บทที่ 22 นายไม่ใช่เ้านายใหญ่เหรอ?
ยิ่งไปกว่านั้นเศรษฐีโจวก็ได้ตอบบุญคุณผู้ชายคนนี้ไปหมดแล้ว ตอนนี้ผู้ชายคนนี้ไม่มีใครหนุนหลังแล้ว!
พวกเขายังกลัวอะไรอีก?
“เหอะ ๆ แค่ขยะอย่างแกเนี่ยนะ ถึงขั้นจัดงานแต่งงานแบบนั้นได้? ยังกล้าแอบอ้างเป็เ้าพ่อใหญ่หน้าด้านจริง ๆ ”
“ลู่ชิงเมิ่ง ฉันนึกว่าสามีเธอเป็คนร่ำรวยประสบความสำเร็จอะไรที่แท้ก็เป็แค่ขยะ!”
"ส่วนแกยัยเหยาเหยายาว ยี้!แกรีบไสหัวไปซะแกมันเด็กเหลือขอ!"
น้ำเสียงของลู่เจียวเจียวเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย
เพี๊ยะ!
เสียงตบหน้าดังลั่นใบหน้าของลู่เจียวเจียวปรากฏรอยนิ้วมือสีแดงสด
หลัวเซิงทำหน้าเ็าเขาเตือนลู่เจียวเจียวแล้วว่าอย่าพูดจาหยาบคายใส่เหยาเหยาอีก แต่เธอกลับทำเป็หูทวนลม!
“ถึงฉันจะไม่ใช่เป็คนใหญ่คนโตอะไร แต่พวกแกอยากโดนซัดอีกหรือไง?”
ได้ยินดังนั้นลู่เจียวเจียวและตู้ิอวี่ต่างก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อน พลันดวงตาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หลัวเซิงเดินเข้าหาทั้งสองคนทีละก้าว
“แก... แกอย่าเข้ามานะ!”
ตู้ิอวี่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
หลังจากออกมาจากบ้านพักตากอากาศของตระกูลลู่ เห็นได้ชัดว่าลู่ชิงเมิ่งไม่มีความตื่นเต้นเหมือนก่อน
“ชิงเมิ่ง ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณดีใจเก้อ”
น้ำเสียงของหลัวเซิงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ไม่ ๆ มันไม่เป็ไร ”
ได้ยินหลัวเซิงพูดลู่ชิงเมิ่งก็รีบฝืนยิ้มออกมาทันที “เมื่อคืนฉันก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่เื่จริงอยู่ตลอด”
“จริง ๆ แล้วฉันไม่้าให้คุณเก่งขนาดนั้น แค่คุณอยู่ตรงนี้กับพวกเรา แค่เรากลับมาอยู่ป็นครอบครัวอีกครั้ง เท่านี้ก็พอแล้ว ชีวิตที่สงบสุขแบบนี้แหละที่ฉัน้ามากที่สุด”
“หลังจากที่เมื่อคืนคุณเล่าเื่ทั้งหมดให้ฉันฟัง ฉันถึงได้โล่งใจ”
เมื่อหลัวเซิงมองไปลู่ชิงเมิ่งใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมคนรวยถึงชอบแกล้งจนเพื่อจีบสาว
ความรู้สึกแบบนี้มันดีจริง ๆ
ไม่ใช่แค่ดีต่อเขาแต่ยังดีต่อตระกูลลู่และลู่ชิงเมิ่งด้วย
เพราะถ้าเขาแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมาเกรงว่าทุกคนจะทนจะรับมือไม่ไหว
งั้นค่อย ๆ เป็ค่อย ๆ ไปแล้วกัน!
“แต่ฉันไม่คิดเลยว่าคนในครอบครัวจะพลิกฝ่ามือได้ไร้เยื่อใยได้ขนาดนี้”
น้ำเสียงของลู่ชิงเมิ่งมีเสียงสะอื้นเล็กน้อย เธอพูดกับหลัวเซิง
“ถ้าไม่ชอบพวกเขา คุณเคยคิดที่จะแยกออกมาจากตระกูลบ้างไหม?”
“ด้วยความสามารถของคุณ ถ้าคุณก่อตั้งธุรกิจเองเองจะต้องมีอนาคตสดใสอย่างแน่นอน”
“อีกอย่าง ผมเองก็ไม่ได้ใช้ชีวิตไปวัน ๆ หลายปีมานี้ ถึงจะมีเงินไม่มาก แต่ก็พอมีเงินเก็บอยู่ซึ่งมันเพียงพอในสิ่งที่คุณอยากจะทำ”
ได้ยินหลัวเซิงพูดดวงตาของลู่ชิงเมิ่งก็ฉายแววความหวังขึ้นมา
แต่ไม่นานเธอก็ส่ายหน้า
“ไม่ดีกว่า ถ้าฉันไป… ความร่วมมือระหว่างตระกูลลู่กับเศรษฐีโจวก็คงจบลง ฉันเป็คนของตระกูลลู่ ยังไงก็ต้องอยู่ไปก่อน”
“ได้เลย ผมตามใจคุณ”
หลัวเซิงยิ้มอย่างไม่สนใจ“ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง ผมก็สนับสนุนคุณเสมอ”
ไม่นานทุกอย่างก็สงบลงราวกับว่างานแต่งงานก่อนหน้าไม่เคยเกิดขึ้นเลย
ลู่ชิงเมิ่งออกไปทำงานแต่เช้ากลับดึกทุกวัน เธอทำงานอย่างหนักที่บริษัทลู่
ส่วนหลัวเซิงก็อยู่บ้านซักผ้า ทำอาหาร และไปรับไปส่งเหยาเหยาที่โรงเรียนทุกวัน
ในวันนี้หลัวเซิงก็ไปส่งเหยาเหยาที่โรงเรียนตามปกติ แต่ระหว่างทางกลับบ้านเสียงเบรกดังสนั่นพร้อมกลับมีรถหรูหลายคันจอดเทียบข้างเขาอย่างรวดเร็ว
“เหอะ ๆ ”
หลัวเซิงมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ในไม่ช้า ประตูรถก็เปิดออก ชายฉกรรจ์ในชุดสูทและสวมแว่นตาดำหลายคนก็เดินลงมาจากรถร่างกายของพวกเขาแผ่กลิ่นอายอำนาจบางอย่างออกมา
แต่รังสีเ่าั้เมื่อเข้าใกล้หลัวเซิงก็มลายหายไปราวกับหิมะละลาย
ในที่สุดชายชราคนหนึ่งก็เดินลงมาจากเบาะหลังของรถลีมูซีนคันที่อยู่ตรงกลาง
ชายชราผมหงอกแต่ดูแข็งแรงมีกลิ่นของผู้มีอำนาจทุกอากัปกิริยา
ไม่ว่าใครก็มองออกว่ากลิ่นอายแบบนี้แม้แต่โจวสุ่ยหนิวก็เทียบไม่ถึงหนึ่งในร้อยของเขา
และชายชราคนนี้ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ
เขาคือหูเทียนจากตระกูลหลัว
ตระกูลหลัวก็คือตระกูลที่หลัวเซิงเกิด ซึ่งจัดเป็ตระกูลใหญ่ระดับแนวหน้าของประเทศจีน
อิทธิพลของพวกเขากระจายไปทั่วประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็วงการไหนก็มีธุรกิจของพวกเขา
ภายในตระกูลหลัวมีผู้าุโหลายคนคอยควบคุม ซึ่งหูเทียนก็เป็หนึ่งในผู้าุโ
“คุณชาย ท่านผู้นำป่วยหนัก อยากให้คุณกลับไปรับ่ต่อของตระกูลหลัว!"
หูเทียนเดินเข้ามาหาหลัวเซิงใบหน้าเต็มไปด้วยความเคารพ
“หึ”
หลัวเซิงหัวเราะเยาะอีกครั้ง
เขายังจำเื่ราวในวัยเด็กได้อย่างชัดเจน!
ั้แ่แม่เขาเสียชีวิตพ่อก็ไปมีภรรยาใหม่หลังจากนั้นก็เชื่อคำยุยงของภรรยาตลอดบอกว่าที่แม่เขาตายก็เพราะว่าเขาเป็ตัวอัปมงคล
ด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกขับไล่ออกจากตระกูลหลัวอย่างไร้ความปราณี นับจากนั้นเป็ต้นมาเขาก็กลายเป็คนเร่ร่อนหนีตายไปถึงที่เจียงหนาน
ตราบใดที่มนุษย์มีความเมตตาและความยุติธรรมจะต้องไม่ทำแบบนี้แน่!
ยิ่งไปกว่านั้นหลัวเซิงยังเป็ลูกแท้ ๆ ของเขาอีก!
เื่นี้ทำให้หลัวเซิงมองเห็นความเืเย็นของโลกั้แ่เด็ก เขาจึงไม่มีความรู้สึกใด ๆ ต่อตระกูลหลัว
แต่ตอนนี้ผ่านไปสิบกว่าปี… ไอ้แก่นั่นยังมีหน้ามาขอร้องเขาอีกเหรอ?
แม้กระทั่งกล้าพูดคำที่ไร้อย่างอายแบบนี้ออกมา?
ไร้สาระ!
หลัวเซิงหัวเราะเยาะน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเ็า “ตอนที่ฉันโดนไล่ออกจากตระกูลหลัว ไอ้แก่หลัวอ้าวเทียนก็บอกแล้วว่าชาตินี้ไม่อยากเห็นหน้าฉันอีก แล้วตอนนี้เขามีสิทธิ์อะไรมาพูดถึงฉัน?”
“จริง ๆ พวกแกไม่ต้องพูดอะไรให้ดูดีหรอก ฉันรู้ดีพวกแกมาครั้งนี้ คงเป็เพราะหุ้นของแม่ฉันสินะ!”
สิบปีก่อนก่อนที่แม่เขาจะเสียได้โอนหุ้นทั้งหมดของตระกูลหลัวที่มีอยู่ให้หลัวเซิงแต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลัวเซิงไม่เคยแตะต้องมันเลยแม้แต่นิดเดียว
เขาแค่อยากตัดความสัมพันธ์กับตระกูลหลัว!
ได้ยินดังนั้นหูเทียนก็ตกตะลึงทันที เขาถามด้วยความประหลาดใจ “แกรู้ได้ยังไง?”
“หึ”
หลัวเซิงหัวเราะเยาะอีกครั้ง เขาหลัวเซิงควบคุมทุกอย่างบนโลกใบนี้ไว้หมดแล้ว ตราบใดที่เขา้าไม่มีอะไรที่รอดพ้นสายตาเขาไปได้!
“ไสหัวไป!”
ใบหน้าของหลัวเซิงถมึงทึงแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา
เห็นท่าทางของหลัวเซิงสีหน้าของหูเทียนก็เปลี่ยนไป ไม่มีความเคารพเหมือนในครั้งแรกเหลือเพียงแต่ความเ็า
“คุณชาย… คำสั่งของเราคือพาคุณกลับไป ไม่ว่าเป็หรือตาย!”
“ในเมื่อแกไม่ยอม ก็อย่าโทษพวกเรา!”
สิ้นเสียงชายชุดสูทเ่าั้ก็พุ่งเข้าใส่หลัวเซิง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเตรียมการเื่นี้มาแล้ว
“พวกแกก็คู่ควรเหรอ?”
มุมปากของหลัวเซิงยกยิ้มอย่างเยือกเย็น
ไม่มีใครเห็นชัดว่าหลัวเซิงเคลื่อนไหวอย่างไร พวกเขาได้ยินเพียงเสียงทุ้มต่ำในเวลาไม่กี่วินาที ชายฉกรรจ์เ่าั้ก็ร้องโอดโอยลอยละลิ่วไปคนละทิศคนละทาง
ร่างของพวกเขากระแทกพื้นอย่างแรง! ร้องโหยหวนหาพ่อแม่ด้วยความเ็ป!
ใบหน้าของหูเทียนเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เหงื่อเย็นชุ่มโชกไปทั่วหลังของเขา
หลัวเซิงก้าวไปข้างหน้า ยื่นมือไปบีบคอหูเทียนแล้วยกขึ้นมาอย่างง่ายดาย ดวงตาของหลัวเซิงเต็มไปด้วยจิตสังหารราวกับมีดคมที่กริบทิ่มแทงใส่หูเทียน ความรู้สึกหายใจไม่ออกอย่างรุนแรงแผ่กระจายไปทั่วร่างกายของหูเทียน