ตอนที่หลันหลันไปยื่นใบสมัครคนรอบข้างพากันมองอย่างแปลกใจ มีบางคนที่ส่งสายตาดูถูกมาให้นางคนของร้านหรงเซียงถามนางตั้งหลายรอบว่ายืนยันจะสมัครจริงไหม ถ้าไม่ใช่เพราะว่านางมีเงินค่าสมัคร คงโดนโยนออกมาฐานก่อกวนแล้วแน่
พอสมัครเสร็จนางก็รีบวิ่งไปร้านขายกระดาษ ใช้เงินซื้อกระดาษเนื้อหยาบมานิดหน่อย อยากได้พู่กันดี ๆ หมึกดี ๆ แต่เงินก็ไม่พอ แต่ที่บ้านยังมี หลันหลันไม่สนใจ ถึงกระดาษที่นางใช้จะแย่ แต่การแข่งขันครั้งนี้ เป็การแข่งขันการออกแบบนี่นะ ไม่ใช่การแข่งขันอุปกรณ์ดีเด่น
ท่ามกลางความคิดที่แน่วแน่ มุ่งมั่น ...ในที่สุดเกวียนก็มาถึงหมู่บ้านตระกูลมู่แล้ว
“ขอบคุณนะเ้าคะ” หลันหลันร้องบอกเ้าของเกวียน ที่ช่วยนางยกตะกร้าสะพายหลังให้
นางจ่ายเงินค่าโดยสารไป 2 อีแปะ แล้วเร่งรีบไปที่บ้าน ตอนนี้ยามเหม่าแล้วไม่นานพระอาทิตย์จะตกดิน ในขณะที่กำลังหอบมากขึ้น ความทรงจำของร่างเก่าก็ผุดขึ้นมาในหัว หลันหลันเห็นภาพร่างเล็ก ๆ สวมชุดไว้ทุกข์ให้กับพ่อแม่ หลังจากนั้นก็อาศัยกับผู้เป็ย่า และครอบครัวของลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ใหญ่ที่มีลูกสาวสองคน ลูกชายหนึ่งคน ทั้งหมดถูกเลี้ยงเป็อย่างดี กินอิ่ม และไม่ต้องทำงานหนัก
มีเพียงหลันหลันคนเดียว ที่ต้องคอยซักผ้า หุงหาอาหาร หาบน้ำ แม้จะอากาศหนาวแค่ไหน หรือในวันที่เหนื่อยแสนเหนื่อยเพียงใด หลันหลันคนเก่าก็ต้องทำ ร่างเล็ก ๆ ที่สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ มีรอยปะชุนแล้วทั่วตัว มือของนางแตกไปหมดเพราะทำงานหนัก ย่าเ้าของร่างเดิมบอกว่า นางมันเป็ตัวซวย เป็เสนียดของบ้าน ป้าสะใภ้ก็เอาแต่ขู่ว่าถ้านางไม่ทำงานจะไล่ออกจากบ้าน
หลันหลันตัวน้อยไร้ทางออก นางต้องทำงานบ้านอย่างหนัก ต้องออกไปทำไร่ หากทำไม่ดีจะโดนเฆี่ยนตีดุด่า ทั้งที่ตอนพ่อกับแม่อยู่หลันหลันคนเดิมมีร่างกายแข็งแรงกินอิ่ม นอนหลับใต้ผ้าห่มอุ่น ๆ นางมักจะอิจฉาลูก ๆ ของป้าใหญ่ ที่มีพ่อมีแม่ให้ความอบอุ่นใส่ใจ ทั้งอ้อมกอด และคำปลอบประโลมในยามเสียใจ หลันหลันอิจฉาเหลือเกิน
แต่หลันหลันคนเก่ารู้ดีว่า ความสุขเช่นนั้นนางจะไม่มีวันได้มาอีกแล้ว วันคืนของนางมีแต่ความหวาดกลัว กลัวว่าถ้าไม่ทำงานย่าจะไล่ออกจากบ้าน กลัวว่าป้าใหญ่จะตีเมื่อนางทำงานผิดพลาด
ดังนั้นแม้จะดึกแค่ไหน หลันหลันตัวน้อยก็ต้องทำงานให้เสร็จ แม้จะออกไปทำไร่กลับมาดึกดื่น ก็ต้องทำงานบ้านให้เสร็จ กลับมาบ้านมืดค่ำก็ไม่มีใครสนใจนาง ไม่มีใครรอนางกลับบ้านสักคน ราวกับว่าโลกนี้มีนางหรือไม่มีนางอยู่ก็ได้
พอทำงานหนักนานวันเข้าร่างกายก็ทรุดโทรม จนล้มป่วยลง ท่านย่าหายาง่าย ๆ มาให้นางกิน ไม่แม้แต่จะเรียกหมอมา ป้าสะใภ้ยังคนดุด่านางว่าเป็ตัวซวย และจะปล่อยให้นางตายอย่างช้า ๆ จนกระทั่งมีคนมาซื้อนางไปเสียก่อน
หลันหลันคนเก่าตายจากไปในคืนวันที่ถึงบ้านตระกูลมู่ แล้วิญญาของนางก็เข้าสวมรอยแทน
ความทุกข์ยากของร่างเก่าทำให้หลันหลันสงสารมาก ความไม่สบายใจทำให้นางออกวิ่ง แม้ตะกร้าจะหนักแต่หลันหลันก็ยังวิ่ง ราวกับว่ามันจะบรรเทาความเจ็บช้ำของหลันหลันคนเดิมได้ ความรู้สึกเ่าั้มันเด่นชัดจนหัวใจของนางเ็ป
หลันหลันพยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ ความทรงจำเ่าั้ ทำให้นางตั้งใจจะใช้ชีวิตให้ดียิ่งขึ้น ทดแทนในส่วนที่หลันหลันคนเก่าไม่เคยได้รับ นางจะเป็หลันหลันในแบบที่คนที่เคยทำร้ายนางคิดไม่ถึง นางจะเอาชนะพวกนั้น จะอยู่ดีให้ได้ ตอบแทนหลันหลันคนเก่าที่ให้นางเข้ามาอยู่ในร่าง
บ้านตระกูลมู่อยู่ตรงหน้าแล้ว หลันหลันวิ่งจนหายใจแทบไม่ทัน ในช่องอกปวดร้าวระบม นางควรหยุด แต่ก็ไม่ทำ ที่หน้าบ้านหลันหลันเห็นร่างเล็ก ๆ ของเหมยฮวานั่งที่หน้าประตูบ้าน เด็กหญิงเหมือนกำลังสัปหงกอยู่ หมอหยวนก็มีท่าทีร้อนใจ
หลันหลันวิ่งไปอยู่ตรงหน้าพวกเขา พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า แล้วสีหน้าที่ดูโล่งอกของหมอหยวน กับเหมยฮวาที่สะดุ้งตื่นแล้ววิ่งมาจับมืนางอน้ำตาคลอ ตัวเด็กหญิงยังรุม ๆ อยู่เลย
“เ้ากลับมาแล้ว” หมอหยวนมองดูนางว่าไม่เป็อันตรายใด ๆ
“พี่หลันกลับมาแล้ว ข้านึกว่าท่าน...ฮึก...” เหมยฮวาร้องไห้ออกมาแล้ว อาจเพราะกำลังไม่ค่อยสบายก็เลยทำให้อารมณ์อ่อนไหว
แต่นางกลัวจริงๆ กลัวว่าพี่หลันหลันจะไม่กลับมา กลัวว่าจะเื่ไม่ดีเกิดขึ้น กลัวจนต้องฝืนมานั่งรออยู่ตรงนี้
“ทำไมถึงช้านัก ข้าเป็ห่วงจริงๆ กลัวว่าจะเกิดเื่” หมอหยวนบ่นในขณะที่รับเอาตะกร้าของหลัน หลัน มาถือไว้เสียเอง
เขาเห็นของในตะกร้า ก่อนหันไปมองหลันหลันที่เหนื่อยหอบจนหน้าแดงไปหมด แล้วน้ำตาซึม
“เด็กดี ๆ เข้าบ้านกันเถอะ”
หลันหลันเดินตามหมอหยวน และเหมยฮวาเข้าบ้าน แล้วน้ำตาที่กลั้นมาตลอดทางที่วิ่งมานี้ก็ไหลออกมา ไหลออกมาไม่หยุด จนหมอหยวนและเหมยฮวาใ แต่ไม่ว่าจะปลอบยังไง หลันหลันก็ร้องไห้ต่อไป ราวกับโลกนี้กำลังจะพังทลาย
นี่ไม่ใช่เพราะว่านางเสียใจ ... แต่เพราะความรู้สึกของหลันหลันคนเก่าและนางกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน
ถึงจะทำให้คนอื่นตกอกใแค่ไหน แต่ในหัวของหลันหลันก็มีแต่คำว่า...
ในที่สุดก็มีคนรอข้ากลับบ้านเสียที
หลันหลันเช็ดหน้าเช็ดตา พยายามสงบสติอารมณ์ หลันหลันมองสองคนส่งสายตาเป็ห่วงมาให้ ก่อนที่จะกุลีกุจอไปรื้อค้นของในตะกร้าออกมา
“ท่านลุงเ้าคะ ข้าขายของได้เงิน เลยซื้อยาให้เหมยฮวากับคุณชายจื่อเว่ยให้ครบสามวันก่อน ส่วนของคุณชายใหญ่มีพอสองวัน ท่านลุงอย่าเพิ่งตำหนิข้าเลยนะเ้าคะ ข้าเพียงแต่คิดว่าทั้งเหมยฮวาและคุณชายจื่อเว่ยอาการไม่หนักมาก สู้รักษาให้ดีขึ้นจนหายไปเลยดีกว่า จะได้ลดภาระท่านลุงกับท่านป้า ส่วนยาของคุณชายพรุ่งนี้ข้าจะไปหาของป่าอีก แล้วค่อยนำไปขายแล้วซื้อมาเพิ่ม”
“ข้าเข้าใจแล้ว” หมอหยวนไม่ตำหนิ เข้าใจเหตุผลของนาง
“ข้ารบกวนท่านลุงต้มยาพวกนี้ด้วย เดี๋ยวข้าจะไปทำอาหารทุกคนคงหิวกันแล้ว ข้านำเงินที่เหลือไปซื้อแป้ง ซื้อเครื่องปรุง ยังมีเนื้อหมูอีกนะเ้าคะ แม้จะไม่สามารถทำอาหารที่เลิศหรูได้ แต่ข้ารับรองรสชาติจะต้องอร่อยจนท่านเผลอกินลิ้นตัวเองเข้าไปแน่ ๆ” หลันหลันยืดออกอวดตัว แต่ไหนแต่ไรมาเื่อาหารนางไม่ถ่อมตนเลยสักนิด
คำพูดของหลันหลัน ทำเอาลุงหยวนยิ้มตาหยี เสี่ยวเหมยก็หัวเราะออกมาเสียงแปร่ง
“ได้ๆ ลุงจะคอยชิม แต่ว่า...” หมอหยวนขยับเข้ามากระซิบกระซาบกับหลันหลัน
“ของดีพวกนั้นน่ะ เ้าอย่าเก็บไว้คนเดียวเลย” หลันหลันรู้ทันทีว่า “ของดี” นั้นหมายถึงไหเ่าั้ที่ข้างบ้านเธอ
“ได้เ้าค่ะ เมื่อคืนข้าเดินสำรวจคร่าว ๆ แล้วว่ามีสุราอะไรบ้าง ข้าเจอสุราที่ดองดีงูไว้ด้วยนะเ้าคะ” คราวนี้หลันหลันทำเสียงกระซิบกระซาบบ้าง
“ท่านก็คงรู้ว่ามันดีต่ออากาศแบบนี้ แล้วยังบำรุง...” หลันหลันมองดวงตาที่เป็ประกายของลุงหยวน ทั้งคู่ต่างรู้กันดีว่าสุราดีงูนั้นดีต่อการทำให้บุรุษคึกคักเพียงใด
“ตัวแค่นี้รู้มากเสียจริง ไหน ๆ คุณชายก็ฟื้นแล้ว วันนี้ข้าจะดื่มสุราดีงูเป็การฉลองแล้วกัน” หมอหยวนแสร้งตำหนิหลันหลัน แต่พอสบตากันอีกครั้ง ทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา
“เอาล่ะ ข้าไปต้มยาก่อนแล้วกัน จะถือโอกาสเวลาเ้าทำอาหารตรวจดูอาการทุกคนไปด้วยเลย ต้องไปบอกนางหลี่ด้วยว่าเ้ากลับมาแล้ว ข้าล่ะเวียนหัวถึงจะเฝ้าคุณชายอยู่ แต่นางหลี่ก็เอาแต่ผุดลุกผุดนั่งเมื่อเห็นว่าป่านนี้แล้วเ้ายังไม่กลับมา” ว่าแล้วก็เดินออกไป หลันหลันอบอุ่นหัวใจอีกครั้ง
“เสี่ยวเหมยเ้าร่างกายยังไม่ค่อยดี กลับไปที่ห้องพักผ่อน รอยาของลุงหยวนก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะต้มข้าวต้มแล้วยกไปให้”
“เ้าค่ะ” เหมยฮวาเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว จึงหอบร่างกายที่ตัวรุม ๆ กลับไปที่ห้องพัก