บทที่3.
ทะลุมิติเกิดใหม่ในร่างเดิมที่โลกคู่ขนาน
“ไคไคจิน(กิน)เร็วๆซี่~เดี๋ยวแม่ก็ตื่นมาเห็นหร๊อกก” เสียงเล็กๆที่พยายามกระซิบกระซาบแฝดน้องเบาๆอย่างสุดชีวิต แต่เพราะกลัวว่าเสียงกระซิบของตนจะดังเกินไปจึงยื่นปากน้อยๆมาพูดชิดติดริมหูของน้องชายจนน้ำลายเลอะหูของคนน้องไปหมด
“อื้มม”น้องชายก็ส่งเสียงรับคำพยักหน้ารัวๆ พร้อมยกมือน้อยๆเช็ดน้ำลายพี่ชายจากใบหูของตนเองปอยๆก่อนเช็ดมือของตนเองที่เปื้อนน้ำลายกับเสื้อของคนพี่อีกที
“อร่อยมั้ย”เสียงพี่ชายเอ่ยถาม ตามองดูไข่ไก่ฟองเล็กๆในมือน้องชายพร้อมกลืนน้ำลายไปด้วย
“อื้มมอร่อยนะตูตูกินสิ” มือน้อยทั้งเปื้อนทั้งดำค่อยๆบิไข่ไก่ฟองเล็กๆออกมาครึ่งหนึ่งแบ่งให้พี่ชายของตนเองได้กินด้วยกัน
“ขอบใจนะ”เมื่อรับมาก็จับไข่ไก่ครึ่งฟองนั้นยัดเข้าปากแล้วรีบเคี้ยวหนุบหนับพร้อมหันมายิ้มให้กันเพียงไข่ไก่ที่แบ่งกันกินคนละครึ่งเพียงเท่านี้ก็มีความสุขมากแล้ว
สองร่างเล็กเหมือนก้อนกลมๆกำลังนั่งจุ๊มปุ๊กแอบๆ คุยกันอยู่มุมห้องครัวทั้งสองคนกำลังแอบกินไข่ต้มกันคนละครึ่งฟองที่ย่าให้มา แม้อยากจะค่อยๆละเลียดกินทีละน้อยมากแค่ไหนแต่ก็ทำไม่ได้ต้องรีบยัดเข้าปากน้อยๆ แล้วรีบเคี้ยวรีบกลืนให้หมดเร็วๆก่อนที่แม่ของพวกเขาจะตื่นมาเห็นแล้วจะไม่ได้กิน เพราะแม่จะเอาไปกินเองหมด….
บนเตียงเตาขนาดใหญ่ภายในห้องนอนซึ่งอยู่ติดกันกับห้องครัว
“อืมม”ร่างอวบพุงกลมๆกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจกำลังนอนอยู่ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆเปิดขึ้นมาช้าๆ ซีอินมองเห็นเพดานห้องที่เต็มไปด้วยหยากไย่มากมายทั้งยังมีแมงมุมทั้งตัวเล็กตัวใหญ่เกาะอยู่เต็มหยางไย่ไปหมด ดูแล้วน่าขนลุกยิ่งนักกลิ่นเหม็นอับชื้นผสมทั้งกลิ่นผ้าห่มเน่าและกลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวของเธอเองที่ไม่รู้ว่าหมักหมมตัวเองมากี่วันกี่เดือนแล้วที่ไม่ยอมอาบน้ำจนเธอที่พึ่งจะเข้าร่างรวมจิตแทบจะอ้วกพุ่ง
ร่างอวบอ้วนค่อยๆลุกขึ้นมานั่งพิงพนักเตียงอย่างทุลักทุเลรู้สึกว่านมกับพุงมันค้ำเกยกันไปหมดช่างอึดอัดนักเตียงที่เธอนอนอยู่เป็เตียงเตาขนาดใหญ่ที่เธอนอนอยู่คนเดียวไม่แบ่งใครส่วนเด็กๆนอนอีกห้องที่มีเตียงเตาขนาดเล็กต่างหาก
ก่อนที่ความทรงจำในร่างนี้ั้แ่เล็กที่เริ่มจำความได้จนถึงปัจจุบันจะเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองเธอเรื่อยๆช้าๆ ใช้เวลาราวๆ ครึ่งชั่วโมงกว่าเธอจะสามารถย่อยข้อมูลในหัวทั้งหมดได้ เฮ้อทะลุมิติกลับมาได้แล้วสินะเนี่ย
จากความทรงจำเซียวฉิงเฟิ่งแยกบ้านกับบ้านใหญ่เซียวแล้วั้แ่เธอท้องเธออ้างสารพัดว่าอยู่บ้านพ่อแม่สามีคนเยอะเกินไป เธอจะเคร่งเครียดและเป็กังวลจนส่งผลเสียกับเด็กๆในท้องได้ทั้งอาหารก็กินบำรุงได้ไม่เต็มที่นักสารพัดจะอ้างจนแม่สามีรำคาญพ่อสามีจึงยอมให้แยกบ้านออกมาเพื่อจบปัญหากวนใจแต่แม่สามีก็ยังคงห่วงหลานในท้องมากจึงยังคงส่งของกินและแวะมาดูเธอกับลูกๆอยู่บ่อยๆ
บ้านหลังนี้ก็เป็เงินของเซียวฉิงเฟิ่งที่สร้างไว้ให้เธอกับลูกๆแม้ไม่ใหญ่โตแต่แข็งแรงมากเป็บ้านอิฐหลังคามุงกระเบื้องเพราะเซียวฉิงเฟิ่ง้าให้คนที่บ้านอยู่อย่างสบายไม่ต้องกลัวหนาวทั้งยังทำเตียงเตาไว้ทั้งสองเตียงอีกด้วยเธอคนเดิมจึงนอนครองเตียงคนเดียวสบายปล่อยลูกๆนอนกันเองั้แ่พวกเขาเริ่มรู้ความโดยไม่ได้ใส่ใจอีก
เมื่อทบทวนความทรงจำแล้วก็ได้แต่ถอดถอนใจตัวเธอในชาตินี้น่ารังเกียจเสียยิ่งกว่าในความฝันที่เคยฝันเห็นเสียอีกนะเนี่ยไม่สนใจหยิบจับทำอะไรแม้แต่กับลูกๆ ก็ยังขี้งกของกิน จะตะกละอะไรขนาดนั้น เฮ้ออ
ซีอินลุกขึ้นจากที่นอนเน่าแล้วเดินออกมานอกห้องนอนเพื่อมองหาลูกๆของเธอแต่ก่อนจะส่งเสียงเรียกหากลับมาเห็นเ้าหัวผักกาดน้อยสองหัวตัวจิ๋วที่ทั้งผอมทั้งมอมแมมกำลังนั่งคู้กายจุ้มปุ๊กเป็ก้อนๆสองก้อนเรียงกันอยู่มุมหนึ่งของห้องครัว เพื่อแบ่งไข่ไก่ต้มกินกันคนละครึ่งฟอง แม้ไข่เพียงครึ่งฟองก็มีค่ามากมายแล้วสำหรับคนในยุคนี้ยิ่งเมื่อได้ยินการพูดคุยกันของเด็กๆ ที่แอบกระซิบแต่ไม่เหมือนกระซิบนั้นว่าต้องรีบกินเพราะเดี๋ยวแม่อย่างเธอมาเห็นแล้วจะมาแย่งเอาของกินไปก็ยิ่งสลดหดหู่ใจยิ่งนัก
“ตูตูไคไค” เมื่อสงบอารมณ์เศร้าและความรู้สึกผิดของตนเองได้แล้วซีอินก็เอ่ยเรียกชื่อเด็กๆออกไปอย่างอ่อนโยน
สองเด็กน้อยที่นั่งยองๆจุ้มปุ๊กอยู่ที่พื้นครัวถึงกับสะดุ้งโหยงเลยทีเดียวก่อนจะรีบเหลียวหลังกลับมามองแม่ของตนเอง
“มะแม่/แม่” เสียงเล็กๆ สั่นๆ นั้นเอ่ยเรียกแม่เบาๆเพราะคิดว่าถูกจับได้ว่าแอบกินไข่ไก่กันแล้วจะโดนดุแบบที่เคยโดนประจำ
“ไปอาบน้ำกันเดี๋ยวแม่อาบให้” ซีอินเอ่ยขึ้นทำเป็ไม่รู้ว่าเด็กๆกำลังแอบเธอกินไข่ไก่ป่ากันอยู่ แต่เมื่อเห็นท่าทางว่าเด็กๆ เหมือนไม่อยากอาบน้ำเธอจึงต้องเอ่ยหลอกล่อด้วยของกิน
“ถ้าใครอาบน้ำจนตัวหอมจะได้ของกินจากแม่นะ”
ตูตูแฝดคนพี่ตาโตเมื่อได้ยินว่าจะได้ของกินจากแม่ซึ่งเป็เื่ยากมากปกติแม่ไม่ค่อยให้ของอร่อยพวกเขากินสักเท่าไหร่นอกจากเวลาอารมณ์ดีๆอย่างเช่นเวลาได้เงินที่พ่อของพวกเขาส่งมาให้พวกเขาพี่น้องฝาแฝดถึงจะได้กินของอร่อยสักครั้งหนึ่งแต่ตอนนี้ขอแค่ได้กินอิ่มท้องเด็กทั้งสองก็ดีใจมากแล้วจึงไม่คิดหาเหตุผลที่จู่ๆแม่ของพวกเขาก็ใจดีบอกจะให้ของกิน ก่อนที่คนเป็พี่ชายจะเอ่ยชวนน้องชายไปอาบน้ำทันที
“อาบน้ำแล้วจะได้ของจิน(กิน)จากแม่ไคไคไปอาบน้ำกันเตอะ(เถอะ)”เสียงพูดชัดบางไม่ชัดบ้างแบบนั้นสำหรับซีอินแล้วน่ารักมาก
“อื้มม”คนน้องก็พยักหน้าไปมาแรงๆอย่างเชื่อฟังพี่ชายก่อนสองพี่น้องจะรีบจูงมือกันวิ่งจรู๊ดดไปที่ห้องน้ำทันทีจนซีอินต้องยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดูและมันเขี้ยว
“เดี๋ยวก่อนตูตูไคไค อย่าพึ่งอาบรอแม่ต้มน้ำให้ก่อนนะ”แม้ยังไม่เข้าหน้าหนาวเต็มตัวแต่อากาศก็เริ่มเย็นแล้วเธอจึงคิดว่าต้องต้มน้ำให้เด็กๆอาบก่อนดีกว่า หากให้อาบน้ำเย็นกลัวจะเป็หวัดกันเอาได้
“คับ/คับ”สองเสียงประสานตอบออกมาก่อนเดินออกมานั่งรอแม่ต้นน้ำให้เงียบๆ ที่เก้าอี้ในครัวขอเพียงแม่ไม่อารมณ์เสียจนตวาดเสียงดังดุใส่พวกเขาแม่จะให้ทำอะไรพวกเขาก็เชื่อฟังหมดนั้นล่ะ
ซีอินมองท่าทางลูกๆของเธอที่ตอนนี้ยังมีความสดใสอยู่มากจำได้ว่าตัวหลินซีอินในความฝันนั้นชอบเสียงดังตวาดใส่ลูกๆส่วนเื่ที่เคยพูดว่าจะทุบตีและทรมานลูกๆเธอจะเริ่มขู่เช่นนั้นก็คือหลังจากที่สามีาเ็และลาออกจากกองทัพกลับมาอยู่บ้านแล้วและเธอก็เพียงแค่้าข่มขู่สามีให้ออกไปทำงานหาของกินดีๆ มาให้เธอเท่านั้นเธอคนเดิมเพียง้าใช้ลูกๆ มาขู่เขาแต่ไม่เคยคิดลงมือจริงๆ สักทีเป็เพราะสามีาเ็กลับมาแล้วไม่สามารถหาเงินให้เธอใช้ได้เหมือนเมื่อก่อนอีกจึงทำให้เธอโมโหและเลือกใช้วิธีข่มขู่แบบนั้นออกมา
แค่คิดว่าเคยพูดจาไม่ดีทั้งดุด่าตวาดตะคอกเสียงดังใส่ลูกๆ ตัวน้อยจนเด็กๆ ทั้งสั่นทั้งกลัวแม่อย่างเธอมากทั้งทำไม่ดีมากมายกับสามีใช้งานเขาสารพัดตอนที่เขาาเ็หนักกลับมาทั้งที่ความจริงต้องพักผ่อนรักษาตัวต่อเป็เดือนๆด้วยซ้ำแค่คิดน้ำตาก็คลอหน่วยจวนเจียนจะหยดแล้วก่อนจะรีบเช็ดออกเมื่อได้โอกาสกลับมาแก้ไขอดีตแล้วเธอจะต้องรักษาสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตนี้ไว้ให้ได้ทั้งลูกๆและสามีเลย เธอจะไม่ยอมทำผิดอีกเป็อันขาด...
เมื่อต้มน้ำได้ที่แล้วซีอินก็นำผ้าห่อตรงที่จับหม้อต้มน้ำร้อนก่อนจะยกเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อผสมน้ำอาบให้ลูกๆในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้อยู่ก่อนแล้วแต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้เพราะเธอคนเดิมี้เีอาบน้ำมากซีอินหยิบเอาอุปกรณ์อาบน้ำพวกใยถูตัว สบู่และยาสระผมเด็กหอมๆ ออกมา
เมื่อเตรียมของเรียบร้อยก็ส่งเสียงเรียกเด็กๆให้เข้ามาอาบน้ำได้ตูตูกับไคไคก็รู้หน้าที่ดีมือน้อยจึงเริ่มลงมือถอดเสื้อผ้าของตนเองออกหมดเมื่อเด็กๆเห็นอุปกรณ์อาบน้ำที่แม่เตรียมไว้ให้ก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะปกติแล้วแม่ชอบทิ้งพวกเขาไว้แล้วเข้าเมืองเพื่อซื้อของดีๆมาใช้เป็ประจำอยู่แล้ว
ตูตูกับไคไคไม่กล้าเล่นซนขณะอาบน้ำเพราะกลัวแม่จะดุปกติแม่เป็คนขี้หงุดหงิดมากพวกเขาถูกดุเสมอเวลาเผลอเล่นกันเสียงดังๆในบ้านทุกครั้งจึงต้องแอบเล่นกันเบาๆเท่านั้น
“เอาละเสร็จแล้วเ้าหัวผักกาดของแม่ไหนดมสิหอมรึยัง” เมื่อเธอจับลูกๆ อาบน้ำสระผมจนหอมฟุ้งแล้วซีอินก็ก้มลงไปทั้งจูบทั้งหอมที่หน้าผากเหม่งน้อยของลูกทั้งสองจนเด็กๆตัวเกร็งและใกันไปหมดั้แ่จำความได้แม่ไม่เคยกอดหรือหอมพวกเขามาก่อนเลยพอได้รับสิ่งที่ไม่เคยได้รับและแอบโหยหามาตลอดความรู้สึกจึงทั้งใและตื่นเต้นดีใจจนแอบน้ำตาคลอหน่วยเลยทีเดียวแต่ก็ต้องฮึบกลั้นเอาไว้เพราะกลัวว่าถ้าร้องไห้ออกมาแล้วแม่อาจรำคาญเอาได้ พวกเขายังอยากให้แม่ใจดีกอดและหอมพวกเขาแบบนี้อีกเยอะๆ
“ฟอดดฟอดด เอาล่ะหอมแล้วไปแต่งตัวกันก่อนเถอะเดี๋ยวแม่จะได้มาอาบน้ำบ้าง”มือขาวอวบพันผ้าขนหนูผืนหนานุ่มให้คนหนึ่งสีน้ำตาลอีกคนสีเขียวขี้ม้ารอบกายเด็กทั้งสอง ห่อคลุมั้แ่หัวลงมาแล้วพันตัวทบกันไปมาจนเหลือแต่หน้ากลมๆเล็กโผล่ออกมาจนเหมือนบ๊ะจ่างเดินได้ดูน่ารักน่าชังมากจริงๆในสายตาของเธอ
คำพูดที่ว่า‘แม่จะมาอาบน้ำบ้าง’ ทำให้เด็กทั้งสองใมากจนตาเบิกกว้างเพราะแม่ของพวกเขาไม่ชอบอาบน้ำ เดือนๆหนึ่งอาบน้ำไม่กี่ครั้งยิ่งถ้าเป็หน้าหนาวแบบนี้ไม่ต้องพูดถึงเรียกว่าเดือนหนึ่งร่างกายไม่เคยได้แตะถูกน้ำเลยด้วยซ้ำแต่ก็ไม่กล้าพูดท้วงอะไรออกมาแม่อาบน้ำก็ดีเหมือนกันถึงพวกเขาจะรักแม่มากแต่กลิ่นตัวแม่ก็ทำพวกเขาแสบจมูกมากอยู่เหมือนกัน...
หลังจากทาแป้งทาครีมโลชั่นหอมๆสำหรับเด็กให้ลูกๆและแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วซีอินก็ทำท่าเดินเข้าไปที่ตู้เก็บอาหารของตนเองในห้องนอนแล้วหยิบเอาซาลาเปาไส้หมูสองลูกพร้อมเหยือกนมอุ่นๆมีกลิ่นหอมๆที่มีเก็บอยู่ในช่องมิติออกมาเทใส่แก้วอีกเดี๋ยวจะถึงมื้อเย็นแล้วเธอจึงไม่อยากให้ตูตูกับไคไคกินเยอะเกินไป
“แบ่งกันกินรองท้องไปก่อนนะรอแม่อาบน้ำเสร็จแล้วจะมาทำโจ๊กหมูให้ลูกๆกินกันเป็อาหารเย็น”
“คับ/คับ”ทั้งสองนั่งนิ่งๆอยู่บนเก้าอี้ไม่กล้ากระดุกกระดิกทั้งที่กำลังดีใจแทบตายแล้วที่ได้ยินแม่บอกว่าจะทำโจ๊กหมูให้กินเป็อาหารเย็น
เมื่อเด็กๆได้อาบน้ำทาครีมทาแป้งจนตัวหอมก็ทำให้สองแฝดน่ากอดน่าฟัดแม้จะตัวผอมกะหร่องไปหน่อยแต่ก็ดูน่ารักมากอยู่ดีอาจจะเพราะได้หน้าตาดีมาจากทั้งพ่อและแม่ก็เป็ได้
ความจริงแล้วหลินซีอินหน้าตาดีมากเรียกว่าหน้าตาเธอสวยหวานเลยก็ว่าได้แต่ติดที่เธออวบอ้วนไปมากสักหน่อยเพราะตอนอยู่บ้านเดิมเธอชอบกินมากและตะกละกินเร็วจนคนในบ้านกินไม่เคยทันเธอทั้งแม่ของเธอก็ตามใจคอยหาของกินมาให้เธอกินเสียมากมาย นานวันเข้ากระเพาะที่ถูกขยายมานานเมื่อเติมอาหารลงไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยเต็มสักทีจึงกินเยอะขึ้นเรื่อยๆจนตัวอวบอ้วนกว่าใครในบ้านจึงทำให้ไม่มีใครเคยมองเห็นความงามที่หลบซ่อนนั้นอยู่เลยและเพราะอย่างนี้จึงไม่มีใครคิดสู่ขอเธอไปเป็ภรรยาเลยจนเธอได้มาเห็นและเกิดถูกใจเซียวฉิงเฟิ่งที่เดินทางกลับจากกองทัพเพื่อเยี่ยมบ้านจึงคิดอุบายโดดล้มทับเพื่อจับเขามาจนได้
ส่วนเซียวฉิงเฟิ่งพ่อของลูกๆนั้นไม่ต้องพูดถึงเขาเป็ผู้ชายที่หล่อเหลาที่สุดในหมู่บ้านนี้เลยก็ว่าได้เมื่อก่อนเขาตัวผอมแห้งไร้กล้ามเนื้อแต่เมื่อสมัครไปเป็ทหารได้ฝึกร่างกายอย่างหนักยิ่งทำให้ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแขนขายาวตัวสูงโปร่งหน้าตาหล่อคมเข้มขึ้นแม้จะผิวคล้ำเป็สีแทนไปบ้างแต่ก็นับว่าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบมากจริงๆติดที่เป็คนนิ่งขรึมไปสักหน่อยจึงไม่ค่อยมีผู้หญิงกล้าคุยด้วยนักจึงอยู่เป็โสดมาจนกระทั่งถูกหลินซีอินล้มทับใส่เพื่อตั้งใจจะจับเขาเป็สามีนั้นเอง
ส่วนคืนเข้าหอครั้งแรกนั้นซีอินจำได้ว่าตัวเธอคนเดิมใช้กำลังจับสามีกดลงเตียงเพื่อทำกิจกรรมสามีภรรยาให้ได้ตัวเซียวฉิงเฟิ่งนั้นแรกเริ่มก็ขัดขืนอยู่แต่เพราะดื่มเหล้ามงคลตามธรรมเนียมเข้าไปมากจึงไม่มีสติหรือแรงมากพอที่จะขัดขืนเธอได้และหลังจากคืนวันเข้าหอคืนนั้นเขาก็เดินทางกลับค่ายทหารทันทีจากนั้นไม่นานเธอก็ตั้งท้องขึ้นมาคืนเดียวครั้งเดียวติดแถมยังได้ลูกแฝด...อืมของเขาแรงจริงๆเล้ยยย
จากนั้นเซียวฉิงเฟิ่งจะได้กลับบ้านเฉพาะ่ปีใหม่ก็คือปีละครั้งจึงได้ร่วมกิจกรรมสามีภรรยากันปีละครั้งเท่านั้นโดยทุกครั้งเป็หลินซีอินที่เรียกร้องก่อนเสมอแต่เธอก็ไม่มีวี่แววว่าจะท้องอีกที่เขายอมใช้ชีวิตสามีภรรยากับเธอด้วยดีอาจเพราะมีลูกด้วยกันแล้ว และเขาคงคิดตกได้ว่ายังไงก็เป็สามีภรรยากันแล้วจึงไม่อาจเลี่ยงเื่การเข้าหอได้สินะ...คงจะเป็อย่างงั้นล่ะมั้ง...เธอวิเคราะห์อย่างพยายามเข้าใจความคิดของสามี
ซีอินคิดเื่ของตัวเองกับสามีขณะเดินเข้าห้องน้ำไปจากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อผ้ากลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่สวมใส่อยู่ออก แล้วเริ่มอาบน้ำสระผมพร้อมหมักผมด้วย เธอทั้งถูทั้งขัดขี้ไคลออกทุกซอกทุกมุมทั้งยังเอาสครับขัดผิวในช่องมิติออกมาขัดด้วยน้ำที่ล้างออกมาจากที่ใสสะอาดก็ขุ่นมัวเป็สีน้ำตาลสกปรกขนาดว่านี้คือร่างของตัวเธอเองในชาตินี้เธอยังนึกรังเกียจกับความสกปรกซกมกนี่จนรับแทบไม่ได้คิดแล้วก็น่าอายนักนิสัยสกปรกแบบนี้ไม่รู้สามีเธอทนอยู่ด้วยไปได้ยังไง
เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้วก็ออกมาเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เธอมีอยู่อีกหลายชุดได้แต่ถอนหายใจกับรูปร่างอวบอ้วนระยะสุดท้ายนี้ยิ่งนักต้องออกกำลังกายลดน้ำหนักแล้วละอยู่แบบนี้อึดอัดพุงจะทำอะไรก็ไม่สะดวกไม่คล่องตัวเอาเสียเลย
เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็เดินมาดูลูกๆทั้งสอง ที่ตอนนี้กินซาลาเปากันตุ้ยๆ พร้อมดื่มนมอุ่นๆไปด้วยในครัวทั้งยังคุยกันด้วยท่าทางกระซิบกระซาบจนหัวชนกันแต่เสียงสิบแปดหลอดของหัวผักกาดทั้งสองนั้นดังไปสามบ้านแปดบ้านเสียจนไม่ต้องกระซิบก็ยังได้
“แม่แปลกๆ”ตูตูแฝดคนพี่เอ่ยขึ้นเสียงอู้อี้สองข้างแก้มยังป่องพองออกเพราะมีอาหารกักตุนอยู่เต็มแก้ม
“แต่ก็ดีมากนะ”ไคไคแฝดคนน้องก็ออกความเห็นบ้าง
“อร่อยเนาะ”แก้มน้อยของตูตูพองออกสองข้างเหมือนกระรอกน้อยเพราะมีการกักตุนอาหารอยู่ข้างแก้มเคี้ยวไปก็โยกหัวไปมาอย่างอารมณ์ดีที่ได้กินอิ่มท้อง ก่อนจะยกมือขึ้นมากุมแก้มน้อยๆของตนเองไว้ยามเคี้ยวซาลาเปาในปากอย่างมีความสุขที่สุด
“อื้มอร่อย” ไคไคไม่ได้ยัดซาลาเปาไว้เต็มสองข้างแก้มเหมือนพี่ชายแม้จะหิวแต่เขาก็ทำเพียงแค่ค่อยๆกัดกินทีละนิดๆเท่านั้นตามนิสัยใจเย็นของตัวเอง
ซีอินที่ยืนแอบดูลูกๆอยู่เห็นท่าทางเ้าหัวผักกาดน้อยทั้งสองแล้วก็ได้แต่คิดว่าเด็กๆน่ารักน่าฟัดเสียจริงๆคิดไปก็นึกอยากจับลูกๆ มาฟัดให้หายมันเขี้ยวนัก
“ไคไคตูตูกินเสร็จแล้วก็ไปนั่งรอแม่ในห้องนอนก่อนนะเดี๋ยวแม่จะเตรียมของต้มโจ๊กหมูอร่อยๆให้ก่อน”ซีอินเอ่ยบอกเมื่อเดินออกไปหาเด็กๆที่นั่งกันอยู่บนเก้าอี้โต๊ะกินข้าวในครัว
“คับ/คับ”ทั้งสองรับคำพร้อมกัน และพยักหน้าหงึกๆ กันคนละทีสองทีเหมือนไก่ไม่มีผิด...