Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 119 มนุษย์หมาป่าทองคำ

    มนุษย์หมาป่าทองคำ

     

                เสียงร้องของแกะขนทองคำเบาลงทุกขณะเช่นเดียวกับแสงสีทองที่อ่อนจางลงและถูกย้ายไปอยู่ที่ตัวของหมาป่าจนทำให้หมาป่าธรรมดาที่มีขนสีเทาด้านๆกลายเป็นสีทองคำที่เปล่งประกายราวกับแสงสว่างของดวงตะวัน

                ภาพนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกบีบคั้นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกยิ่งวินาทีที่แสงสีทองจางหายไปจากแกะขนทองคำจนหมดจนเผยให้เห็นขนสีดำสนิทที่ปราศจากประกายและลมหายใจสุดท้ายที่ถูกพรากเอาไป

                หมาป่าก็อ้าปากปล่อยคอที่แหลกละเอียดของแกะที่น่าสงสารลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นโก่งคอส่งเสียงหอนที่เต็มไปด้วยความยินดีและบ้าคลั่งออกมา

                เสียงหอนนี้ได้รับการตอบสนองจากหมาป่าทุกตัวที่หลงเหลืออยู่ก่อนที่หมาป่าทั้งหมดจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงแล้วพุ่งเข้าใส่หมาป่าทองคำจนหมดสิ้น

                ช่วงเวลานั้นในดินแดนรกร้างก็ไม่หลงเหลือหมาป่าอยู่อีกเลยไม่ว่าจะเป็นหมาป่าที่มีชีวิต หรือหมาป่าที่ตายไปแล้วเว้นเพียงอาหารเม็ดที่แปรสภาพมาจากหมาป่าเท่านั้นที่ยังคงอยู่และไม่ถูกช่วงชิงไปด้วย

                เหล่าแมงมุมสาวที่เห็นภาพนี้ก็พากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเพราะถ้าขนาดอาหารเม็ดยังหายไปด้วยแล้วละก็การเลี้ยงสัตว์วิเศษครั้งนี้คงไม่เหลืออะไรอีกแล้วจริงๆ

                ทว่าหลังจากผ่อนคลายได้ไม่นานสายตาของหมาป่าทองคำก็กวาดมองมาทางพวกเธอจนทำให้หัวใจของแมงมุมสาวทั้งสามคนถึงกับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

                “ไม่ดีแล้ว!! หนีเถอะ!!”

                ทั้งสามส่งเสียงร้องออกมาแทบจะพร้อมกันก่อนจะทิ้งอาหารเม็ดในมือแล้ววิ่งออกไปพร้อมกันนั้นก็ยื่นแขนออกไปโอบกอดลูกสาวของบราวนี่เอาไว้ในอ้อมแขนเพื่อหาหลบหนีไปด้วย

                ถุงอาหารสัตว์ถูกทิ้งเอาไว้ที่เดิมแบบนั้นกลายเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้หมาป่าทองคำหันไปมอง

                มันก้าวเดินเข้าไปใกล้อย่างช้าๆเดินไปทีละก้าวๆ ด้วยน้ำหนักการก้าวเดินที่เปลี่ยนไปในทุกๆ ก้าว

                แรกเริ่มมันยังไม่มีอะไรที่แปลกประหลาดแต่ทันทีที่มันผ่านไปได้ 10 ก้าวใหญ่ๆ รอยเท้าของมันก็ฝังลึกลงไปในดินมากยิ่งขึ้นแรงสั่นสะเทือนที่มาจากการก้าวเดินของมันเริ่มปรากฏให้เห็นพร้อมๆกับขนาดตัวที่ใหญ่โตขึ้นทุกขณะ

                จากเดิมที่สูงเพียงเมตรครึ่งก็ใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นสองเมตรและขยายใหญ่ต่อไปเรื่อยๆ และมีท่าทีที่แปลกประหลาด

                ขาหน้าของมันเริ่มเปลี่ยนแปลงมีเสียงกระดูกดังลั่นติดต่อกันไม่มีหยุด อุ้งเท้าของหมาป่าค่อยๆเปลี่ยนสภาพจนดูคล้ายกับมือของมนุษย์ มือที่มีเล็บแหลมคมและขนสีทองคำปกคลุม พร้อมๆกับโครงสร้างร่างกายที่เปลี่ยนไป

                ท่วงท่าการเดินก็เปลี่ยนจากการเดินด้วยเท้าทั้งสี่ก็กลายเป็นการเดินด้วยสองขาหลังร่างกายที่ขนานไปกับพื้นโลกแปรเปลี่ยนเป็นตั้งฉากและกลายสภาพจากหมาป่าทองคำเป็นมนุษย์หมาป่าทองคำในที่สุด

                การเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อนนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้นแม้จะมองดูเหมือนยาวนานแต่ที่รู้สึกแบบนั้นก็เพราะความสนใจของทุกคนมุ่งเป้าไปยังมันทั้งหมดจนทำให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ากว่าที่ควรจะเป็น

                ในอีกด้านหนึ่งกัสที่ดวงตาแดงก่ำก็สงบลงเขายอมรับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้แล้ว ทว่าเขาไม่ยอมสูญเสียอาหารทั้งหมดไปอย่างเด็ดขาดไม่เช่นนั้นความพยายามของทุกคนก็จะสูญเปล่าโดยแท้จริง

                ‘อย่าหวังเลย..’

                กัสคิดในใจพร้อมกับหยิบเอาขวดกระเบื้องออกมาใบหนึ่งแล้วเปิดฝาออกเพื่อกรอกเครื่องดื่มรสชาติเผ็ดร้อนลงไปในปากพร้อมกับกระตุ้นวิชาของเขาเอง

                ลำคอที่บอบช้ำอย่างหนักเพราะส่งเสียงคำรามมากจนเกินไปก็ค่อยๆฟื้นฟูแต่เพราะอาการบาดเจ็บที่หนักเกินไปจึงยากที่มันจะฟื้นฟูได้ในเวลาอันสั้นและฟื้นฟูได้โดยสมบูรณ์

                ขีดจำกัดของตัวเขาในที่สุดก็ปรากฏขึ้นมา

                “ได้แค่นี้งั้นหรือ..แต่ก็ช่างเถอะขอแค่ส่งเสียงคำรามได้อีกสัก 2 – 3 ครั้งก็พอแล้ว..”

                กัสสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ จนหน้าอกขยายตัวขึ้นทีละน้อยช่วงเวลานั้นมนุษย์หมาป่าทองคำที่กำลังจะเข้าไปถึงถุงใส่อาหารเม็ดก็เงยหน้าขึ้นมาในพริบตา

                สัญชาตญาณที่แหลมคมยิ่งกว่าเดิมของมันนั้นทำให้มันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แรงกล้าของกัสและหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว      

                พริบตาที่ดวงตาสองคู่สบมองกันกัสก็ตระหนักได้ในทันทีว่าแผนการลอบโจมตีของเขาผิดพลาดแล้ว

                เช่นเดียวกับมนุษย์หมาป่าทองคำที่มองกัสด้วยดวงตาที่วาวโรจน์เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความอำมหิต

                พริบตาเดียวกันนั้นซีต้าก็ตระหนักถึงความผิดปกติได้หัวใจของเธอดิ่งลงในทันทีที่สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของกัสและมนุษย์หมาป่าทองคำ

                “ไม่ได้นะ!! ทำแบบนั้นไม่ได้!!กัสอย่า!!”

                เสียงกรีดร้องของซีต้าดังออกไปทว่ามันก็สายเกินไปที่จะหยุดยั้งการลงมือของกัสได้

                ทันทีที่การบีบอัดลมหายใจเสร็จสมบูรณ์กัสก็อ้าปากส่งเสียงคำรามที่ดังกึกก้องออกไปด้านหน้าเสียงคำรามที่พุ่งออกไปเป็นเส้นสายจนมองเห็นเป็นลำแสงไร้สีที่พุ่งตรงเข้าใส่มนุษย์หมาป่าทองคำ

                เสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นมนุษย์หมาป่าทองคำก็อ้าปากเช่นกันและส่งเสียงคำรามที่ดังก้องไม่แพ้กันออกมาจนเกิดเป็นคลื่นทำลายล้างที่ระเบิดออกเป็นวงกว้างก่อนจะเข้าปะทะกับเสียงคำรามของกัส

                เศษเสี้ยวของวินาทีในช่วงเวลาที่สั้นยิ่งกว่าการกะพริบตาเสียงคำรามของกัสและมนุษย์หมาป่าทองคำก็ปะทะกันก่อนที่กัสจะเป็นฝ่ายได้ชัยที่เจาะทะลวงคลื่นเสียงของมนุษย์หมาป่าทองคำเข้าไปจนถึงตัวของมันได้อย่างง่ายดาย

                แต่ในขณะเดียวกันนั้นคลื่นเสียงส่วนที่เหลือของมนุษย์หมาป่าทองคำก็พุ่งเข้าใส่กัสไม่หยุดราวกับการเจาะทะลวงของกัสไม่ส่งผลใดๆ ต่อคลื่นเสียงของมัน

                พริบตาสั้นๆสัญชาตญาณของกัสก็ตื่นตัวขึ้นถึงขีดสุดตามมาด้วยหัวสิงโตสีดำที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าและกลืนกินตัวเขาเข้าไปจนหมดก่อนจะถูกคลื่นเสียงที่ระเบิดออกเป็นวงกว้างกวาดไปพร้อมกันจนหายลับไปกับตา

                พร้อมกันนั้นมนุษย์หมาป่าทองคำก็ปะทะเข้ากับเสียงคำรามที่แหลมคมราวกับหอกของกัสซึ่งเจาะทะลวงเข้าใส่ลำตัวของมันจนทะลวงผ่านออกไปด้านหลังและระเบิดเอากำแพงจนพังถล่มลงไปส่วนหนึ่งซึ่งถ้าเทียบกับเสียงคำรามของมนุษย์หมาป่าแล้วความเสียหายในส่วนนี้ด้อยกว่ามาก

                ทว่าส่วนที่ถูกทะลวงใส่นั้นได้แหลกละเอียดเป็นฝุ่นทรายแตกต่างจากส่วนที่ถูกทำลายเพราะเสียงคำรามของมนุษย์หมาป่าทองคำที่ระเบิดออกเป็นชิ้นๆที่มีขนาดใหญ่เล็กแตกต่างกัน

                การปะทะเกิดขึ้นในพริบตาและจบลงในพริบตาเช่นเดียวกันกว่าที่ทุกคนจะได้เห็นผลลัพธ์จากการโจมตีสวนกันของกัสกับมนุษย์หมาป่าทองคำกำแพงชั้นในก็ถูกยิงจนถล่มลงไปสองด้านแล้ว

                เมื่อได้เห็นภาพของกัสที่หายวับไปกับตาทุกคนก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว หัวใจของเหล่าเด็กสาวบีบรัดจนแทบจะขาดรอน

                แต่เมื่อฝุ่นควันจางหายไปในพริบตาความรู้สึกเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายก็หายไปเพราะพวกเธอมองเห็นหัวสิงโตสีดำที่กลมดิ๊กซ่อนอยู่ท่ามกลางฝุ่นควัน

                ใบหน้าของกัสซีดขาวไปหมดแต่ก็ยังมองเห็นได้ว่าเขานั้นไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากเป็นพิเศษ

                ต่างกับมนุษย์หมาป่าที่ดวงตากลายเป็นสีเลือดก่อนจะกระอักเลือกออกมาคำโตเพราะอวัยวะภายในของมันถูกคลื่นเสียงของกัสทำร้ายจนบอบช้ำไปแล้ว

                ความเดือดดาลคั่งแค้นของมันพวยพุ่งขึ้นถึงชั้นฟ้าและพริบตาต่อจากนั้นมันก็พุ่งตัวเข้าใส่กัสด้วยความเร็วที่น่าตระหนก

                พริบตาเดียวเท่านั้นกรงเล็บสีทองก็ตะปบฟาดเข้าใส่หวดทั้งกัสและหัวสิงโตสีดำบินออกไปพร้อมกันจนทะลวงกำแพงชั้นนอกและม่านหมอกแหวกออกแล้วตกลงปะทะกับพื้นดินจนระเบิดออกเป็นทางยาวก่อนจะปะทะเข้ากับจุดสิ้นสุดของดินแดน

                ภาพนี้ทำให้หัวใจทุกดวงสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้งซีต้าถึงกับกรีดร้องและส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความเดือดดาลจนไม่เหลือคราบของปรมาจารย์ผู้รักษาอีกต่อไป

                “โรส! ดูแลทุกคน บราวนี่! เจ้าไปกับข้า!!”

                สิ้นคำสั่งจากซีต้าที่มีความอาวุโสสูงที่สุดในที่แห่งนั้นบราวนี่ก็ตอบรับพร้อมกับกุมอีเตอร์ระดับ 3 ของเธอมั่นแล้ววิ่งตรงเข้าใส่จุดที่กัสปลิวหายไปตามซีต้าไปติดๆ

                ในขณะที่บราวนี่ตระหนักถึงความสำคัญของคำสั่งโรสกลับมีท่าทีลังเลขึ้นมา เธอไม่พอใจในคำสั่งนี้แต่หลังจากที่มองดูภาพของกัสที่หายไปจากสายตาและการเคลื่อนไหวของมนุษย์หมาป่าทองคำเธอก็ต้องยอมรับว่าเธอนั้นไม่มีความแข็งแกร่งมากขนาดนั้น

                เหล่าเด็กสาวที่แตกตื่นและทำท่าเหมือนจะวิ่งเข้าไปช่วยกัสนั้นถูกผีเสื้อสาวและข้ารับใช้ของคริสตัลขวางเอาไว้อยู่ทำให้ไม่มีใครออกไปได้

                เสียงตะโกนที่ดังมาไม่ขาดสายเสียงตวาดที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดังระงม มันมีทั้งคำพูดที่รุนแรงมีทั้งเสียงร้องไห้ที่น่าเศร้าไปจนถึงดวงตาที่จ้องมองไปยังคริสตัลด้วยความเกลียดชัง

                ถึงจะไม่มีใครพูดออกมาทว่าคริสตัลที่ถูกสายตาของเหล่าเด็กสาวจ้องมองก็ถึงกับหนาวสั่นไปทั้งตัวใบหน้าที่ซีดขาวอยู่แล้วของเธอนั้นซีดลงไปอีก

                ทั้งที่ฝึกฝนกายาน้ำแข็งจนสำเร็จและไม่น่าจะรู้สึกถึงความหนาวเหน็บได้อีกทว่าตอนนี้ทั้งที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงตะวันเธอกลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงหัวใจ

                ท่ามกลางสายตาจำนวนมากข้ารับใช้นางหนึ่งก็ตรงเข้ามาบังหน้าของคริสตัลเอาไว้ด้วยใบหน้าที่ซีดขาว

                “ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ!! คุณหนูไม่ได้ตั้งใจที่จะทำแบบนั้น..คุณหนูของข้ากำลังป่วยเจ้าค่ะ!!และอาการป่วยก็กำเริบขึ้นมาโดยที่พวกเราไม่รู้ตัว..ทั้งหมดเป็นความผิดของพวกเราเองเจ้าค่ะ!!”

                สีหน้าของเหล่าเด็กสาวเปลี่ยนไปในทันทีความสับสนเข้ามาแทนที่เพราะคำพูดนี้ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลและสีหน้าของสาวใช้ก็ดูจริงจังมากจนไม่มีใครกล้าเชื่อว่าเธอจะโกหก

                แต่ถึงจะไม่อยากเชื่อทว่าสายตาที่เหล่าเด็กสาวมองไปยังคริสตัลก็ไม่หลงเหลือความเป็นมิตรอยู่อีกแล้วพวกเธอพากันเมินคริสตัลไปกันหมดและมองไปยังทิศทางที่พี่ชายของพวกเธอปลิวหายไปด้วยความหวาดกลัว

                “ม..ไม่ต้องห่วง ถ้าเป็นท่านกัสโทนีย่าละก็ต้องไม่เป็นอะไรแน่..ดันเจี้ยนแห่งนี้มีอัตราการตายที่น้อยมากเป้าหมายของหมาป่าตัวนั้นไม่ใช่การฆ่า..แต่เป็นอาหารเวทมนตร์พวกนั้น”

                แม้จะรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัว ทว่าคริสตัลก็ยังพยายามบอกให้ทุกคนใจเย็น เธอไม่คิดโทษใครนอกจากตัวของเธอเองเพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นหากเธอไม่ทำอะไรผิดพลาด

                ทั้งหมดนี้นับเป็นความผิดของเธอเองการถูกมองด้วยสายตาที่เย็นชาเช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว

                ในขณะที่คิดคริสตัลก็มองออกไปยังทิศทางที่กัสถูกส่งตัวไปจากนั้นก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปด้านบนของกำแพงเพื่อมองดูการต่อสู้ที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับการรวบรวมพลังเวทของเธอมาบีบอัดจนกลายเป็นหอกน้ำแข็งเล่มหนึ่ง

                ภาพนี้ทำให้สีหน้าของเหล่าเด็กสาวเปลี่ยนไปอีกครั้งพวกเธอสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขความผิดพลาดของคริสตัลจนเริ่มเชื่อขึ้นมาแล้วว่าก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

                ยังไงเสียเด็กสาวก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวพวกเธอยังเด็กเกินกว่าที่จะคิดแค้นใครได้จริงๆถึงจะโกรธและไม่พอใจแต่พวกเธอก็ไม่ได้มีความคิดที่หนักแน่นหรือมีอคติที่มากมายอะไร

                เมื่อเห็นท่าทีที่ดูตั้งใจของคริสตัลเหล่าเด็กสาวก็เริ่มให้อภัยเธอทีละคนสองคนจนเหลือเพียงความคาดหวังว่าคริสตัลจะทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยพี่ชายของเธอ

                อีกด้านหนึ่งกัสก็กำลังกระอักเลือดออกมาเขารู้สึกเหมือนถูกเขย่าอย่างรุนแรงจนอวัยวะภายในมันเคลื่อนไปหมดเพราะแรงกระแทกที่รุนแรง

                “บัดซบ!! แรงไปแล้ว! ไหนว่าดันเจี้ยนนี้ไม่มีอันตรายไง..เมื่อกี้ถ้าป้องกันไม่ทันข้าตายไปแล้วนะเนี่ย”

                กัสหอบหายใจหนักๆ พลางสบถออกมาหลายคำจากนั้นก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นสายฟ้าสีทองพุ่งตรงเข้ามาใกล้

                โดยไม่จำเป็นต้องคิดกัสถีบตัวหลบออกไปด้านข้างในทันทีจนหลบการโจมตีที่หนักหน่วงรุนแรงของมนุษย์หมาป่าทองคำไปได้อย่างฉิวเฉียด

                แต่ถึงจะหลบได้ทว่าหัวสิงโตสีดำที่ป้องกันตัวเขาอยู่ก็ยังถูกแรงกระแทกอัดใส่ที่ด้านข้างทำให้กัสบินคว้างออกไปราวกับลูกบอลที่ถูกเตะใส่บินเฉียงออกไปด้านข้างจนกระแทกเข้าใส่จุดสิ้นสุดของดินแดนและเด้งกลับเข้าไปราวกับลูกบอล

                ทางด้านของมนุษย์หมาป่าทองคำก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความต้องการฆ่ามันจับจ้องกัสที่บินออกไปด้วยดวงตาสีแดงเลือกก่อนจะพุ่งตามไปติดๆทำให้ซีต้าและบราวนี่ที่ไล่ตามมาต้องวิ่งตามต่อไปอย่างที่ไม่อาจช่วยอะไรได้

                ทั้งสองคนอาจจะวิ่งได้เร็วแต่ก็ไม่อาจเร็วได้เท่ามนุษย์หมาป่าทองคำและกัสที่โดนเตะและถีบจนกระเด็นไปราวกับลูกบอลลูกหนึ่ง

                หัวสมองของกัสหมุนคว้างจนรู้สึกอยากอ้วกขึ้นมาบ้างแล้วเขาถูกอัดกระแทกเข้าใส่เส้นเขตแดนและถูกส่งกระเด้งกลับไปกลับมาจนสับสนไปหมด

                ท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจสลายการป้องกันทิ้งไปเพื่อหยุดการกระเด้งที่ไม่จบสิ้นนี้และปะทะเข้ากับพื้นดินจนเกิดการระเบิดขึ้นครั้งหนึ่งจนทำให้ฝุ่นฟุ้งตลบไปรอบบริเวณ

                เมื่อม่านฝุ่นเข้าปกคลุมมนุษย์หมาป่าทองคำก็หยุดลงในที่สุดสัญชาตญาณของนักล่าทำให้มันตระหนักถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่และเริ่มระมัดระวังตัวขึ้นมาเพราะม่านฝุ่นที่เกิดขึ้น

                ความหวาดกลัวของมันไม่ใช่ไม่มีเหตุผลเพราะไม่ว่ายังไงมันก็เป็นเพียงสัตว์ป่าที่เพิ่งจะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นราชาอสูรเพราะการฆ่าสัตว์วิเศษได้

                ตามปกติสัตว์พวกนี้จะหายไปหลังจากกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดจึงไม่มีการสืบทอดความรู้หรือความเข้าใจใดๆทำให้มันเป็นเหมือนกับสัตว์ป่าที่เพิ่งจะเกิด

                ต่อให้มีความฉลาดที่มากแต่เมื่อขาดประสบการณ์มันย่อมไม่มีความเข้าใจต่อม่านฝุ่นกับม่านหมอกพิษของกัสว่ามีอะไรแตกต่างกัน

                ด้วยเหตุนี้มันเลยหยุดรอเพื่อดูท่าทีเหมือนกับตอนแรกที่ต้องการบุกเข้าไปในหมอก

                โอกาสที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้กัสพอจะมีเวลาตั้งตัวได้บ้างจึงนับว่าเป็นโชคดีของเขาที่คลายการป้องกันออกเพื่อหยุดตัวเองเอาไว้

                ในขณะที่กำลังฟื้นฟูตัวเองอยู่ในม่านดินนั้นซีต้ากับบราวนี่ก็ตามมาทัน สองสาวส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความเดือดดาลและเริ่มลงมือกับมนุษย์หมาป่าทองคำในทันทีเพื่อช่วงชิงเวลาให้กัสฟื้นตัวได้

                คนที่ลงมือก่อนคือบราวนี่อีเตอร์ในมือของเธอขยายใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวจนมีขนาดใหญ่เกือบ 3 เมตรต่อจากนั้นบราวนี่ก็ส่งพลังเวทเข้าไปกระตุ้นพลังของอีเตอร์จนเกิดเป็นเงามายาแปดเงาโอบล้อมอีเตอร์ของจริงเอาไว้พร้อมกับฟาดออกไปราวกับดาวตก

                เสียงปะทะดังสะท้านไปทั่วดินแดนกรงเล็บของมนุษย์หมาป่าทองคำที่ตวัดสวนกลับมาปะทะเข้ากับคมอีเตอร์ทั้งเก้าพร้อมๆกันจนเกิดแรงระเบิดขึ้นวูบหนึ่ง

                พริบตาเดียวม่านควันที่ปกคลุมกัสเอาไว้ก็บินหายไปหมดจนเผยให้เห็นกัสที่ยืนหน้าซีดอยู่ในกลุ่มควันและจับจ้องไปทางมนุษย์หมาป่าทองคำด้วยดวงตาที่วาวโรจน์

                “กัส!! รีบหนี!! เจ้าสู้มันไม่ได้!!”

                ซีต้าส่งเสียงร้องเตือนเข้าไปอีกครั้งพร้อมกับฝ่ามือที่เรืองแสงสีขาวราวกับหยก ตามมาด้วยพลังวิญญาณที่เย็นเยือกที่ระเบิดออกมาจากฝ่ามือและกลายสภาพเป็นเงาฝ่ามือขนาดใหญ่ปะทะเข้ากับมนุษย์หมาป่าทองคำจนมันซวนเซไปหลายก้าวใหญ่

                “เร็วเข้า!!! รีบหนี!! เจ้าสู้มันไม่ได้!!”

                หัวคิ้วของกัสขมวดเข้าหากันอีกครั้งเขาไม่เข้าใจว่าทำไมซีต้าถึงพยายามบอกให้เขาหนี แม้ส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณจะบอกให้เขารู้ว่าคำพูดของเธอมีเหตุผล

                ทว่ากัสก็รั้นเกินกว่าจะยอมถอยในตอนนี้โดยเฉพาะหลังจากถูกเล่นงานหนักจนแทบอ้วกออกมาเป็นเลือดแบบนี้

                เนื่องจากกัสไม่อาจส่งเสียงตอบกลับไปได้ทำให้ซีต้ายิ่งร้อนรนเธอนั้นอยากจะอธิบาย ทว่าสิ่งที่ต้องอธิบายมันมากเกินไปจนเธอไม่มีเวลาอธิบาย

                เรื่องนี้ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่กัสควรจะทราบซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็อาจจะทราบแต่เพราะกำลังโกรธและเดือดดาลจึงลืมไปชั่วขณะ

                ศัตรูพืชหรือศัตรูตามธรรมชาติไม่ว่าจะแบบไหนหากพวกมันได้กินผักผลไม้วิเศษหรือสัตว์วิเศษลงไป พวกมันจะกลายสภาพเป็นราชาอสูรที่ไม่มีใครต่อกรได้

                เรื่องนี้ความจริงกัสก็ทราบทว่าเขาไม่ทราบอยู่เรื่องหนึ่งนั่นคือราชาอสูรที่ปรากฏตัวขึ้นนั้นจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าความแข็งแกร่งของคนทั้งหมดในดินแดนรวมกันหนึ่งเท่าเสมอ

                พูดง่ายๆยิ่งมีคนมากเท่าไหร่ แข็งแกร่งเท่าไหร่ราชาอสูรที่ปรากฏตัวขึ้นจากความล้มเหลวของการปลูกผักผลไม้วิเศษหรือการเลี้ยงสัตว์วิเศษก็จะแข็งแกร่งกว่าความแข็งแกร่งของทุกคนรวมกันหนึ่งเท่าเสมอ

                ด้วยเหตุนี้ไม่ว่ากัสจะแข็งแกร่งยังไงเขาก็ไม่มีทางสู้ได้เพราะความแข็งแกร่งของมนุษย์หมาป่านั้นจะมากกว่าตัวเขาเสมอ

                ยิ่งเวลานี้มีคนที่แข็งแกร่งมากกว่าเขาอยู่ถึงสองคนนั่นคือบราวนี่กับซีต้า เพียงแค่สองคนนี้กัสก็สู้ไม่ได้แล้วนับประสาอะไรกับราชาอสูรที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าทุกคนอีกเท่าตัว

                ทว่ากัสไม่รู้เรื่องนี้เขาเพียงรู้ว่าราชาอสูรตัวนี้มีความแข็งแกร่งมากเท่านั้นแต่เขาก็ไม่คิดว่าตัวเขาจะฆ่ามันไม่ได้

                ชั่วขณะที่ราชาอสูรถูกฝ่ามือของซีต้าอัดเข้าใส่ดวงตาของมันก็มีร่องรอยของความสับสนเกิดขึ้นมาชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยว ความดุร้ายความบ้าคลั่งสลายหายไปเกินกว่าครึ่งและไม่มีท่าทีที่จะลงมือกับกัสอย่างบ้าคลั่งเหลืออยู่อีก

                เมื่อเห็นผลลัพธ์นี้ซีต้าก็เบาใจพลางคิดในใจว่าโชคดีที่เจ้าตัวนี้เป็นสัตว์อสูรที่มีความสามารถทางด้านวิญญาณที่ต่ำด้วยเหตุนี้ฝ่ามือดวงใจหยกของเธอจึงสามารถชำระล้างความโกรธแค้นของมันได้

                ในขณะที่ซีต้าเบาใจลงนั้นอีกด้านหนึ่งคริสตัลที่เฝ้ารอจังหวะมานานก็เร่งเร้าพลังขึ้นจนถึงขีดสุดในทันที

                หอกน้ำแข็งที่ลอยอยู่ด้านข้างของเธอเรืองแสงสีฟ้าอ่อนออกมาและขยายใหญ่ขึ้นในพริบตาก่อนจะพุ่งออกไปราวกับสายฟ้าพุ่งตรงเข้าใส่มนุษย์หมาป่าทองคำด้วยความเร็วประดุจแสง

                วินาทีนั้นท่าทีเหม่อลอยของมนุษย์หมาป่าทองคำก็สลายหายไปและแทนที่ด้วยความดุร้ายบ้าคลั่งเพราะการกรีดร้องของสัญชาตญาณที่บ่งบอกถึงอันตราย

                ซีต้าส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจก่อนจะสัมผัสได้ถึงกระแสความเย็นที่พวยพุ่งผ่านข้างกายของเธอไป

                พริบตาต่อจากนั้นหอกน้ำแข็งก็ปะทะเข้ากับมนุษย์หมาป่าทองคำและเบี่ยงออกไปจนปักลงไปในดิน

                ภาพนั้นทำให้คริสตัลเบิกตากว้างเมื่อเธอเห็นว่าหอกน้ำแข็งของเธอนั้นปะทะเข้ากับสีข้างของมนุษย์หมาป่าทองคำแล้วชัดๆทว่ามันกับแทงไม่เข้าและเบี่ยงออกไปเสียอย่างนั้น

                “โกหกน่า..ไม่เป็นอะไรเลยหรอ..”

                ใบหน้าของคริสตัลซีดขาวยิ่งกว่าปกติหลายเท่าดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตระหนกซีต้าเองก็หน้าซีดและตระหนักถึงความน่ากลัวของมนุษย์หมาป่ามากยิ่งกว่าเดิม

                ทว่าชั่วขณะนั้นหอกน้ำแข็งก็ระเบิดไอเย็นออกมาจนทำให้พื้นที่โดยรอบของมนุษย์หมาป่าทองคำเกิดแท่งน้ำแข็งจำนวนมากพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน

                แต่มันก็ไร้ประโยชน์เพราะไม่มีคมน้ำแข็งอันไหนสามารถทะลวงผ่านผิวหนังและเส้นขนสีทองคำของมันไปได้

                แม้จะล้มเหลวในการสร้างความเสียหายทว่าพริบตาที่มันเกิดขึ้นดวงตาของกัสก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

                ‘เจ้านี่..แพ้การโจมตีทางวิญญาณสินะ’

                กัสอาจจะเด็กและมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่รู้หรือหลงลืมไปทว่าสิ่งหนึ่งที่เขามีมากกว่าใครคือ ประสบการณ์ต่อสู้บนสนามรบ

                ประสบการณ์นี้มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดมันได้มอบสัญชาตญาณในการต่อสู้ให้กับเขาและทำให้กัสมองเห็นความต่างระหว่างผลกระทบของการโจมตีทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นได้

                ครั้งแรกสุดเสียคำรามของเขาทำร้ายมันได้เพราะนั่นเป็นการโจมตีแบบเจาะทะลวงการฟาดของบราวนี่ไม่อาจทำร้ายมันได้ ฝ่ามือของซีต้าทำให้มันเหม่อลอยส่วนเวทมนตร์ของคริสตัลกลับไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย

                เช่นนี้แสดงว่าผลลัพธ์จากการโจมตีในแต่ละรูปแบบจะให้ผลที่ต่างกันทว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือการโจมตีทางวิญญาณ

                ‘จบกันเสียที!!’

                กัสเค้นเสียงออกมาเบาๆแล้วตบมือลงกับพื้นพร้อมปลดปล่อยพลังวิญญาณของเขาออกมาจนเกิดเป็นคลื่นพลังสีดำแผ่กว้างออกไป

                พริบตาต่อจากนั้นบริเวณจุดที่มนุษย์หมาป่าทองคำยืนอยู่ก็มีปากขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาจากพื้นดินรอบตัวของมันและกัดเข้าใส่มนุษย์หมาป่าที่ถูกน้ำแข็งตรึงอยู่กับที่

                ดวงตาของมนุษย์หมาป่าทองคำเบิกกว้างขึ้นถึงขีดสุดสัญชาตญาณของมันกรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัว

                ทว่าพริบตาเดียวเท่านั้นพริบตาที่มันต้องใช้ในการทำลายน้ำแข็งปากขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นมาจากพื้นดินก็ปิดลงเสียก่อนและตามมาด้วยเสียงบดขยี้ที่ดังกึกก้องรวมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่สั่นสะท้านไปถึงดวงวิญญาณ

                ใบหน้าของกัสซีดขาวลงไปอีกเล็กน้อยหัวคิ้วขมวดเข้าหากันเมื่อสัมผัสได้ถึงการต่อต้านและการดิ้นรนของมนุษย์หมาป่าทองคำจากนั้นเขาก็ส่งพลังวิญญาณลงไปเพิ่มอีก

                พริบตานั้นดวงตาของหัวสิงโตขนาดใหญ่ก็เรืองแสงสีแดงออกมาวูบหนึ่งสีดำของมันเข้มขึ้นและปลดปล่อยกลิ่นอายของความตายออกมาอย่างรุนแรงจนทำให้การดิ้นรนของมนุษย์หมาป่าสิ้นสุดลงในที่สุด