เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 99 ทำไมต้องเชื่อฟัง

            “เพื่อนซี้หานรั่วซีเป็นชู้ทายาทเศรษฐี ลอบสวีทกลางป่าแต่ทว่ารถระเบิด!“

            คนที่รู้จักหานรั่วซีคงรู้ดีว่าเพื่อนซี้ของเธอก็คือไฮโซสาวตระกูลเฉินสองคนมักไปไหนมาไหนด้วยกันโดยตลอด ทำให้พวกสื่อมักจะได้ภาพยามที่หานรั่วซีกับเฉินเสวียนเสวียนนั่งจิบชาหรือไปเดินช้อปปิ้งด้วยกันเป็นเรื่องประจำ

            แต่เพราะเฉินเสวียนเสวียนไม่ใช่ดาราต่อให้มีภาพของเธอลงหนังสือพิมพ์ คนที่จะถูกเอ่ยถึงก็มักมีแต่หานรั่วซีหรือไม่ก็เอ่ยถึงเธอแค่ในฐานะเพื่อนซี้ของหานรั่วซีที่ชาติตระกูลดีน่าภาคภูมิใจ

            ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ชื่อของทั้งสองคนลงสื่อพร้อมกันแถมคนที่ถูกเอ่ยถึงมากกว่านั้นคือเฉินเสวียนเสวียนหาใช่หานรั่วซีอย่างทุกที

            นักข่าวถ่ายรูปของเฉินเสวียนเสวียนขณะกำลังทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งก่อนจะขับแลมโบกินีของเธอไปยังนอกเมือง เพื่อพบกับประธานบริษัทแห่งหนึ่งอย่างลับๆ

            ประธานคนนี้เองก็มีภรรยาอยู่แล้วแต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ภรรยาของประธานที่ว่าเป็นเพื่อนสนิทกับเฉินเสวียนเสวียน

            เมื่อพบหน้าเฉินเสวียนเสวียนกับประธานหนุ่มก็กอดจูบกันอย่างโหยหาพออารมณ์เริ่มได้ที่ ทั้งสองคนก็เดินกอดกันเข้าไปในป่าข้างทางโดยทิ้งรถหรูราคาแพงเอาไว้ริมถนนอย่างไม่ใส่ใจ

            แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือไม่นานหลังจากนั้น แลมโบกินีของเฉินเสวียนเสวียนก็เกิดระเบิดขึ้นทั้งสองคนวิ่งออกมาที่ถนนอย่างตกใจด้วยสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยโดยไม่ต้องเดาให้ยากว่า ก่อนหน้านี้พวกเขากำลังทำอะไรอยู่

            ข่าวฉาวดังกล่าวทำให้เฉินเสวียนเสวียนถูกแบนจากสาวไฮโซทุกคนซึ่งต่างเห็นพ้องกันว่าไม่ควรเอาคนแบบนี้เป็นเพื่อนส่วนทางด้านคุณหญิงคุณนายในสังคมชั้นสูงก็พากันวิจารณ์ว่าเวลาเลี้ยงลูกสาวควรอบรมเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมให้มากดีกว่าปรนเปรอลูกด้วยวัตถุเพียงอย่างเดียว

            ตระกูลเฉินที่เฉิดฉาย กลับกลายเป็นตัวอย่างของความผิดพลาดที่ถูกนำไปเล่าปากต่อปากเพื่อสอนใจให้กับผู้คนในพริบตาเดิมทีแค่เรื่องนี้ทางตระกูลเฉินก็ปวดหัวมากพออยู่แล้ว ทว่ากลับมีอีกปัญหาใหญ่ที่โถมเข้ามาอีกนั่นก็คือ...

            “ตระกูลเฉินฉาวต่อเนื่องร้านอาหารแฟรนไชส์ ‘เฉินเจียฉู’ ไม่ผ่านมาตรฐานอนามัย หลังพบว่าแปดสาขาจากยี่สิบสาขาทั่วเมืองไม่ผ่านข้อกำหนดเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยต่อผู้บริโภค”

            ก่อนเกิดเรื่องร้านอาหารแฟรนไชส์ของ ‘เฉินเจียฉู’ เป็นที่นิยมชมชอบอันดับต้นๆ ของผู้คนทั่วทั้งเมืองเนื่องด้วยราคาย่อมเยา บรรยากาศน่านั่ง และเปิดทำการยาวนานสิบเจ็ดชั่วโมงทุกวันอีกทั้งมักมีสาขากระจายอยู่ตามแหล่งธุรกิจและแหล่งชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่านทำให้หลายครั้งมีลูกค้าเต็มร้านจนที่นั่งไม่พอ

            แต่มาวันนี้เพราะข่าวเรื่องถูกสั่งปิดสาขาเนื่องจากไม่ได้มาตรฐานเรื่องความสะอาดถูกแพร่งพรายทำให้ร้านที่เคยคึกคัก กลับกลายเป็นเงียบเหงาแทบจะไร้ลูกค้า

            ข่าวฉาวทั้งเรื่องธุรกิจและชื่อเสียงวงศ์ตระกูลออกมาพร้อมกันแบบนี้เห็นได้ชัดว่ามีคนจงใจแพร่ข่าวอยู่เบื้องหลัง คนนอกอาจจะไม่ได้คิดอะไรแต่คนวงในต่างรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

            ทว่าคนที่ทำให้เรื่องนี้ออกสู่สาธารณชนนั้นคือใครยังไม่อาจคาดเดาและในโลกอินเทอร์เน็ตเองก็ไม่มีใครกล้าเดาส่งเดช

            ซูเจี่ยนอันวาง iPad ลงก่อนจะนั่งเหม่อลอย

            คนอื่นอาจจะเดาไม่ถูกแต่เธอพอจะเดาออกว่าเป็นฝีมือใคร...ลู่เป๋าเหยียน

            แต่...แค่เพราะเฉินเสวียนเสวียนขับรถชนเธอเขาถึงกับต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?

            แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานตอนที่ลู่เป๋าเหยียนถามว่าเฉินเสวียนเสวียนขับรถชนเธอยังไง แทนที่จะถามว่าหาเหตุผลที่เฉินเสวียนเสวียนทำแบบนั้นพอเธอตอบเขาไป เขาก็ทำสีหน้าเย็นชานิ่งเฉย จนเธอนึกว่าเขาแค่ถามไปอย่างนั้นไม่นึกเลยว่าเขาจะจำใส่ใจ แถมยังช่วยจัดการให้แบบนี้

            “เจี่ยนอันหนูดูอะไรอยู่จ๊ะ” ถังอวี้หลันถาม

            “แค่ข่าวซุบซิบน่ะค่ะ”

            เธอกลัวว่าถังอวี้หลันจะสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเก็บ iPad และเดินไปชงชามานั่งคุยเล่นกับถังอวี้หลัน

            อีกด้านคนที่นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศอย่างซูอี้เฉิงก็เห็นข่าวนี้แล้วเช่นกัน

            แต่เมื่อเทียบกันแล้วเขาดูนิ่งกว่าซูเจี่ยนอันมาก หลังอ่านข่าวจบเขาก็วางหนังสือพิมพ์ลงก่อนจะเริ่มจัดการงานตรงหน้าราวกับรู้อยู่แล้วว่าลู่เป๋าเหยียนจะจัดการเรื่องนี้ออกมาในรูปแบบไหน

            จางเหมยเคาะประตูก่อนจะนำกาแฟเข้ามาเสิร์ฟแต่เธอก็ไม่ได้เดินออกจากห้องไปในทันที

            คืนนี้ก็จะมีงานเลี้ยงครบรอบของเครือลู่แล้วแต่ซูอี้เฉิงยังไม่ได้เอ่ยปากชวนเธอให้เป็นคู่ควงของเขา

            ตอนนี้ไม่เพียงแต่ซูเจี่ยนอันกับลั่วเสี่ยวซีเท่านั้นที่กำลังเดาว่าเธอกับซูอี้เฉิงนั้นมีความสัมพันธ์แบบไหนแต่คนทั้งเครือเฉิงอันก็พากันเดาไปต่างๆ นานา ซึ่งเรื่องนี้ซูอี้เฉิงเองก็รู้ดี

            ถ้าวันนี้เขาพาเธอออกงานด้วยกันก็เท่ากับยอมรับว่าพวกเราเป็นแฟนกัน แต่ถ้าไม่...วันพรุ่งนี้เธอคงกลายเป็นเรื่องขบขันให้คนพูดกันทั้งออฟฟิศ

            ซูอี้เฉิงเอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง

            “เลขาจางมีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

            “เรื่องงานเลี้ยงครบรอบของเครือลู่คืนนี้คุณมีอะไรให้ฉันช่วยเตรียมการอีกไหมคะ” จางเหมยถามอย่างนุ่มนวล

            มือที่เปิดเอกสารของเขาชะงักไปชั่วอึดใจก่อนจะเงยหน้ามองจางเหมย

            “ถ้ามีอะไรผมจะบอกคุณเอง”

            เขาไม่ได้สั่งอะไรเพิ่มก็คือไม่ต้องการให้เธอช่วยเรื่องอะไรที่จริงเธอไม่ควรถามเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

            จางเหมยพูดอย่างอึดอัดใจ“หรือเป็นเพราะเสวียนเสวียนขับรถชนน้องสาวคุณ คุณเลยไม่ยอมออกงานกับฉัน? อี้เฉิงฉันกับเสวียนเสวียน...”

            “ผมรู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ”ซูอี้เฉิงพูดขัด “วางใจเถอะ เรื่องนี้ผมไม่คิดจะโทษคุณแต่ผมอยากให้คุณกลับไปทุ่มเทกับงานให้ดีที่สุด อย่าคิดข้ามเส้นพวกเราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง เพราะฉะนั้น การที่เลขาจางเรียกผมแบบนั้น เกรงว่าคงไม่เหมาะสม”

            สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อช่างชัดเจนจางเหมยได้ยินดังนั้นก็เริ่มใจเสีย

            “คุณรับปากพ่อฉันฉันก็นึกว่าพวกเรา...”

            ตอนที่พ่อฝากเธอให้เข้ามาทำงานที่เฉิงอันเขาฝากฝังให้ซูอี้เฉิงช่วยสอนงานเธอก็จริง แต่ความหมายโดยนัยนั้นชัดเจนว่าเขาต้องการอะไรที่ผ่านมาซูอี้เฉิงเองก็สอนงานเธออย่างใจเย็น ช่วยสนับสนุนเธอหรือแม้แต่เวลาอยู่ข้างนอกก็ปกป้องเธอ เมื่อเธอถูกคนกลั่นแกล้งเขาก็มักจะยื่นมือเข้ามาช่วยเสมอ...

            ซูอี้เฉิงปฏิบัติกับเธอต่างจากผู้หญิงคนอื่นเธอนึกว่าที่เขาเลิกกับแฟนเก่าก็เพราะเธอวันนั้นที่บังเอิญเจอลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันที่ร้านอาหารลู่เป๋าเหยียนยังคิดเลยว่าเธอคือคนที่ซูอี้เฉิงจะชวนไปงานเลี้ยงครบรอบของเครือลู่ด้วยกันในฐานะคู่ควงของเขา

            แต่คำพูดของเขาเมื่อกี้...มันหมายความว่าอย่างไร

            “จางเหมย” ซูอี้เฉิงวางปากกาหมึกซึมสีดำด้ามหรูลงก่อนเอ่ย“ที่ผมดูแลคุณอย่างดีก็เพราะพ่อของคุณเคยช่วยเหลือผม ไม่ได้เป็นเพราะตัวคุณต่อให้เขาส่งคนอื่นมา ผมก็จะดูแลคนคนนั้นอย่างดีเช่นกันถ้าผมทำให้คุณเข้าใจผิดก็ต้องขอโทษด้วย ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดอีกอย่าง ผมไม่อยากให้เรื่องนี้กระทบกับเรื่องงาน ถ้าคุณจัดการมันไม่ได้ผมคงต้องย้ายคุณไปแผนกอื่น”

            เขาพูดสีหน้าเรียบเฉยโดยไม่รู้ตัวเลยว่า นั่นเป็นการทำร้ายจางเหมยยิ่งกว่าเดิม

            พนักงานสาวทั้งบริษัทต่างเฝ้ารอจุดจบของเธอกับซูอี้เฉิงถ้าเธอถูกสั่งย้ายไปแผนกอื่น คงต้องโดนคนอื่นหัวเราะเยาะแน่ๆแต่ถ้าเธอยังได้อยู่ข้างกายเขา นั่นก็หมายความว่าเธอยังพอมีโอกาส

            “ฉันทำได้ค่ะ!”เธอแย้มยิ้มก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาเป็นหัวหน้าเลขาผู้คล่องแคล่วน่าเชื่อถืออีกครั้ง

            “ถ้าเรื่องแค่นี้ฉันยังจัดการไม่ได้ที่ผ่านมาคุณคงเสียเวลาเปล่าที่พร่ำสอนฉัน วางใจเถอะค่ะฉันไม่ปล่อยให้เรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานมาปนกันแน่นอน”

            ในตอนนั้นเองมือถือของซูอี้เฉิงก็ดังขึ้นเมื่อหน้าจอสว่างขึ้นมา จางเหมยก็เหลือบไปเห็นภาพหน้าจอของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

            รูปของลั่วเสี่ยวซี

            “งั้นฉันไม่รบกวนคุณแล้วดีกว่าขอตัวก่อนนะคะ”

            สิ้นเสียงจางเหมยก็หันหลังกลับโดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามือของตนกำลังกำหมัดแน่นแค่ไหน

            ภาพหน้าจอมือถือของเขาเป็นรูปของลั่วเสี่ยวซีได้อย่างไรเป็นไปไม่ได้ คนทั้งโลกต่างก็รู้ดีว่าเขาเกลียดลั่วเสี่ยวซีมากแค่ไหน!

            แต่เธอคงไม่มีทางรู้ว่าคนที่โทรเข้ามาหาเขาเวลานี้ ก็คือลั่วเสี่ยวซีนั่นเอง

            ลั่วเสี่ยวซีกำลังวิ่งอยู่บนลู่ออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมเธอลดสปีดลง แต่ตอนพูดก็ยังมีเสียงหอบอยู่บ้างเสียงดังกล่าวดูยั่วเย้าอย่างประหลาดเมื่อคนฟังได้ยิน ซูอี้เฉิงกำมือถือตัวเองแน่น

            “ลั่วเสี่ยวซีเธอจงใจใช่ไหม?”

            “บ้าหรือเปล่า”ลั่วเสี่ยวซีไม่รู้ตัวสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น “จงใจเรื่องอะไร? ฉันมีเรื่องจะถามนายตกลงนายชวนใครเป็นคู่ควงไปงานคืนนี้กันแน่ บอกฉันมานะ”

            “บอกเธอแล้วเธอจะทำอะไร” ซูอี้เฉิงพูดพลางยิ้มเยาะ

            “ถ้าเป็นจางเหมยอย่างที่ฉันเดาล่ะก็ฉันก็จะขับรถชนเธอเลียนแบบลูกพี่ลูกน้องเธอน่ะสิ” ลั่วเสี่ยวซีตอบ“จะได้แก้แค้นแทนเจี่ยนอันไปด้วยเลย”

            ซูอี้เฉิงรู้ดีว่าลั่วเสี่ยวซีไม่ได้ล้อเล่นเธอทำได้อย่างที่พูดจริงๆ เขายกมือนวดขมับก่อนเอ่ย

            “ไม่ใช่เธออย่าทำอะไรโง่ๆ”

            “หืมนายกำลังเป็นห่วงฉันงั้นเหรอ”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มอย่างดีใจแต่ซูอี้เฉิงกลับเอ่ยคำที่เหมือนกับสาดน้ำเย็นเข้าหน้าเธอ

            “ฉันเป็นห่วงจางเหมย”

            “ชิท!”ลั่วเสี่ยวซีกดเร่งสปีดให้เร็วขึ้น “เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเป็นใครคืนนี้เธอคงไม่ได้อยู่จนงานจบแน่! เห็นแก่คู่ควงของนาย ฉันแนะนำว่าอย่าพาเธอไปงานจะดีกว่า”

            “ลั่วเสี่ยวซีฉันเคยเตือนเธอกี่ครั้งแล้ว” ซูอี้เฉิงกัดฟันพูดอย่างหงุดหงิด“ว่าอย่าให้ฉันได้ยินเธอพูดคำหยาบคายแบบนั้นอีก”

            “นายอยากให้ฉันเชื่อฟังนาย?” ลั่วเสี่ยวซีแค่นเสียงเย็น“ฉันบอกให้นายมาคบกับฉันเป็นสิบปี ไม่เห็นนายจะฟังกันบ้างเลย! ไม่เลยสักนิด!แล้วทำไมฉันจะต้องเชื่อฟังนายด้วย!?”

            โวยจบลั่วเสี่ยวซีก็กดวางสายถึงเขาจะไม่ได้ยินแต่ก็พอเดาได้ว่า ตอนนี้เธอคงด่าเขากับมือถืออยู่แน่ๆ

            เขาเพิ่งเคยเจอคนที่ตามตื๊อใครสักคนอย่างก๋ากั่นขนาดนี้มาได้นานนับสิบปีโดยไม่เปลี่ยนท่าทีแม้แต่น้อย

            ซูอี้เฉิงวางมือถือลงซึ่งในตอนนี้ภาพหน้าจอโผล่ขึ้นมาแทนที่ภาพโทรศัพท์ขณะพูดสายใบหน้าของลั่วเสี่ยวซีที่กำลังยิ้มแย้มอย่างซุกซนเข้าสู่สายตาเขาจึงหยิบมือถือขึ้นมา และกดเลือกเมนูตั้งค่าหน้าจอ

            แค่กดอีกไม่กี่ครั้งภาพหน้าจออันเดิมของเขาก็จะเข้ามาแทนที่ใบหน้ายิ้มแย้มของลั่วเสี่ยวซี

            แต่ท้ายที่สุดเขาก็วางมือถือลงที่เดิม

            ในห้องฟิตเนสลั่วเสี่ยวซีเพิ่งลงจากลู่วิ่ง ฉินเว่ยส่งข้อความชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันเขาบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเธอ เธอคิดอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะตอบกลับไป

            ช่วงนี้ฉันต้องกินมื้อกลางวันที่บริษัทจัดไว้ให้เพื่อรักษาหุ่นคงไปกินกับนายไม่ได้ ว่าแต่นายมีอะไรจะคุยกับฉัน?

            ฉินเว่ยไม่ได้ตอบคำถามของเธอเพียงแต่บอกว่า

            งั้นออกมาดื่มกาแฟด้วยกันสักแก้วสิ

            พวกเธอจึงนัดกันที่คาเฟ่ใกล้ๆกับ Lu Media ฉินเว่ยเองก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก ลั่วเสี่ยวซีสั่งกาแฟนั่งรอเขาและเมื่อเขามาถึงก็เข้าเรื่องทันที

            “จัดการเรื่องซูอี้เฉิงได้หรือยังถ้ายัง ก็มาเป็นคู่ควงให้ฉันซะ”

            “สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารสิ”หลายปีที่ผ่านมาเธออาศัยแรงใจและความพยายามไม่ย่อท้อของตนล้วนๆซูอี้เฉิงยังไม่แต่งงานสักหน่อย แล้วเธอจะยอมแพ้ได้อย่างไร

            “คืนนี้ฉันจะต้องจัดการเขาให้ได้”

            ฉินเว่ยยิ้มก่อนเอ่ย“เพื่อความปลอดภัย งั้นฉันไม่ควงใครไปก็แล้วกัน เผื่อเธอโดนเขาผลักไสไล่ส่งฉันจะได้ช่วยเป็นคู่ควงเพื่อรักษาหน้าเธอเอาไว้”

            เดิมทีลั่วเสี่ยวซีตั้งใจจะชมเขาว่าสมแล้วที่เป็นเพื่อนแท้แต่พอคิดดูอีกที ดูจะเป็นการเอาเปรียบเพื่อนคนนี้มากเกินไปหน่อย

            “นายควงสาวสวยไปสักคนเถอะ”เธอกล่าว “ฉันโดนซูอี้เฉิงปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วถ้าคืนนี้เขายังปฏิเสธฉันอีก ฉันก็แค่ย้อนกลับไปที่เดิม พักฟื้นสักหน่อยก็หายแล้วนายไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก เป็นห่วงตัวเองเถอะ”

            “ก็บอกว่าจะไม่พาใครไปไง”ฉินเว่ยพูดพลางยกมือจัดทรงผมกับกระจกหน้าต่าง

            “ฉันออกจะหล่อขนาดนี้ถึงเวลาคงหาใครได้สักคนเองแหละ”

            ลั่วเสี่ยวซีพยักหน้า“ก็จริง งั้นฉันจะช่วยอวยพรให้นายได้ควงสาวสวยในคืนนี้นะ!”

            ฉินเว่ยยกแก้วกาแฟในมือของตนชนกับแก้วของลั่วเสี่ยวซี

            “งั้นฉันก็ขออวยพรให้เธอไม่ถูกซูอี้เฉิงไล่ออกมานะ”

            ลั่วเสี่ยวซีเตะขาเขาจากใต้โต๊ะไปหนึ่งที

            “ไปเล่นตรงนู้น!ถ้าขนาดฉันยังโดนซูอี้เฉิงไล่ออกมาคนอย่างนายชั่วชีวิตนี้ก็คงไม่มีวันหาเมียได้เหมือนกันนั่นแหละ!”

            “หืม?” ฉินเว่ยยิ้มหน้าบาน“งั้นถึงเวลาฉันค่อยมาขอเธอเป็นเมียก็ไม่เลวนี่”

            ลั่วเสี่ยวซีกลอกตามองบนใส่ฉินเว่ยไปหนึ่งทีโดยคิดว่าฉินเว่ยคงแค่ล้อเล่น

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359