คืนนี้
ดาวบนฟ้าเหมือนหลบเร้นไปจากสายตา ทิ้งเพียงเงาจันทร์จาง ๆ และเสียงหัวใจของสองคนที่ดังขึ้นมาแทนที่
คัมภีร์ยืนอยู่ริมระเบียง สวมเสื้อยืดผ้าบางสบายกับกางเกงเลเหมือนเดิม ลมทะเลพัดมาเอื่อย ๆ คล้ายเชิญชวนให้ธีรัชเดินเข้ามาใกล้
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่?" เสียงธีรัชถามอยู่ใกล้ ๆ เสียงของเขากลืนไปกับสายลมราวกับเป็เนื้อเดียวกัน
"ผมกำลังฟังหัวใจตัวเอง..."
คัมภีร์ตอบ โดยไม่หันไปมองเขา
"มันพูดเบาเหลือเกิน ผมกลัวว่าผมจะฟังผิด"
ธีรัชยืนอยู่ข้าง ๆ เขา แขนของธีรัชแตะข้างหลังเขาเบา ๆ เป็การปลอบประโลมโดยที่ไม่ต้องใช้คำพูด
แล้วคัมภีร์ก็หันกลับมา เงยหน้าสบตาเขา เสี้ยววินาทีนั้นเงาจันทร์ข้างหลังทำให้รู้สึกว่า คัมภีร์นั้นกำลังร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตา
"จูบผมอีกครั้งได้ไหม ถ้าคุณยังอยากจะทำมันอยู่"
ธีรัชทำตามคำขอนั้น เขาให้จูบที่ไม่เร่งเร้า ไม่ต้องพิสูจน์ แต่แ่ลึกลงไปถึงหัวใจ
ธีรัชเข้าใจว่า สำหรับบางคน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ความทรงจำก็ไม่เคยเลือนราง และเขาก็มีความสุขที่จะอยู่ในโลกของเขาอย่างนั้น แม้ว่าสิ่งใหม่ ๆ จะเข้ามาแล้วก็ตาม ธีรัชจึงเข้าใจคัมภีร์
รุ่งเช้า คัมภีร์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความอบอุ่นที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ทั่วทุกมุมห้อง ธีรัชไม่อยู่ในห้องแล้ว แต่เสียงกุกกักในครัวบอกว่าเขาอยู่ไม่ไกล แล้วคัมภีร์ก็ได้กลิ่นกาแฟ
คัมภีร์เดินเข้าไปหาธีรัชในครัว เห็นคนที่เขาเริ่มเปิดใจให้ ที่ต้มกาแฟไว้ให้ตัวเขาเอง แล้วยืนต้มน้ำสำหรับทำน้ำชา ธีรัชดูนิ่ง สงบและอ่อนโยน ทำให้คัมภีร์รู้ว่า เขาไม่ต้องหนีใจของตัวเองไปไหนอีกแล้ว
"ผมอยากอยู่ที่นี่...ถ้าคุณอนุญาต"
ธีรัชหันมาหาแล้วพูดตรง ๆ เขายื่นถ้วยชามาให้คัมภีร์ รินกาแฟให้ตัวเองแล้วนั่งลงตรงโต๊ะริมหน้าต่าง คัมภีร์นั่งลงตาม แล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ
"อยู่ได้...แต่ต้องไม่ผูกมัด"
ธีรัชยิ้ม
"ผมไม่ได้อยากผูกมัด...แค่อยากอยู่ข้าง ๆ เพราะผมเองก็ยังทำบางอย่างที่สำคัญไม่สำเร็จ"
คัมภีร์ยิ้มกลับ น้อยครั้งที่รอยยิ้มนี้จะปรากฏ แต่มันทำให้เช้านี้กลายเป็ภาพจำตลอดกาล เขายิ้มสดใสจนธีรัชล่วงรู้ได้ถึงความในใจ
เขาไม่ติด เพียงแค่ ถ้าคัมภีร์จะเปิดใจให้เขามากกว่านี้ ในวันที่เขากลับมาจากการทำภารกิจที่เขายังติดค้างอยู่
ตกกลางคืน คัมภีร์เปิดเพลงแจ๊สดังเดิม หนนี้เขาเปิดเพลงที่ไม่เคยเปิดมาก่อน มันเป็เพลงที่เขาเปิดเป็ประจำสำหรับชายคนรักในอดีตที่ จู่ ๆ ก็ทิ้งเขาไปโดยไร้ร่องรอย
จะว่าไร้ร่องรอยก็ไม่ใช่ เพราะเขาทิ้งร่องรอยไว้บนใจของคัมภีร์
ธีรัชนั่งฟังเพลงนิ่ง ๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ เขารับรู้ถึงเศษเสี้ยวของอดีตในแต่ละประโยคของเนื้อเพลง และเมื่อเพลงจบ เขาเดินเข้าไปหอม หน้าผากของคัมภีร์เบา ๆ อย่างปลอบใจ ทำให้คัมภีร์ต้องเอ่ยสารภาพออกมา
"เขาเคยเป็ทุกอย่างของผม"
"และเขาก็ไม่เคยหายไปจากคุณเลยใช่ไหม?..."
"ผมขอโทษนะธีร์ แต่คุณคือคนเดียวที่ผมอยากให้เห็นด้านที่ผมไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น ผมก็เลยเลือกที่จะบอกคุณ"
ธีรัชโอบคัมภีร์ไว้แน่น ไม่ใช่เพราะสงสารแต่เพียงอย่างเดียว แต่เพราะธีรัชเริ่มรู้สึกดีกับคนในอ้อมกอดอย่างมาก ๆ แล้วต่างหาก
หลังจากอยู่ร่วมกันหลายสัปดาห์ แต่ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนในความสัมพันธ์นี้ ไม่มีคำว่ารักออกจากปากใคร ไม่มีสัญญา ไม่มีการวางแผนอนาคต
แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ทั้งสองต่างยินยอมที่จะอยู่ด้วยกันในทุกค่ำคืน ต่างคนก็ต่างใจดีกับอีกคน มันดีจนคัมภีร์รู้สึกว่า เขาอาจจะเริ่มต้นใหม่ได้ แม้ว่าตัวเขาเองยังไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่เขาก็คาดหวัง
เขาไม่ได้คาดหวังกับธีรัชหรอกนะ แต่เขาคาดหวังกับตัวเองต่างหาก
คืนนี้ คัมภีร์เปิดหน้าต่างทุกบานให้ลมทะเลพัดเข้ามา แล้วยืนมองธีรัชที่เปลือยท่อนบน นอนอย่างสบายอยู่บนเตียงไม้ในห้อง
"คืนนี้...ผมจะไม่กลัวอีกอะไรแล้ว"
คัมภีร์กล่าวเบา ๆ
ธีรัชลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้ามาใกล้ ดึงคัมภีร์ให้ขึ้นไปนอนด้วยกันบนเตียงอย่างนุ่มนวล
ธีรัชก้มลงจูบคนที่นอนอยู่อย่างอ่อนโยน เนิ่นนาน แฝงแรงปรารถนาที่ไม่ได้เร่งเร้าแต่ลึกล้ำ
มือของธีรัช ค่อย ๆ ลูบไล้ผิวของอีกคนอย่างเร่าร้อน คัมภีร์เองก็ปล่อยให้ทุกัันำทางตัวเขาเองให้ไปยังพื้นที่ที่เขาเคยห้ามใจไม่ให้ใครเข้าถึง
ความรักครั้งนี้ไม่ได้มาพร้อมไฟปรารถนาเพียงอย่างเดียว แต่มาพร้อมความกล้าที่จะให้อภัยตัวเองด้วย
เมื่อรุ่งเช้าสาดแสงผ่านบานหน้าต่าง คัมภีร์ยังคงหลับอยู่ในอ้อมแขนของธีรัช
และในฝัน เขาได้ยินเสียงเพลงแจ๊ส...เพลงที่เขามักจะเปิดเป็ประจำ แต่คราวนี้ มีใครอีกคนร่วมนั่งฟังด้วยอย่างมีความสุข
แม้ว่ามันจะเต็มไปด้วยท่วงทำนองที่แสนเศร้าก็ตาม
ทะเลในยามเช้ายังคงสงบเหมือนเดิม คลื่นซัดหาดด้วยจังหวะที่คุ้นเคย แต่เช้านี้ในหัวใจของคัมภีร์กลับเต็มไปด้วยเสียงเงียบที่ดังก้องจนแทบจะทนไม่ไหว
หลังค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและการเปิดใจ คัมภีร์รู้สึกเหมือนตัวเองล่องลอยอยู่ระหว่างความเป็จริงกับฝันดีที่ไม่อยากตื่น
ความสุขที่เคยมีมันกลับมาได้จริง ๆ ด้วย
ธีรัชยังหลับอยู่บนเตียง ผ้าห่มสีครีมคลุมร่างเขาไว้เพียงบางส่วน แสงแดดยามเช้าสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา เผยให้เห็นเส้นขอบ กรามคมชัดและเงาขนตาที่ทอดลงมาอย่างสงบ
คัมภีร์ยืนมองอยู่ที่ปลายเตียง สวมเสื้อคลุมนอนผ้าฝ้ายสีขาว แขนไขว้กันแน่น กอดอกไว้ราวกับกำลังกอดตัวเองไว้ไม่ให้ใจสั่นมากกว่านี้
เขารู้ดีว่า ความผูกพันที่กำลังเติบโตนี้กำลังดึงเขากลับไปยังพื้นที่เสี่ยงอันตรายอีกครั้ง พื้นที่ซึ่งเขาเคยพ่ายแพ้อย่างหมดรูปมาก่อน
"อย่ารักใครมากไปกว่ารักตัวเอง..." เสียงของพ่อที่คัมภีร์เคยได้ยินั้แ่ยังเด็กดังก้องขึ้นมาในหัว แต่ทำไมเสียงหัวใจจึงตอบกลับไปเบา ๆ ว่า
'แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปนะพ่อ'
เมื่อธีรัชตื่นขึ้น เขาไม่เห็นคัมภีร์อยู่ในห้องแล้ว ธีรัชจึงค่อย ๆ เดินออกมาเจอบรรยากาศอบอุ่นของห้องครัว กลิ่นขนมปังอบกับกาแฟร้อนลอยฟุ้งไปทั่วห้อง
คัมภีร์กำลังยืนหันหลังให้เขา ใช้มีดหั่นผลไม้ลงจานอย่างเงียบ ๆ เขาเดินเข้าไปโอบคัมภีร์ไว้จากด้านหลัง และไม่พูดอะไร เพียงแค่ซบใบหน้าลงบนไหล่ของคัมภีร์เท่านั้น
"คุณตื่นแล้วเหรอ..." คัมภีร์ถามเสียงเบา แต่ยังปอกผลไม้ต่อ
"ผมฝันว่าคุณหายไป"
ธีรัชตอบเสียงนุ่ม
"คุณกลัวเหรอ"
"ครับ มากด้วย"
คำตอบนั้นทำให้คัมภีร์ต้องหลับตาลงช้า ๆ แล้วพยักหน้าเบา ๆ
ใน่สาย มีจดหมายฉบับหนึ่งมาส่งถึงบ้านใจพัก คัมภีร์อ่านแล้วชะงักไปนานก่อนจะรีบเก็บมันเข้าลิ้นชักใต้โต๊ะทำงานอย่างมิดชิด
ธีรัชเห็นอาการแล้วแต่ไม่ถาม เขาเพียงแต่เดินเข้าไปจับมือคัมภีร์ไว้แน่น
"มีอะไรที่คุณอยากเล่าให้ผมฟังหรือเปล่า?"
"บางอย่าง...ยังไม่ถึงเวลา"
คัมภีร์มองตาเขา
"แต่เมื่อไหร่ที่ถึงเวลา ผมสัญญา ว่าผมจะไม่ซ่อนอะไรคุณอีกต่อไป"
บ่ายวันนั้น ทั้งคู่ออกเดินเล่นไปตามชายหาดที่เป็อ่าวเล็ก ๆ ลมทะเลพัดแรงขึ้นเล็กน้อย แต่บรรยากาศยังคงสงบ พวกเขาเดินเคียงข้างกัน กุมมือกัน โดยไม่มีคำพูดใด ๆ ทุกย่างก้าวคือบทสนทนาระหว่างหัวใจ ไม่จำเป็ต้องอธิบาย
ในตอนหนึ่ง ธีรัชหยุดเดินแล้วหันมามองคัมภีร์
"คุณรู้ไหม ผมรู้สึกเหมือนผมเคยมาอยู่ตรงนี้...กับคุณ...มาก่อน"
คัมภีร์ยิ้มบาง ๆ
"บางที...เราทั้งคู่อาจจะเคยเป็แค่เงาของกันและกันในคืนที่ดาวดับ"
ธีรัชหัวเราะเบา ๆ
"เข้าใจพูดให้ดูดีนะ อยากจะพูดว่า ONS หรือเปล่า ถ้าอย่างนั้น เราจะทำให้เงานั้นมีแสง...ด้วยกันไหม?"
คัมภีร์ไม่ตอบ แต่กระชับมือที่กุมกันไว้นั้นให้แน่นขึ้น ราวกับตอบรับโดยไม่ใช้คำพูดใด ๆ
คืนนั้น คัมภีร์หยิบจดหมายฉบับเก่า ที่เขาเพิ่งได้รับในวันนี้ ขึ้นมาเปิดอ่านอีกครั้ง เป็ลายมือของผู้ชายคนหนึ่งที่เคยเป็ทุกสิ่งของเขา
ถึงพี่ภีร์
หากวันหนึ่งที่พี่ภีร์ได้รับจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าผมจะไม่ได้กลับไปหาพี่อีกแล้ว..."
คัมภีร์หลับตาลง พร้อมหยดน้ำตาที่ร่วงลงมาอย่างเงียบ ๆ
ธีรัชเข้ามาเห็นพอดี เขาไม่ได้ถามว่าในจดหมายนั้นเขียนอะไร แค่เดินเข้ามานั่งข้าง ๆ แล้วเอื้อมมือมาจับไหล่คัมภีร์แล้วลูบไปมาอย่างปลอบใจ
คัมภีร์พิงไหล่เขา แล้วกระซิบว่า
"อย่าทิ้งผมไปนะ...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"
ธีรัชพยักหน้า
"ผมอยู่ตรงนี้ และผมจะอยู่ต่อไป จนกว่าคุณจะไล่ผมไปเอง อย่างนี้ดีไหม?"
แสงจันทร์ที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ไม่เคยเงียบงันเท่านี้มาก่อน แต่ในความเงียบกลับเต็มไปด้วยเสียงของความคิดถึง
และเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของความคิดถึงในอดีตอีกต่อไปแล้ว
มันคือเสียงของตอนนี้...ที่คัมภีร์คิดถึงธีรัช แม้ว่าเขาจะอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันแล้วก็ตาม
เป็เสียงของหัวใจที่กำลังจะเริ่มใหม่อีกครั้ง