ซื่อออ~ ซ๊าาาาส์~
เม็ดฝนตกกระทบบนหน้าต่างบานใสจนเกิดเสียงซื่อซ๊าส์ดังระงมแม้ภายในห้องนอนขนาดเล็กจะปิดหน้าต่างทุกบานอย่างมิดชิด แต่ก็ยังมีเสียงน่ารำคาญเ่าั้ดังเล็ดลอดเข้ามารบกวนคนด้านในอยู่ดี
สำหรับคนอื่น ๆการได้นอนฟังเสียงฝน อาจเป็ความสุขอย่างหนึ่งและอาจเป็สิ่งที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ง่าย ๆ แต่สำหรับไป๋เจียหลี เวลาฝนตกมันมักทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวและทำให้เธอเผลอนึกย้อนกลับไปถึง่ชีวิตวัยเด็กของตัวเองอยู่บ่อย ๆเพราะแบบนี้เธอจึงเกลียดฤดูฝนที่สุด!
นอกจากฝนตกปอน ๆทำให้คนออกไปไหนมาไหนอย่างอิสระไม่ได้แล้วเม็ดฝนเม็ดใหญ่ที่ตกกระทบลงบนหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง ยังฟังดูน่ารำคาญอีกต่างหากและสิ่งที่ไป๋เจียหลีไม่ชอบที่สุดใน่ฤดูฝน นั่นก็คือปรากฏการณ์ฟ้ากะพริบและเสียงฟ้าร้องฟ้าลั่น
โคร๊มมมม!
โอ้ยยย! นั่นไงยังพูดไม่ทันขาดคำ ฟ้าร้องอีกแล้ว
สภาพอากาศข้างนอกเลวร้ายมากเป็อะไรที่น่าเบื่อชะมัด
ทันทีที่ฟ้าร้องลั่น ไป๋เจียหลีวัยยี่สิบสามปีก็รีบดึงผ้าห่มผืนใหญ่ขึ้นมาคลุมโปงทันที ในวันที่สภาพอากาศเลวร้ายขนาดนี้โชคดีที่ยังมีนิยายให้อ่านคั่นเวลา การได้นอนหมกอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม ๆแล้วเปิดอ่านนิยายในอธิษฐานพออนไลน์ มันเป็อะไรที่โคตรฟินเลย!
ขณะที่กำลังไถหน้าจอมือถือหานิยายอ่านไปเรื่อยๆ จู่ ๆ แถบ้าก็ขึ้นเครื่องหมายแจ้งเตือน
กรี้ดดด!! คุณนักเขียนคนโปรดเปิดนิยายเื่ใหม่แล้วพร้อมกับปล่อยตอนใหม่ให้อ่านฟรีแปดตอนรวด!!
ฮรี่ ฮรี่ (ꈍᴗꈍ) หวานเจี๊ยบ ~
.
..
ตอนนี้เจียหลีกำลังนอนอ่านนิยายเื่‘เพียงรักนิรันดร’ แค่ได้ลองอ่านบทนำกับบทที่หนึ่ง เจียหลีก็ติดหนึบจนวางไม่ลง
แหง่สิ! ก็คุณนักเขียนคนนี้เป็นักเขียนในดวงใจของเจียหลีเชียวนะเจียหลีตามผลงานของคุณนักเขียนมาั้แ่่เข้ามหาลัยปีหนึ่งจนตอนนี้เจียหลีเกือบจะเรียนจบมหาลัยปีสี่แล้วแต่เจียหลีก็ยังตามอ่านผลงานของคุณนักเขียนคนนี้อยู่เรื่อย ๆแต่น่าเสียดายที่่หนึ่งปีที่ผ่านมา คุณนักเขียนไม่อัปเดตผลงานเลยไม่รู้ว่าคุณนักเขียนหายไปไหน
ในฐานะนักอ่านตัวยงหลาย ๆ ครั้งเจียหลีก็อดคิดไม่ได้ ว่าคุณนักเขียนอาจจะป่วย หรือไม่…ก็อาจจะกำลังเจอเื่หนัก ๆ อยู่ก็เป็ได้ไม่ว่าคุณนักเขียนกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ นักอ่านคนดีคนนี้ขออธิษฐานให้คุณนักเขียนหลุดพ้นจากวิกฤติเร็วๆ ด้วยเถอะ จะได้กลับมาเขียนนิยายสนุก ๆ ให้นักอ่านตาดำ ๆ คนนี้ได้อ่านสักที
เพราะงั้นขอสารภาพตรงนี้เลยว่าวินาทีที่เห็นแจ้งเตือนว่าคุณนักเขียนกลับมาเปิดนิยายเื่ใหม่แล้วเจียหลีดีใจมาก ดีใจจนแทบกรี้ดออกมา ยังดีที่เม้มปากไว้ทัน ไม่งั้นได้กรี้ดออกมาจริงๆ แน่ ๆ
!!!
โอ้วววสมกับที่เป็นักเขียนคนโปรดของไป๋เจียหลีจริง ๆ เงียบหายไปตั้งหนึ่งปีแต่ฝีมือไม่ตกเลย
ดูสิ!เพิ่งอ่านมาถึงตอนที่เจ็ด เจียหลีก็ออกอาการอินสุด ๆรู้สึกเหมือนได้ทะลุเข้าไปอยู่ในนิยายเื่นั้นซะเอง เพราะแบบนี้แหละเจียหลีถึงได้หลุดปากด่าทอนางร้ายออกมาอยู่บ่อยๆ จะบอกว่าอ่านไปด่าไปก็ไม่เกินจริง
‘ไรท์เขียนบทนางร้ายได้น่ารำคาญมาก!!!’
‘โอ้ยยยคนเขาไม่ชอบ ก็ยังจะตามตื้ออยู่ได้ ไรท์ขาาา ขอร้องล่ะ ช่วยเสกผู้ชายหน้าโง่สักคนเอามาคู่กับยัยคุณหนูตัวร้ายคนนี้หน่อยเถอะ ฉินฟางเฟยบทเยอะเกินไปมั้ง น่าเบื่อมากรี้ดอยากอ่านตอนที่พระเอกสมหวังกับนางเอกแล้วค่ะ’
‘เหอะ!!!ก็เป็ซะอย่างงี้!!! ไม่แปลกที่หล่อนจะไม่ได้คู่กับพระเอก เชิญจมน้ำตายไปเลยค่ะสมน้ำหน้า!!’
.
..
พรึ๊บบบบ!!!
“อ๊ะ อ๊าววว ทำไมจู่ๆ ไฟดับล่ะเนี่ย”
ขณะที่เจียหลีกำลังอ่านนิยายเื่เพียงรักนิรันดร์จนเข้าถึงแก่นและกำลังอินขั้นสุด จู่ ๆ แสงสว่างในห้องนอนก็วูบดับไปเฉย ๆต่อจากนั้นเพียงแค่อึดใจเดียวใบหูของเจียหลีก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องคำรามลั่นเสียงนั้นมันดังกระหึ่มจนเจียหลีนึกว่าฟ้าผ่าลงมากลางหัวของเธอซะอีก
ด้วยความใสุดขีดเจียหลีเลยเผลอปล่อยมือออกจากสมาร์ทโฟนจอแบนเพื่อยกสองมือขึ้นมาอุดรูหูแน่น ๆ ตามสัญชาตญาณเมื่อััได้ว่าเสียงฟ้าร้องเงียบหายไปแล้ว เจียหลีจึงค่อย ๆมุดหัวออกมาจากผ้าห่มที่ใช้คลุมโปง เ้าตัวจึงพบว่าภายในห้องนอนขนาดเล็กมืดทึบจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย
นี่มันแปลกมาก!ปกติแล้ว ต่อให้เป็เวลากลางคืน หรือต่อให้มีฝนตก ก็ไม่น่าจะมืดได้ขนาดนี้เพราะเจียหลีไม่ได้ดึงผ้าม่านลง ฉะนั้นอย่างน้อย ๆก็ควรมีแสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในห้องได้บ้าง แต่นี่มันดันมืดทึบไปหมดมืดทึบจนเหมือนถูกขังอยู่ในห้องปิดตายอย่างไรอย่างนั้น
หลังมัวแต่ขมวดคิ้วแปลกใจอยู่ครู่หนึ่งจู่ ๆ เจียหลีก็นึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อวานนี้คุณยายจากร้านขายของชำได้มอบลูกแก้วขนาดเท่าหนึ่งฝ่ามือให้ บอกว่าให้เป็ของขวัญวันเกิดมันเป็ลูกแก้วสีขาวบริสุทธิ์ หน้าตาดูธรรมดา ๆ เหมือนลูกแก้วตั้งโชว์ในร้านของเล่นทั่วๆ ไป ฐานด้านล่างของมันทำจากไม้อย่างดีแต่น่าแปลกที่มีอักษรโบราณบางอย่างเขียนสลักไว้ด้วย
เจียหลีพยายามทำความเข้าใจกับตัวอักษรโบราณพวกนั้นอยู่ครึ่งวันแต่ไม่ว่ายังไง ก็อ่านไม่ออกอยู่ดี เมื่อจนปัญญาแล้วจริง ๆเจียหลีจึงได้แต่อุปโลกน์ไปเองว่า บางทีตัวอักษรพวกนั้นอาจเป็คำอวยพรก็ได้หรือไม่...ก็อาจเป็แค่ลวดลายเพื่อความสวยงาม เมื่อคิดไปในแง่นี้เจียหลีจึงไม่คิดติดใจ และค่อย ๆ ปล่อยวาง
แต่ทว่านอกจากอักษรโบราณพวกนั้นที่ทำให้เจียหลีรู้สึกประหลาดใจก็ยังมีแสงสว่างแปลก ๆ ที่ทำให้เจียหลีรู้สึกประหลาดใจเช่นกันเพราะทุกครั้งที่เจียหลีใช้ฝ่ามือลูบลงบนลูกแก้วครบสามครั้งมันก็จะมีแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมาเองแบบงง ๆ
ด้วยความที่แสงจากลูกแก้วมันสว่างจ้าจนทำให้เจียหลีรู้สึกแสบตาเจียหลีจึงพยายามลูบ ๆ คลำ ๆ หาปุ่มลดระดับแสงไฟทว่าจนถึงตอนนี้เจียหลีก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ้าจะลดแสงไฟต้องทำยังไงและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปุ่มปิดมันอยู่ตรงไหนเจียหลีรู้แต่ว่าหลังถอนมือออกมาจากลูกแก้วราว ๆ สามสิบวินาที จู่ ๆแสงสว่างจ้ามันก็หายไปเองแบบงง ๆ ซะงั้น
งั้น... ลูกแก้วอะไรนี่คงเป็ระบบััล่ะมั้ง แบบว่า… แตะสามครั้งคือเปิด แตะแช่หนึ่งครั้งแล้วถอนมือออก…คือปิดอื้มใช่! ต้องใช่แบบนั้นนั่นแหละงั้นคราวนี้ก็ถือโอกาสใช้ของสิ่งนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดหน่อยแล้วกันเพราะไม่รู้ว่าไฟจะมาตอนไหน ขืนให้อยู่มืด ๆ แบบนี้คนเดียวคงชวนขนลุกน่าดู
แต่เอ๋!!! มือถือล่ะมือถือหายไปไหน? ก่อนหน้านี้ยังใช้อ่านนิยายอยู่นี่นาแบตก็ชาร์ตไว้จนเต็ม หน้าจอก็ไม่ได้ตั้งเวลาให้ปิดเองอัตโนมัติ แต่ทำไมจู่ ๆแสงหน้าจอถึงปิดไปเองอย่างนั้นล่ะ!?
แปลกชะมัด…
แต่ช่างเถอะ! ค่อย ๆคลำ ๆ คลาน ๆ เข้าไปหาโต๊ะข้างหัวเตียงก็แล้วกันไว้เดี๋ยวเปิดไฟจากลูกแก้วนั่นได้แล้ว ก็คงจะหามือถือเจอเองนั่นแหละ
ว๊ายยยย! ⊙_⊙!
ยังไม่ทันได้กระเถิบไปถึงหัวเตียงเลยด้วยซ้ำจู่ ๆ เจียหลีก็ใสุดขีดจนเผลอร้องอุทานออกมา เพราะท่ามกลางความมืดมิดนี้ อยู่ดีๆ ก็มีแขนของใครบางคนเอื้อมมาคล้องเอวของเธอไว้แน่น จากนั้นไม่นานนิ้วมือปริศนาที่ค่อนข้างหยาบกระด้างก็เอื้อมมากุมปลายคางของเจียหลีไว้เช่นกันที่น่าใมากไปกว่านั้นก็คือ ริมฝีปากของใครก็ไม่รู้ดันทาบทับลงบนริมฝีปากของเจียหลีโดยไม่ทันให้เจียหลีได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำนี่มันบ้ามาก!!!
‘หมดกัน!!!จูบแรกของฉัน!!’
ไป๋เจียหลีไม่ได้จูบตอบแต่พยายามอ้าปากเพื่อส่งเสียงประท้วง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเจียหลีขัดขืนมากเท่าไหร่ฝ่ายตรงข้ามก็ยิ่งทวีคูณความร้อนแรงของรสจูบมากขึ้นเท่านั้น
หลังจากพยายามรวบรวมสติให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอยอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดเจียหลีก็เริ่มคิดหาวิธีตั้งรับ ตอนนี้จมูกเล็ก ๆของเจียหลีที่เสียดสีคลอเคลียอยู่กับปลายจมูกปริศนาของใครบางคนพลอยได้กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งตีคลุ้งเข้ามาในโพรงจมูกชวนให้รู้สึกเหม็นฉุนจนต้องย่นจมูกเล็ก ๆ อย่างลืมตัว
'เหล้า?กลิ่นเหล้าแรงมาก!'
โอ๊ยยยย!!!
คราวนี้เป็ฝ่ายตรงข้ามที่ร้องอุทานเสียงดัง
แน่ล่ะ! ว่าพอสบโอกาสเจียหลีก็ฝังคมเขี้ยวลงบนริมฝีปากของเขาทันทีเื่อะไรที่เจียหลีจะปล่อยให้คนอื่นมาลวนลามร่างกายของเธอได้ตามใจชอบหนำซ้ำเจียหลียังใช้ของมีคมบางอย่างที่คลำติดมือมาได้ เอามันจ้วงแทงส่ง ๆ ไปบนร่างกายของคนในความมืดอย่างรวดเร็ว
เมื่อหลุดออกจากวงแขนของเขาได้แล้วเจียหลีก็ดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ในความมืดทั้งะโขอความช่วยเหลืออย่างกับหมูถูกเชือดขณะเดียวกันหญิงสาวก็พยายามคลำคลานไปตามพื้นเตียงนุ่ม ๆ ด้วยอาการสั่นผวาขอแค่คว้าอะไรติดมือมาได้ เธอก็พร้อมใช้ของสิ่งนั้นเป็อาวุธ
เอาสิ!เข้ามาเลยไอ้ขี้เมา! เดี๋ยวแม่จะแทงให้ไส้ไหลเลยคอยดู!!!