หลังจากแสงสว่างบนท้องฟ้าพลันหายไปสิ่งที่ทุกคนได้เห็นก็คือ ร่าง 3 ร่างพลิ้วกายลงมายืนอยู่บนพื้นดินเรียบร้อย ทุกคนไร้ซึ่งบาดแผล ทว่า…อาวุธคู่กายอันใหญ่ของเจ้าสองพี่น้องกลับพลันเกิดเสียงแตกเล็ก ๆ ก่อนจะขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นอาวุธทั้งสองจึงแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่วงลงพื้นจนไม่เหลือชิ้นดี
"ดะ…ดาบของข้า…"
"ขวานคู่กายของข้า…."
ลั่วอิง กับหยิ่งเฉิน ทั้งคู่ต่างหากันตะลึงงันกับสิ่งที่เกิด อาวุธคู่กายอันแข็งแกร่งที่พวกมันทั้งสองใช้ผาดโผนสร้างชื่อเสียงมายุทธภพมาอย่างยาวนาน กลับถูกเด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้าผู้นี้ทำลายด้วย วรยุทธ์ประหลาดในกระบวนท่าเดียว เรื่องเช่นนี้หากแพร่งพรายออกไป มันสองคนจะเอาหน้าไปมองผู้ใครได้อีก…
"หน็อย…ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกกล้ามากนะ ที่กล้ามาหยามเกียรติของพวกข้าสองพี่น้อง เห็นที่วันนี้ถ้าข้าไม่ได้ฉีกเนื้อหักกระดูกเจ้าจนแหลก ข้าคงนอนตายตาไม่หลับแน่.." เจ้าลั่วอิงขบเคี้ยวเคี้ยวฟัน เพ่งมองมาที่ เว่ยเซี่ย ด้วยแววตาแดงก่ำ โมโหเดือดดาลสุด ๆ
"ใช่แล้วพี่ใหญ่ ข้าก็เช่นกัน หากวันนี้ข้าหยิ่งเฉิน มิอาจบดขยี้ไอ้เด็กบ้าคนนี้ได้ ข้าจะไม่ขออยู่ในยุทธภพอีกต่อไป…"
พวกมันสองพี่น้องประกาศกร้าว ต่อหน้าเหล่าชาวยุทธ์ที่มองดูสถานการณ์อยู่โดยรอบ ซึ่งกังวานนั้นก็มีได้กริ่งเกรงอันใด มันยังคงยืนกอดอกอย่างมั่นใจ แถมยังทำหน้าทำตายียวน ยั่วโมโห ท้าทายอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ ทว่า…หากในที่นี้ จะมีใครไม่สบอารมณ์ ยิ่งกว่าสามคนนี้ เห็นที่ก็คงจะเป็น เจ้ามู่ ฮวยฮงเสียมากกว่า มันทั้งตกตะลึงกับสิ่งที่เกิด แถมยังรู้สึกอับอายขายขี้หน้า ที่ผู้คุ้มกันยอดฝีมือคู่กายสองคนต้องมาเสียท่าให้กับ เด็กหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้
"กรอดดด….มันเป็นผู้ใดกัน ถึงได้กล้ามาหยามเกียรติ ของคุณชายสามแห่งสำนัก เก้ากระบี่เทวฤทธิ์ อย่างข้าเช่นนี้…" มู่ ฮวยฮงกำพัดในมือจนแทบจะหักก่อนที่จะแค่นเสียงกล่าวออกมา จากนั้นมันจึงพลันร้องบอก ลั่วอิง กับหยิ่งเฉิน เสียงดังว่า "พวกเจ้าทั้งสอง ฟังคำข้าให้ดี…! จงใช้ทุกอย่างจัดการไอ้เด็กเวรนั้น อย่าให้มันได้มีชีวิตรอดลงเขาไปได้ หากพวกเจ้าทำสำเร็จข้าจะตกรางวัลให้อย่างงาม แต่ถ้าทำไม่สำเร็จก็จงปลิดชีพตัวเองซะ…! เข้าใจไหม…"
พอพวกมันสองพี่น้องได้ฟัง ก็ยกสองมือขึ้นมาประสาน และกลับคำมู่ ฮวยฮงรับเสียงดัง
"ขอรับคุณชาย ข้ากับน้องเล็กจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง..หากทำไม่ได้ ข้าสองคงก็คงไม่มีหน้าไปพบใครได้อีก เช่นนั้นขอตายซะตรงนี้ซะยังจะดีกว่า ใช่ไหมน้องเล็ก" ลั่วอิงเอ่ยขึ้นอย่างองอาจ ก่อนที่มันจะหันไปหา หยิ่งเฉินผู้เป็นน้องชาย
"ตะ…ตายกระนั้นรึ? ชะ…ใช่ หากชนะเจ้าเด็กนี้ไม่ได้ ข้า..ขอตายตรงนี้กับพี่ใหญ่…" หยิ่งเฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก และปรากฏความหวาดกลัวอยู่ในท่าทางหลายส่วน ซึ่งพอลั่วอิงเห็นเช่นนั้นมันจึงเอ่ยขึ้น
"เจ้าจะหวาดกลัวไปไยน้องพี่ แค่ไอ้เด็กนี่มันทำลายอาวุธของพวกเราได้ ไม่ได้แปลว่าเราจะพ่ายแพ้มันเสียหน่อย หากข้ากับเจ้าประสานพลังกัน ย่อมเอาชนะมันได้แน่นอน มาเถอะ…"
"จะ..จริงของพี่ใหญ่ เราสองคนผ่านยุทธภพ ผ่านคมหอก คมดาบ ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เหตุใดถึงต้อง….!!" หยิ่งเฉินเอ่ยขึ้น และกำลังจะแค่นเสียงหัวร่อออกมา ทว่า…ยังมิทัน ที่มันจะได้ทำเช่นนั้น จู่ ๆ ร่างอันใหญ่โตของมันก็พลันทรุดเข่าลงกับพื้น ต่อหน้าต่อตาทุกคน
"มัวแต่พูดพล่ามกันอยู่นั่นแหละ ข้ามิได้มีเวลามาเล่นกับพวกเจ้าทั้งวันหรอกนะ.." เว่ยเซี่ยเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ ในขณะที่ฝ่ามือของมันนั้นยังนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ ตรงจุดที่เคยมีร่างของเจ้า หยิ่งเฉินยืนตระหง่านอยู่ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก แถมที่น่าตกตะลึงมากที่สุดก็คือ
แม้นหยิ่งเฉินจะถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ทั่วร่างของมันก็อัดแน่นไปด้วยกำลังภายในอันมหาศาล ฝ่ามือของเด็กหนุ่มคนหนึ่งไม่น่าจะเล่นงานมันให้สลบได้ในครั้งเดียว หากมีผู้ที่จะทำเช่นนั้นได้ มันผู้นั้นย่อมเป็นสุดยอดฝีมือเท่านั้น…
"นะ..น้องเล็กกกก…กกกก.!!" เจ้าลั่วอิงร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะพลันเปลี่ยนเป็นความโกรธ ที่มิอาจควบคุมสติได้อยู่ ลั่วอิงเร่งโคจรลมปราณไปทั่วร่างจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ขึ้นที่หัวคิ้วทั้งสอง ดวงตาของมันกลายเป็นสีขาวจนไม่เห็นตาดำ ก่อนที่มันจะพุ่งปราดเข้าใส่เว่ยเซี่ยราวกับคนเสียสติ "ตายยย..ยยยซะ….!!"
"โมโหจนธาตุไฟเข้าแทรกรึ? ไม่สิ มันยังมีสติอยู่ เพียงแต่โคจรลมปราณสูงสุด จนเกินขีดจำกัด จึงอยู่ในช่วงอันตราย เช่นนั้น ข้าจะเมตตาช่วยให้เจ้าสงบลงก็แล้วกัน…" เว่ยเซี่ยบ่นพึมพำ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แถมมันยังยืนนิ่ง ไม่ขยับก้าวถอยไปแม้แต่ก้าวเดียว
"ใช่แล้ว ลั่วอิง แบบนั้นแหละ ใช้สองมือของเจ้าขยี้หัวไอ้เด็กเวรนั้นให้แหลกไปเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ …!!!!"
เจ้ามู่ ฮวยฮงส่งเสียงเชียร์ และระเบิดเสียงหัวร่อออกมาด้วยความดีอกดีใจ ทว่า…ใบหน้าที่มีรอยยิ้มอาบอยู่นั้น ก็ปรากฏออกมาแค่เพียงเสี้ยววินาทีสั้น ๆ เพราะภาพที่มันได้เห็นในเวลาต่อมาก็คือ ร่างกายอันใหญ่โตของเจ้าลั่วอิง ที่ถูกฝ่ามือของ เว่ยเซี่ยซัดจนกระเด็น ถอยออกมาไม่ต่ำกว่าสิบก้าว ก่อนที่มันจะทรุดเข่าล้มลงกับพื้น และหมดสติตามน้องชายของมันไป…
"ปะ….ปะ…เป็น…ไป…ไม่….ได้ นะ…นี่เป็นสองยอดฝีมือที่ข้าใช้เงินมหาศาลจ้างมาเลยนะ…ทะ…ทำไมถึง…." ใบหน้าของเจ้ามู่ ฮวยฮงซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้าง ปากคอสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว ใครจะไปคิดกันเล่า ว่าเด็กหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้าผู้หนึ่งจะสามารถล้มอดีตยอดฝีมือผู้มีชื่อเสียงได้ในฝ่ามือเดียว เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นใครกันแน่
เหล่าชาวยุทธ์ที่เห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา แต่มิมีใครเลยที่จะคิดสอดมือเข้ามาช่วย คนของมู่ ฮวยฮง โดยรู้ดีว่า มันมีนิสัยชั่วช้าต่ำทรามกระมัง ยิ่งพอเห็นเว่ยเซี่ยเอาชนะเจ้าพี่น้องคนนี้ได้ ทุกคนก็ยิ่งชื่นชมเว่ยเซี่ยหนักขึ้นไปอีก ที่มีจิตใจเข้มแข็งกล้าหาญ ไม่หวาดกลัวต่อ บารมีของสำนัก เก้ากระบี่เทวฤทธิ์
ทว่า….ในยามนั้นเอง จู่ ๆ ก็ได้มีใครคนหนึ่งส่งเสียงร้องออกมาดังลั่น
"ไม่ผิดแน่…ไม่ผิดแน่…มันเป็นต้องเป็นคนของพรรคมารไม่ผิดแน่..!! รีบไปตามคุณชายใหญ่กับท่านเจ้าสำนักคนอื่น ๆ ออกมาเร็วเข้า…!!"
เจ้าของเสียงมิใช่ใครอื่นมันคือ ฮานลู่ พ่อบ้านจอมประจบสอพลอของมู่ ฮวยฮงนั้นเอง
และพอเสียงตะโกนโวยวายนั้นดังขึ้น เหล่าชาวยุทธ์ที่ชื่นชมเว่ยเซี่ยก่อนหน้านี้ก็เหมือนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ เพราะเว่ยเซี่ยนั้นไร้หัวนอนปลายเท้า ไร้สำนักสังกัด แถมวรยุทธ์ก็ดูรุนแรงแปลกประหลาด แบบที่พวกมันไม่เคยพบ ไม่เคยเห็น หากจะบอกว่ามันมาจากพรรคมารราคะก็ดูจะมีน้ำหนัก ฟังขึ้นอยู่หลายส่วน
"ดะ..เดี๋ยว ก่อนพวกท่าน ฟังข้าก่อนข้ามิใช่คนของพรรคมาร อย่างที่พวกท่านเข้าใจ ข้ามาที่นี่ก็เพื่อพบกับ….."
"พรรคมารหน้าไหน กล้ามาสร้างความวุ่นวายต่อหน้าเหล่าชาวยุทธ์ ข้าจะเป็นผู้กำจัดมันเอง…!!"
ยังมิทัน ที่เว่ยเซี่ยจะออกปากอธิบายความจริง จู่ ๆ ก็มีเสียงก้องกังวานของชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น มันมิได้ส่งมาแค่เสียง แต่ยังปรากฏร่างขึ้นบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพลิ้วกายลงมายืนบนพื้นด้วยท่าทาง สง่างามองอาจ ราวกับเป็นเทพบุตรบนสรวงสวรรค์
เว่ยเซี่ย มองมาที่ชายผู้นี้ด้วยความงุนงง ทีแรกมันคิดเพียงว่า ก็คงจะเป็นชาวยุทธ์หนุ่มอีกผู้หนึ่งที่ออกมาขัดขวางมัน ทว่า…สิ่งที่มิคาดคิดก็พลันบังเกิด กระบี่เทพมารราคะในห่อผ้ากลางหลังของเว่ยเซี่ยที่สงบนิ่งมาเป็นเวลานาน ถึงกับสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนที่มันจะส่งเสียงบางอย่างเขามาในหัว
"คนผู้นี้…..มีวรยุทธ์ร้ายกาจ เผลอ ๆ จะเป็นรองเจ้าหยวนซิงก้านอยู่เล็กน้อยเท่านั้น เจ้าจงอย่าได้ประมือกับมันเด็ดขาด…!"
จบบท
บทต่อไป ได้พบหน้ากันเสียที