นับจากวันนั้นเป็ต้นมา! เย่หยุนซีก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการหลอมสร้างกระบี่น้ำแข็งและควบคุมมัน ซึ่งด้วยพร์ฟ้าประทานเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น เขาก็สามารถสร้างและควบคุมกระบี่น้ำแข็ง 10 เล่มได้อย่างอิสระและเป็ไปตามเป้าหมายที่ท่านอาจารย์วางไว้
"ดะ ดีมากๆ! การฝึกขั้นต่อไป สร้างกระบี่น้ำแข็งและควบคุมมันให้ได้มากที่สุด จำกัดเวลา 3 เดือน"เซียนกระบี่เมามายออกคำสั่งพลางยิ้มเจื่อน แต่ในใจกลับรู้สึกหวาดสะพรึ่งในความสามารถการพัฒนาตนเองของเย่หยุนซีเป็อย่างมาก
"รับทราบแล้วขอรับ" เด็กหนุ่มตอบกลับ ก่อนจะเริ่มฝึกฝนต่ออย่างกระตือรือร้นและไม่รู้จักเบื่อหน่าย
หลังจากวันเวลาผันผ่านไป 3 เดือนตามเป้าหมาย เย่หยุนซีก็สามารถสร้างและควบคุมกระบี่ได้ถึง 100 เล่มด้วยกัน ผลลัพธิ์นี้ทำเอาเซียนกระบี่เมามายผู้เป็อาจารย์ถึงกับหัวใจเต้นถี่กระชั้น เพราะต้องบอกก่อนว่าแม้แต่อัจฉริยะรุ่นเดียวกันในดินแดนระดับสูงก็ยังไม่เคยมีใครใช้พลังปราณหลอมสร้างและควบคุมศาสตราได้มากมายเท่าเย่หยุนซีศิษย์ของเขา
"ท่านอาจารย์ ยังต้องให้ข้าเพิ่มจำนวนอีกหรือเปล่าขอรับ" เด็กหนุ่มเอ่ยถาม
"เอ่อ......พอแล้วล่ะๆ" หลี่ไป่ตอบกลับเพียงสั้นๆ สำหรับระดับของเย่หยุนซีกระบี่ร้อยเล่มนับว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่จำเป็ต้องเพิ่มจำนวนในตอนนี้
"โอ้ งั้นเราจะเรียนอะไรกันต่อดีขอรับท่านอาจารย์?"เย่หยุนซีถามขึ้นอีกครั้ง พร้อมทั้งสลายกระบี่นับร้อยเล่มทิ้งไป
"หา! เ้าฝึกหนักทุกวี่ทุกวันไม่คิดจะพักหรือไปเที่ยวเล่นเหมือนเด็กคนอื่นบ้างหรืออย่างไร?"เซียนกระบี่เมาหมายถามอย่างเหนื่อยหน่าย เ้าเด็กคนนี้มันจะบ้าการฝึกฝนอะไรขนาดนั้น
เย่หยุนซีส่ายศีรษะ "ท่านอาจารย์ ข้าไม่ชอบออกไปเที่ยวข้างนอก และไม่อยากใช้เวลาให้หมดไปกับเื่ไร้สาระ"
"เห้อ เ้าหนูดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปนะ การฝึกฝนหาใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แต่เป็เพียงหนึ่งในวิธีการหาแนวทางการใช้ชีวิตก็เท่านั้น"
"ถึงแม้ว่ามันจะสำคัญ แต่การหาประสบการณ์และผ่อนคลายเองเองก็จำเป็สำหรับเจ้่า" หลี่ไป่กล่าวพลางเดินเข้ามาลูบศีรษะเด็กหนุ่มผู้เป็ศิษย์
ทางฝั่งเย่หยุนซีเมื่อได้ยินก็พลันพยักหน้าราวกับกระจ่างในคำกล่าวทั้งหมดนั้น "ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านอาจารย์ ที่ท่านพูดมาทั้งหมดก็เพื่อให้ข้าออกไปเปิดโลกทัศน์และผ่อนคลายตนเองบ้างใช่หรือไม่"
"ฮ่าๆๆสมแล้วที่เป็ศิษย์ของข้า หัวไวใช้ได้ ในเมื่อรู้เช่นนี้แล้วก็ไปเถอะ ด้วยพลังและความสามารถของเ้าตอนนี้คงไม่ต้องเกรงกลัวสัตว์อสูรในตอนลงจากูเา" หลี่ไป่หัวเราะร่าพลางกล่าว ถึงแม้เย่หยุนซีจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกหลอมสร้างและควบคุมกระบี่ แต่พลังของเขากลับเพิ่มขึ้นอีกสองขั้น กลายเป็ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 7 ซึ่งเทียบเท่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ระดับกลางของดินแดนแห่งนี้
"ถ้างั้นข้าไปก่อนนะขอรับ ท่านอาจารย์" เย่หยุนซีผสานมือคาราวะ ก่อนจะหันหลังเดินลงเขากลับจวนแม่ทัพประจิมเพื่อเตรียมตัวออกไปเที่ยวในเมืองใหญ่
ทว่าทันทีที่เด็กหนุ่มลงมาถึงตีนเขา พ่อบ้านเหวินคนเดิมก็ปรากฏตัวขึ้นมาที่เบื้องหน้า
"นายน้อยขอรับ นายท่านเรียกหา ดูเหมือนว่าจะเป็เื่สำคัญ" ชายวัยกลางคนกล่าวรายงานอย่างจริงจัง
เย่หยุนซีเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ตรงไปยังห้องทำงานของแม่ทัพประจิมในทันที ซึ่งเมื่อมาถึงสิ่งที่เขาเห็นก็คือแม่ทัพประจิมเย่ชิงหยางที่กำลังนั่งกุมขมับ
"ถึงกับส่งพ่อบ้านเหวินไปรอลูกที่ตีนเขา ท่านพ่อมีอะไรเร่งด่วนหรือเปล่าขอรับ" เด็กหนุ่มเอ่ยถาม
เย่ชิงหยางเมื่อได้ยินก็หันขวับไปทางบุตรชายแล้วพยักหน้า "ย่อมต้องมีเื่เร่งด่วนอย่างที่ลูกว่า แถมยังเป็เื่เร่งด่วนที่อาจจะทำให้ลูกตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก"
"แล้วรายละเอียดล่ะขอรับ?"เย่หยุนซีเดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าของบิดาและเอ่ยถามอีกครั้ง
เย่ชิงหยางทำสีหน้าจริงจัง "เมื่อเดือนก่อน พ่อได้ไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิที่วัง ซึ่งพระองค์ได้รับสั่งให้พ่อสร้างตำหนักขึ้นที่จวนของพวกเรา"
"หา!" ไป๋ฉีอุทานราวกับคิดอะไรได้บางอย่าง
"สร้างตำหนัก? เกี่ยวข้องกับลูก? หรือว่า!!" เด็กหนุ่มหันไปหาบิดาแววตาฉายแววสั่นสะท้าน
เย่ชิงหยางถอนหายใจยาวโดยพลัน "เห้อ เป็อย่างที่ลูกคิด ตำหนักที่จะสร้างใหม่นี้คือเรือนหอของเ้ากับองค์หญิงหยุนฉางเยว่"
เย่หยุนซีทำสีหน้าเหยเก "ไม่จริงน่า! ลูกก็นึกว่าองค์จักรพรรดิจะคงสถานะคู่หมั้นเอาไว้อย่างนี้ แล้วค่อยถอนหมั้นทีหลังเสียอีก เหตุใดถึงเป็เช่นนี้ไปได้"
"หือ! ลูกไม่อยากแต่งงานกันองค์หญิงงั้นรึ!" ผู้เป็บิดาเอ่ยถามด้้วยความสงสัย
เย่หยุนซีส่ายศีรษะพลางถอนหายใจ "เ้าหญิงหยุนฉางเยว่ถือเป็ยอดสตรีที่มีทั้งความงดงามและพร์ลึกล้ำเกินบรรยาย หากได้แต่งงานกับนางย่อมถือเป็โชคดีของลูกอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ลูกสังหรณ์ใจว่าการแต่งงานครั้งนี้อาจจะสร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่ให้กับพวกเรา"
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ เย่ชิงหยางก็เผยรอยยิ้มบาง "วุ่นวายจากพวกประจบประแจง วุ่นวายจากขั่วอำนาจอื่นที่จับตามอง และวุ่นวายกันเองในจวนแม่ทัพ การยุ่งเกี่ยวกับราชวงศ์มากเกินไปย่อมนำพาความวุ่นวายทั้ง 3 อย่างนี้เข้ามา"
"แต่ว่านะซีเอ่อร์ เดิมทีเื่จำพวกนี้ก็อยู่กับพวกเรามานานแล้ว ดังนั้นหากลูกอยากจะแต่งงานกับองค์หญิงก็แต่งไปเถอะ แต่ถ้าหากไม่อยากแต่งพวกเราค่อยปรึกษาหาทางออกในเื่นี้กัน"
สิ้นสุดคำกล่าวนั้น เย่หยุนซีก็พลันรู้สึกทราบซึ้งใจขึ้นมาในทันที ตัวเขาช่างโชคดีมากจริงๆที่ถูกทั้งสองเก็บมาเลี้ยง แถมยังมอบความรักให้ราวกับลูกในใส้