ้าช้ากลัวจะเหวี่ยงและวีนใส่ผม แต่ตอนนี้ผมกลับน่ิ่งและคิดทบทวนคำพูดพี่ก้องตลอด และความรู้สึกของผมที่มีต่อการมันไม่เหมือนเดิมแล้วหลังจากที่ผมจับได้ว่าณัฐกานต์เริ่มจะไม่ซื่อสัตย์นั่นแหละถึงได้เริ่มหันมามองตัวเองผมให้เขาเยอะไปหรือเปล่าเกินตัวไปหรือเปล่า อย่างที่พี่ก้องพูดบอกกับผม
("รักเขามากเหรอ..มากกว่าตัวเองไปหรือเปล่า???????? " ที่พี่ก้องพูดก็ถูกนะ)
ผมเดินลงมาที่ชั้นล่างของตัวบ้าน ผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนของพี่ก้องกับหลานเอิร์ธดังอยู่ตรงห้องรับแขก พี่ก้องหันมามองผมหยักคิ้วให้ผม ลีลาการหยักคิ้วแบบนี้ทำให้ผมนึกถึงคริสโตเฟอร์ แล้วผมจะไปคิดถึงเขาทำไมบ่อยๆ น่ะ
"ตื่นแล้วเหรอเขม...ฟ้อด!!! “แม่เดินมาหอมแก้มผมหนึ่งที
"เอาละเราไปกันได้แล้วนะ ..น้องเอิร์ธไปลูกเราไปหาหลวงตากัน" แม่ผมเรียกเอิร์ธ พี่ก้องก็ปล่อยเอิร์ธลง และเอิร์ธก็รีบวิ่งมาหาแม่ผมทันที ผมเห็นรอยยิ้มของแม่ผมที่รักหลาน มันก็ทำให้ผมมีความสุข เพราะว่าผมคงไม่มีโอกาสหาผู้หญิงที่จะมามีหลานให้แม่ได้เหมือนพี่ต้นแน่ๆ
“ดูปลา..ย่าดูปลา” น้องเอิร์ธบอกแม่ผม เขาคงกลัวจะไม่ได้ไปดูละซิ
ผมช่วยพี่ๆ ถืออาหารออกไปใส่ไว้ในรถครอบครัวของพี่ต้น พี่ต้นเป็คนทำหน้าที่ขับรถ ผมก็ไปนั่งกับแม่ผม ผมเห็นแม่มีความสุขที่ลุูกๆ อยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ก็ไม่อยากจะทิ้งแม่ไปเลยเหมือนกัน
วัดที่แม่และพวกผมกำลังจะนำอาหารไปถวายอยู่ไม่ไกลอยู่ในเขตปริมณฑลนี้เอง และเป็วัดที่พ่อกับแม่มาเป็ประจำทุกครั้งที่พ่อผมกลับมาบ้านตอนนั้นพ่อผมยังมีชีวิตอยู่ เพราะว่าลุงที่เป็พี่ชายของพ่อผมเขาบวชเรียนอยู่ที่นี้ จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้นานมากจนท่านได้ตำแหน่งท่านเ้าคณะตำบล
พี่ต้นขับมาเกือบหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงที่ วัดที่ผมมานี้ค่อนข้างร่มรื่นมีต้นไม้เยอะมาก เงียบและสงบเหมาะแก่การมาถือศิลแม่ผมถ้าไม่ได้ไปไหนก็จะมาถือศิลกับป้าวิไลบ่อยๆ บางทีก็มาบวชชีพราหมณ์กัน พวกผมก็ช่วยกันนำอาหารลงจากรถ และแม่ก็น่าจะบอกกับหลวงลุงไว้แล้วว่าจะพาพวกผมมาที่นี้ในวันนี้เพื่อนำอาหารมาถวายท่าน
"อาเข็ม..ดูปลา" เอิร์ธยกมือเล็กๆ ขึ้นมาสะกิดเรียกผมหงึกๆ
“เรียกอาเขมซิ เรียกชื่ออาเพี้ยนอีกแล้วเรานะ” ผมก้มลงและใช้นิ้วบี้ปลายจมูกหลานชายตัวน้อย
“เปลี่ยนเป็เข็มไปเลยซิวะ หลานจะได้ไม่ต้องเรียกผิดอีก...ฮาๆ” พี่ก้องผมหันพูด T_T เข็มนั้นชื่อผู้หญิงชัดๆเลย ผมหันไปไล่ทุบพี่ก้อง แม่ตั้งให้ว่าเขมก็ดีอยู่แล้วมาให้เปลี่ยนเป็เข็มอีกน่าไหมล่ะพี่ชายคนที่สองของผม
“ตาก้อง...เรานี้ก็โตกันแล้วนะยังจะแกล้งน้องเราอีกและเขมเราก็โตจนเป็อาแล้วเหมือนกัน น่าจริงๆ เลยสองอานี้ยังทำตัวเป็เด็กๆ อยู่ได้ อายหลานบ้างไหมเนี๊ยะ! หึ!” แม่ผมพูดและหัวเราะผมกับพี่ก้อง ผมโดนพี่ก้อง แกล้งผมเป็ประจำ พี่ต้นไม่ค่อยแกล้งผมหรอกเพราะเราห่างกันมาก
"ขึ้นไปหาหลวงตาก่อนนะลูกแล้วค่อยไปดูปลากับอาก้องและอาเขมนะลูก" แม่ผมก้มลงพูดกับเด็กน้อย ทำหน้าตามุ้ยทันที ผมก้มลงเอามือลูปหัว และพี่ต้นก็อุ้มลูกชายตัวเล็กขึ้นไปบนกุฏิ หลวงพ่อท่านนั่งรออยู่แล้วผมพากันคลานเข้าไปพร้อมกับนำอาหารไปวางไว้ตรงหน้าท่าน
"เจริญพรโยม เป็ไงบ้างละโยมรดา ดูหน้าตาผ่องใสขึ้นนะและนี้พาลูกชายกับหลานมาด้วยรึ ไม่ได้เจอกันนานเลยั้แ่โยมพิทักษ์เสียโตเป็หนุ่มคงมีการมีงานทำกันแล้วละซิ"
"ครับหลวงลุงพวกผมทำงานกันหมดแล้วครับ" พี่ต้นเป็คนตอบ
"อืมถ้าโยมพิทักษ์ยังอยู่คงภูมิใจเราสามคนพี่น้องมากนะแต่ไม่เป็ไรต่อไปก็ดูแลแม่เราดีดีละ"
"ครับหลวงลุง"
"น้องเอิร์ธมาไหว้หลวงตาก่อนซิลูกดูซินั่งเบียดพ่อต้นใหญ่เลยมาหาย่ามาลูกมา" แม่ผมเรียกเอิร์ธแต่เอิร์ธไม่ยอมลงจากตักของพี่ต้นเพราะว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าหาคนแปลกหน้า
"นี้ก็โตเร็วเหมือนกันเจอกันเมื่อไม่นานมานี้เอง ตอนที่โยมรดามาทำบุญครบครอบเมื่อสามปีที่แล้วปีให้โยมพิทักษ์นะ ตอนนั้นเพิ่งจะนั่งได้ ยังออกมาคลานเล่นยังมานั่งเล่นนอนเอกเขนกเล่นอยู่เลยนะ หึๆ “หลวงลุงแซวหลานชายผม
"วันนี้ไม่เข้าหากันซะแล้ว เป็ไงกลัวหลวงตารึ " หลวงพ่อพูดขำๆ หลานชายผม วันนี้นั่งเบียดพี่ต้นกอดพี่ต้นแน่นไม่ยอมออกไปหาหลวงลุง เหมือนที่เคยมาครั้งแรกตอนนั้นเอิร์ธเพิ่งจะนั่งได้
เอิร์ธหันมานั่งกับผมตอนที่พี่ต้นและพี่ก้องช่วยแม่รดา ยกอาหารประเคนให้หลวงลุงก่อนจะถอยกลับมานั่งเเพื่อรับศิลรับพรกัน ระหว่างนั้นผมก็หันไปเจออีกครอบครัวหนึ่งที่กำลังคลานเข่าเข้ามาเช่นกันผู้หญิงนะเป็คนไทยและผู้ชายต่างชาติพร้อมกับเด็กอีกสองคนหญิงและชาย เขาส่งยิ้มให้ครอบครัวผมอย่างเป็มิตร พร้อมกับนำอาหารมาวางไว้เช่นกัน
"ท่านค่ะอิฉันจะขอทำบุญให้คุณพี่พิทักษ์หน่อยนะคะ และคราวก่อนดิฉันเห็นว่าพัดลมตั้งโต๊ะของท่านมันชำรุดนะเ้าค่ะ เลยซื้อมาใหม่มาถวายอันนี้ลูกๆ ดิฉันตั้งใจจะอุทิศให้คุณพี่พิทักษ์ด้วยค่ะ" แม่รดาบอกหลวงลุง และพี่ก้องก็ยกกล่องพัดลมวางไว้ตรงหน้าหลวงลุง
"ขอโทษนะคะ ..คุณพิทักษ์ นี้เขาเป็นักการทูตใช่ไหมคะ" ผู้หญิงคนที่คุกเข่าคลานเข้ามาที่หลังเข้ามาถามแม่ผมว่าเขารู้จักพ่อผมด้วย
"ใช่ค่ะ เขาเป็นักการทูตค่ะ"คุณแม่หันไปตอบ
"เขาเสียแล้วเหรอคะ" พี่ผู้หญิงคนไทยคนนั้นรีบถามแม่ผมทันที
"ใช่ค่ะเสียไปได้ห้าปีแล้วค่ะ และนี้ลูกๆ ของดิฉันกับคุณพิทักษ์ค่ะ"แม่รดาพูด พร้อมกับหันมาแนะนำผมทั้งสามคนว่าเป็ลูกของพ่อ
“น่าเสียดายนะคะ ดิฉันรู้จักท่านค่ะ สมัยที่ท่านไปเป็นักการทูตเคยประจำการที่ประเทศออสเตรเลียค่ะ ตอนนั้นดิฉันเพิ่งจะย้ายไปอยู่กับแฟนค่ะ รู้จักท่านั้แ่ยังไม่ได้มีน้องเลยค่ะ “ผู้หญิงคนนั้นพูดและหันไปชี้เด็กๆ ที่อายุน่าจะสิบห้าขวบได้แล้ว
“ดิฉันชื่อพี่เก๋ค่ะ “พี่เขาแนะนำตัว
“พอดีว่า่นั้นก็รอวีซ่าคู่สมรสและก็ยังไม่ได้ทำงาน เพราะว่าต้องเรียนเอาใบประกอบก่อนค่ะและก็ได้ช่วยงานพี่สาวที่เคารพ เขาได้จัดตั้งกลุ่มต่อต้านความรุนแรงสำหรับสาวไทนที่ถูกทำร้ายค่ะ และท่านก็จะมาพบปะพูดคุยกัน ท่านกันเองมากเลยนะคะ “
“นี้ลูกๆ ของท่านหน้าตาดีกันทั้งสามคนเลยนะคะ” ผมก็ยิ้มให้ทันที
“ดิฉันทราบข่าวแค่ว่าท่านป่วยและขอย้ายกลับไทย โดยมีคนใหม่มาแทนค่ะ เลยไม่ทราบว่าท่านเสีย”
“ท่านหัวใจเต้นผิดปกติก่อนละนอนโรงพยาบาล ไม่นานท่านก็เกิดหัวใจวายและเสียชีวิตลงค่ะ ลูกคนเล็กก็เพิ่งจะเข้ามหาวิทยาลัย” แม่ผมพูดและชี้มาที่ผม
“ท่านมีบุญคุณกับผู้หญิงไทยหลายคนเลยนะคะ ประสบการณ์ตัวเองนะคะ มีเพื่อนที่ได้แฟนฝรั่งเหมือนกันค่ะ และเขาก็ทำวีซ่าท่องเที่ยวไปหา เพื่อนก็ดีใจรีบบินไป เพื่อนก็คงคิดว่าเจอคนที่รักจริงแล้ว แต่ไม่ใช่ค่ะ พอไปถึงมันก็ไม่ให้เงินใช้ พอเมาก็อาละวาด แต่เพื่อนก็ทน จนกระทั่ง เพื่อนบอกทนไม่ไหว ทะเลาะกันยกใหญ่และผู้ชายไล่ออกจากบ้านในตอนกลางดึกเลยค่ะ “
“เพื่อนไม่รู้ว่าจะไปยังไงที่ไหน เพราะว่าดึกมาก ไม่มีรถ ไม่เหมือนในกรุงเทพ เพื่อนไปอยู่นั้นคือเมืองที่ห่างไกลจากตัวเมือง เมืองที่ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีห้างสรรพสินค้ามีแต่ร้านเล็ก และไปโดยที่ภาษาก็ไม่ได้มากไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้ดีซะก่อนอีก “
“และพอเพื่อนโทรหาดิฉัน ดิฉันก็เพิ่งจะย้ายไปอยู่อีกเมืองพอดี ไม่รู้จะทำยังไงดี ดิฉันได้เบอร์โทรท่านก็เลยตัดสินใจโทร ท่านได้รับทราบเื่ก็บอกว่าจะจัดการให้เลยขอสถานที่เพื่อนอยู่”
“ไม่นานเพื่อนก็โทรกลับมาบอกว่าท่านได้ติดต่อประสานให้ จนมีคนขับรถไปรับและไปส่งยังบ้านพักฉุกเฉินค่ะ ท่านก็ให้เงินเพื่อนติดตัวไปสองสามร้อยดอลล่าห์ ก่อนที่จะให้ตำรวจไปคุยกับแฟนเขาเพื่อขอพาสสปอร์ตคืนและเพื่อนก็ได้กลับไทยอย่างปลอดภัย”
“ท่านดีมากๆ ทุกครั้งที่พบปะพูดคุยคนไทย ท่านมักจะสอนเสมอให้ศึกษากฎหมายและคนทีมีสิทธิ์เรียนภาษาฟรี ส่วนใหญ่ก็ถือวีซ่าย้ายถิ่นฐาน แนะนำให้ไปเรียนเพราะว่าจะได้มีความรู้ เกี่ยวกับประเทศนี้กันและยังสามารถที่จะหางานทำได้ด้วยค่ะ “พี่เก๋พูด
“น่าเสียดายคนดีดีอย่างท่านนะคะ ท่านได้ช่วยไว้หลายคนเลย มีคนที่ถูกทำร้ายสำหรับคนที่ไปแต่งงานหรือไปอยู่กับแฟน และมีวีซ่าทำงานที่ถูกนายจ้างเอาเปรียบก็มี “พี่เก๋พูดชมพ่อพวกผมยกใหญ่ นี้ทำเอาพวกผมยิ้มดีใจกันหมด
“ทุกวันนี้พวกพี่ก็ยังคงจัดตั้งกลุ่มที่เอาไว้ช่วยเหลือคนไทยด้วยกันนะคะ พวกพี่รักที่จะดำเนินตามท่านกันค่ะ” พี่เก๋พูด
“พอดีวันนี้จะบินกลับเลยพาลูกๆ และแฟนมาทำบุญก่อนบินกลับค่ะ”
“พี่อยู่ที่รัฐไหนครับที่ออสเตรเลีย” ผมถามพี่เก๋
“พี่อยู่บริสเบนค่ะ เพิ่งย้ายมาจากเพิร์ทค่ะ ตอนนี้ทำงานที่ศูนย์เดย์แคร์ค่ะ ดูแลเด็กๆ “พี่เก๋บอกผม ผมพยักหน้ากัน
"ไปดูปลา" เด็กน้อยแก้มป่องทำท่าจะไม่ยอมอยู่นี้ ร้องแต่จะไปดูปลา ทำหน้ามุ้ยด้วยแก้มก็ป่องจนจะเป็ปลาปักเป้าอยู่แล้ว พี่ต้นเห็นว่าเอิร์ธเริ่มงอแงตามประสาเด็ก ก็เลยพยักหน้าว่าให้ผมพาลงไปก่อน
ผมจูงมือเอิร์ธลงไปที่ด้านหน้าของวัดพี่ก้องก็ลุกเดินตามผมออกไปด้วย ปล่อยให้แม่พี่ต้นคุยกับผู้หญิงนั้น พ่อนะเล่าให้ฟังผมฟังอยู่บ่อยๆ ว่าทุกประเทศที่ไปต้องมีคนไทยที่ได้รับความเดือนและพ่อก็มักจะยื่นมือเข้าไปช่วยอยู่เสมอ ผมกับพี่ก้องพาหลานตัวแสบไปดูปลาและให้อาหารปลาตามคำเรียกร้องของเอิร์ธเพราะถ้าอยู่นานๆ หลานจะกลายเป็ปลาปักเป้าไปซะก่อนทำแก้มป่องซะหน้ากลมเชียว
ผมยืนมองเอิร์ธเหวี่ยงอาหารปลากับพี่ก้อง พี่ก้องนะเขารักเด็ก เวลาเขาไปประจำการที่ไหนเด็กติดตามเป็ขบวนชอบถ่ายรูปกับเด็กๆ อัพรูปส่งมาให้ผมดูประจำ แม้กระทั่งตอนที่ไปเป็กำลังหนุนในประเทศอัฟกานิสถานก็ยังมีรูปถ่ายกับกลุ่มเด็กๆ ที่นั่น ถ้ามีลูกพี่ก้องต้องรักลูกมากๆ เช่นกัน
ตื้ด!! เสียงข้อความอีกแล้วผมก็หยิบขึ้นมาดู คริสโตเฟอร์ส่งรูปถ่ายเขามาให้ผมดู เขากำลังขับรถอยู่คงจะเป็รถของโป้งมากกว่า
Christo = ผมกำลังจะกลับครับครู ครูทำอะไรอยู่?
Khem = กำลังให้อาหารปลาอยู่ที่หน้าวัด
Christo= โห่!! ใจบุญแบบนี้ขอมาเป็พ่อพระในใจคริสสักคนได้ปะ และคริสจะทำบุญด้วย
ทุกวันเลยจะได้เกิดมาคู่กันทุกชาติไป"
Khem = นายนี้น่ะจะทำบุญ
Christo=ใช่คร๊าปเห็นหน้าตาผมแบบนี้ ใจผมหล่อนะครู น้องหมาที่โรงเรียนมีข้าวกินทุกวัน
(ผมนึกขึ้นได้กระป๋องที่วางอยู่อย่าบอกนะว่านายคริสโตเฟอร์เอง)
Christo=และถ้ายิ่งให้ทำกับครูนะ ผมขอทำบุญด้วยหัวใจผมเลยครับและแถมจูบให้ด้วยทุกวัน
โปรโมชั่นนี้ไม่มีบ่อยนะครับครู (นี้ผมกำลังถูกเด็กจีบใช่ไหม)
Khem = ถ้าเป็แบบนี้นายไม่ต้องทำหรอกครูไม่ได้อยากได้จูบจากนายสักกหน่อย
นายนี้มันทะลึ่งกับครูตลอด...อันนี้บาป
Christo= แต่ผมรู้ว่าผมก็ทำให้ครูเขินทุกครั้งที่ผมส่งข้อความหานะครับ >///< ทำให้ครู
ยิ้มอันนี้ไม่บาปหรอกมั้งครับ
ผมยืนยิ้มแก้มแทบปริอยู่คนเดียวก็ข้อความกวนๆ ไม่ได้กวนตรีนนะแต่มันกวนแบบชวนให้อมยิ้มมากกว่า นานแล้วนะที่ไม่ได้รับข้อความแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อนตอนจีบณัฐกานต์ใหม่ๆรักผมของกับกานต์มันเก่าไปแล้วใช่มั้ย มันถึงไม่ได้หวานแบบนี้แล้ว ถามว่าผมไม่ทำแบบนี้เหรอ ทำครับแต่เขาหงุดหงิดใส่ผมถ้าผม ผิด่เวลา ไม่เหมือนรักใหม่ๆ เวลาไหนก็หวานชื้นเสมอ
"อาเข็ม" ผมสะดุ้งลืมไปเลยว่าอยู่กับหลาน เอิร์ธแตะมือผมและเงยหน้าขึ้นมามองผมทำหน้างง ว่าผมทำไมผมถึงยืนยิ้มคนเดียวละซิ กะพริบตาปริบๆ ผมต้องยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เขินเล็กน้อย อายหลานเหมือนกันนะ
Khem = คริสแค่นี้ก่อนนะครูเลี้ยงหลานอยู่ด้วยและก็ให้อาหารปลาด้วย และเราก็ขับรถอยู่
ไว้ค่อยคุยกันนะถึงแล้วก็ได้โทรหาครูจะได้รู้ว่าเราถึงอย่างปลอดภัย
Christo=รับทราบครับครู ...ปล.อยากรู้ละซิว่าผมจะอยู่กับใคร?
Khem = ไม่อยากรู้ว่าอยู่กับใครแค่...ถึงโรงเรียนปลอดภัยแค่นั้นแหละ
Christo= ครับผม... (ส่งรูปส่งจูบมาให้)
TBC….