บทที่ 28 ลับ ๆ ล่อ ๆ
ถังซานมองเห็นกำแพงขนาดมหึมาจากระยะไกล กำแพงนี้สูงถึงสามสิบจั้ง ใช่แล้ว สูงสามสิบจั้งโดยไม่มีการกล่าวเกินจริงแต่อย่างใด
สองข้างกำแพงคือูเาใหญ่สองลูก กำแพงนี้สร้างขึ้นตามแนวูเา หน้าผาสูงชันกลายเป็ที่กำบังที่ดีที่สุด
จากความรู้ที่หวังเหยียนเฟิงสอนมา ถังซานรู้มานานแล้วว่ามหานครเจียหลี่เป็เมืองที่ตั้งอยู่ในแอ่งกระทะ มีูเาล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ใชู้เาเป็ปราการที่ดีที่สุดของเมือง มีเพียงกำแพงสองด้านทางทิศอุดรและทักษินที่มีประตูเมืองให้เข้าออกได้
ที่ประตูเมืองไม่มียามเฝ้า ประตูเปิดกว้างให้เข้าออกได้อย่างอิสระ
หวังเหยียนเฟิงไม่ได้พาถังซานเข้าเมืองทันที แต่กลับดึงตัวเขาไว้ รอดูอยู่ข้าง ๆ จนกระทั่งถึง่ที่ไม่มีปีศาจเข้าออกประตูเมือง จึงรีบพาเขาเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ก้าวเข้าประตูเมือง ความรู้สึกแรกของถังซานคือเหมือนได้เข้าสู่โลกอีกใบหนึ่ง
เมืองหมาป่าวายุตั้งอยู่ทางทิศอีสานของมหาพิภพภูตปีศาจ อากาศค่อนข้างหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี ทว่าภายในมหานครเจียหลี่กลับอบอุ่นราวกับวสันตฤดู อากาศอุ่นชื้น ทั้งยังมีปราณิญญาเข้มข้นกว่าภายนอกมาก พอเข้ามาก็รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งทันที
พื้นในเมืองปูด้วยแผ่นหินทั้งหมด ดูแข็งแรงและราบเรียบ สองข้างทางเป็อาคารสูงที่สร้างจากไม้และหิน
พอเข้าเมืองมาก็เห็นเผ่าปีศาจมากขึ้น ปีศาจหลากหลายเผ่าพันธุ์ทำให้รู้สึกตาลายไปหมด ถังซานพยายามจำแนกพวกมันในใจตามที่หวังเหยียนเฟิงเคยสอนเกี่ยวกับประเภทของเผ่าปีศาจ แม้เขาจะรังเกียจปีศาจอย่างที่สุด แต่ก็อดรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ได้
"อย่ามอง" หวังเหยียนเฟิงใช้ร่างกายบังสายตาเขา พูดเสียงเบา "ข้าสั่งเ้าไว้ว่าอย่างไร"
"ขอรับ" ว่าแล้วถังซานก็ก้มหน้าลง
การสังเกตของเขาไม่ใช่แค่มองผ่าน ๆ ตอนนี้ในใจเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง เผ่าปีศาจนั้นแข็งแกร่งนัก แข็งแกร่งยิ่งกว่าสัตว์ิญญาในโลกเดิมของเขาตอนที่รุ่งเรืองที่สุดเสียอีก
มหานครเจียหลี่นี้เป็เพียงมหานครแห่งหนึ่งของเผ่าปีศาจ แต่เผ่าปีศาจทุกชนิดที่เขาเห็นล้วนแผ่พลังอันแข็งแกร่ง แต่ละเผ่าพันธุ์มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว แม้แต่เผ่าปีศาจธรรมดาก็ดูมีพลังไม่อ่อนด้อย มนุษย์ที่ไม่มีพร์ใด ๆ ย่อมไม่อาจเทียบกับพวกมันได้เลย
ถังซานอดทอดถอนใจไม่ได้ ในโลกนี้ การที่มนุษย์จะต่อสู้กับเผ่าปีศาจนั้นยากเย็นแสนเข็ญ การจะเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้คงต้องเริ่มจากรากฐาน ต่อเมืุ่์มีพร์ในการบำเพ็ญและเพิ่มพลังจึงจะมีความเป็ไปได้ แม้กระนั้นก็ยังยากอยู่ดี ภูตปีศาจทั้งสองเผ่ามีอำนาจควบคุมมหาพิภพนี้มากเกินไป มนุษย์เป็เพียงทาสแม้จะปลุกพร์ได้บ้าง แต่หากถูกค้นพบก็คงถูกกำราบในทันที
ยิ่งไปกว่านั้น เทพอสูรสถิตร่างเป็ทางออกของมนุษย์จริงหรือ? ไม่ใช่แน่นอน! ที่มาของเทพอสูรสถิตร่างคืุ์ที่ถูกเผ่าปีศาจย่ำยี จนได้รับสายเืของเผ่าปีศาจ แต่ในความเป็จริง เืผสมเช่นนี้ เมื่อเทียบกับปีศาจเลทอดบริสุทธิ์ที่แข็งแกร่งแล้วยังด้อยกว่ามาก
การจะให้มนุษย์ลุกขึ้นมาได้ ไม่เพียงต้องให้มนุษย์มีพร์เป็ของตัวเอง แต่ยังต้องให้มนุษย์มีพื้นที่ในการบ่มเพาะด้วย
แิเริ่มต้นค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของถังซาน
"พวกเราหาที่พักก่อน น่าจะอยู่ที่นี่ได้สามวัน หลังจากทำภารกิจเสร็จแล้ว ข้าจะพาเ้าไปเที่ยวรอบ ๆ" เสียงของหวังเหยียนเฟิงดึงถังซานกลับจากภวังค์
"ขอรับท่านอาจารย์" ถังซานตอบรับอย่างนอบน้อม
ทั้งสองเดินเลียบไปตามขอบถนน หวังเหยียนเฟิงดูจะคุ้นเคยกับมหานครเจียหลี่พอสมควร ไม่นานก็หาที่พักได้ เป็โรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างเรียบง่าย และผู้ดูแลโรงเตี๊ยมก็เป็บริวารมนุษย์คนหนึ่ง
เป็สตรีที่ดูอายุพอ ๆ กับหวังเหยียนเฟิง พอเห็นหวังเหยียนเฟิงพาถังซานเข้ามา นางก็รีบเดินมาต้อนรับด้วยความดีใจ
"ท่านมาได้อย่างไร?" นางเข้ามากอดหวังเหยียนเฟิงอย่างแแ่
หวังเหยียนเฟิงกอดตอบ ดวงตาเต็มไปด้วยความยินดี "ข้าได้รับมอบหมายภารกิจมา จะพักอยู่ที่นี่สักสองสามวัน ถังซานเ้ามานี่" หวังเหยียยเฟิงพูดพลางคลายอ้อมกอดจากหญิงสาวผู้นั้น แล้วดึงถังซานมาข้างกาย
"นี่คือศิษย์คนใหม่ที่ข้ารับมาเมื่อปีที่แล้ว ชื่อถังซาน ถังซานนี่คือน้องสาวข้า นางชื่อกุ๋ยกุ่ย เ้าเรียกนางว่าอากุ่ยก็ได้" หวังเหยียนเฟิงแนะนำ
ที่แท้ก็เป็น้องสาว
ถังซานถอนหายใจอย่างโล่งอกแทนอาจารย์แม่ของตน
"คารวะอากุ่ย"
ช่างเป็ชื่อที่แปลกจริง ๆ
กุ๋ยกุ่ยมองไปที่ถังซานแล้วหันไปพูดกับหวังเหยียนเฟิงด้วยความประหลาดใจ "พลังตื่นขึ้นเร็วเพียงนี้เชียวหรือ? นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นเด็กวัยนี้ตื่นพลัง แต่ว่าเขาจะผ่าน..."
พูดมาถึงตรงนี้ นางก็หยุดชะงัก บนใบหน้าฉายแววสงสาร
หวังเหยียนเฟิงกระแอมหนึ่งที แล้วพูดว่า "จัดที่พักให้พวกข้าก่อนเถอะ" เขาไม่กังวลเลยสักนิดเื่ที่ถังซานจะผ่านการทดสอบหรือไม่ หากแม้แต่ถังซานยังไม่ผ่าน ก็คงไม่มีใครผ่านแล้ว เขาคงมิอาจบอกกุ๋ยกุ่ยได้ว่าเด็กคนนี้มีความสามารถถึงขนาดสอนทักษะควบคุมคมมีดวายุให้เขาเสียด้วยซ้ำ
โรงเตี๊ยมเล็ก ๆ ค่อนข้างเรียบง่าย แต่มีห้องพักไม่น้อย รวมทั้งหมดเกือบยี่สิบห้อง แต่ละห้องมีขนาดราวหนึ่งหลี่ครึ่ง*[1] ภายในมีเตียงสองเตียง ราคาก็ถูกมาก แม้จะเรียบง่ายแต่ภายในห้องก็ค่อนข้างเงียบสงบ
หวังเหยียนเฟิงให้ถังซานพักผ่อนในห้องก่อน แล้วเดินจากไปกับกุ๋ยกุ่ย พี่น้องทั้งสองคง้าพูดคุยถึงเื่ราวที่ผ่านมา
ในห้องมีหน้าต่าง แต่โรงเตี๊ยมเล็ก ๆ นี้ตั้งอยู่ในที่ค่อนข้างห่างไกล เมื่อเปิดหน้าต่างก็เห็นเพียงกำแพงสูงไม่ไกลนัก
ตอนที่เข้ามา ถังซานก็เห็นแขกคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่เป็บริวารมนุษย์ จากขนาดเตียงในห้อง เห็นได้ชัดว่าเตรียมไว้สำหรับมนุษย์โดยเฉพาะ ที่นี่คงเป็ที่พักสำหรับบริวารมนุษย์
โรงเตี๊ยมไม่มีแม้แต่ชื่อ ด้านนอกก็ไม่มีป้าย หน้าโรงเตี๊ยมมีลานเล็ก ๆ ปลูกผักไว้บ้าง แม้ที่นี่จะดูเรียบง่าย แต่เมื่อมาถึงที่นี่กลับรู้สึกราวกับถูกแยกออกจากมหานคร ทำให้รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
บางที ที่นี่อาจนับเป็ดินแดนบริสุทธิ์ของมนุษย์ในมหานครเจียหลี่ก็ได้
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
เมื่อท้องนภาเริ่มมืดลง หวังเหยียนเฟิงจึงกลับมาเรียกถังซานไปกินอาหาร
อาหารเย็นวันนี้อุดมสมบูรณ์ มีผัก มีเนื้อ แต่รสชาติก็ยังธรรมดาเหมือนเดิม หลังจากมาถึงโลกนี้ ถังซานยังไม่เคยได้ลิ้มอาหารเลิศรสเลย จากการสังเกตของเขา พวกปีศาจหมาป่าในเมืองหมาป่าวายุก็กินอาหารคล้าย ๆ กับพวกเขา เพียงแต่ปริมาณมากกว่าเท่านั้น
หากพูดถึงระดับการปรุงอาหาร โลกนี้ดูเหมือนจะด้อยกว่าโลกเดิมของเขามาก
กุ๋ยกุ่ยนั่งกินข้าวด้วยกันกับพวกเขา ระหว่างมื้ออาหาร นางถามหวังเหยียนเฟิงว่า "พรุ่งนี้เ้าจะพาเขาไปด้วยหรือ?"
หวังเหยียนเฟิงหันไปมองถังซาน "พรุ่งนี้ข้าต้องไปส่งรายการของบรรณาการที่คฤหาสน์บรรพชนของตระกูลหมาป่าวายุในมหานครเจียหลี่ เ้าจะไปด้วยหรือไม่? ไม่มีอันตรายอะไร แต่ยังต้องระวังบ้าง ปีศาจหมาป่าที่นั่นแต่ละตัวล้วนแข็งแกร่งกว่าเ้าเมืองของพวกเรา"
"ข้าจะไปกับท่านด้วย" ถังซานตอบโดยไม่ลังเล
การเพิ่มพลังเสวียนเทียนของเขา รวมถึงการยกระดับคมมีดวายุล้วนต้องเริ่มจากปีศาจหมาป่า หากมีโอกาสได้ดูดซับพลังสายเืของปีศาจหมาป่าระดับสูง หากร่างกายเขารับไหว ก็จะเป็ประโยชน์อย่างมากต่อการฝึกฝนและการก้าวข้ามขีดจำกัดของเขา
"ดี" หวังเหยียนเฟิงพยักหน้า
กุ๋ยกุ่ยมองหวังเหยียนเฟิงอย่างประหลาดใจ ในสายตาของนาง ถังซานเป็เพียงเด็กอายุเก้าขวบ แต่จากท่าทีของหวังเหยียนเฟิงที่มีต่อถังซาน นางกลับรู้สึกว่าพี่ชายของนางปฏิบัติต่อเด็กคนนี้ในฐานะที่เท่าเทียมกัน นี่ทำให้นางรู้สึกแปลกใจ
กุ๋ยกุ่ยมองไปที่ถังซานแล้วกล่าวว่า "เสี่ยวถัง ตอนนี้หมาป่าวายุสถิตร่างของเ้าถึงระดับใดแล้ว?"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ถังซานก็หันไปมองหวังเหยียนเฟิง
[1] หลี (厘) ที่เป็หน่วยวัดพื้นที่ แตกต่างจากหน่วยลี้ (里) ที่เป็หน่วยวัดความยาว 1 หลี เท่ากับ 6.67 ตารางเมตร