“พี่ชายอ้น! พี่ชายอ้น!”
เนตรสุดาเขย่าตัวเรียกสติคุณชายอนาวิลที่กึ่งหลับกึ่งตื่น
“เธอ..”
เสียงแ่เบาของเขาบ่งบอกว่าผู้พูดอ่อนแรงมากมือของเนตรสุดาััน้ำเหนียว ๆ กลิ่นคาวเืคละคลุ้งก็ตาเบิกโพลงด้วยความใ
“โห!! เื เืทั้งนั้นเลย ทำไงดี! จะเป็ลม!”
นอกจากรอยเืบนเข่าที่เกิดจากการล้มสมัยตอนเป็เด็กเธอก็ไม่เคยเห็นเืที่ไหนไหลทะลักมากมายขนาดนี้ถ้าไม่ใช่ในละครโทรทัศน์เด็กสาวหยิบผ้าเช็ดหน้าของคุณชายที่โผล่อยู่ในกระเป่าเสื้อ มาเช็ดเืและกดาแบนศีรษะของชายร่างสูงที่กำลังมองหญิงสาวอย่างสงสัย
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง”
“เนตรได้ยินว่ามีคนจะทำร้ายพี่ชายอ้นแต่ไปเตือนไม่ทัน ก็เลยแอบขึ้นรถมาด้วย”
เขาอึ้งไปเหลียวมองดวงหน้าหญิงสาว เด็กตัวแค่นี้ใจกล้ามากที่ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวเสี่ยงตายเพื่อมาช่วยชีวิตเขาเนตรสุดาบรรจงใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองเช็ดเืที่ศีรษะของคุณชายไว้อย่างเบามือแต่มือบางของเธอนั้นยังคงสั่นระริกอยู่บ่งบอกถึงเ้าตัวกำลังระทึกกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“อุตส่าห์สอบปฐมพยาบาลมาในวิชาสุขศึกษาพอเจอของจริง เงิบเลยสิค้า ไปไม่ถูกเลย เืทั้งนั้น”
เนตรสุดาคิดในใจมือที่สั่นระริกเต็มไปด้วยน้ำเหนียว ๆ สีแดง
“พี่ชายอ้น ลุกไว้ไหมคะเราต้องออกไปจากตรงนี้ก่อน เผื่อพวกมันย้อนกลับมา”
ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ เธอค่อย ๆพยุงเขาที่กำลังลุกอย่างทุลักทุเลความเจ็บแปลบจากาแทำให้ร่างสูงใหญ่เซถลาจะล้มลงแต่เขาพยายามยืนหยัดตั้งหลักให้ได้
“เป็อะไรไหมคะพี่ชายอ้น”
“ไม่เป็ไร”
“ไม่ไหวบอกไหว ไม่ได้นะคะ”พูดจบเด็กสาวก็ยกแขนของเขาพาดคอของเธอ ชายหนุ่มใ
“จะทำอะไรของเธอ”
“พี่ชายอ้นไม่ไหวแล้วเราก็กอดคอกันเดินไป ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เนตรไม่ถือ”
“แต่”
“โอ๊ย!! ไม่ต้องแต่แล้วล่ะค่ะจะมาหวงเนื้อหวงตัวอะไรตอนนี้คะ ใครเขาจะมาเห็นแล้วอีกอย่างพี่ชายอ้นก็ใช่คนอื่นคนไกลซะที่ไหน อนาคตก็เป็คุณสา..”
“นี่..พอเลย จะทำอะไรก็ทำ”
หญิงสาวอมยิ้มอย่างผู้มีชัย เธอประคองเขาไปตามเส้นทางที่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปสิ้นสุดที่ใด หนทางข้างหน้าไม่มีแสงไฟทั่วบริเวณมีแต่ความมืดมิด ความเงียบเขาครอบงำมีแต่เสียงแมลงกลางคืนที่ร้องระงมประหนึ่งเสียงบรรเลงให้พอคลายความน่ากลัว ชายหนุ่มกัดฟันเดินแม้จะเริ่มปวดแผลมากกว่าเดิมก็ตามพยายามไม่ทิ้งน้ำหนักตัวให้เป็ภาระต่อสาวร่างบางที่พยุงเขาอยู่
“พักตรงนี้ก่อนไหมคะ”
คุณชายอนาวิลหนักหัวเหมือนมีใครเอาก้อนหินก้อนใหญ่มาวางทับไว้ฝืนพยักหน้าตอบอย่างยากลำบาก ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนหญิงสาวกลัวว่าคนตัวใหญ่จะเป็อะไรไปมากกว่านี้เนตรสุดาค่อย ๆ พาคุณชายนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ บรรจงเช็ดเืที่ยังคงไหลออกมาอย่างกล้าๆ กลัว ๆ ชายร่างสูงดูออกว่าเด็กสาวก็ขยาดกลัวกับาแฉกรรจ์บนศีรษะของเขาแสงจันทร์สาดส่องให้พอมองเห็นดวงหน้าสวยของเด็กสาวคุณชายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเวลานี้เขารู้สึกว่าอยากจะมองเธออยู่แบบนั้น
“ขอบใจ”
น้ำเสียงแสนอ่อนโยนที่เธอเพิ่งจะเคยได้ยินจากปากคุณชายสายตาทั้งคู่ต่างจ้องกันโดยไม่ได้นัดหมาย อยู่ ๆ หัวใจของชายหนุ่มก็เต้นแรงอย่างไร้สาเหตุหากทว่ามันเต้นคนละจังหวะกับเหตุการณ์ระทึกเมื่อสักครู่ หน้าร้อนผ่าวมากขึ้นหรือเขาจะเป็ไข้
เนตรสุดาหลบสายตาเฉียบคมนั่น ดีที่รอบข้างมืดไม่เช่นนั้นเขาคงจะเห็นว่าหน้าของเธอแดงเพราะความเขินอย่างแน่นอน หญิงสาวทิ้งตัวนั่งกอดเข่า ข้าง ๆ กัน พลางพินิจคุณชายผู้สูงศักดิ์ เนื้อตัวเขามอมแมมขนาดนี้แต่ก็ยังดูดีคนอะไรหล่อทุกสถานการณ์
“ยังไง ๆ เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยเนตรเชื่อแบบนั้น”
“แล้วถ้าไม่มีล่ะ เธอจะทำยังไง”
“ไม่มีทางหรอก เนตรส่งข้อความหาเพื่อนก่อนสัญญาณอินเตอร์เน็ตจะหมด ยังไง ๆเดี๋ยวแมวน้ำกับน้ำตาลอ่าน พวกมันก็ให้คนมาช่วย”
ฉลาดนักเด็กนรกของเขาชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วยพลางกลืนน้ำลายอย่างลำบากความอบอ้าวของอากาศประกอบกับการเสียเืทำให้เขากระหายน้ำมาก
“เธอคิดยังไงกับเื่ที่เราจะต้องแต่งงานกัน” เขาหลับตาพูดอย่างอ่อนแรง หญิงสาวอมยิ้ม
“เป็เื่ที่ดีมากค่ะ”
คำตอบของเด็กสาวทำให้ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ
“เธอนี่คิดเป็เด็ก ๆ ไปได้”
“อ้าว! เนตรก็เป็เด็กปะล่ะ”
“ต่อปากต่อคำ เถียงตลอด” ความแ่เบาทำให้เนตรสุดาต้องคอยเงี่ยหูฟัง เขาค่อย ๆ หลับตาลงอย่างอ่อนล้า ดูเหมือนคุณชายของเธอจะไม่ไหวหญิงสาวใช้หลังมือแตะหน้าผากเขาเบา ๆ
ไข้รับประทานเรียบร้อย!
หญิงสาวใช้มือเย็น ๆของตัวเองประคบไปที่แก้มและหน้าผากของคุณชายแทนผ้าชุบน้ำเพื่อบรรเทาอาการไข้
“คิดจะแต๊ะอั๋งรึยังไง”ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ พูดด้วยเสียงแ่เบา เด็กสาวฉีกยิ้มออกมาพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เขา
“แล้วจะให้แต๊ะมั้ยล่ะคะ”
คุณชายตาโตใส่อย่างคาดไม่ถึงผู้หญิงอะไรไม่รู้จักเขินอายเสียบ้าง พลางใช้มือดันหน้าเธอให้ออกห่าง เนตรสุดาหัวเราะใส่เมื่อเห็นท่าทางของพี่ชายอ้นจอมขี้เก๊กเสียอาการขนาดนั้น ก่อนจะกลับมานั่งกอดเข่าตัวเองตามเดิมเหลียวมองบรรยากาศรอบข้างที่มืดสนิท
“เอาเข้าจริง ๆไม่เห็นเหมือนในละครเลย ที่พอหลงป่าก็มีแสงไฟจากไหนไม่รู้ส่องนำทางเดินไปเจอลำธารแล้วก่อกองไฟ จับปลา จับนกหรือเข้าป่าหากล้วยเป็เครือ ๆ มาประทังชีวิตสักพักก็มีคนมาช่วยแล้ว แต่ในความเป็จริง มีแต่ต้นไม้ ยุงเดินไปไหนมาไหนก็ลำบากเพราะมันมืดตึ๋ดตื๋อ โกหกกัน ชัด ๆ ” เนตรสุดาบ่นยาวเหยียด คนตัวสูงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“ละครกับเื่จริงมันเหมือนกันซะที่ไหน”
“ก็นั่นน่ะสิคะ ”
“ฉันปวดหัว แล้วก็หิวน้ำ” เขารู้สึกหวิว ๆ คล้ายจะเป็ลม เนตรสุดาหันขวับมองร่างสูงที่นั่งเหยียดยาวพิงต้นไม้นั่น
“ไหวไหมคะพี่ชายอ้น”
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบเธอ
หญิงสาวลุกขึ้นมาปัดเศษดินเศษหญ้าที่ติดกางเกงออกชายหนุ่มใช้มือที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงคว้าแขนหญิงสาวไว้
“เธอจะไปไหนเนตรสุดา”
“เนตรจะไปหาน้ำให้พี่ชายอ้นค่ะรออยู่ตรงนี้นะอย่าไปไหน อ่อ! แล้วไม่ต้องกลัวว่าเนตรจะมองไม่เห็นเพราะเนตรมีไอ้นี่”
เธอชูโทรศัพท์ที่เกือบจะใช้เป็ก้อนหินสำหรับปาหัวหมาซะแล้วเพราะคิดว่ามันไร้ประโยชน์ตอนไม่มีสัญญาณใดๆ
“ฟังก์ชั่นไฟฉายไงคะ เนตรเปิดไว้ พี่ชายอ้นก็เปิดแล้วส่องแบบนี้เอาไว้ เนตรจะได้มองเห็น”
“ถ้าเธอไม่เห็น แล้วกลับมาไม่ถูกล่ะ”
“ฮั่นแน่! พี่ชายอ้นห่วงเนตรเหรอฮั่นแน่ ๆ ๆ ”
คุณชายอนาวิลอึ้งไปสักพักเขาพูดอะไรออกไปไม่รู้ตัวหญิงสาวอมยิ้มพร้อมกับโน้มตัวไปพูดกับชายหนุ่มอย่างอารมณ์ดี
“ถ้าเนตรเห็นว่าแสงไฟที่พี่ชายอ้นเปิดไว้มันไกลจนริบหรี่เนตรจะกลับมาทันทีเลยค่ะ ไม่ต้องห่วง”
“รีบกลับมานะ”คุณชายพูดเสียงเบาในลำคอหลังจากเธอเดินจากไป เขาปวดหัวตุบ ๆแต่ไม่อยากละสายตาจากเนตรสุดาที่เดินออก ไปแล้ว ความมืดพรางเรือนร่างของเธอเขาจึงเห็นเพียงแสงไฟจากโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนแค่จุดเล็ก ๆ เท่านั้นความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ทำไมเขาต้องกลัวว่าเธอจะเป็อันตรายทำไมเขาต้องร้อนรนกระสับกระส่ายเมื่อเห็นเธอเดินไกลออกไปเรื่อย ๆเขาต่อสู้กับความอ่อนล้าที่กำลังทำให้เปลือกตาหย่อนคล้อยจะปิดลงมาเสียให้ได้ พลางกำโทรศัพท์ที่เปิดแสงไฟและชูให้อยู่ในตำแหน่งเดิมพอที่เธอจะมองเห็นกังวลใจว่าเด็กนรกของเขาจะไม่กลับมา
เนตรสุดาใช้ไฟส่องตามพื้นสลับกันกับมองแสงไฟจากคุณชายสุดหล่อระยะทางไกลขึ้นทุกทีทุกทีแต่ยังพอมองเห็นแสงขาวจุดเล็ก ๆ นั้นได้กลิ่นไอดินและความเย็นปะทะเข้าร่างกาย เสียงน้ำไหลเบา ๆ อยู่ใกล้ ๆ นี่เอง
สุดยอดเลย! แอ่งน้ำเล็กๆอยู่เบื้องหน้าเธอไม่ไกลจากที่คุณชายนั่งพักเท่าไร เขาน่าจะพอเดินไหวเนตรสุดารีบกลับไปหาชายหนุ่มและประคองเขามาที่แห่งนี้
“เธอนี่ก็เก่งเหมือนกันนะ”
คุณชายอนาวิลเอ่ยขึ้นหลังจากได้ดื่มน้ำพอจะทำให้ความอ่อนล้าเมื่อครู่ดีขึ้นมาบ้าง
“แน่นอน” หญิงสาวยิ้มให้อย่างสดใส
“จบม.6 เธอจะไปเรียนอะไรต่อ”
“ ยังไม่รู้เลยค่ะ” เด็กสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เขาแอบขำท่าทางของเธอ พอเข้าโหมดเื่จริงจังหน้าก็เครียดทันที
“พี่ชายอ้น ไม่อยากแต่งงานกับเนตรจริงๆเหรอ”
เขามองเธออย่างสงสัยว่าทำไมเด็กสมัยนี้ถึงกล้าคิดกล้าถามร่างกายเริ่มสะท้านเพราะพิษไข้แต่เขาก็ยังอยากคุยกับเด็กสาววัยรุ่นคนนี้ต่อไปพลางครุ่นคิดสิ่งที่อยู่ในใจ
เธอเสี่ยงตายขึ้นรถมาเพื่อช่วยเขาเพียงลำพัง
เธอประคองตัวเขาที่สูงกว่าและหนักกว่าด้วยร่างอันบอบบางของเธอ
เธอก้าวเข้าป่าที่มืดมิดเพียงเพื่อไปหาน้ำให้เขาดื่ม
เขาเรียงลำดับเหตุการณ์และชั่งความรู้สึกเพื่อตัดสินใจอะไรบางอย่าง
“ไม่ตอบแบบนี้ แปลว่าไม่อยากแต่ง” หญิงสาวบ่นทำหน้าเซ็ง ชายหนุ่มฉีกยิ้มมุมปากเล็กๆอย่างน้อยเธอทำให้เขารู้สึกอยากใกล้ชิดและอยากทำความรู้จักกับเธอมากขึ้น
“รู้ได้ยังไงว่าฉัน เอ่อ ว่าพี่ไม่อยากแต่งกับเธอ”
หญิงสาวหูไม่ฝาดแน่ๆเธอได้ยินเขาเรียกแทนตัวเองว่าพี่ ความอบอุ่นอย่างประหลาดเกิดขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เนตรสุดาเห็นรอยยิ้มของคุณชาย หัวใจเธอยิ่งพองโต
“พี่ชายอ้นเป็พระอาทิตย์หรือเปล่าคะ” โดนยิงคำถามประหลาดเข้าไป คุณชายอนาวิลถึงกับขมวดคิ้ว
“ถามอะไรของเธอ”
“ ก็พอยิ้มทีไร มันอบอุ่นไปทั้งหัวใจทุกที ! แฮร่ ! ฮ่า ๆ ๆ”
เด็กนรกหยอดเขาอีกตามเคยเขาหลุดขำอีกจนได้ เสียงหัวเราะร่าทั้งคู่ดังก้องป่า ในค่ำคืนที่เลวร้ายของคุณชายในค่ำคืนที่ร่างกายระบมและอ่อนล้าด้วยพิษไข้ อนาวิลมีเนตรสุดาเด็กสาวที่กำลังจะจบม.6 ในไม่ช้าคอยป่วนอยู่ข้างๆเธอรักษาทั้งาแทางกายและบรรเทาทุกข์ทางใจ เขามองเธอด้วย แววตาที่เปลี่ยนไป
เด็กเอ๋ย...เด็กนรก
ชอบทำหน้าตลก ทะเล้นใส่
ชอบพูดโพล่ง คำประหลาด ให้ใ
ชอบมาป่วน ใกล้ใกล้ กวนบาทา
ชอบมาแกล้ง มาแหย่ ยียวนพี่
ชอบยิ้มร่า ระรี่ เข้ามาหา
ชอบทำตัว แบ้วแบ้ว ให้เมตตา
ชอบโผล่มา...ใจพี่นั้น..เริ่มสั่นรัว