"ผมคิดถึงคุณมากเลยนะน้ำส้ม กินข้าวไม่ลงเลย" นักรบที่เดินจับมือน้องมะนาวตามเข้ามาในบ้าน เขารีบตรงดิ่งไปนั่งข้างน้ำส้ม แล้วพูดออเซาะออดอ้อน
"ขนาดนั้นเลย?" น้ำส้มย้อนถามอย่างไม่คิดเชื่อ ก็หน้าตาที่เขาเผยต่อหน้า มันทำเธอเชื่อไม่ลง
"กินได้แต่ก๋วยเตี๋ยว" น้ำส้มถึงกับมองบน เมื่อนักรบตอบโต้ตาใสด้วยคำพูดที่ฟังแล้วสร้างความระอาใจแก้เธอ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดต่อ ได้แต่ทรุดตัวนั่งลงเก้าอี้อย่างคนอ่อนแรง
"คุณกลับบ้านเถอะ มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น วันนี้ฉันปวดหัวกับคุณและมะนาวพอแล้ว" ทำเอาน้ำส้มออกปากไล่ เธอวุ่นวายและรู้สึกเหมือนสมองทำงานหนัก เพียงแค่ปะทะกับลูกสาวเธอก็ปวดหัวตุบ ๆ มากพอแล้ว
"กลับได้ไงล่ะ ผมมีเวลาแค่สามเดือนมัดใจคุณ นี่ตั้งอาทิตย์ที่ผมยังไม่ได้ทำคะแนนเลย วันนี้ต้องรีบเดี๋ยวหมดเวลาก่อน" แต่คำพูดของน้ำส้มก็ไม่ได้สะท้านต่อมของนักรบแต่อย่างใด เขาแย้งด้วยสีหน้าจริงจังและอ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเอง
"เฮ้อ~~ฉันปวดหัว" เมื่อได้ฟังจนจบประโยค ทำให้น้ำส้มถึงกับโอดโอย สองมือกุมหัวและถอนหายใจแรง
"เดี๋ยวน้องไปเอายาให้คุณแม่เองค่ะ" น้องมะนาวที่มองผู้ใหญ่สองคนคุยกัน เธอเห็นแม่มีอาการไม่ค่อยดี จึงเสนอตัวอาสาตั้งท่าจะเดินไปหยิบยา
"ขอบคุณนะคะ แค่แม่ว่าน้องอยู่นิ่ง ๆ ตามเดิมดีกว่า" ทว่าน้ำส้มก็พูดเบรกไว้ก่อน ทำให้น้องมะนาวต้องชะงักงัน แล้วหันกลับมามองแม่ด้วยสีหน้าฉงนใจ
"แต่น้องอยากช่วยคุณแม่นะ" เธอแย้งด้วยใบหน้าเหี่ยว เมื่อถูกแม่ปฏิเสธในความตั้งใจที่อยากจะทำ
"จ้าลูกรัก แต่หนูนั่งดูการ์ตูนตามเดิมนั่นแหละเดี๋ยวแม่ไปหยิบเอง" น้ำส้มพูดกับลูกสาว แม้จะรับรู้ว่าลูกสาวนั้นหวังดี แต่เธอก็ไม่กล้าใช้เพราะกลัวว่าน้องมะนาวจะหยิบผิด
"ผมหยิบให้เอง กล่องยาอยู่ตรงไหนครับ" เป็นักรบอาสา
"ไม่ต้องค่ะ" ทว่ากลับถูกน้ำส้มปฏิเสธเสียงแข็ง จากนั้นเธอจึงเดินไปหยิบยาพร้อมกับน้ำเปล่า โดยไม่สนใจนักรบที่เดินตามหลัง
"น่านะ ผมอยากทำให้แฟนผิดเหรอ" เขาพูดเสียงออดอ้อน ยัดเยียดสถานะทั้งที่น้ำส้มยังไม่ได้ยินยอมมอบให้
"คุณนักรบ!" จนเธอต้องตวาดเสียงดังถลึงตาใส่ แต่นักรบก็ไม่ได้เกรงกลัว เขากับยิ้มกริ่มอย่างชอบใจที่เห็นน้ำส้มมีปฏิกิริยาตอบสนอง แม้จะไม่เข้าทางแต่มันก็ทำให้เธอพูดกับเขามากขึ้น
"คุณแม่เสียงดังระวังเจ็บคอนะคะ" เสียงของผู้เป็ดังกังวานจนเด็กหญิงสะดุ้งใ เธอจึงทักท้วงด้วยความไร้เดียงสา
"จะบ้าตาย!" แต่นั่นก็ทำให้น้ำส้มที่เพิ่งกินยาแก้ปวดเข้าไป ต้องรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกรอบ จากวันนี้ที่ตั้งใจจะอัปเดตคลิปแต่งหน้า เธอก็ไม่สามารถรังสรรค์ศิลปะแห่งความงามได้ เพราะสมองอื้ออึงไปหมดเมื่อน้องมะนาวกับนักรบมาเจอกัน
เหมือนเธอได้ลูกเพิ่ม!
"คุณแม่ตายแล้วน้องจะอยู่กับใครละคะ? ไม่เอา" เด็กหญิงพูดตอบโต้ตามประสา และจินตนาการแห่งความคิดตามวัย เดินเข้าไปกอดขาของแม่แล้วเงยหน้ามองตาปริบ ๆ
"ใช่ ผมคงอยู่ไม่ได้แน่ ๆ น้ำส้ม" และนักรบก็เล่นตามน้องมะนาว เขาขยับเข้าใกล้น้ำส้ม แล้วเอนหัวซบไหล่ของเธออย่างออเซาะ
"โอ๊ย!! พอเลยทั้งคู่เข้ากันดีเป็ปี่เป็ขลุ่ยเชียวนะ" คนสองวัยที่รายล้อมเธอ ทำให้สมองของน้ำส้มทำงานหนักอีกครั้ง เป็ไปได้เธออยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เสียเหลือเกิน
"แล้วน้องเป็ปี่หรือขลุ่ยคะคุณแม่ขา" คำพูดของผู้เป็แม่ทำให้น้องมะนาวสงสัย และได้เอ่ยถามออกไปด้วยความเดียงสา
"หนูหยุดสงสัยสักแป๊บได้ไหมคะลูก ตอนนี้แม่ขอกินยาแก้ปวดก่อนนะคะ" ผู้เป็แม่ไม่รู้จะตอบยังไง ได้แต่พูดยับยั้งลูกสาวตัวกลมเท่านั้น
"ก็ได้ค่ะ"
"เดี๋ยวแม่จะไปห้องน้ำ มะนาวก็ปล่อยขาแม่ได้แล้วค่ะ ส่วนคุณก็เอาหัวออกจากไหล่ของฉันสักที"
(ครับ/ค่ะ)
"แม่เข้าห้องน้ำก่อน แล้วจะมาแกะอาหารให้นะคะ"
"ค่ะ"
คำบอกกล่าวของน้ำส้ม ทำให้นักรบและน้องมะนาวทำตาม จากนั้นเธอจึงถอนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน แล้วเดินไปทางห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว ปล่อยให้คนสองวัยอยู่กันเพียงลำพัง ทั้งสองคนมองตามหลังของน้ำส้มแล้วมองหน้ากัน จากนั้นก็ส่งยิ้มและหัวเราะชอบใจ เหมือนกับว่ารู้ใจซึ่งกันและกัน
"เดี๋ยวอาไปแกะอาหารรอคุณแม่ของเปรี้ยวจี๊ดส์ดีกว่า"
"น้องไปด้วยค่ะ"
"โอเคครับ"
นักรบพูดกับเด็กหญิงในการที่จะช่วยเหลือน้ำส้ม ทำให้น้องมะนาวนั้นตามติดต้อย ๆ แล้วทั้งสองคนจึงเดินจับมือกันไปยังโต๊ะที่มีอาหารวางอยู่ โดยมีเด็กหญิงตัวกลมนำทางให้
"ทำไมพี่สุดหล่อถึงบอกว่าคุณแม่ไม่ได้สั่งชาไข่มุกมาให้นะ" เด็กหญิงสงสัยเมื่อสายตามองเห็นแก้วชานมไข่มุกที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว ทวนคำพูดของไรด์เดอร์ส่งอาหาร นั่นทำให้เด็กหญิงสงสัย "คุณแม่ขาสั่งชาไข่มุกมาให้น้องใช่ไหมคะ" เด็กหญิงเอ่ยถามทันทีด้วยความใคร่รู้ เมื่อผู้เป็แม่เดินเข้ามาใกล้
"ไม่ใช่ค่ะ นั่นของคุณแม่" น้ำส้มให้คำตอบแก่ลูกสาว พลางแกะหนังยางที่รัดอาหารไปด้วย และมีนักรบช่วยเหลือ
"ไม่จริงหรอกค่ะ คุณแม่หลอกน้อง คุณแม่ขาต้องสั่งมาให้น้องแน่ ๆ เลย" แต่เด็กหญิงไม่คิดเชื่อ เธอจึงพูดต่ออย่างเข้าข้างตัวเอง
"คุณหมอสั่งให้น้องลดน้ำหนักนะคะ" น้ำส้มบอกกล่าวกับน้องมะนาวในคำสั่งห้ามที่หมอแนะนำมา
"พรุ่งนี้ค่อยลดค่ะ" ทว่าเด็กหญิงก็ไม่ฟัง เพราะของโปรดมันล่อตา สองมือป้อม ๆ รีบคว้าแก้วมาดูดทันที โดยไม่สนใจสายตาของผู้เป็แม่ที่จ้องมองแม้แต่น้อย
"น้องเพิ่งกินไปไม่ใช่หรือไงคะ ที่คุณอานักรบซื้อมาฝากน่ะ" น้ำส้มทักท้วงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวตัวกลมของเธอนั้นเพิ่งทานไปไม่นานก่อนหน้า ไม่ใช่ว่าเธอหวงของแต่ห่วงสุขภาพของลูกมากกว่า เพราะหากกินมากไปน้องมะนาวเธอจะรู้สึกปวดท้องและจุกแน่น
"มันย่อยไปหมดแล้วค่ะ"
"ยอมใจจริง ๆ เลย"
"คุณอาจะกลับแล้วเหรอคะ" น้องมะนาวถามขึ้นเมื่อนักรบลุกยืนเต็มความสูง ในขณะที่ทั้งสามคนนั่งดูทีวีหลังกินข้าวเสร็จ
"ครับ หายคิดถึง....น้องไปแล้วจิดเดียว (นิดเดียว) เดี๋ยวพรุ่งนี้อาจะมาหาใหม่" นักรบตอบกลับเด็กหญิงและเว้นวรรคคำพูด ก่อนจะเบนสายตาไปหาน้ำส้มด้วยรอยยิ้มแสนกล จากนั้นจึงหันมาพูดต่อกับน้องมะนาวพร้อมคำพูดเลียนแบบเด็กหญิง
"ค่ะ พรุ่งนี้อย่าลืมชานมไข่มุกอีกนะคะ" น้องมะนาวฉีกยิ้มสดใส เขาเดินไปใกล้นักรบแล้วกวักมือเรียก นั่นทำให้คนตัวสูงย่อตัวต่ำลงเสมอเด็กหญิง เธอกระซิบชิดหูบอกเขาด้วยน้ำเสียงแ่เบา ทำเอานักรบถึงกับอมยิ้มเมื่อได้ฟัง
"โอเค" เขายืนยันกับเธอด้วยน้ำเสียงเบาเช่นกัน
น้ำส้มที่ยืนกอดมองคนทั้งคู่คุยกัน ใช่ว่าเธอไม่ได้ยิน ความแสบของลูกสาวสุอยอดจนไม่รู้จะปรามยังไง การเข้ากันได้ดีของน้องมะนาวกับนักรบสร้างความหนักอกหนักใจแก่เธอไม่น้อย เพราะลูกสาวดูมีรอยยิ้มและความสุขเวลาอยู่กับนักรบ หากวันหนึ่งวันใดที่ไม่เป็อย่างใจคิด ไม่รู้เลยว่าน้องมะนาวจะมีอาการเช่นไร
"น้องไปรอแม่บนห้องก่อนนะคะ เดี๋ยวแม่จะเดินไปส่งคุณอานักรบหน้าบ้าน" เธอบอกลูกสาว
"ค่ะคุณแม่...แล้วเจอกันนะคะคุณอาสุดหล่อเวอร์ ๆ " เด็กหญิงตอบรับแม่อย่างว่าง่าย จากนั้นจึงกบ่าวลานักรบก่อนจะเดินขึ้นบ้านไป
"บายครับคนสวย" เขาโบกมือลาเด็กหญิงตัวกลม และเธอก็หันกลับมาโบกมือลานักรบเช่นกัน
"กลับบ้านดี ๆ นะคะ" น้ำส้มเดินมาส่งนักรบหน้าบ้าน ทั้งคู่มีแต่ความเงียบระหว่างทาง นักรบที่เดินเคียงข้างมาเริ่มรู้สึกไม่ดี กับสีหน้าน้ำส้มที่เรียบนิ่งจนยากจะคาดเดา
"น้ำส้ม" เขาตัดสินใจเรียกเธอและสอดแขนเข้ามาคว้าข้อมือน้ำส้มไว้ ในจังหวะที่เธอกำลังลงกลอนประตูรั้ว สายตาสองคู่จดจ้องสบตากัน แววตาคู่หนึ่งดูจริงจังกับสิ่งที่คิดจะพูดออกไป
"คะ? " ทว่าสายตาของน้ำส้มสื่อออกไปเป็คำถาม และนิ่งรอฟังคำตอบ เธอไม่ขัดขืนฝืนหนีที่เขาจับมือเธออยู่ในตอนนี้
"ที่ผมเคยพูดไปทั้งหมดผมจริงจังนะ และมันก็เริ่มจะรู้สึกมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งได้อยู่ใกล้ผมก็เริ่มถลำลึกมากกว่านั้น แม้จะเป็เวลาสั้น ๆ ก็ตาม" นักรบสบตาแล้วเอ่ยปากพูดกับน้ำส้ม แววตาที่สื่อความหมายจริงตามที่ปากบอกไป เขาอยากให้ผู้หญิงตรงหน้าััได้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเริ่มใจหดหู่คือแววตาคู่สวยตรงหน้าที่มันกำลังฉายแววเ็าส่งมา
".........." น้ำส้มไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด เธอยืนนิ่งปล่อยให้เขาพูดตามแต่ใจ้า ในใจของเธอสั่นสะท้านแต่ก็ไม่อาจเปิดเผยออกมาด้วยคำพูด เพราะการจะตอบรับความรู้สึกของใครไม่ได้ง่ายสำหรับผู้หญิงอย่างเธอ ด้วยสถานะที่ปิดกั้นจะยากจะเปิดใจ เธอกลัว! การรับหัวใจของใครไม่ใช่แค่เขาเพียงคนเดียว แต่มันเกี่ยวไปถึงครอบครัวที่ต้องยอมรับเธอให้ได้เช่นกัน ประสบการณ์หัวใจที่ผ่านมามันตอกย้ำให้เธอไตร่ตรองมากกว่าเดิม
"แล้วคุณจะรักผมไหมน้ำส้ม ถ้าผมบอกว่ารักคุณ ไม่ใช่แค่ชอบ" นักรบพูดต่อด้วยความรู้สึกจริง ลึก ๆ หวังว่าจะได้รับฟังคำพูดที่ดีเป็กำลังใจให้สู้ต่อ
"ขอโทษนะคะคุณนักรบ ตอนนี้ฉันยังให้คำตอบอะไรกับคุณไม่ได้...ฉันขอตัวเข้าบ้านก่อนนะกลับบ้านอย่างปลอดภัยค่ะ" น้ำส้มถอนลมหายใจออกมาเสมือนว่าหนักใจ แต่สุดท้ายเธอก็ต้องให้คำตอบแก่เขา แม้มันจะตัดพ้อความรู้สึกคนตรงหน้า แต่ดีกว่าแสร้งทำเป็มีใจ ทั้งที่ข้างในมันกำลังสับสนไม่ลงตัว เธอไม่อยากเห็นแก่ตัวให้ความหวังใครทั้งที่ใจไม่มั่นคง เพราะมันจะเจ็บทั้งคู่
"กูจะแป๊กเหรอวะ เฮ้อ"
น้ำส้มจับมือของนักรบออก เธอลงกลอนประตูรั้ว จากนั้นจึงเดินเข้าบ้านพร้อมกับความว้าวุ่นในใจ นักรบได้แต่มองตามหลังของเธอที่ค่อย ๆ ห่างไกลจนลับตา เขาสบถออกมาด้วยน้ำเสียงที่หม่นเศร้าก่อนจะโบกแท็กซี่เพื่อกลับบ้านตัวเอง พร้อมหัวใจที่แทบหมดหวัง