เขตแต่ละเขตของอาณาจักรซิลเวอร์เมาท์จะประกอบไปด้วยผู้ปกครองเมืองและผู้ปกครองด้านความปลอดภัย ทั้งสองคนจะอาศัยอยู่บ้านใกล้กันและทำงานร่วมกันภายใต้ราชินีเซเลสเต้
ทางด้านผู้ปกครองด้านความปลอดภัยจะถูกเรียกว่าวงศ์ตะวัน มีทั้งหมด 10 คน และพวกเขานั้นมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาณาจักรที่ราชินีคัดสรรมาอย่างดี
ในสวนดอกไม้อันเงียบสงบที่ประดับประดาด้วยน้ำพุอันสวยงาม ผีเสื้อหลากสีสันเริงระบำในสายลมอ่อนๆ ช่วยเพิ่มทัศนียภาพอันงดงาม ชายหนุ่มชื่อ ลูก้า โมเร็ตติอายุ 25 ปี ยืนอยู่ตรงนั้น ชื่นชมความงามของสภาพแวดล้อมและเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์
ขณะที่ลูก้าดื่มด่ำกับความเงียบสงบของสวนและตัดแต่งกิ่งของดอกไม้ นายทหารคนหนึ่งซึ่งทำงานภายใต้คำสั่งของลูก้า เดินเข้ามาหาพร้อมกับโค้งศีรษะด้วยความเคารพและยังไม่พูดอะไรจนกว่าจะได้รับอนุญาต
" ฉันอนุญาตให้พูดได้ "
นายทหารพยักหน้า " เป็พระคุณยิ่งนายท่าน " สีหน้าของทหารเปลี่ยนเป็จริงจัง " หลายเดือนมานี้เราถูกพวกฏโจมตีทำให้เสียหายไปมาก แต่เรารู้แล้วว่าใครคือตัวการ -- เธอชื่อโซเฟีย มุลเลอร์ ซึ่งมันเคยทำลายการขนส่งเสบียงของเราระหว่างไปเขต 1 มาแล้ว "
การกระทำของลูก้ายังคงดำเนินต่อไปราวกับไม่สะทกสะท้าน เขาครุ่นคิดกับสถานการณ์ครู่หนึ่ง พิจารณาคำรายงานของนายทหารอย่างรอบคอบ
เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น" ไปจัดการเก็บซะ อย่าให้มันมาทำให้งานของเราเสีย เพิ่มกำลังคนแล้วปิดล้อมจัดการ "
นายทหารทำความเคารพ " ครับท่าน! "
อีกด้านหนึ่ง หลังจากได้รับการยอมรับจากเชฟออก้า ตอนนี้เกรย์เดินทางมาถึงเมืองถัดไปแล้ว
เขาได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ชายป่าใกล้กับเมือง เธอชื่อ โซเฟีย มุลเลอร์ เธออายุ 40 ปี แต่หน้าตาเหมือนคนอายุ 22 ปี
เธอเป็ผู้หญิงตัวเล็ก มีผมยาวสีดำรวบมัดและวางไว้ที่ไหล่ซ้ายอย่างหลวมๆ ตาขวาของเธอมีผ้าปิดตาสีดำเอาไว้ ส่วนตาอีกข้างนั้นเป็สีฟ้าน้ำทะเล
เธอมีแววตาที่มุ่งมั่นที่และเด็ดเดี่ยวตลอดเวลา
โซเฟียคือผู้นำกลุ่มกบฎกลุ่มย่อยที่ 5 มีผู้ติดตามกว่า 20 คน
แทบจะทุกวันที่พวกเขาออกเดินทางอยู่ตลอด และติดต่อสื่อสารกับกลุ่มอื่นด้วยนกฮูกและนกชนิดต่างๆที่ไม่ใช่อีกา
หลังจากที่โซเฟียได้รับจดหมายแล้วเธอก็รับเขาเข้ากลุ่มโดยไม่ได้สนใจข้อความจากออก้า
" ทำไมนายถึงอยากฆ่างู "
" เพราะงูฆ่าพ่อแม่และครอบครัวของผม "
" ดี งั้นฉันรับ " เธอฉีกกระดาษของออก้าทิ้ง " นายมีเชฟสตาร์ ดังนั้นหลังจากนี้นายมีหน้าที่ทำอาหาร แต่ไม่ต้องออกล่าเอง
อยากได้อะไรก็บอกฉันได้เลย "
เกรย์ถูกรับเข้าฝูงพังพอนในทันที หัวใจของเขาตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นมาก ราวกับจะได้ฆ่าราชินีในวันพรุ่งนี้เลยทีเดียว
แต่ทว่า...
เกรย์ไม่เคยทำอาหารที่มีความสลับซับซ้อนเลยั้แ่เกิด ส่วนใหญ่จะเป็การทอดไข่หรืออาหารง่ายๆซะมากกว่า
ตอนนี้จึงดูเหมือนว่าเขาคงต้องใช้พลังจากมัลติเวิร์สอีกแล้ว
สักพักต่อมา เสียงของผู้ชายสองคนได้เรียกเขาจากด้านหลัง
คนหนึ่งคือหมายเลข 35 ชายที่ได้รางวัลเชฟสตาร์เหมือนกัน อีกคนคือชายหมายเลข 39 คนที่ชวดรางวัลเชฟสตาร์เพราะลืมใส่เกลือ
พวกเขาเองก็ตามเกรย์มาเพราะได้รับคำแนะนำจากเชฟออก้า ส่วนหนึ่งของพวกเขาเองก็อยากตามมาด้วยอยู่แล้วเพราะจะได้มีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่ชอบด้านการทำอาหาร
ทั้งสามพูดเื่อาหารและทักทายกันเล็กน้อยเกี่ยวกับการแข่งและการแสดงความยินดี
โซเฟียเดินเข้ามาขัดจังหวะ
" แล้วพวกนายล่ะ อยากเข้าร่วมฝูงพังพอนรึเปล่า " โซเฟียสอบถามเพื่อให้มั่นใจ
" จะอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ ขอแค่ได้ทำอาหารเก่งขึ้นก็พอ " หมายเลข 35 บอก เสียงของเขาดูแข็งและหนา " ฉันอยากจะหาเพื่อนที่คุยเื่ทำอาหารมาตั้งนานแล้ว -- แค่ไม่ขอเอาไอ้คนที่ลืมใส่เกลือนี่ก็พอ "
เขาเป็ชายที่มีตาเหมือนนักเลง คมและดูหาเื่ รูปร่างดูหนาและกระชับ ตัวสูงมีกล้ามเหมือนนักสู้ มีผ้าโพกหัวสีดำขาวเหมือนวัว อายุ 26 ปี ชื่อ มาลาคี มูนสโตน
" แล้วนายล่ะ " โซเฟียหันไปทางอีกคน
หมายเลข 39 มีสีหน้าสับสนเหมือนโดนหลอกมาค้ายาเถื่อน
( เซดริก) อะไรกันไอ้ฝูงพังพอนที่ว่าเนี่ย กลุ่มอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่ารึไง ฉันมาฝึกทำอาหารไม่ได้อยากมาทำงานอย่างอื่นหรอกนะ
" เอาก็เอาสิ แต่ฉันขออยู่ตำแหน่งพ่อครัวแล้วกัน " เขานำเสนอตัวเองและรีบบอกจุดยืน
เขาเป็ชายมีกล้ามเล็กๆ ดูกระชับและผอมบางกว่ามาลาคี
ชื่อของเขาคือ เซดริก มาร์โก้ อายุ 26 ปี เป็ชายที่ดูธรรมดาทั่วไป แต่ค่อนไปทางอันธพาลที่ชอบรีดไถเงิน
" ดี เพราะตอนนี้ฝูงของเรามีแค่ฉันคนเดียวที่ทำอาหารเป็ " โซเฟียบอก " ได้พวกนาย 3 คน คงช่วยเบาแรงได้เยอะ "
จากนั้นโซเฟียก็ทำทีนึกบางอย่างขึ้นได้
" อีก 2 ชั่วโมงจะถึงเวลาอ่านเย็น ฝากพวกนายทำอาหารหน่อยนะ "
" เื่นั้นน่ะไม่ใช่ปัญหา" มาลาคีกอดอกบอก เพราะเขาตัวสูงจึงมองโซเฟียแบบทำตาหลุบต่ำ " แล้วจะให้ทำสำหรับคนกี่คน"
เขายังไม่รู้ว่าคนในกลุ่มมีกี่คน แค่คาดจากสายตาน่าจะไม่ต่ำกว่า 15
"พวกนายแต่ละคน ทำอาหารสำหรับคน 10 คน รวมแล้วก็ 30 เผื่อมีคนไม่พอ "
พวกเขาทั้งสามคนตอบตกลง และเดินทางเพื่อไปซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารในเมือง
รายจ่ายทั้งหมดของอาหารทางโซเฟียเป็คนออกให้ทั้งหมด
มาลาคีทำ เซาเออร์บราเทิน เมนูที่นำเนื้อมาหมักในน้ำส้มสายชูและสมุนไพรที่หลากหลาย และนำไปอบในหม้อที่มีความร้อนต่ำ
มาลาคีทำอย่างเชี่ยวชาญ การปรุงรสเปรียบดั่งการร่ายรำของมืออาชีพ
เซดริกรู้สึกทึ่งกับความชำนาญในการปรุงอาหารของเขา
( เซดริก ) สัดส่วนตามสูตร หมอนี่ฝึกหนักน่าดู
พวกเขาทำอาหารอยู่ใกล้ๆกัน โดยพื้นที่ทำอาหารจะอยู่ใกล้ๆกับบริเวณตั้งแคมป์ อาศัยการก่อกองไฟ ส่วนพวกหม้อ กระทะและอุปกรณ์ทำครัว โซเฟียหาให้ทั้งหมด
เซดริกมองไปทางเกรย์ เขาแอบสงสัยั้แ่ซื้อของด้วยกันแล้วว่าเกรย์จะทำอาหารอะไร
( เซดริก ) หมอนั่นซื้อชีส คิดจะทำอาหารอะไรของมันกันนะ
เขาเดินไปดูใกล้ๆและชะเง้อมอง
มีเส้นพาสต้าและไข่นุ่มๆ ชีสละลายผสมรวมกันและหัวหอมผัด อบจนเป็สีเหลืองทองอยู่ในถาด
เซดริกทำสีหน้าขยะแขยง
(เซดริก ) อะไรกันไอ้บ้านี่เอาชีสมาใช้กับเส้นบะหมี่แบบนี้เรอะ!
เขาไม่เคยเห็นอาหารที่ชวนแหวะเช่นนี้มาก่อน มันดูเหมือนขี้มูกเหนียวและชวนอ้วกแตกมาก
" เห้ยนี่แก! แกกำลังทำอะไรอยู่ห่ะ " เซดริกรู้สึกเหมือนเกรย์ไม่ได้เคารพในวัตถุดิบในการทำอาหาร
" ห่ะ -- นี่คือ เคเซอชเป็ทซ์เลอน่ะ เคยกินไหม "
" ชะปงชะเป๊ดอะไร อาหารแบบนี้มันมีที่ไหน นี่แกคิดจะเป็พระบิดาผู้คิดค้นอาหารเรอะ "
" พูดอะไร นี่เป็อาหารเยอรมันนะ " เขารู้จักผ่านความทรงจำของตัวเองในจักรวาลอื่น
เกรย์ยื่นจานและช้อนให้เซดริก อีกฝ่ายจับอย่างไม่พอใจและใส่มันเข้าปาก
ทันทีที่รสชาติแผ่ซ่าน ตาของเซดริกเบิกกว้างแทบทะลัก เขามาโผล่ที่แปลกๆอีกแล้ว
มันคือลานกว้างๆ ส่วนหนึ่งมีประตูบรันเดินบวร์คประเทศเยอรมัน
" รสชาติอะไรนี่ " เขารู้สึกอัศจรรย์ในรสชาติมาก " ชีสกับเส้นเข้ากันได้ดีมาก นุ่มและเป็เอกลักษณ์ "
" บอกแล้วไงว่าอร่อย "
พวกเขาสามคนทำอาหารเผื่อสำหรับคน 15 คน รวมแล้วอาหารพอสำหรับคนประมาณ 50 คน ทั้งสามนำอาหารไปให้คนในกลุ่มทั้ง 20 คน แต่ละคนตักอาหารทุกอย่างอย่างละนิดละหน่อย
พวกเขากินอาหารกลางแจ้งและนั่งเป็กลุ่มๆ
" รสชาติดีมาก! "
" อร่อยกว่าที่โซเฟียทำเยอะเลย "
โซเฟียรู้สึกหงุดหงิดที่ได้ยินแบบนั้น เธอไม่แสดงอาการแต่นั่งหูผึ่ง เปิดเรดาร์รับคลื่นสัญญาณเสียงการวิจารณ์จากทุกคน แม้จะนั่งห่างกันเป็สิบเมตร แต่เธอก็ได้ยินทุกอย่าง
เกรย์ มาลาคีและเซดริก รู้สึกภูมิใจในฐานะคนทำอาหาร ที่ได้เห็นผู้รับประทานรู้สึกดีกับอาหารของตน
" ฉันว่ามันก็ดีนะ แต่ขาดคุณสมบัติพิเศษของอาหารไป " ชายคนหนึ่งพูดขึ้นในกลุ่มของเขา
" นั่นสิ ถ้าได้กินอาหารแบบนี้แถมยังมีคุณสมบัติพิเศษคงเหมือนขึ้น์ "
" อะไรของพวกนาย " เซดริกเดินมาถาม เขาได้ยินและอดไม่ได้ที่จะสงสัย แต่น้ำเสียงเขาเหมือนกำลังเดินมาหาเื่ " คุณสมบัติพิเศษที่ว่ามันคืออะไร อาหารฉันก็ใส่ตามวิธีปรุงเป๊ะๆ"
" เดี๋ยวก่อนสิแก " มาลาคีรีบมาปราม " รี่เดินเข้าไปถามแบบนั้นเดี๋ยวก็โดนตีนยัดปากเข้าหรอก รอเขากินให้หมดก่อนค่อยถาม "
" อะไร ใครจะเอาตีนยัดปากใครกันห่ะ " เซดริกรู้สึกเหมือนถูกหาเื่ " ฉันนี่แหละจะเอาตีนยัดปากแก ถอยไปซะ "
" ว่าไงนะไอ้นี่ " ดวงตาของมาลาคีขึงขังมากขึ้น
" อาหารที่มีคุณสมบัติพิเศษก็คืออาหารที่ช่วยรักษาาแได้ " โซเฟียเอาอาหารของเธอมา มันคือข้าวผัดไข่ เธอเก็บมันไว้ั้แ่เช้า
" อาหารทุกชนิดมันก็รักษาแผลได้ทั้งนั้นนั่นแหละ " เซดริกไม่ยอมถอย
" ไม่ อาหารของคุณโซเฟียรักษาแผลได้จริงๆ "
" อาหารของเธอรักษาแผลได้เร็วมาก "
ทุกคนที่อยู่ใกล้ๆช่วยกันสนับสนุน โซเฟียยื่นจานให้เขาและชวนให้ลองกิน
เซดริกรับจานมาพร้อมสีหน้าสงสัย โซเฟียให้เขาถือด้วยมือซ้ายและห้ามปล่อยจาน
" จะทำอะไรน่ะ "
จากนั้นโซเฟียก็ดึงมีดสั้นออกมาจากเอว เธอฟันเฉือนอย่างรวดเร็วใส่แขนของเซดริก แผลลึกมาก
" ทำบ้าอะไรของเธอห่ะยัยนี่!! "
" กินอาหาร " เธอพูดเรียบๆ " กินอาหารของฉันซะ "
อึก!!
( เซดริก ) แผลขนาดนี้ยังจะมาให้ฉันกินข้าวอีก ยัยนี่ถ้าจะมีปัญหาเื่สมองซะล่ะมั้ง
ด้วยสายตาที่คาดหวังจากหลายๆคน เซดริกไม่อาจปฏิเสธและยังแสดงท่าทีไม่พอใจ
เขากินข้าวผัดไข่ ซึ่งตอนนี้เย็นชืด และไม่อร่อยเอาเสียเลย
" ไร้รสชาติชะมัด ไม่อร่อยเลย " เขากำลังเอาคืนโซเฟียด้วยคำพูด
" เงียบปากซะไอ้บื้อ ดูแขนของแกซะก่อน "
เสียงที่เ็าของมาลาคีพูดขึ้น ทำให้เซดริกก้มลงมองแขนของตัวเอง
" อะไรกัน!! "
เป็เื่อัศจรรย์มาก แผลของเขากำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าร่างกายเขาได้รับพลังแห่งการรักษาจากพ่อมดขาว
" นี่คืออาหารที่มีคุณสมบัติพิเศษ " โซเฟียอธิบาย " ถัดจากนี้พวกนายสามคนต้องรังสรรค์อาหารที่มีคุณสมบัติพิเศษให้ได้
ในการต่อสู้ย่อมต้องมีการได้รับาเ็และเสียเืแน่นอน
ถ้าอาหารที่ทำช่วยฟื้นฟูาแในระยะเวลาอันสั้นไม่ได้ล่ะก็..
เชฟมันก็ไม่ต่างจากคนที่ฆ่าพวกเขา
ไอ้ฆาตกร! " เธอตะเบ็งเสียงไปทางเซดริกแม้จะพูดกับทุกคน
ทำเอาทั้งสามคนสะอึก โดยเฉพาะเซดริก เขาไร้การโต้ตอบใดๆทั้งสิ้น
( เซดริก ) อาหารบ้าบออะไร ฉันจะไปทำอาหารแบบนั้นได้ยังไงกันเล่า
" นี่พวกนาย " เขาหันไปหาแนวร่วม ทางฝั่งมาลาคีเองก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหา แต่ทางเกรย์ดูเหมือนว่ากำลังคิดอยู่
" ว่าไง แกล่ะพอจะทำได้รึเปล่า " มาลาคีถามเกรย์
" อาหารที่คนทำได้ยังไงเราก็ต้องทำได้ " เกรย์มองมาลาคีด้วยความมั่นใจ จากนั้นเขาก็หันไปทางโซเฟีย " มาหาวิธีกันเถอะ! "