เด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

    ตอนที่ 49 โล่คุ้มกันไม่ยอมปล่อยมือ (1/2)

            แสงแดดยามบ่ายส่องสะท้อนลงมายังลานภายในโรงเรียนริวหยุดฝีเท้าลงก่อนจะหันหน้ากลับไปหาธันวาที่เดินตามมาที่ด้านหลัง

             

            “ผมขึ้นห้องก่อนนะครับ แล้วก็... ขอบคุณสำหรับวันนี้อีกครั้งนะครับ”

     

            ธันวาพยักหน้าเบาๆ “อืม ตั้งใจเรียนล่ะเรียนมาเผื่อพี่ด้วยก็ดี”

             

            ริวที่ได้ยินแบบนั้นแล้วถึงกับชะงักกึก ก่อนจะหันกลับมาเห็นว่ารุ่นพี่ยกมือขึ้นโบกไล่หลังเบาๆด้วยท่าทีเป็นกันเองแบบสุดๆทำเอาเด็กหนุ่มทำตัวไม่ถูก ก่อนจะเถียงกลับไปด้วยความตื้นเขิน

             

            “ผมก็… ไม่ได้เรียนเก่งอะไรขนาดนั้นสักหน่อยนะครับ!”

             

            เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้ว ธันวาก็ยิ้มบางๆก่อนจะหมุนตัวเดินแยกออกไปตามทางเดินเชื่อมอาคารเพื่อกลับไปจัดการภารกิจของตนเอง

             

            ริวมองตามแผ่นหลังกว้างของรุ่นพี่ไปจนลับสายตาความเกรงใจแฝงยังคงตกค้างอยู่ในอก ก่อนที่เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงตัวเองกลับมาสู่เป้าหมายหลักแล้วเขาหมุนตัวเดินก้าวเข้ามาในตัวอาคาร เพื่อขึ้นไปยังห้องเรียนต่อ

             

            ทว่าในจังหวะที่ริว กำลังจะก้าวเท้ากำลังก้าวเข้าไปใต้อาคารสัญชาตญาณบางอย่างกลับสั่งให้ริวชะงักฝีเท้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปยังระเบียงทางเดินชั้นบน

             

            ฟึบ! ริวเหมือนเห็นเรือนผมสีดำขลับประบ่าในชุดนักเรียนไหววูบตามแรงลมคล้ายมีใครบางคนกำลังยืนตรงระเบียงจ้องมองลงมาที่เขาแต่งภาพนั้นมันปรากฏขึ้นเพียงแวบเดียวเท่านั้น เมื่อเพ่งสายตามองซ้ำอย่างละเอียดบริเวณระเบียงชั้นบนกลับว่างเปล่า

             

            ความไม่ชัดเจนนั้นทำให้ริวขมวดคิ้วมุ่นพลางสะบัดหัวไล่ความฟุ้งซ่านคิดว่าตัวเองคงจะตาฝาดไปเองจากความเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวันเขารีบสับเท้าก้าวขึ้นบันไดและเดินตรงดิ่งไปยังห้องเรียนของตัวเองทันที

             

    ณ ห้องเรียนม.5/1

             

            ทันทีที่เปิดประตูเลื่อนและก้าวขาเข้ามาภายในห้องริวกวาดสายตามองไปรอบๆเห็นเพื่อนๆต่างจับกลุ่มพูดคุยและเล่นเกมกันอย่างสนุกสนานทว่าสายตาของเขากลับปะทะเข้ากับแนนโน๊ะที่นั่งนิ่งมือเท้าคางอยู่ที่โต๊ะประจำ

             

            เด็กหนุ่มพยายามระงับความตื่นตระหนกในใจก่อนจะเดินอ้อมหลังห้องแล้วเดินแทรกตัวไปตามช่องว่างระหว่างโต๊ะไปหยุดที่ข้างโต๊ะของเธอ

             

            ขณะที่กำลังจะอ้าปากถามคำถามเรื่องของยูริที่ค้างคามาจากห้องทะเบียนแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เปล่งเสียงใดๆออกมาจากลำคอ แนนโน๊ะก็หันหน้ามาหาเขานัยน์ตาสีเข้มจัดของเธอนั่งจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเด็กหนุ่มราวกับจะมองทะลุกระชากไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ แล้วจึงจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

             

            “ริวกลับมาแล้วเหรอค่ะ”

             

            “ก็… ดีครับ”ริวตอบเสียงเบา

     

            “เป็นยังไงบ้างคะ... การที่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของประธานนักเรียนน่ะมันทำอะไรก็ง่ายไปหมดเลยใช่ไหมล่ะคะ”

     

            “แต่ทำไมล่ะ... ทั้งที่ตอนแรกริวพูดกับแนนโน๊ะตั้งใจจะใช้พี่เขาเป็นแค่โล่คุ้มกันก้ท่านั้นพอมาตอนนี้แล้ว... เหมือนจะมองพี่เขาเปลี่ยนไปได้”

             

            ประโยคนั้นของแนนโน๊ะทักเสียงใส ทำให้ร่างของริวเย็นเฉียบราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินเขาพูดไม่ออกตอบไปถูกกำคำถามนั้น

             

            แนนโน๊ะที่เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปเธอจึงหัวเราะออกมาเบาๆในลำคอพลางกระซิบต่อ

             

            “หึๆ อะไรทำให้ริวคิดเปลี่ยนใจล่ะคะ”

             

            รูม่านตาของริวหดเล็กลงทันทีพร้อมกับหัวใจสะดุดกึกด้วยความช็อกจากคำพูดที่อ่านทะลุความรู้สึกนึกคิดในใจของเขา ทำเอาสมองของเด็กหนุ่มเริ่มสับสนมึนงงไปหมดความหวาดระแวงแล่นริ้วขึ้นมาจุกอกจนเกือบสำลัก

             

            แนนโน๊ะ… คุณรู้ความคิดของผมได้ยังไง!

             

            เขาคิดในใจ ขณะที่ความตื่นตระหนกและคำถามมากมายที่ตีกันอยู่ในหัวแม้นี่จะหลายครั้งแล้วที่เขารู้สึกว่ามันแปลกๆกับเพื่อนผู้หญิงคนนี้ ก่อนจะถามออกไป

             

            “งั้นผมถามคุณหน่อยได้ไหม… ทำให้คุณรู้เรื่องนั้นครับ”

             

            น้ำเสียงของเขาแข็งกระด้าง และนั่นก็เป็นประโยคแรกที่ริวถามย้อนกลับไปหาแนนโน๊ะแบบนั้นแต่ที่เขาทำไปก็เพื่อเลี่ยงการตอบในประเด็นที่เธอถาม

             

            ทว่า… เพื่อนผู้หญิงตรงหน้ากลับไม่ตอบทันทีเธอยกมือขึ้นใช้นิ้วเรียวแหลมม้วนผมเล่นอย่าใจเย็น ก่อนจะตอบเรียบๆ

             

            “แนนโน๊ะก็คิดไว้แล้วนะคะ ว่าอย่างริวเนี่ย…จะมีความคิดแบบนั้นได้นานแค่ไหนกันนะ…”

             

            “แล้วก็เป็นไปตามคาดเลยนะคะ”

             

            น้ำเสียงที่ราบเรียบบวกกับท่าแปลกๆทำให้ริวนิ่งไปทันทีความรู้สึกไม่ชอบมาพากลแล่นพล่านขึ้นมาในอก ก่อนที่ ฝ้าย เพื่อนผู้หญิงอีกคนจะเดินเข้ามาแล้วพูดขึ้น

             

            “โทษนะ เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย”

             

            ริวสะดุ้งขึ้นแล้วรีบหันไปตอบ “ปะ…เปล่าครับ”

             

            พูดจบ ริวก็เดินกลับไปยังโต๊ะประจำของตัวเองที่อยู่ด้านท้ายแถวเดียวกันปล่อยให้ฝ้ายยืนงงอยู่ตรงนั้น

             

            เมื่อมาถึงโต๊ะประจำ เขารีบนั่งลงกับที มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมขมับพลางสูดหายใจเข้าลึกซ้ำๆเพื่อควบคุมก้อนความเครียดที่กำลังแล่นพล่านจนปวดตึบไปทั้งหัวก่อนจะถอนหายใจยาว

             

            “เฮ้อ…”

             

            นี่มันบ้าอะไรอีกล่ะครับ…

             

            จากก่อนหน้านี้ ที่เขาอยู่กับรุ่นพี่แบบสบายใจแต่พอกลับมาถึงห้องก็ต้องมาเหนื่อยใจกับเพื่อนร่วมชั้นคนนี้ และนั่นทำให้เรื่องแฟ้มเอกสารและเป้าหมายการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนของยูริมลายหายไปจากสมองของเด็กหนุ่มจนหมดสิ้น

             

            หลังจากที่ริวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้และปล่อยให้สมองตีกันอย่างหนักหน่วงกับความหวาดระแวงในหัวได้เพียงไม่นานครูประจำวิชาก็เดินก้าวเข้ามาในห้องเรียนพร้อมๆกับเสียงออดที่ดังบาดแก้วหูขึ้นเพื่อส่งสัญญาณหมดเวลาเรียนในคาบเช้า

             

            ทันทีที่เสียงออดเงียบลง ริวไม่รอช้ารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสับเท้าเดินออกจากห้องเรียนไปเป็นคนแรกทันทีราวกับต้องการจะหนีสายตาของใครบางคนที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด

             

            ที่ด้านนอก บริเวณโถงทางนอกอาคารเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนหลากหลายระดับชั้นที่เดินสวนทางกันไปมาจนดูวุ่นวายสายลมเย็นเยียบพัดวูบผ่านระเบียงมากระทบผิวหนัง

             

            ทว่ามันกลับขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับความรู้สึกร้อนระอุและอึดอัดที่แผดเผาอยู่ในอกของริวคำพูดดักคอของแนนโน๊ะยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเด็กหนุ่มก้มหน้าก้มตาสับเท้าเดินตรงดิ่งไปยังโรงอาหารโดยไม่มองใครทั้งสิ้น

             

    ณโรงอาหาร

             

            บรรยากาศภายในโรงอาหารเต็มไปด้วยความโกลาหลโต๊ะอาหารแทบทุกตัวถูกจับจองจนเต็มพื้นที่เสียงพูดคุยหัวเราะดังผสมปนเปไปกับเสียงฝีเท้านับร้อยริวที่เห็นสภาพอันแออัดนั้นก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะซื้อข้าวทันที แล้วตีตัวเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปซื้อเพียงนมกล่องและขนมปังหนึ่งห่อจากสหกรณ์โรงเรียนเพื่อประทังความหิวเท่านั้น

             

            เมื่อเดินพ้นเขตโรงอาหารออกมาเสียงความวุ่นวายก็ค่อยๆลดระดับลงเรื่อยๆจนเหลือเพียงลมที่พัดผ่านพาให้ใบไม้ใบหญ้าสั่นไหวจนเกิดเป็นเสียงเบาๆเด็กหนุ่มทอดน่องมาทิ้งตัวลงนั่งบนม้าหินอ่อนสีขาวตัวหนึ่งที่ตั้งปลีกวิเวกอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่

             

            จากนั้นเขาก็เริ่มฉีกห่อขนมปังออกแล้วกัดขนมปังเข้าปากคำเล็กๆขณะที่นัยน์ตาเหม่อมองออกไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย สมองยังคงขบคิดเรื่องเดิมไม่เลิกรา

             

            แนนโน๊ะ... คุณเป็นอะไรกันแน่เนี่ยทำไมถึงได้ล่วงรู้ความคิดที่อยู่ในหัวของผมไปซะหมด

     

            ในจังหวะที่สติกำลังหลุดลอย ฝ่ามือนุ่มเล็กๆของใครบางคนก็สอดเข้ามาวางแหมะลงบนบ่าไหล่ของเขาทั้งสองข้างจากทางด้านหลังฟุ่บ…

             

            ริวสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะรีบหันขวับกลับไปมองทันทีพบว่าเป็นจุนโกะที่กำลังยืนชะโงกหน้ามองเขาอยู่ ใบหน้ากรมๆของเด็กสาวยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางๆที่ดูใสซื่อและเป็นมิตรเช่นเคย

             

            “จะ... จุนโกะเองเหรอครับ...”ริวพ่นลมหายใจออกมายาว พลางผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดลง

             

            จุนโกะพยักหน้ารับเบาๆ “อื้มเราเอง เห็นริวนั่งซึมๆอยู่คนเดียวก็เลยเดินมาหาน่ะ...”

             

            “ว่าแต่ ริวเป็นอะไรหรือเปล่าหน้าตาดูไม่ค่อยโอเคเลยนะ”

             

            “ผมเปล่าครับ...แค่รู้สึกเหนื่อยๆนิดหน่อยน่ะ ไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับ”ริวตอบปัดด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้เป็นปกติ

             

            “อ้อ... โอเค งั้นเราไม่กวนแล้วบ๊ายบายนะ”

             

            เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง แล้วก็ละมือทั้งสองข้างออกจากไหล่ของเขาหมุนตัวและเดินผละออกไปอย่างง่ายดายโดยไม่ได้ซักไซ้ตื๊อถามอะไรต่อ ริวเองก็ไม่ได้รั้งอะไรไว้เขาหันกลับมานั่งมองห่อขนมปังในมือเตรียมจะจัดการมันต่อ

             

            ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเองภาพความทรงจำบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในหัวราวกับถูกสับสวิตช์ ภาพในค่ำคืนนั้น...คืนที่เขาเดินตามจุนโกะเข้ามาในโรงเรียนในยามค่ำ จู่ๆเธอก็เดินหายไปต่อหน้าต่อตา อีกทั้งขณะที่เขากำลังจะเดินกลับออกไปเธอก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

             

            ในคืนนั้น มันทำให้เขาเจอกับเรื่องวุ่นวายมากมายจนเกือบเอาตัวไม่รอดถ้าไม่ใช่เพราะเบนซ์มาช่วยเอาไว้ และทั้งสองก็โคดีวิ่งไปเจอแนนโน๊ะ

             

            ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเด็กหนุ่มหล่นวูบลงไปกองที่ตาตุ่มความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นปราดตั้งแต่สันหลังขึ้นมาถึงท้ายทอย ริวเบิกตากว้างรีบหันขวับกลับไปทางที่เด็กสาวเพิ่งเดินจากไปทันที

             

            “ดะ... เดี๋ยวก่อนครับจุนโกะ!”

             

            เขาตะโกนเรียกเสียงหลง กะจะถามความจริงให้รู้เรื่องทว่า...ที่ตรงนั้นกลับมีเพียงความว่างเปล่า อีกทั้งทางเดินทอดยาวก็ไร้เงาของจุนโกะแล้วริวกวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบ

     

            “จุนโกะ... ไปไหนแล้วล่ะ...”

     

            เขาพึมพำเสียงเบานัยน์ตาสีเข้มหม่นแสงลงและสั่นระริกด้วยความสับสนมือหนาที่ถือห่อขนมปังอยู่กำเข้าหากันแน่นจนพลาสติกยับยู่ยี่

             

            ไม่นาน เสียงออดก็ดังขึ้นอีกครั้งเป็นสัญญาณหมดเวลาพักเที่ยงเด็กหนุ่มกลืนขนมปังก้อนสุดท้ายลงคอ แล้วลุกขึ้นจากม้าหินอ่อน แต่ก่อนจะเดินออกไป เขาเหลือบมองไปยังด้านหลัง

             

            เมื่อยืนยันแล้วว่าเด็กสาวคนนั้นเดินหายไปแล้วจริงๆเขาก็จำใจหมุนตัวสับเท้าเดินกลับไปยังอาคารเรียน ท่ามกลางความสงสัยมากมายที่ก่อตัวหนาตึบขึ้น

             

            ริวเดินก้าวกลับเข้ามาในห้องเรียนบรรยากาศภายในยังคงอบอวลไปด้วยความวุ่นวายและเสียงจอแจของเพื่อนร่วมชั้นเนื่องจากครูประจำวิชายังไม่เข้าสอน

             

            ทว่า... ยังคงมีเด็กสาวอีกคนหนึ่งที่นั่งนิ่งสนิทอยู่หลังห้องมือเรียวยกขึ้นเท้าคางนัยน์ตาสีเข้มจัดภายใต้กรอบผมหน้าม้าตรงยังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างสบายอารมณ์ราวกับเรื่องราวปั่นประสาทเมื่อตอนพักเที่ยงไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

             

            เมื่อเห็นแนนโน๊ะริวก็รีบสับเท้าตรงดิ่งไปยังโต๊ะประจำของตัวเองทันที เขาทิ้งตัวลงนั่งอย่างเงียบเชียบและระมัดระวังที่สุดเพราะส่วนลึกในใจเกิดความรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาเขาไม่รู้ว่าอะไรทำให้ตัวเองรู้สึกแบบนั้น แต่ที่แน่ๆคือในเวลานี้เขาไม่อยากจะพูดกับเธอ

             

            เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า แต่ครูประจำรายวิชาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเข้าห้องมาสอนเสียงบรรยากาศรอบตัวเริ่มกลายเป็นเสียงกล่อมชั้นดีประกอบกับความเหนื่อยล้าทางสมองที่สะสมมาตลอดทั้งวันส่งผลให้เปลือกตาของริวเริ่มหนักอึ้ง เด็กหนุ่มฟุบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะเรียนก่อนจะเผลอหลับไปในที่สุด

             

            จนกระทั่งเสียงออดดังขึ้นบ่งบอกเวลา15:30 น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียน เสียงขยับเก้าอี้และเสียงรูดซิปกระเป๋าของเพื่อนๆปลุกให้ริวสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงงเพื่อนโต๊ะข้างๆหันมาสะกิดบอก

             

            “ตื่นแล้วเหรอ นี่ก็เลิกเรียนพอดีเลย กลับบ้านนะ”

             

            ริวพยักหน้ารับคำงัวเงีย “ค…ครับ…”

             

            พูดจบ เขาก็รีบกวาดของลงกระเป๋าสะพายขึ้นบ่า แล้วเดินผละออกจากห้องเรียนไปทันที

             

            ระหว่างทางเดินทอดยาวมุ่งหน้าสู่ประตูหน้าโรงเรียนริวชะลอฝีเท้าลงพลางกวาดสายตาสังเกตบรรยากาศรอบตัวข้างทางเดินในตอนนี้ถูกตกแต่งประดับประดาด้วยม้วนผ้าพับจับจีบอย่างประณีตและกระถางดอกไม้หลากสีสันที่ถูกขนมาจัดเรียงรายเป็นแถว

             

            ดูท่าว่าทุกอย่างใกล้จะพร้อมสำหรับงานนิทรรศการวันภาษาไทยที่จะจัดขึ้นในช่วงสิ้นเดือนนี้เต็มทีแล้ว

             

            ทันใดนั้น เสียงเรียกชื่อที่ดังขึ้นเบาๆจากทางด้านหลังสะกดให้ฝีเท้าของเด็กหนุ่มหยุดชะงักน้ำเสียงทุ้มที่ฟังดูคุ้นหูเป็นอย่างดีทำให้ริวค่อยๆ

             

            “ริว...”

             

            ริวเอี้ยวตัวหันกลับไปมองก่อนจะพบร่างสูงของรุ่นพี่ประธานนักเรียนกำลังเดินตรงเข้ามาหาและหยุดลงตรงหน้าเขาในระยะไม่ไกล

             

            “ครับ”ริวขานรับเสียงเบา

             

            “กำลังจะไปไหนล่ะเรา”ธันวาถามพร้อมรอยยิ้ม

             

            “กำลังจะกลับห้องพักครับ”

             

            เมื่อได้ยินคำตอบ ธันวาก็หลุดขำออกมาเบาๆ“หืม… กลับตรงเวลาจัง... ไม่ได้เรียนทั้งวันเลยล่ะสิท่า”

             

            “แฮ่ๆ ก็… ประมาณนั้นเลยครับ”

             

            “เห็นไหมล่ะ พี่บอกแล้ว…”

             

            ริวหลุดหัวเราะออกมาเบาๆในลำคอ ทางฝั่งของธันวามองรอยยิ้มและความรื่นรมย์ที่ปรากฏบนใบหน้าของรุ่นน้องด้วยความเอ็นดูก่อนที่เขาจะถามต่อ

             

            “ว่าแต่...เย็นนี้น้องว่างไหม”

             

            ประโยคคำถามธรรมดาๆนั้นกลับทำให้สติของริวสะดุ้งกึกขึ้นมาทันควัน!ในหัวของเด็กหนุ่มฉายภาพเหตุการณ์ล่าสุดตอนที่เขาไปช่วยงานธันวาที่บ้านขึ้นมาเป็นฉากๆ

             

            ความทรงจำนั้นทำเอาใบหน้าของริวร้อนวูบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เขาเลิ่กลั่กรีบเบนสายตาหนีหลบสายตาคมของรุ่นพี่ก่อนจะละล่ำละลักปฏิเสธออกไปทันควัน

             

            “มะ... ไม่ว่างครับ!”

             

            ท่าทีปฏิเสธแบบตื่นตระหนกนั้นราวกับว่าคำถามชวนไปไหนมาไหนของธันวาได้กลายเป็นประโยคต้องห้ามสำหรับเขาไปซะแล้ว

             

            ส่วนธันวาที่ยืนมองปฏิกิริยาของรุ่นน้องก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

             

            “ไม่ใช่ๆ พี่ไม่ได้จะชวนน้องไปช่วยงานที่บ้านสักหน่อย…คิดอะไรอยู่เนี่ยริว” มุมปากของเขาขยัยยิ้มเจ้าเล่ห์พลางลดเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน“แค่อยากชวนไปหาเบาะแสเพิ่มต่างหาก... พอดีพี่มีแผนสืบเรื่องนั้นต่อน่ะ”

             

            คำว่า เบาะแส และ แผนการทำเอาความสงสัยชนะความอาย ริวยอมหันหน้ากลับมามองรุ่นพี่ตรงๆนัยน์ตาฉายแววสนใจขึ้นมาทันที

             

            ทว่ายังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้ตอบตกลง...ธันวาก็จงใจยื่นวงแขนแกร่งเข้ามาเกี่ยวรอบคอของรุ่นน้องตัวเล็กกว่า

             

            “ไปกันเถอะ!”

             

            พูดจบ เขาก็ดึงรั้งให้รุ่นน้องเดินตามทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ริวได้มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือตอบกลับเลยแม้แต่คำเดียว

    คล้ายกับเรื่องเด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452