บทที่ 27 นี่ป้า ด่าใครกันฮะ?
“ไม่มีหรอก อาจจะเป็ของขวัญจากลูกค้าก็ได้” หลีเกอพูดขอบคุณเพื่อนร่วมงานแล้วยิ้มให้เล็กน้อย
เธอยังคงเป็คนฉลาดและมีความสามารถเหมือนเดิม ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อมาถึงโต๊ะทำงาน หลีเกอเห็นช่อดอกคามีเลียสีขาวบริสุทธิ์วางอยู่บนโต๊ะแถมยังมีกลิ่นหอม ข้าง ๆ ช่อดอกไม้ยังมีของขวัญสวยงามอีกชิ้นหนึ่ง มือและเท้าของเธอค่อย ๆ เย็นลง
มีแค่คนคนนั้นที่รู้ว่าเธอชอบดอกคามีเลีย
มีการ์ดสีชมพูอ่อนเสียบอยู่ในช่อดอกคามีเลีย หลีเกอดึงการ์ดออกมาและเปิดดู
‘my love my life’
ตัวหนังสือภาษาอังกฤษที่เขียนอย่างลื่นไหลและสวยงาม หลีเกอนึกภาพออกเลยว่าตอนที่หานจินหยางเขียนคำเหล่านี้ ใบหน้าของเขาต้องมีรอยยิ้มที่สุภาพและความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ
ในเวลาเพียงไม่นานหานจิ่นหยางก็รู้เื่ราวของเธออย่างหมดเปลือก แถมยังส่งของขวัญและดอกคามีเลียมาให้เธออีก จุดประสงค์ของเขามาที่นี่คือเพื่อแก้แค้นเธอหรือเพราะอะไรกันแน่?
วันรุ่งขึ้นเมื่อหลีเกอมาถึงบริษัทก็บังเอิญเจอกับฟู่อวิ๋นจือเข้าพอดี
สีหน้าของฟู่อวิ๋นจือดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมื่อเขาเห็นเธอก็จ้องเธอตาเขม็งราวกับอยากจะฆ่าเธอให้ตาย
หลีเกอหัวเราะเยาะในใจ
ั้แ่วันที่ได้ยินม่านหนิงและฟู่อวิ๋นจือวางแผนกันในห้องน้ำ ไม่เพียงแต่จะทำให้เธอเสียชื่อเสียง แต่ยังจะทำให้เธอต้องออกจากบ้านมือเปล่า เธอก็ไม่เหลือความผูกพันใด ๆ กับฟู่อวิ๋นจืออีกแล้ว
เธอไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแค่ลงมือก่อนพวกเขาเพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น
เขาและเธอเข้าไปในลิฟต์ตัวเดียวกัน แต่ยังดีที่มีพนักงานคนอื่น ๆ เข้าไปด้วย
หลีเกอยืนข้าง ๆ ฟู่อวิ๋นจือเธอเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง “ผู้จัดการฟู่ ดูหน้าตาไม่ค่อยดีเลย ไม่สบายหรือเปล่าคะ?”
ฟู่อวิ๋นจือหันหน้ามามองหลีเกอด้วยสายตาที่มุ่งร้าย
ผู้หญิงคนนี้วางแผนทุกอย่าง ทำให้เขาเห็นเจียวม่านหนิงนอนกับผู้ชายคนอื่น แล้วยังกล้ามาพูดแบบนี้อีก!
หรือว่าที่ผ่านมาหลีเกอแกล้งทำเป็อ่อนแอมาตลอด และนี่คือตัวตนที่แท้จริงชองเธองั้นเหรอ?
ฟู่อวิ๋นจือขยับเข้าใกล้หลีเกอแล้วกระซิบเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน “หลีเกอ เธออยากหย่านักใช่ไหม? ฉันไม่มีทางหย่าง่าย ๆ หรอก แถมจะฆ่าเธอด้วย!”
หลีเกอมองใบหน้าที่บูดบึ้งด้วยความโกรธของผู้ชายคนนี้แล้วก็นึกสงสารตัวเอง
หลังจากแต่งงานกับฟู่อวิ๋นจือ นอกจากเื่ที่ทั้งคู่ไม่สามารถร่วมหอกันได้แล้ว เธอก็ได้ทุ่มเทให้กับตระกูลฟู่มากมายไม่น้อยเลย เขาเป็ฝ่ายนอกใจเธอก่อน และเธอแค่เปิดโปงเื่อื้อฉาวของพวกเขา แต่เขากลับขู่ว่าจะฆ่าเธอ
“นายเป็ฝ่ายนอกใจก่อน ถ้าไม่หย่า เราก็เจอกันที่ศาล”
“ฉันนอกใจ?” ฟู่อวิ๋นจือหัวเราะเยาะสายตาเต็มไปด้วยความดูถูก “เธอเห็นก็จริง แต่มีหลักฐานหรือเปล่าล่ะ? ฉันก็จะฟ้องเธอเหมือนกันข้อหาหลอกลวง ที่เธอหลอกลวงฉันว่าเธอท้องไง!”
ฟู่อวิ๋นจือดูมั่นใจในชัยชนะ ราวกับว่าหลีเกอไม่มีทางเอาชนะเขาได้
หลีเกอรู้ดีว่านักข่าวในโรงแรมพวกนั้นเป็คนที่ฟู่อวิ๋นจือจ้างมา เขาจ่ายเงินก้อนหนึ่งก็สามารถเอาฟิล์มทั้งหมดกลับคืนมา แล้วปิดปากนักข่าวพวกนั้นได้
แต่ แต่ แต่ ฟู่อวิ๋นจือ นายคงไม่คิดหรอกนะว่า ฉันก็แอบส่งนักข่าวเข้าไปด้วย?
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเปิดเผยเื่ของพวกเขา
หลีเกอรู้ว่าเจียวม่านหนิงไม่เพียงแต่ฉลาดเท่านั้น แต่ยังเ้าคิดเ้าแค้นอีกด้วย ถ้าปล่อยของออกไปตอนนี้ จะถูกเธอเก็บกวาดไปอย่างรวดเร็วดังนั้นต้องรอให้เจียวม่านหนิง ลงมือก่อน
คิดถึงเื่พวกนี้แล้วหลีเกอก็ไม่พูดอะไร เพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วมองตรงไปข้างหน้า ฟู่อวิ๋นจือมองท่าทางสงบนิ่งของเธอก็รู้สึกขนลุกซู่
เขารู้สึกเหมือนหลีเกอผิดปกติไป แต่ก็บอกไม่ได้ว่าผิดปกติตรงไหน
หลีเกอไม่ได้ใส่ใจฟู่อวิ๋นจือ หรืออาจจะพูดได้ว่าั้แ่เห็นข้อความในวีแชทเ่าั้เธอก็ตัดใจไปตั้งนานแล้ว
หลังจากย้ายออกจากบ้านตระกูลฟู่ หลีเกอก็พักอยู่ที่โรงแรมมาตลอด แต่เธอก็ไม่ชอบที่จะพักโรงแรมนาน ๆ เมื่อมีเวลาว่างเธอจึงหาบ้านในแอปต่าง ๆ กวนรั่วหลิงก็โทรมาพอดี
ยังไงก็เป็น้องสาวแท้ ๆ หลีเกอ จึงบอกกวนรั่วหลิงเื่ที่จะหย่า กวนรั่วหลิงดูจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเธอเสียอีก พอรู้ว่าเธอกำลังหาบ้านอยู่ ตอนบ่ายก็ส่งกุญแจมาให้หลีเกอทางขนส่งทันที
ที่พักอยู่แถวอ่าวสิงฉุ่ย ไม่ไกลจากบริษัทฟู่ เป็คอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์
กวนรั่วหลิงบอกว่าเป็ของเพื่อนเธอ เนื่องจากเพื่อนเธอไปต่างประเทศ เธอจึงขอจากเพื่อนมา ค่าเช่าเดือนละ 13,000 หลีเกอรู้สึกว่าไม่น่าจะมีเื่ดีขนาดนี้หรอก
กวนรั่วหลิงย้ำกับเธอหลายครั้ง ยังให้เอกสารและบัตรประชาชนของเพื่อนดูด้วยหลีเกอจึงยอมเชื่อ เมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์เธอก็ย้ายข้าวของไปที่อ่าวสิงฉุ่ยทันที
“ตึกนี้แหละค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ลำบากทุกคนแล้ว”
เพราะกล่องใส่หนังสือค่อนข้างเยอะ หลีเกอจึงให้พนักงานขนของช่วยขนขึ้นไป ส่วนของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เหลือ เธอเก็บรวมกันแล้วขนขึ้นไปเอง แต่กล่องก็ยังหนักอยู่ดี
หลังจากประตูลิฟต์เปิดออก ก็ได้ยินเสียงออดอ้อนของผู้หญิงดังขึ้น
หลีเกอรู้สึกว่าเสียงนั้นฟังดูคุ้นหูมาก พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเป็ฟู่ซือเหยียนและฉู่ซือเจียวกำลังยืนอยู่ในลิฟต์ ทั้งสองคนดูเหมาะสมกันมาก ยืนด้วยกันยิ่งดูเหมาะเจาะ
ฟู่ซือเหยียนเห็นหลีเกอก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย และพูดทักทายด้วยเสียงทุ้มต่ำ “คุณหลี”
“ประธานฟู่”
ลิฟต์อีกตัวต้องรออีกสามนาที แถมตอนลิฟต์เปิดหลีเกอก็ก้าวเท้าเข้าไปแล้ว เมื่อลองคิด ๆ ดู เธอก็ไม่ผิดอะไรจะต้องหลบทำไมกันล่ะ?
“หึ!” ส่วนฉู่ซือเจียวนั้นสีหน้าไม่ค่อยดี เธอไม่ลืมว่าเพราะผู้หญิงคนนี้ วันนั้นที่กองถ่าย พี่เหยียนถึงกับทำให้เธอค้องเสียหน้าต่อหน้าทุกคน!
ฉู่ซือเจียวเหลือบมองหลีเกออย่างดูถูก “อ่าวสิงฉุ่ยเป็คอนโดหรูนะ คุณเป็แค่พนักงานตัวเล็ก ๆ ของบริษัทฟู่ แต่ก็ยังมาอยู่ที่นี่ได้ คงรวยน่าดูเลยนะ!”
“ใครบอกว่าพนักงานตัวเล็ก ๆ ของบริษัทฟู่ ไม่สามารถอยู่ในคอนโดหรูแบบนี้ได้ล่ะ?” หลีเกอยกยิ้มเธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ฉู่ซือเจียวมาดูถูกเหยียบย่ำได้ง่าย ๆ “เดือนที่แล้วเล่นหุ้นได้กำไรเยอะ เห็นว่าที่นี่สงบดีเลยมาอยู่ ไม่นึกว่าจะไม่ได้ดีอย่างที่คิด”
ฉู่ซือเจียวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
พอรู้ตัวว่าถูกหลีเกอด่าก็โมโหขึ้นมาทันที “นี่ป้า เมื่อกี้ด่าฉันใช่ไหม พูดอีกรอบสิ!”
หลีเกอตอบอย่างใจเย็น “ป้า? หมายถึงใครกัน?”
“หมายถึงเธองั้นเหรอ?”
หลีเกอทำท่าทางเข้าใจแล้วก็ยิ้มร่า ฟู่ซือเหยียนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“แก แก แก...” ฉู่ซือเจียวรู้ตัวว่าโดนย้อนกลับ อยากจะร้องไห้ ทำท่าจะกระทืบเท้า ดึงมือฟู่ซือเหยียนอย่างน่าสงสาร “พี่เหยียน ผู้หญิงคนนี้รังแกฉัน”
ฟู่ซือเหยียน ยืนล้วงกระเป๋าแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “อยู่ในลิฟต์อย่าเสียงดัง”
ฉู่ซือเจียวเบ้ปาก
ไม่นานลิฟต์ก็มาถึงชั้น 26 หลีเกออุ้มกล่องหนัก ๆ กำลังจะออกจากลิฟต์ ฉู่ซือเจียวเห็นเธอทำท่าลำบากจึงรีบยื่นเท้าออกไป
หลีเกอสะดุดจนทั้งคนทั้งกล่องกำลังจะล้ม ลิฟต์แคบอยู่แล้วฟู่ซือ
เหยียน กลัวหัวเธอจะกระแทกกับผนังลิฟต์ จึงยื่นมือไปช่วยประคองกล่องกระดาษไว้
แม้จะเป็เช่นนั้น แต่เนื่องจากหญิงสาวพุ่งเข้ามาทั้งตัว กล่องกระดาษจึงกระแทกเข้าที่อกของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่เขารับกล่องไว้ มือของเขาก็ัักับข้อมือของเธอโดยบังเอิญ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เรียบเนียน และมีกลิ่นส้มจาง ๆ
ฟู่ซือเหยียนนึกถึงคืนนั้นที่โรงแรมทันที เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด เขาจึงรีบใช้กล่องกระดาษช่วยพยุงหลีเกอให้ลุกขึ้นด้วย “คุณหลี ระวังด้วย”
หลีเกอก็มีสีหน้าลำบากใจเช่นกัน
ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร ก็มีมือคู่หนึ่งยื่นมาผลักเธอออกไปอย่างแรง
“ทำอะไรน่ะ? กลางวันแสก ๆ แบบนี้ ยังจะมาอ่อยผู้ชายอีกเหรอ?” ฉู่ซือเจียว ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้นอกจากส่งสายตาไม่พอใจไปยังหลีเกอ ที่เธอทำเื่ผิดพลาดจนทำให้หลีเกอต้องเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของฟู่ซือ
เหยียน
“คุณหนูฉู่ สายตาของคุณมีปัญหาหรือเปล่า?” หลีเกอแสยะยิ้ม
“ถ้าแบบนี้เรียกว่าอ่อยผู้ชาย ฉันเกรงว่าคงไม่มีใครกล้าทำความดีกลางถนนอีกแล้ว เพราะกลัวถูกเข้าใจผิดว่าเป็การ 'อ่อย’ น่ะ”