มนุษย์หมาป่าทองคำ
เสียงร้องของแกะขนทองคำเบาลงทุกขณะเช่นเดียวกับแสงสีทองที่อ่อนจางลงและถูกย้ายไปอยู่ที่ตัวของหมาป่าจนทำให้หมาป่าธรรมดาที่มีขนสีเทาด้านๆกลายเป็นสีทองคำที่เปล่งประกายราวกับแสงสว่างของดวงตะวัน
ภาพนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกบีบคั้นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกยิ่งวินาทีที่แสงสีทองจางหายไปจากแกะขนทองคำจนหมดจนเผยให้เห็นขนสีดำสนิทที่ปราศจากประกายและลมหายใจสุดท้ายที่ถูกพรากเอาไป
หมาป่าก็อ้าปากปล่อยคอที่แหลกละเอียดของแกะที่น่าสงสารลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นโก่งคอส่งเสียงหอนที่เต็มไปด้วยความยินดีและบ้าคลั่งออกมา
เสียงหอนนี้ได้รับการตอบสนองจากหมาป่าทุกตัวที่หลงเหลืออยู่ก่อนที่หมาป่าทั้งหมดจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงแล้วพุ่งเข้าใส่หมาป่าทองคำจนหมดสิ้น
ช่วงเวลานั้นในดินแดนรกร้างก็ไม่หลงเหลือหมาป่าอยู่อีกเลยไม่ว่าจะเป็นหมาป่าที่มีชีวิต หรือหมาป่าที่ตายไปแล้วเว้นเพียงอาหารเม็ดที่แปรสภาพมาจากหมาป่าเท่านั้นที่ยังคงอยู่และไม่ถูกช่วงชิงไปด้วย
เหล่าแมงมุมสาวที่เห็นภาพนี้ก็พากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเพราะถ้าขนาดอาหารเม็ดยังหายไปด้วยแล้วละก็การเลี้ยงสัตว์วิเศษครั้งนี้คงไม่เหลืออะไรอีกแล้วจริงๆ
ทว่าหลังจากผ่อนคลายได้ไม่นานสายตาของหมาป่าทองคำก็กวาดมองมาทางพวกเธอจนทำให้หัวใจของแมงมุมสาวทั้งสามคนถึงกับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ดีแล้ว!! หนีเถอะ!!”
ทั้งสามส่งเสียงร้องออกมาแทบจะพร้อมกันก่อนจะทิ้งอาหารเม็ดในมือแล้ววิ่งออกไปพร้อมกันนั้นก็ยื่นแขนออกไปโอบกอดลูกสาวของบราวนี่เอาไว้ในอ้อมแขนเพื่อหาหลบหนีไปด้วย
ถุงอาหารสัตว์ถูกทิ้งเอาไว้ที่เดิมแบบนั้นกลายเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้หมาป่าทองคำหันไปมอง
มันก้าวเดินเข้าไปใกล้อย่างช้าๆเดินไปทีละก้าวๆ ด้วยน้ำหนักการก้าวเดินที่เปลี่ยนไปในทุกๆ ก้าว
แรกเริ่มมันยังไม่มีอะไรที่แปลกประหลาดแต่ทันทีที่มันผ่านไปได้ 10 ก้าวใหญ่ๆ รอยเท้าของมันก็ฝังลึกลงไปในดินมากยิ่งขึ้นแรงสั่นสะเทือนที่มาจากการก้าวเดินของมันเริ่มปรากฏให้เห็นพร้อมๆกับขนาดตัวที่ใหญ่โตขึ้นทุกขณะ
จากเดิมที่สูงเพียงเมตรครึ่งก็ใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นสองเมตรและขยายใหญ่ต่อไปเรื่อยๆ และมีท่าทีที่แปลกประหลาด
ขาหน้าของมันเริ่มเปลี่ยนแปลงมีเสียงกระดูกดังลั่นติดต่อกันไม่มีหยุด อุ้งเท้าของหมาป่าค่อยๆเปลี่ยนสภาพจนดูคล้ายกับมือของมนุษย์ มือที่มีเล็บแหลมคมและขนสีทองคำปกคลุม พร้อมๆกับโครงสร้างร่างกายที่เปลี่ยนไป
ท่วงท่าการเดินก็เปลี่ยนจากการเดินด้วยเท้าทั้งสี่ก็กลายเป็นการเดินด้วยสองขาหลังร่างกายที่ขนานไปกับพื้นโลกแปรเปลี่ยนเป็นตั้งฉากและกลายสภาพจากหมาป่าทองคำเป็นมนุษย์หมาป่าทองคำในที่สุด
การเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อนนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้นแม้จะมองดูเหมือนยาวนานแต่ที่รู้สึกแบบนั้นก็เพราะความสนใจของทุกคนมุ่งเป้าไปยังมันทั้งหมดจนทำให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ากว่าที่ควรจะเป็น
ในอีกด้านหนึ่งกัสที่ดวงตาแดงก่ำก็สงบลงเขายอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้แล้ว ทว่าเขาไม่ยอมสูญเสียอาหารทั้งหมดไปอย่างเด็ดขาดไม่เช่นนั้นความพยายามของทุกคนก็จะสูญเปล่าโดยแท้จริง
‘อย่าหวังเลย..’
กัสคิดในใจพร้อมกับหยิบเอาขวดกระเบื้องออกมาใบหนึ่งแล้วเปิดฝาออกเพื่อกรอกเครื่องดื่มรสชาติเผ็ดร้อนลงไปในปากพร้อมกับกระตุ้นวิชาของเขาเอง
ลำคอที่บอบช้ำอย่างหนักเพราะส่งเสียงคำรามมากจนเกินไปก็ค่อยๆฟื้นฟูแต่เพราะอาการบาดเจ็บที่หนักเกินไปจึงยากที่มันจะฟื้นฟูได้ในเวลาอันสั้นและฟื้นฟูได้โดยสมบูรณ์
ขีดจำกัดของตัวเขาในที่สุดก็ปรากฏขึ้นมา
“ได้แค่นี้งั้นหรือ..แต่ก็ช่างเถอะขอแค่ส่งเสียงคำรามได้อีกสัก 2 – 3 ครั้งก็พอแล้ว..”
กัสสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ จนหน้าอกขยายตัวขึ้นทีละน้อยช่วงเวลานั้นมนุษย์หมาป่าทองคำที่กำลังจะเข้าไปถึงถุงใส่อาหารเม็ดก็เงยหน้าขึ้นมาในพริบตา
สัญชาตญาณที่แหลมคมยิ่งกว่าเดิมของมันนั้นทำให้มันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แรงกล้าของกัสและหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว
พริบตาที่ดวงตาสองคู่สบมองกันกัสก็ตระหนักได้ในทันทีว่าแผนการลอบโจมตีของเขาผิดพลาดแล้ว
เช่นเดียวกับมนุษย์หมาป่าทองคำที่มองกัสด้วยดวงตาที่วาวโรจน์เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความอำมหิต
พริบตาเดียวกันนั้นซีต้าก็ตระหนักถึงความผิดปกติได้หัวใจของเธอดิ่งลงในทันทีที่สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของกัสและมนุษย์หมาป่าทองคำ
“ไม่ได้นะ!! ทำแบบนั้นไม่ได้!!กัสอย่า!!”
เสียงกรีดร้องของซีต้าดังออกไปทว่ามันก็สายเกินไปที่จะหยุดยั้งการลงมือของกัสได้
ทันทีที่การบีบอัดลมหายใจเสร็จสมบูรณ์กัสก็อ้าปากส่งเสียงคำรามที่ดังกึกก้องออกไปด้านหน้าเสียงคำรามที่พุ่งออกไปเป็นเส้นสายจนมองเห็นเป็นลำแสงไร้สีที่พุ่งตรงเข้าใส่มนุษย์หมาป่าทองคำ
เสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นมนุษย์หมาป่าทองคำก็อ้าปากเช่นกันและส่งเสียงคำรามที่ดังก้องไม่แพ้กันออกมาจนเกิดเป็นคลื่นทำลายล้างที่ระเบิดออกเป็นวงกว้างก่อนจะเข้าปะทะกับเสียงคำรามของกัส
เศษเสี้ยวของวินาทีในช่วงเวลาที่สั้นยิ่งกว่าการกะพริบตาเสียงคำรามของกัสและมนุษย์หมาป่าทองคำก็ปะทะกันก่อนที่กัสจะเป็นฝ่ายได้ชัยที่เจาะทะลวงคลื่นเสียงของมนุษย์หมาป่าทองคำเข้าไปจนถึงตัวของมันได้อย่างง่ายดาย
แต่ในขณะเดียวกันนั้นคลื่นเสียงส่วนที่เหลือของมนุษย์หมาป่าทองคำก็พุ่งเข้าใส่กัสไม่หยุดราวกับการเจาะทะลวงของกัสไม่ส่งผลใดๆ ต่อคลื่นเสียงของมัน
พริบตาสั้นๆสัญชาตญาณของกัสก็ตื่นตัวขึ้นถึงขีดสุดตามมาด้วยหัวสิงโตสีดำที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าและกลืนกินตัวเขาเข้าไปจนหมดก่อนจะถูกคลื่นเสียงที่ระเบิดออกเป็นวงกว้างกวาดไปพร้อมกันจนหายลับไปกับตา
พร้อมกันนั้นมนุษย์หมาป่าทองคำก็ปะทะเข้ากับเสียงคำรามที่แหลมคมราวกับหอกของกัสซึ่งเจาะทะลวงเข้าใส่ลำตัวของมันจนทะลวงผ่านออกไปด้านหลังและระเบิดเอากำแพงจนพังถล่มลงไปส่วนหนึ่งซึ่งถ้าเทียบกับเสียงคำรามของมนุษย์หมาป่าแล้วความเสียหายในส่วนนี้ด้อยกว่ามาก
ทว่าส่วนที่ถูกทะลวงใส่นั้นได้แหลกละเอียดเป็นฝุ่นทรายแตกต่างจากส่วนที่ถูกทำลายเพราะเสียงคำรามของมนุษย์หมาป่าทองคำที่ระเบิดออกเป็นชิ้นๆที่มีขนาดใหญ่เล็กแตกต่างกัน
การปะทะเกิดขึ้นในพริบตาและจบลงในพริบตาเช่นเดียวกันกว่าที่ทุกคนจะได้เห็นผลลัพธ์จากการโจมตีสวนกันของกัสกับมนุษย์หมาป่าทองคำกำแพงชั้นในก็ถูกยิงจนถล่มลงไปสองด้านแล้ว
เมื่อได้เห็นภาพของกัสที่หายวับไปกับตาทุกคนก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว หัวใจของเหล่าเด็กสาวบีบรัดจนแทบจะขาดรอน
แต่เมื่อฝุ่นควันจางหายไปในพริบตาความรู้สึกเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายก็หายไปเพราะพวกเธอมองเห็นหัวสิงโตสีดำที่กลมดิ๊กซ่อนอยู่ท่ามกลางฝุ่นควัน
ใบหน้าของกัสซีดขาวไปหมดแต่ก็ยังมองเห็นได้ว่าเขานั้นไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากเป็นพิเศษ
ต่างกับมนุษย์หมาป่าที่ดวงตากลายเป็นสีเลือดก่อนจะกระอักเลือกออกมาคำโตเพราะอวัยวะภายในของมันถูกคลื่นเสียงของกัสทำร้ายจนบอบช้ำไปแล้ว
ความเดือดดาลคั่งแค้นของมันพวยพุ่งขึ้นถึงชั้นฟ้าและพริบตาต่อจากนั้นมันก็พุ่งตัวเข้าใส่กัสด้วยความเร็วที่น่าตระหนก
พริบตาเดียวเท่านั้นกรงเล็บสีทองก็ตะปบฟาดเข้าใส่หวดทั้งกัสและหัวสิงโตสีดำบินออกไปพร้อมกันจนทะลวงกำแพงชั้นนอกและม่านหมอกแหวกออกแล้วตกลงปะทะกับพื้นดินจนระเบิดออกเป็นทางยาวก่อนจะปะทะเข้ากับจุดสิ้นสุดของดินแดน
ภาพนี้ทำให้หัวใจทุกดวงสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้งซีต้าถึงกับกรีดร้องและส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความเดือดดาลจนไม่เหลือคราบของปรมาจารย์ผู้รักษาอีกต่อไป
“โรส! ดูแลทุกคน บราวนี่! เจ้าไปกับข้า!!”
สิ้นคำสั่งจากซีต้าที่มีความอาวุโสสูงที่สุดในที่แห่งนั้นบราวนี่ก็ตอบรับพร้อมกับกุมอีเตอร์ระดับ 3 ของเธอมั่นแล้ววิ่งตรงเข้าใส่จุดที่กัสปลิวหายไปตามซีต้าไปติดๆ
ในขณะที่บราวนี่ตระหนักถึงความสำคัญของคำสั่งโรสกลับมีท่าทีลังเลขึ้นมา เธอไม่พอใจในคำสั่งนี้แต่หลังจากที่มองดูภาพของกัสที่หายไปจากสายตาและการเคลื่อนไหวของมนุษย์หมาป่าทองคำเธอก็ต้องยอมรับว่าเธอนั้นไม่มีความแข็งแกร่งมากขนาดนั้น
เหล่าเด็กสาวที่แตกตื่นและทำท่าเหมือนจะวิ่งเข้าไปช่วยกัสนั้นถูกผีเสื้อสาวและข้ารับใช้ของคริสตัลขวางเอาไว้อยู่ทำให้ไม่มีใครออกไปได้
เสียงตะโกนที่ดังมาไม่ขาดสายเสียงตวาดที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดังระงม มันมีทั้งคำพูดที่รุนแรงมีทั้งเสียงร้องไห้ที่น่าเศร้าไปจนถึงดวงตาที่จ้องมองไปยังคริสตัลด้วยความเกลียดชัง
ถึงจะไม่มีใครพูดออกมาทว่าคริสตัลที่ถูกสายตาของเหล่าเด็กสาวจ้องมองก็ถึงกับหนาวสั่นไปทั้งตัวใบหน้าที่ซีดขาวอยู่แล้วของเธอนั้นซีดลงไปอีก
ทั้งที่ฝึกฝนกายาน้ำแข็งจนสำเร็จและไม่น่าจะรู้สึกถึงความหนาวเหน็บได้อีกทว่าตอนนี้ทั้งที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงตะวันเธอกลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงหัวใจ
ท่ามกลางสายตาจำนวนมากข้ารับใช้นางหนึ่งก็ตรงเข้ามาบังหน้าของคริสตัลเอาไว้ด้วยใบหน้าที่ซีดขาว
“ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ!! คุณหนูไม่ได้ตั้งใจที่จะทำแบบนั้น..คุณหนูของข้ากำลังป่วยเจ้าค่ะ!!และอาการป่วยก็กำเริบขึ้นมาโดยที่พวกเราไม่รู้ตัว..ทั้งหมดเป็นความผิดของพวกเราเองเจ้าค่ะ!!”
สีหน้าของเหล่าเด็กสาวเปลี่ยนไปในทันทีความสับสนเข้ามาแทนที่เพราะคำพูดนี้ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลและสีหน้าของสาวใช้ก็ดูจริงจังมากจนไม่มีใครกล้าเชื่อว่าเธอจะโกหก
แต่ถึงจะไม่อยากเชื่อทว่าสายตาที่เหล่าเด็กสาวมองไปยังคริสตัลก็ไม่หลงเหลือความเป็นมิตรอยู่อีกแล้วพวกเธอพากันเมินคริสตัลไปกันหมดและมองไปยังทิศทางที่พี่ชายของพวกเธอปลิวหายไปด้วยความหวาดกลัว
“ม..ไม่ต้องห่วง ถ้าเป็นท่านกัสโทนีย่าละก็ต้องไม่เป็นอะไรแน่..ดันเจี้ยนแห่งนี้มีอัตราการตายที่น้อยมากเป้าหมายของหมาป่าตัวนั้นไม่ใช่การฆ่า..แต่เป็นอาหารเวทมนตร์พวกนั้น”
แม้จะรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัว ทว่าคริสตัลก็ยังพยายามบอกให้ทุกคนใจเย็น เธอไม่คิดโทษใครนอกจากตัวของเธอเองเพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นหากเธอไม่ทำอะไรผิดพลาด
ทั้งหมดนี้นับเป็นความผิดของเธอเองการถูกมองด้วยสายตาที่เย็นชาเช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
ในขณะที่คิดคริสตัลก็มองออกไปยังทิศทางที่กัสถูกส่งตัวไปจากนั้นก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปด้านบนของกำแพงเพื่อมองดูการต่อสู้ที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับการรวบรวมพลังเวทของเธอมาบีบอัดจนกลายเป็นหอกน้ำแข็งเล่มหนึ่ง
ภาพนี้ทำให้สีหน้าของเหล่าเด็กสาวเปลี่ยนไปอีกครั้งพวกเธอสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขความผิดพลาดของคริสตัลจนเริ่มเชื่อขึ้นมาแล้วว่าก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
ยังไงเสียเด็กสาวก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวพวกเธอยังเด็กเกินกว่าที่จะคิดแค้นใครได้จริงๆถึงจะโกรธและไม่พอใจแต่พวกเธอก็ไม่ได้มีความคิดที่หนักแน่นหรือมีอคติที่มากมายอะไร
เมื่อเห็นท่าทีที่ดูตั้งใจของคริสตัลเหล่าเด็กสาวก็เริ่มให้อภัยเธอทีละคนสองคนจนเหลือเพียงความคาดหวังว่าคริสตัลจะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยพี่ชายของเธอ
อีกด้านหนึ่งกัสก็กำลังกระอักเลือดออกมาเขารู้สึกเหมือนถูกเขย่าอย่างรุนแรงจนอวัยวะภายในมันเคลื่อนไปหมดเพราะแรงกระแทกที่รุนแรง
“บัดซบ!! แรงไปแล้ว! ไหนว่าดันเจี้ยนนี้ไม่มีอันตรายไง..เมื่อกี้ถ้าป้องกันไม่ทันข้าตายไปแล้วนะเนี่ย”
กัสหอบหายใจหนักๆ พลางสบถออกมาหลายคำจากนั้นก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นสายฟ้าสีทองพุ่งตรงเข้ามาใกล้
โดยไม่จำเป็นต้องคิดกัสถีบตัวหลบออกไปด้านข้างในทันทีจนหลบการโจมตีที่หนักหน่วงรุนแรงของมนุษย์หมาป่าทองคำไปได้อย่างฉิวเฉียด
แต่ถึงจะหลบได้ทว่าหัวสิงโตสีดำที่ป้องกันตัวเขาอยู่ก็ยังถูกแรงกระแทกอัดใส่ที่ด้านข้างทำให้กัสบินคว้างออกไปราวกับลูกบอลที่ถูกเตะใส่บินเฉียงออกไปด้านข้างจนกระแทกเข้าใส่จุดสิ้นสุดของดินแดนและเด้งกลับเข้าไปราวกับลูกบอล
ทางด้านของมนุษย์หมาป่าทองคำก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความต้องการฆ่ามันจับจ้องกัสที่บินออกไปด้วยดวงตาสีแดงเลือกก่อนจะพุ่งตามไปติดๆทำให้ซีต้าและบราวนี่ที่ไล่ตามมาต้องวิ่งตามต่อไปอย่างที่ไม่อาจช่วยอะไรได้
ทั้งสองคนอาจจะวิ่งได้เร็วแต่ก็ไม่อาจเร็วได้เท่ามนุษย์หมาป่าทองคำและกัสที่โดนเตะและถีบจนกระเด็นไปราวกับลูกบอลลูกหนึ่ง
หัวสมองของกัสหมุนคว้างจนรู้สึกอยากอ้วกขึ้นมาบ้างแล้วเขาถูกอัดกระแทกเข้าใส่เส้นเขตแดนและถูกส่งกระเด้งกลับไปกลับมาจนสับสนไปหมด
ท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจสลายการป้องกันทิ้งไปเพื่อหยุดการกระเด้งที่ไม่จบสิ้นนี้และปะทะเข้ากับพื้นดินจนเกิดการระเบิดขึ้นครั้งหนึ่งจนทำให้ฝุ่นฟุ้งตลบไปรอบบริเวณ
เมื่อม่านฝุ่นเข้าปกคลุมมนุษย์หมาป่าทองคำก็หยุดลงในที่สุดสัญชาตญาณของนักล่าทำให้มันตระหนักถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่และเริ่มระมัดระวังตัวขึ้นมาเพราะม่านฝุ่นที่เกิดขึ้น
ความหวาดกลัวของมันไม่ใช่ไม่มีเหตุผลเพราะไม่ว่ายังไงมันก็เป็นเพียงสัตว์ป่าที่เพิ่งจะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นราชาอสูรเพราะการฆ่าสัตว์วิเศษได้
ตามปกติสัตว์พวกนี้จะหายไปหลังจากกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดจึงไม่มีการสืบทอดความรู้หรือความเข้าใจใดๆทำให้มันเป็นเหมือนกับสัตว์ป่าที่เพิ่งจะเกิด
ต่อให้มีความฉลาดที่มากแต่เมื่อขาดประสบการณ์มันย่อมไม่มีความเข้าใจต่อม่านฝุ่นกับม่านหมอกพิษของกัสว่ามีอะไรแตกต่างกัน
ด้วยเหตุนี้มันเลยหยุดรอเพื่อดูท่าทีเหมือนกับตอนแรกที่ต้องการบุกเข้าไปในหมอก
โอกาสที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้กัสพอจะมีเวลาตั้งตัวได้บ้างจึงนับว่าเป็นโชคดีของเขาที่คลายการป้องกันออกเพื่อหยุดตัวเองเอาไว้
ในขณะที่กำลังฟื้นฟูตัวเองอยู่ในม่านดินนั้นซีต้ากับบราวนี่ก็ตามมาทัน สองสาวส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความเดือดดาลและเริ่มลงมือกับมนุษย์หมาป่าทองคำในทันทีเพื่อช่วงชิงเวลาให้กัสฟื้นตัวได้
คนที่ลงมือก่อนคือบราวนี่อีเตอร์ในมือของเธอขยายใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวจนมีขนาดใหญ่เกือบ 3 เมตรต่อจากนั้นบราวนี่ก็ส่งพลังเวทเข้าไปกระตุ้นพลังของอีเตอร์จนเกิดเป็นเงามายาแปดเงาโอบล้อมอีเตอร์ของจริงเอาไว้พร้อมกับฟาดออกไปราวกับดาวตก
เสียงปะทะดังสะท้านไปทั่วดินแดนกรงเล็บของมนุษย์หมาป่าทองคำที่ตวัดสวนกลับมาปะทะเข้ากับคมอีเตอร์ทั้งเก้าพร้อมๆกันจนเกิดแรงระเบิดขึ้นวูบหนึ่ง
พริบตาเดียวม่านควันที่ปกคลุมกัสเอาไว้ก็บินหายไปหมดจนเผยให้เห็นกัสที่ยืนหน้าซีดอยู่ในกลุ่มควันและจับจ้องไปทางมนุษย์หมาป่าทองคำด้วยดวงตาที่วาวโรจน์
“กัส!! รีบหนี!! เจ้าสู้มันไม่ได้!!”
ซีต้าส่งเสียงร้องเตือนเข้าไปอีกครั้งพร้อมกับฝ่ามือที่เรืองแสงสีขาวราวกับหยก ตามมาด้วยพลังวิญญาณที่เย็นเยือกที่ระเบิดออกมาจากฝ่ามือและกลายสภาพเป็นเงาฝ่ามือขนาดใหญ่ปะทะเข้ากับมนุษย์หมาป่าทองคำจนมันซวนเซไปหลายก้าวใหญ่
“เร็วเข้า!!! รีบหนี!! เจ้าสู้มันไม่ได้!!”
หัวคิ้วของกัสขมวดเข้าหากันอีกครั้งเขาไม่เข้าใจว่าทำไมซีต้าถึงพยายามบอกให้เขาหนี แม้ส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณจะบอกให้เขารู้ว่าคำพูดของเธอมีเหตุผล
ทว่ากัสก็รั้นเกินกว่าจะยอมถอยในตอนนี้โดยเฉพาะหลังจากถูกเล่นงานหนักจนแทบอ้วกออกมาเป็นเลือดแบบนี้
เนื่องจากกัสไม่อาจส่งเสียงตอบกลับไปได้ทำให้ซีต้ายิ่งร้อนรนเธอนั้นอยากจะอธิบาย ทว่าสิ่งที่ต้องอธิบายมันมากเกินไปจนเธอไม่มีเวลาอธิบาย
เรื่องนี้ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่กัสควรจะทราบซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็อาจจะทราบแต่เพราะกำลังโกรธและเดือดดาลจึงลืมไปชั่วขณะ
ศัตรูพืชหรือศัตรูตามธรรมชาติไม่ว่าจะแบบไหนหากพวกมันได้กินผักผลไม้วิเศษหรือสัตว์วิเศษลงไป พวกมันจะกลายสภาพเป็นราชาอสูรที่ไม่มีใครต่อกรได้
เรื่องนี้ความจริงกัสก็ทราบทว่าเขาไม่ทราบอยู่เรื่องหนึ่งนั่นคือราชาอสูรที่ปรากฏตัวขึ้นนั้นจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าความแข็งแกร่งของคนทั้งหมดในดินแดนรวมกันหนึ่งเท่าเสมอ
พูดง่ายๆยิ่งมีคนมากเท่าไหร่ แข็งแกร่งเท่าไหร่ราชาอสูรที่ปรากฏตัวขึ้นจากความล้มเหลวของการปลูกผักผลไม้วิเศษหรือการเลี้ยงสัตว์วิเศษก็จะแข็งแกร่งกว่าความแข็งแกร่งของทุกคนรวมกันหนึ่งเท่าเสมอ
ด้วยเหตุนี้ไม่ว่ากัสจะแข็งแกร่งยังไงเขาก็ไม่มีทางสู้ได้เพราะความแข็งแกร่งของมนุษย์หมาป่านั้นจะมากกว่าตัวเขาเสมอ
ยิ่งเวลานี้มีคนที่แข็งแกร่งมากกว่าเขาอยู่ถึงสองคนนั่นคือบราวนี่กับซีต้า เพียงแค่สองคนนี้กัสก็สู้ไม่ได้แล้วนับประสาอะไรกับราชาอสูรที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าทุกคนอีกเท่าตัว
ทว่ากัสไม่รู้เรื่องนี้เขาเพียงรู้ว่าราชาอสูรตัวนี้มีความแข็งแกร่งมากเท่านั้นแต่เขาก็ไม่คิดว่าตัวเขาจะฆ่ามันไม่ได้
ชั่วขณะที่ราชาอสูรถูกฝ่ามือของซีต้าอัดเข้าใส่ดวงตาของมันก็มีร่องรอยของความสับสนเกิดขึ้นมาชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยว ความดุร้ายความบ้าคลั่งสลายหายไปเกินกว่าครึ่งและไม่มีท่าทีที่จะลงมือกับกัสอย่างบ้าคลั่งเหลืออยู่อีก
เมื่อเห็นผลลัพธ์นี้ซีต้าก็เบาใจพลางคิดในใจว่าโชคดีที่เจ้าตัวนี้เป็นสัตว์อสูรที่มีความสามารถทางด้านวิญญาณที่ต่ำด้วยเหตุนี้ฝ่ามือดวงใจหยกของเธอจึงสามารถชำระล้างความโกรธแค้นของมันได้
ในขณะที่ซีต้าเบาใจลงนั้นอีกด้านหนึ่งคริสตัลที่เฝ้ารอจังหวะมานานก็เร่งเร้าพลังขึ้นจนถึงขีดสุดในทันที
หอกน้ำแข็งที่ลอยอยู่ด้านข้างของเธอเรืองแสงสีฟ้าอ่อนออกมาและขยายใหญ่ขึ้นในพริบตาก่อนจะพุ่งออกไปราวกับสายฟ้าพุ่งตรงเข้าใส่มนุษย์หมาป่าทองคำด้วยความเร็วประดุจแสง
วินาทีนั้นท่าทีเหม่อลอยของมนุษย์หมาป่าทองคำก็สลายหายไปและแทนที่ด้วยความดุร้ายบ้าคลั่งเพราะการกรีดร้องของสัญชาตญาณที่บ่งบอกถึงอันตราย
ซีต้าส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจก่อนจะสัมผัสได้ถึงกระแสความเย็นที่พวยพุ่งผ่านข้างกายของเธอไป
พริบตาต่อจากนั้นหอกน้ำแข็งก็ปะทะเข้ากับมนุษย์หมาป่าทองคำและเบี่ยงออกไปจนปักลงไปในดิน
ภาพนั้นทำให้คริสตัลเบิกตากว้างเมื่อเธอเห็นว่าหอกน้ำแข็งของเธอนั้นปะทะเข้ากับสีข้างของมนุษย์หมาป่าทองคำแล้วชัดๆทว่ามันกับแทงไม่เข้าและเบี่ยงออกไปเสียอย่างนั้น
“โกหกน่า..ไม่เป็นอะไรเลยหรอ..”
ใบหน้าของคริสตัลซีดขาวยิ่งกว่าปกติหลายเท่าดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตระหนกซีต้าเองก็หน้าซีดและตระหนักถึงความน่ากลัวของมนุษย์หมาป่ามากยิ่งกว่าเดิม
ทว่าชั่วขณะนั้นหอกน้ำแข็งก็ระเบิดไอเย็นออกมาจนทำให้พื้นที่โดยรอบของมนุษย์หมาป่าทองคำเกิดแท่งน้ำแข็งจำนวนมากพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน
แต่มันก็ไร้ประโยชน์เพราะไม่มีคมน้ำแข็งอันไหนสามารถทะลวงผ่านผิวหนังและเส้นขนสีทองคำของมันไปได้
แม้จะล้มเหลวในการสร้างความเสียหายทว่าพริบตาที่มันเกิดขึ้นดวงตาของกัสก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
‘เจ้านี่..แพ้การโจมตีทางวิญญาณสินะ’
กัสอาจจะเด็กและมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่รู้หรือหลงลืมไปทว่าสิ่งหนึ่งที่เขามีมากกว่าใครคือ ประสบการณ์ต่อสู้บนสนามรบ
ประสบการณ์นี้มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดมันได้มอบสัญชาตญาณในการต่อสู้ให้กับเขาและทำให้กัสมองเห็นความต่างระหว่างผลกระทบของการโจมตีทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นได้
ครั้งแรกสุดเสียคำรามของเขาทำร้ายมันได้เพราะนั่นเป็นการโจมตีแบบเจาะทะลวงการฟาดของบราวนี่ไม่อาจทำร้ายมันได้ ฝ่ามือของซีต้าทำให้มันเหม่อลอยส่วนเวทมนตร์ของคริสตัลกลับไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย
เช่นนี้แสดงว่าผลลัพธ์จากการโจมตีในแต่ละรูปแบบจะให้ผลที่ต่างกันทว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือการโจมตีทางวิญญาณ
‘จบกันเสียที!!’
กัสเค้นเสียงออกมาเบาๆแล้วตบมือลงกับพื้นพร้อมปลดปล่อยพลังวิญญาณของเขาออกมาจนเกิดเป็นคลื่นพลังสีดำแผ่กว้างออกไป
พริบตาต่อจากนั้นบริเวณจุดที่มนุษย์หมาป่าทองคำยืนอยู่ก็มีปากขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาจากพื้นดินรอบตัวของมันและกัดเข้าใส่มนุษย์หมาป่าที่ถูกน้ำแข็งตรึงอยู่กับที่
ดวงตาของมนุษย์หมาป่าทองคำเบิกกว้างขึ้นถึงขีดสุดสัญชาตญาณของมันกรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัว
ทว่าพริบตาเดียวเท่านั้นพริบตาที่มันต้องใช้ในการทำลายน้ำแข็งปากขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นมาจากพื้นดินก็ปิดลงเสียก่อนและตามมาด้วยเสียงบดขยี้ที่ดังกึกก้องรวมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่สั่นสะท้านไปถึงดวงวิญญาณ
ใบหน้าของกัสซีดขาวลงไปอีกเล็กน้อยหัวคิ้วขมวดเข้าหากันเมื่อสัมผัสได้ถึงการต่อต้านและการดิ้นรนของมนุษย์หมาป่าทองคำจากนั้นเขาก็ส่งพลังวิญญาณลงไปเพิ่มอีก
พริบตานั้นดวงตาของหัวสิงโตขนาดใหญ่ก็เรืองแสงสีแดงออกมาวูบหนึ่งสีดำของมันเข้มขึ้นและปลดปล่อยกลิ่นอายของความตายออกมาอย่างรุนแรงจนทำให้การดิ้นรนของมนุษย์หมาป่าสิ้นสุดลงในที่สุด