ผู้คนโดยรอบที่เห็นภาพ เทียนซงที่อยู่ในขั้น เซียนสวรรค์ ถอยกรูดออกไป พร้อมกับแขนที่ผิดรูปมีเลือดไหลซึม ต่างก็ปรายตาขึ้นไปมอง ชายแก่ลึกลับผู้นั้น ว่าเขาเป็นใครกันแน่ เหตุใดเขาถึงร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ ถึงกับทำให้บุตรคนรอง ของจ้าววังจักรพรรดิถอยร่นออกไปได้
เทียนซงเขาแค่นเสียงต่ำ ออกมาทันที ไม่ยินยอม ให้มันจบง่ายดายเฉกเช่นนี้ เมื่อเขาโคจรปราณพลัง เข้าไปภายในนิ้วมือ แตะลงกลางหว่างคิ้ว ริ้วคลื่นปราณจิตของเขาก็ถูกปลดปล่อยอย่างรุนแรง ส่งริ้วคลื่นปราณจิต ที่น่าคร้ามเกรงออกมาทั่ว
ฉับพลันที่เขาเอ่ยเสียงคำรามก้อง “คลื่นเสียงคำรามมังกรวารี” ด้านหลังของเทียนซง ปรากฏร่างปราณจิต มังกรวารี ตัวเขื่องขึ้นมาทันใด ก่อนรัศมีคลื่นเสียง ปะปน มากับการโจมตีปราณจิต จะพุ่งเข้าปะทะอี้เฉินอย่างรุนแรง จากคลื่นเสียงมังกรคำราม โฮก!! ดังออกมาก้องสนั่นหวั่นไหว ผู้ชมรอบด้านต่างก็เจ็บแสบแก้วหูในทันใด ที่คลื่นเสียงอันรุนแรง ปลดปล่อยออกมา
ส่งให้ร่างอี้เฉินถอยร่นออกไปในเสี้ยวพริบตา แก้วหูมีเลือดไหลซึมออกมา น้อยๆ จากคลื่นเสียงที่รุนแรง เจือไว้ด้วยพลังโจมตีปราณจิต
แม้อี้เฉินจะรับรู้ได้ว่า วิชาคลื่นเสียงนี้ แฝงไว้ด้วย การโจมตีปราณจิตที่ชั่วร้าย ทว่าปราณจิตของอี้เฉิน ในยามนี้เลื่อนขั้นไปอยู่ในขั้น หลอมรวมปฐพี ทำอย่างมากให้เขาถอยร่น บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น
ถึงขั้นพลังอี้เฉินจะห่างกับขั้น เซียนสวรรค์ อยู่ก้าวหนึ่ง ทว่าเขาก็มั่นใจว่าจะสามารถ จัดการขั้นเซียนสวรรค์ในยามนี้ได้ จากการเลื่อนขั้นปราณจิต กับด้านกายเนื้อของเขาส่งให้ ฤทธิรณของเขา ไปแตะอยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
“หืม! เป็นไปได้อย่างไร มันไม่เป็นอะไรเช่นนั้นหรือ เจอคลื่นเสียงของท่านพี่ มันยังยืนหยัดอยู่ได้ เช่นนั้นหรือ” คุณชายวังจินกล่าว ออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา ไม่คิดว่าการโจมตีคลื่นเสียง ของพี่เทียนซง ไม่อาจทำอะไรชายแก่ลึกลับผู้นั้นได้
แม้แต่ผู้คนภายในงานชุมนุมยังไม่อยากเชื่อสายตา จ้องมองการต่อสู้ด้วยสายตาคมกล้า ทว่าเมื่อผู้คนได้ยินน้ำเสียง ที่โอหังของ อี้เฉินเอ่ยเสียงต่ำขึ้นมา ด้วยท่าทีเรียบนิ่ง มันก็ทำให้หลายๆ คน ต้องหดดวงตาเล็กแคบกันเป็นแถบๆ
“เลิกเล่นได้แล้วกระมัง คลื่นเสียงของเจ้า ใช้ไม่ได้ผลกับข้าคุณชายเทียนซง” ก่อนอี้เฉิน จะสะบัดฝ่ามือสีดำสนิทออกไปเบื้องหน้า ส่งปราณพลังพายุที่บ้าคลั่ง สลายการโจมตีคลื่นเสียงออกไปโดยพลัน
ปัง! ปัง! ปัง!ดังออกมาก้อง
เทียนซง จ้องตาเขม็งมาหาอี้เฉินด้วยความเดือดดาล เป็นโทสะ ราวกับเขาในยามนี้ ถูกหักหน้าต่อหน้าผู้คนนับไม่ถ้วน แล้วยิ่งเห็นรอยยิ้มของเยว่ชิงเซียน อมยิ้มขึ้นมาน้อยๆ ยิ่งทำให้เทียนซงเกิดความเดือดดาล “เจ้า เจ้า ไอ้แก่อยากตายนักใช่ไหม ที่ทำให้ข้าเป็นตัวตลกต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้ ..นี่คือคำเตือนของข้า หากเจ้าไม่ยอมถอยออกไป เจ้าจะถูกดินกลบหน้า อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้”
ทว่าก็มีบางคนเริ่มที่จะแปลกใจ กับแขนสีดำสนิทของอี้เฉิน โดยเฉพาะ กลุ่มคนที่เคยประมือกับอี้เฉินมาก่อนในยามอดีต รู้สึกคุ้นชายแก่ผู้นี้ แปลกๆ ชอบกล
อี้เฉินเอ่ยเสียงเนิบช้าออกมา บอกกล่าวเทียนซงในทันใด “นี่พึ่งจะเริ่มเองไม่ใช่หรือ เจ้าจะรีบร้อนไปไหนเล่า เช่นนั้นเจ้าลองวิ่งหนีวิชาข้า ดูสักหน่อยเป็นเยี่ยงไร”
ฉับพลันที่อี้เฉินเอ่ยพูดเสร็จสิ้น ฝ่ามือของเขา ผสานเข้าหากันในทันใด ก่อนจะสำแดงวิชาโซ่สวรรค์พันธนาการออกมา
ชุดคลุมดำที่อี้เฉินสวมใส่ จู่ๆ ก็โบกสะบัดโยกไหวอย่างรุนแรง พร้อมริ้วคลื่นสีแดงที่แผ่กระจายออกไปทั่ว ก่อนด้านหลังอี้เฉิน จะปรากฏโซ่สีแดงหลายสิบเส้น แผ่รัศมีเข่นฆ่า พุ่งปราดออกไปโจมตี ราวกับอสรพิษ เข้าไล่ล่า หาเหยื่อที่อยู่เบื้องหน้า อย่างเทียนซงในทันใด
ก่อนอี้เฉินจะเอ่ยเสียงกล่าวเตือนเทียนซง ทำให้ชายหนุ่ม ใบหน้าบูดบึ้งไม่น้อย ที่เห็นโซ่สีแดงฉาน พุ่งปราดเข้าหาตัวเขา “หากเจ้าหนีไม่ทัน ระวังบาดเจ็บหนักเอาล่ะ คุณชายเทียนซง”
“เจ้า! เจ้า! ไอ้เวรตะไรเอ๊ย” ก่อนเทียนซงจะสืบฝีเท้า หลบเลี่ยงการโจมตีอี้เฉินออกไปอย่างบ้าคลั่ง ปากเองก็สบถด่าออกมาดังลั่น
ส่งให้รอบบริเวณผู้คนโดยรอบ ต่างก็อ้าปากค้าง มองฉากการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา ชายแก่ลึกลับ ที่พวกเขามองว่าธรรมดาเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าจะร้ายกาจมากถึงเพียงนี้ ราวกับเขาเป็นมังกร ที่ตื่นจากการหลับใหล เผยเขี้ยวเล็บอันแหลมคมออกมา
ทว่าในยามนี้ คนที่ตกตะลึงที่สุด คงหนีไม่พ้นคนของสำนักพิรุณ เมื่อพวกเขารับรู้ว่า ตัวตนของชายลึกลับหน้าตาเป็นเช่นไร ก่อนเด็กสาวจะสะกิดมิตรสหาย ที่อายุไล่ๆ นาง “ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม นั้นใช่เขา จริงๆ หรือ”
“อืมๆ ข้าก็ไม่คิดเช่นกันว่าจะเป็นเขา”
แม้แต่ชายหนุ่มเผ่าอีกาอเวจี ยังกล่าวพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ “ใช่ เจ้านั้นจริงๆ หรือ” พวกเขาถอนหายใจออกมายาว ราวกับโล่งอก ยังดีที่พวกเขาไม่ได้มีเรื่องกับอี้เฉิน เมื่อได้ยินเสียงร้อง “อ๊ากๆ” ของผู้ที่อยู่ในขั้นเทียบเท่าเจ้าสำนัก ร้องคำราม สบถด่าออกมาไม่ขาด ร่างถอยกรูดหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต
ส่งให้ใบหน้าคุณชายวังจิน หน้าเขียวคล้ำ ราวกับกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป เมื่อเห็นฉากการต่อสู้เบื้องหน้า
จนเทียนซง ไม่อาจเก็บโทสะไว้ได้อีกต่อไป สำแดงร่างมังกรวารีตัวเขื่อง ขึ้นมาบนท้องฟ้าสูง ก่อนจะสะบัดร่างมังกรวารีอันใหญ่โต กระชากโซ่สีแดงฉาน ที่อี้เฉินควบคุม จนขาดสะบั้น ไม่อาจกักขัง คุณชายเทียนซงในร่างมังกรวารี ได้อีกต่อไป
เคร้ง!!! แกร๊ก!! เสียงโซ่แตกกระจายดังออกมาก้องฟ้า
อี้เฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมในทันใด ที่เห็นมังกรตัวเขื่อง อยู่เบื้องหน้า “หืม! วิชาสายเลือดอย่างนั้น หรือคนเผ่ามังกรวารี ช่างร้ายกาจจริงๆ” ก่อนอี้เฉินจะสลายวิชาของเขาทิ้ง เมื่อรับรู้ว่าวิชาโซ่สวรรค์พันธนาการของเขาไม่อาจ กักขังมังกรวารี ได้อีกต่อไปในยามนี้
ทว่ายิ่งอี้เฉินเปิดเผยพลังออกมา มากเท่าใด มันก็ทำให้คนที่เฝ้ามอง ยิ่งเกิดความเคลือบแคลงใจ ในตัวอี้เฉิน ปรายตามามองอี้เฉินเป็นสายตาเดียว โดยเฉพาะ เยว่ชิงเซียน นางที่กัดริมฝีปากอวบอิ่มไว้น้อยๆ ปรายตามองอย่างเพ่งพิจารณา เมื่อรับรู้ถึงวิชา กลิ่นอายปราณพลังที่คุ้นตา
ในเสี้ยวพริบตาที่อี้เฉินสลายวิชา โซ่สวรรค์พันธนาการ ..มังกรวารี ตัวเขื่อง มันแค่นเสียงคำราม ออกมาก้องในทันที “ข้าจะบดเจ้าให้เละเป็นเศษเนื้อ ไอ้แก่” ก่อนริ้วคลื่นอำมหิต จะปลดปล่อยออกมา จากมังกรวารีไม่ขาด ราวกับคลื่นที่ซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง รับรู้ได้เลยว่ายามนี้เทียนซง เดือดดาลถึงขีดสุด
ครั้นเมื่อ กรงเล็บเท้าหน้ามังกรวารี จิกลงบนอากาศ จนเกิดเสียงแตกร้าวดังออกมาก้อง ส่งร่างอันใหญ่โต ลงมาบดขยี้อี้เฉิน พร้อมกับปากคมเขี้ยวที่อ้ากว้าง โดยไม่สนใจผู้คนที่อยู่เบื้องล่าง แม้แต่น้อย หลายคนต่างก็หดดวงตากันจนเล็กแคบเมื่อรับรู้ ถึงปากที่เต็มไปด้วยปราณพลังสูบกลืน
“เจ้าจงหายไปเสีย!!”
อี้เฉินหน้าบึ้งตึงในทันใด พร้อมกับปราณพลังทั่วสารพางค์กาย ที่ปลดปล่อยออกมาไม่ขาด ประหนึ่งว่าในยามนี้เขากำลังหยุด อุกกาบาตลูกย่อมๆ ฉับพลันเสียง ตู้ม!ก็ดังออกมาก้องเก้าชั้นฟ้า ส่งให้ฝ่ามือทั้งสอง อี้เฉินกลางม่านพลัง เกิดรอยปริแตกในทันใด แม้แต่ปราณพลังที่รุนแรงยังอัดกระแทก ลงไปยังยอดเขาม้อซาน ส่งให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบงานชุมนุม กระอักเลือดออกมาในทันใด จากแรงปะทะที่รุนแรงบ้าคลั่ง พร้อมเสียงสบถด่าผู้คน ดังออกมาก้อง
จนอี้เฉินต้องร้อง “อ๊าก!!”ออกมา เมื่อเห็นแขนของเขา เกิดการแตกหัก เริ่มที่จะรับพลังอันมหาศาล นี้ไม่ไหวอีกต่อไป ปราณพลังภายในร่าง ถูกปากมังกรวารี ค่อยๆ สูบกลืนปราณพลัง ผ้าคลุมดำ ขาดกระจัดกระจาย เผยให้เห็นใบหน้าในทันใด
เทียนซง เขาไม่อยากเชื่อสายตากับภาพเบื้องหน้าที่เห็น “เจ้า! เจ้า! อี้เฉินอย่างนั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไร เจ้ายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ ทว่าเหมือนเจ้า อยากจะตายมากสินะ ที่เข้ามาขวางข้าในยามนี้” แม้แต่ผู้คนที่อยู่โดยรอบ ที่เงยหน้าขึ้นไปมองยังหดดวงตา กันจนเล็กแคบ เมื่อเห็นชายหนุ่มผมขาว ยาวแผ่สยายกระจัดกระจาย ไปกับสายลมอันบ้าคลั่ง
มีเพียงเยว่ชิงเซียน กับหลินเฟยในยามนี้ เช็ดเลือดที่มุมปากออก จ้องมองอี้เฉินด้วยสายตาห่วงหาอาทร เจือไว้ด้วยความเศร้าในกรอบสายตา “ใช่เจ้าจริงๆ หรืออี้เฉิน”
เทียนซงคำรามก้อง คิดจะกลบฝังอี้เฉินลงในทันใด “ข้าจะดูดปราณพลังของเจ้าให้หมด ดูสิเจ้าจะมีแรงขวางข้าได้ อีกนานเท่าใดกันเชียวอี้เฉิน”
ก่อนอี้เฉินจะเอ่ยเสียงต่ำ กลอกตาไปจ้องมองศัตรูที่คิดสังหารเขาในทันใด “หากเจ้าชอบสูบกลืนปราณพลังนัก ลองกลืนปราณพลัง นี้ของข้าหน่อยเป็นอย่างไร” ฉับพลัน ปราณพลังอี้เฉินควบแน่น ปรากฏเป็นร่างฉลามวาฬ ตัวเขื่องออกมาทั่วสารพางค์กาย ก่อนจะพุ่งปราดออกไปกระแทก ปากมังกรวารีขนาดใหญ่ไม่ขาดสาย
ด้วยปราณพลังที่อัดแน่น ส่งให้กลางหว่างคิ้ว มังกรวารีเกิดรอยปริแตก เลือดสาดกระเซ็น ร้อง “อ๊าก!!”ขึ้นมาในทันใด
ก่อนอี้เฉินจะแค่นเสียงออกมาดังก้อง “เทียนซง เจ้ากัดฟันรอรับแรงอัดกระแทกไว้ให้ดี” ฉับพลันร่างที่วูบไหวอี้เฉิน สำแดงวิชาอสูรคลั่งออกมาในทันใด ส่งให้พลังรบของเขา พุ่งไปสู่จุดสูงสุดในฉับพลัน ก่อนส่งหมัดอัดกระแทกมังกรวารีตัวเขื่อง ออกไปอย่างรุนแรง ส่งให้เกิดเสียง ปัง!! ดังออกมากึกก้องเก้าชั้นฟ้า
พร้อมกับร่างมังกรวารีที่ลอยกระเด็นลงไปสู่ยอดเขาเบื้องล่าง ร้อง “อ๊าก!” ออกมาดังก้อง กลิ้นกระเด็นกระดอนไปหลายตลบ ก่อนจะกลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ พร้อมกับริมฝีปาก ที่กระอักเลือดออกมาไม่หยุด “เจ้า! เจ้า!”
ภาพนั้นทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็เบิกตากว้าง อ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ทว่าในขณะที่อี้เฉินตะโกนออกมาก้อง อีกครา มันก็ทำให้หลายๆ คนต่างก็ห่างคิ้วกระตุก น้อยๆ
“เจ้าไม่ต้องขึ้นมาด้านบนยอดเขาม้อซานอีกล่ะ ที่นี่เป็นสถานที่ชุมนุมของ จอมยุทธ์รุ่นใหม่ หากเจ้าขึ้นมาอีกละก็ ข้าจะเตะโด่งเจ้าลงไป อีกครา”
เทียนซง ครั้นได้ยินเขายิ่งเดือดดาลเป็นโทสะ ฝ่ามือกำหมัดไว้แน่นในทันใด ก่อนจะสะบัดฝ่ามืออย่างแรง จากสถานที่บริเวณนั้นไปด้วยความไม่จำยอมของเขา