ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 149 เชื่อในลางสังหรณ์ของข้า

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถูกสวี่ชิวเยวี่ยทำให้ตกใจ นางจึงรีบวิ่งกลับไปที่ห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว พอถึงห้องก็เห็นเยวี่ยเจาหรานนั่งหลังตรงอยู่ข้างโต๊ะ นางหอบหายใจถี่พลางยกมือขึ้นมาตรงด้านหน้า แทบอยากระบายความโกรธลงที่เยวี่ยเจาหราน

            เยวี่ยเจาหรานรีบปั้นหน้ายิ้มเข้าสู้เมื่อรู้ว่าที่ไปครั้งนี้คงไม่ราบรื่น เขายกมือขึ้นรินน้ำชาให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอย่างเร่งรีบ ทำตัวประหนึ่งสุนัขรับใช้เพื่อให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วให้อภัย

            “ลูกพี่ดื่มชาก่อน...”

            เมื่อเห็นเยวี่ยเจาหรานยกน้ำชาร้อนๆ มาให้ด้วยมือทั้งสองข้าง ทั้งยังโค้งตัวอย่างนอบน้อม แทบจะวางน้ำชาไว้ตรงหน้าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว แต่คนอย่างเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว เป็นผู้หญิงที่จิตใจเข้มแข็งมาตลอด เช่นนี้แล้วจะรับถ้วยชานี้ง่ายๆ ได้อย่างไร และจะให้อภัยเยวี่ยเจาหรานอย่างนั้นหรือ?

            “ข้าไม่ดื่ม!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพยายามสงบสติอารมณ์ จากนั้นค่อยๆ นั่งลงไปด้านข้าง ยกมือขึ้นมาผลักมือของเยวี่ยเจาหรานที่ถือชาอยู่ออก พูดอย่างโมโหว่า “เจ้าบอกให้ข้านำของไปให้สาวใช้คนนั้นก็พอ แต่นางกลับมารอข้าด้วยตัวเอง...”

            พูดตามตรงเขาอยากจะหัวเราะเมื่อได้ยินเรื่องราวของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว แต่ถึงอย่างไรก็คงต้องปล่อยไปตามนั้น สิ่งนี้คือโชคชะตาของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและสวี่ชิวเยวี่ย เจ้าคิดว่าพวกเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง? เป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้วิชาเรียงเจ็ดดารา[1] ช่วยเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเปลี่ยนดวงชะตา?

            แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังคงอดทน รวบรวมรอยยิ้มทั้งหมดบนใบหน้าของตัวเอง นั่งที่เดิมอย่างน่าเอ็นดู และเยวี่ยเจาหรานพูดอย่างเสียดายว่า “อ๋า? ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้… ถ้าข้ารู้เร็วกว่านี้ ข้าจะไม่เกียจคร้าน ข้าจะไปเอง...”

            เยวี่ยเจาหรานวางถ้วยชาในมือลง และทบทวนแผนการในหัวไม่หยุด เรื่องของวันนี้เป็นสิ่งที่เขาคิดเอาไว้แล้ว แต่การปรากฏตัวของสวี่ชิวเยวี่ยเป็นเรื่องที่คิดไม่ถึงจริงๆ เขาเพียงคิดว่าจะให้อาเชวี่ยเปรยๆ ถึงเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเพื่อบดบังความเกี่ยวข้องตนในเรื่องนี้ แต่ใครจะรู้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะโชคร้ายขนาดนี้?

            ช่างเลือกเวลาได้เหมาะอะไรขนาดนี้ ดันมาเจอเจ้าของเรือนอยู่เรือนพอดี

            แต่ยังโชคดีที่วันนี้ตอนบอกลาสวี่ชิวเยวี่ย เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังเก็บสีหน้าได้ดี มิฉะนั้นไม่รู้ว่าวันนี้สวี่ชิวเยวี่ยจะก่อเรื่องยุ่งยากอะไรอีก

            “โกหก!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วโกรธจัด ทำให้เยวี่ยเจาหรานตกใจไปทีหนึ่ง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตบโต๊ะไม่หยุด อารมณ์ตอนนี้ยากที่จะสงบ นางโมโหจนเสียงสั่น “รู้เร็วกว่านี้ รู้เร็วกว่านี้อย่างนั้นหรือ ข้าจะรู้เร็วได้ยังอย่างไรล่ะ ถ้าข้ารู้เร็วกว่านี้ ข้าคงไม่ใจอ่อนช่วยเจ้า เดิมทีข้าก็ไม่ได้ไปทางนั้น!”

            มองย้อนกลับไป เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเพิ่งมาสังเกตว่าตนถูกเยวี่ยเจาหรานหลอก พอมาคิดดูแล้วงานนี้เดิมทีควรจะเป็นเยวี่ยเจาหราน ถ้าเขาไม่ใจอ่อนช่วยเยวี่ยเจาหราน ก็คงไม่เจอปัญหาแปลกๆ เช่นนี้ ต่อให้หลีกเลี่ยงอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าจะถูกสหายร่วมรบทำร้าย!

            “พอแล้ว พอแล้ว เจ้าอย่าโกรธเลย...” เยวี่ยเจาหรานคิดอยู่สักครู่หนึ่ง แล้วดันถ้วยชาไปใกล้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว พูดอย่างมีไหวพริบว่า “เอาล่ะ เจ้ารีบดื่มเถอะ เดี๋ยวชาเย็นหมด”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วสายตาเย็นเยียบจ้องถมึงทึง แทบอยากจะกลืนเยวี่ยเจาหรานลงท้องไปเสียให้เข็ด! ส่วนเยวี่ยเจาหรานเหมือนถูกนางใช้มีดฆ่าด้วยสายตา จึงรีบพูดว่า “ไม่ ไม่ ไม่ ข้าหมายความว่าดื่มชาเย็นๆ มันจะไม่ดีต่อร่างกายเจ้า อีกสองวันเจ้าต้องตามฮ่องเต้ไปล่าสัตว์ ถ้าเจ้าปวดหัวตัวร้อน ที่ข้าไปอ้อนวอนฮองเฮาจะไม่เสียแรงเปล่าหรือ...”

            พอได้ฟังคำเหล่านี้ เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วดึงสายตาที่อยากฆ่ากลับมาอย่างไม่เต็มใจ ส่วนชาก็ย่อมไม่ดื่มแน่นอน เยวี่ยเจาหรานเห็นเช่นนั้นก็คิดว่านี่ช่างเป็นการเสียเปล่า ชาเย็นชืดนั้นไม่ดีต่อสุขภาพจริงๆ นะ ใช่หรือไม่เล่า…

            เยวี่ยเจาหรานเงยหน้าขึ้น พร้อมกระดกชาทั้งหมดที่เดิมทีเตรียมไว้ให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วลงท้องเรียบร้อย อีกทั้งยังพูดอย่างฉลาดว่า “ไม่เลวไม่เลว เป็นชาที่ดี!” แล้วนั่งลงตรงข้ามเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่ยังนิ่งไม่พูดอะไร เยวี่ยเจาหรานปลอบโยนนางอีกครั้งว่า “เอาล่ะ เรื่องนี้ก็ไม่ได้เกิดความเสียหายอะไร... หลังจากนี้ก็จำว่าอยู่ให้ห่างจากนางเอาไว้ ก็คงไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ใช่หรือไม่?”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเงียบเป็นเวลานานไม่รู้ว่านางพยายามทำความเข้าใจอยู่หรืออย่างไร ในที่สุดก็ถอนหายใจ แล้วพูดว่า “ข้าไม่คิดว่าเรื่องจะง่ายขนาดนั้น สายตาที่นางมองข้า มันคุ้นเคยมากเกินไป”

            “คุ้นเคย? เจ้าหมายความว่าอย่างไร...” เยวี่ยเจาหรานคิ้วขมวด แต่ในใจอยากรู้เรื่องคนอื่นจนตื่นเต้น อาจจะเป็นเพราะเขาเห็นความเป็นคู่จิ้นของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและสวี่ชิวเยวี่ยกระมัง?

            ความเงียบปกคลุมเป็นเวลานาน เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า “ความหมายคำว่าคุ้นเคยของข้าคือ สายตาที่สวี่ชิวเยวี่ยมองข้าในวันนี้ เมื่อก่อนข้าเคยเห็น... ในเวลานั้นนางคอยเอาอกเอาใจข้าอย่างหนัก เวลานางมองข้า นางใช้สายตาแปลกๆ คล้ายกับ… ชื่นชอบ?”

            หลงตัวเอง หลงตัวเองเกินไปแล้ว!

            เยวี่ยเจาหรานคิดเรื่องนี้แล้วถึงกับกลอกตา ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เจ๊ คิดเยอะไปหรือไม่? นางเพิ่งผ่านเรื่องเลวร้ายแบบนั้นมา เวลาเพิ่งจะผ่านไปไม่เท่าไร เจ้าคิดว่านางจะมีกะจิตกะใจหมกมุ่นตามจีบเจ้าหรืออย่างไร?”

            “ข้าขอบอกเจ้าเลยนะ อย่าคิดไม่เชื่อในลางสังหรณ์ของผู้หญิงเชียว!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วโกรธอย่างมากที่เยวี่ยเจาหรานไม่ ‘เคารพ’ นางยังย้ำทัศนคติของตนด้วยท่าทางและน้ำเสียงที่หนักแน่นอีกครั้ง “โดยเฉพาะลางสังหรณ์ของเจ๊นั้นแม่นมาก เข้าใจหรือไม่?”

            แม้ว่าจะพูดเช่นนั้น แต่เยวี่ยเจาหรานที่จู่ๆ กลายเป็นน้องชายไปแล้วนั้นก็ส่ายหัวอย่างตรงไปตรงมา อีกทั้งเป็นห่วงเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่ไม่ยอมแพ้ เอ่ย “ข้าไม่เข้าใจ”

            สิ่งที่เยวี่ยเจาหรานแสดงออกมาทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอารมณ์เสียมาก นางกวาดข้าวของบนโต๊ะออกไปอย่างหมดความอดทน และพูดห้วนๆ ว่า “ข้าพูดกับเจ้า เจ้าก็ยังไม่เชื่อ เจ้าลืมไปแล้วหรือ ตอนที่นางเพิ่งลงจากภูเขา นางบอกว่าอย่างไร? นางถามข้าว่า แต่งงานกับนางได้หรือไม่!”

            “ข้า… ข้าจำได้สิ” เยวี่ยเจาหรานเติมชาให้ตัวเองอย่างใจเย็น จากนั้นค่อยๆ ถือมันไว้ในมือ และตอบอย่างครุ่นคิด “แต่ตอนนั้นที่นางเสนอความต้องการขึ้นมา เจ้าควรจะคิดไม่ตก เป็นทุกข์ ต้องเป็นเช่นนี้สิ…!”

            “ไร้สาระ!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยกมือขึ้นมาตบที่ไหล่เยวี่ยเจาหรานแรงๆ  และผ่านไปสักครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นว่า “ข้าขี้เกียจคุยกับเจ้าแล้ว ไม่ว่าอย่างไรข้าก็รู้สึกว่าสายตาของสวี่ชิวเยวี่ยไม่ชอบมาพากลนัก… ข้าเกรงว่านางจะเริ่มดื้อรั้น คงขอข้าแต่งงานจนกว่านางจะสมหวัง เจ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไรดี?”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วคิดมากเกินไป เยวี่ยเจาหรานจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจเท่าไรนัก อีกทั้งยังพูดกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอย่างเหมาะสมว่า “ข้ายังรู้สึกว่าเจ้าคิดมากเกินไป ถ้าหากข้าประสบเหตุการณ์เช่นนั้นมา ก็เป็นไปไม่ได้ที่ฟื้นคืนสภาพจิตใจได้อย่างรวดเร็วเพียงเพราะความรักหรอก!”


            เชิงอรรถ

            [1]  七星连珠 ชีซิงเหลียนจู  หรือ วิชาเรียงเจ็ดดารา เป็นวิชาของโหราจารย์ขั้นสูงที่มีมาตั้งแต่ยุคโบราณ เชื่อว่าโชคชะตานั้นเกี่ยวข้องกับการเรียงตัวของดวงดาว


    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663