บทที่ 27 ถูกจับกุมอีกครั้ง (รีไรต์)
สายตาของหูฟางมองตามไปที่ประตู รูม่านตาก็หดลงอย่างรวดเร็ว ไม่ ไม่จริงหรอก เธอต้องตาฝาดไปแน่...แต่ตำรวจก็กำลังเดินตรงมาหาเธอจริง ๆ แถมอวิ๋นเจินยังชี้มาที่เธอพร้อมกับบอกว่าเธอคือหูฟาง
“สหายหูฟางใช่ไหมครับ? คุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลักพาตัว กรุณาไปที่สถานีตำรวจกับเราด้วยครับ”
ครั้งล่าสุดที่ออกมาจากสถานีตำรวจ เธอคิดว่าเื่มันจบไปแล้ว
ทำไมถึงเป็แบบนี้ล่ะ?
“คะ…คุณตำรวจจับคนผิดหรือเปล่า?” หูฟางอ้าปากพูด ปากของเธอสั่นระริก
“ไม่ผิดหรอกครับ เชิญครับ”
ตอนนี้เป็เวลาเลิกงาน เป็เวลาอาหารเย็น เ้าของบ้านได้ยินเสียงจึงวิ่งออกมา สีหน้าซีดเผือดด้วยความใ “คุณตำรวจ ธะ…เธอทำอะไรผิดเหรอ?”
“สงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ครับ” ตำรวจพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อะไรนะ...” เ้าของบ้านและคนในครอบครัวต่างก็มีสีหน้าตกตะลึง
เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของผู้คนรอบข้าง หูฟางก็ทนไม่ไหว เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นทันที
อวิ๋นเจินเองก็กลัวแทบตาย
หลังจากที่หูฟางถูกตำรวจพาตัวไป อวิ๋นเจินก็ยังรู้สึกตัวชาอยู่พักใหญ่
ถ้าเกิด...ถ้าเกิดว่าหูฟางไปถึงสถานีตำรวจแล้วปากโป้ง พูดจาเลอะเทอะ พาดพิงมาถึงเธอแล้วเธอจะทำยังไง?
อวิ๋นเจินกลัวสุดขีด
ตอนนั้นพี่รองมาหาเธอ บอกกับเธอว่าอวิ๋นซานอยากไปเต้นรำ ก็ให้เธอพูดกรอกหูอวิ๋นซานบ่อย ๆ และเอ่ยถึงข่าวหนังสือพิมพ์ที่เมืองเอสให้เธอฟัง บอกเธอว่าเพื่อนร่วมงานของหูฟางมีญาติที่ไปทำงานที่เมืองเอส...
ใช่แล้ว เธอแค่พูดตามที่พี่รองบอกเท่านั้น เธอไม่ได้ยุยงอวิ๋นซาน เธอไม่รู้เื่เกี่ยวกับพวกค้ามนุษย์ ใช่! มันไม่ใช่เื่ของเธอ
แต่อวิ๋นเจินก็ยังคงกลัว จิตใจของเธอตอนนี้รู้สึกไม่สงบ
ตอนนี้หูฟางแต่งงานกับพี่รองของเธอไปแล้ว พวกเขาเป็สามีภรรยากัน ถึงตอนนั้นเพื่อที่จะปกป้องตัวเอง พวกเขาทั้งสองคนจะโยนความผิดทั้งหมดมาให้เธอหรือเปล่า?
อวิ๋นเจินยอมรับว่าโดยปกติพี่รองก็ทำดีกับเธอ แต่ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาไปทำงานรับจ้างได้เงินมา เขากลับแอบซ่อนไว้ ไม่ยอมแบ่งให้เธอ ทั้งยังหนีไปกินเนื้อที่ในเมืองคนเดียว...
อวิ๋นอ้ายจวินออกไปทำงานรับจ้างยังไม่กลับมา
อวิ๋นเจินอยากให้เขากลับมาเร็ว ๆ เพื่อปรึกษาหารือ แต่ก็ไม่อยากให้กลับมาเร็วเกินไปเพราะกลัวว่าเขาจะเข้าข้างหูฟางและไม่ช่วยเหลือเธอ
ในขณะที่อวิ๋นเจินกำลังสับสน จนกระทั่งอวิ๋นอ้ายจวินกลับมา เธอแอบหวังในใจว่าพี่รองจะช่วยหาทางออกให้เธอ
หลังจากได้ฟังเื่ที่หูฟางถูกจับอวิ๋นอ้ายจวินก็ทำสีหน้าบึ้งตึง
เขาเพิ่งแต่งงาน ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเมือง ยังไม่ทันไรภรรยาของเขาก็จะกลายเป็อาชญากรค้ามนุษย์แล้วเหรอ?
“พี่รอง พี่ว่าครั้งนี้พี่สะใภ้รองจะถูกปล่อยตัวเพราะหลักฐานไม่เพียงพออีกหรือเปล่า?” อวิ๋นเจินเอ่ยถามด้วยความหวัง
อวิ๋นอ้ายจวินเองก็หวังว่าครั้งนี้จะเป็เหมือนครั้งก่อน แต่ในใจก็รู้สึกกังวลว่าครั้งนี้น่าจะลำบากแล้ว
“พี่รอง พี่ว่า...หูฟางจะบอกเื่ของเราสองคนออกไปหรือเปล่า?” เสียงของอวิ๋นเจินสั่นเครือ เธอไม่สามารถติดคุกได้ ถ้าติดคุกชีวิตนี้ของเธอคงพังทลาย เธอเด็กขนาดนี้ยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคนเมือง
อวิ๋นอ้ายจวินรู้สึกหงุดหงิดใจและพูดออกมาว่า “ไม่หรอก” แต่คำพูดนี้ก็เหมือนกับพูดปลอบใจตัวเอง
หูฟางไม่พูดหรอก ถ้าเธอพูดต่อไปใครจะคบกับเธออีก? ต่างคนต่างเอาตัวรอดดีกว่า ไม่จำเป็ต้องลากกันไปตายทั้งหมด
“อวิ๋นเจิน เธออยู่บ้าน พี่จะไปที่บ้านครอบครัวหูสักหน่อย”
อวิ๋นอ้ายจวินตัดสินใจวิ่งฝ่าความมืดมิดไปยังบ้านครอบครัวหูทันที
ฝั่งครอบครัวหูยังไม่รู้เื่ที่หูฟางถูกจับ เมื่อเห็นสีหน้าของอวิ๋นอ้ายจวินที่มาเคาะประตู พวกเขาก็รู้สึกไม่ชอบมาพากล
พอได้ยินว่าหูฟางถูกจับ สีหน้าที่ขุ่นมัวอยู่แล้วก็เปลี่ยนเป็โกรธเกรี้ยว
คนที่ลงมือคนแรกคือพี่ใหญ่ของหูฟาง เขาพุ่งเข้ามาหาอวิ๋นอ้ายจวินอย่างไม่ลังเล ปล่อยหมัดใส่ใบหน้าของเขาเต็มแรง
อวิ๋นอ้ายจวินไม่ทันระวังตัวจึงโดนเข้าอย่างจัง จนเืกำเดาไหลทะลักออกมา
ต่อมาคือน้องชายของหูฟาง เขาวิ่งเข้ามาเตะอวิ๋นอ้ายจวินจนล้มลงกับพื้นจากนั้นก็ตามไปเตะซ้ำไม่หยุด
“แกมันไอ้คนบ้านนอกชั้นต่ำ สารเลว ตัวซวย ครอบครัวฉันไปทำอะไรให้แก แกถึงทำกับพวกเราแบบนี้…”
พี่สะใภ้ของหูฟางเองก็โกรธจนตัวสั่น บ้านมีคนทำผิดกฎหมาย พวกเขาจะมองหน้าใครติด ต่อไปจะออกไปทำงานได้ยังไง
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะรักษางานที่กำลังทำไว้ได้หรือเปล่า
อวิ๋นอ้ายจวินถูกทำร้ายจนมึนหัว แต่สิ่งที่ทำให้เขาเ็ปยิ่งกว่าคือคำพูดของครอบครัวของหูฟาง
คำดูถูกเหยียดหยามและคำด่าทอสารพัด
เขาพยายามะโอย่างสุดกำลัง “ถ้าผมตายไป ใครจะไปช่วยหูฟาง?”
มารดาของหูฟางกลัวว่าจะเกิดเื่ถึงตาย จึงร้องห้ามทุกคนไว้
...
เมื่ออวิ๋นซานได้ยินว่าหูฟางถูกจับ เธอก็รู้สึกโล่งใจไปครึ่งหนึ่งหวังว่าหูฟางจะลากอวิ๋นเจินและอวิ๋นอ้ายจวินไปด้วย
นอกจากเื่ที่เธอถูกจับตัวไปจนครอบครัวแตกสลายในชีวิตที่แล้ว ในชีวิตนี้อวิ๋นโหย่วฝูได้รับาเ็ก็เพราะฝีมือของพวกเขาเช่นกัน
ด้วยกลัวว่าจะเกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้น อวิ๋นซานจึงไม่ได้ไปขายปกเสื้อ เธอยังกังวลว่าคนของครอบครัวลุงจะมาโวยวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งย่าอวิ๋น เธอกังวลว่าพ่อแม่ของเธอจะใจอ่อน
หลังจากที่ปรึกษากับพ่อแม่แล้ว อวิ๋นโหย่วฝูก็เอาบัตรประจำตัวไปเปิดห้องบ้านพักรับรองใกล้ ๆ โรงพยาบาลทางตอนเหนือของเมือง ทั้งครอบครัวย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นเพื่อหลบหน้าผู้คนและเพื่อความสะดวกในการรักษาตัวของอวิ๋นโหย่วฝู
สภาพแวดล้อมของบ้านพักรับรองก็ธรรมดา มีทั้งคนป่วยและเด็ก อึดอัดมาก ช่านช่านไม่ชินกับสภาพแวดล้อม ก่อนเข้านอนจึงร้องไห้อยู่นาน
นอกจากจะเกลียดชังคนชั่วพวกนั้นแล้ว อวิ๋นซานยังหวังว่าตัวเองจะเข้มแข็งขึ้นและหาเงินซื้อบ้านได้เร็ว ๆ
ส่วนอวิ๋นอ้ายจวิน…เธอจะต้องลากเขามาติดคุกให้ได้
หลังจากพักอยู่ที่บ้านพักรับรองหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นอวิ๋นซานก็ออกไปซื้อกับข้าว ขอยืมครัวของบ้านพักรับรองทำอาหารเช้า โดยเธอทำให้ไข่ตุ๋นให้ช่านช่านหนึ่งถ้วย
ทางตอนเหนือของเมืองอยู่ติดกับใจกลางเมือง การเดินทางค่อนข้างสะดวก มีทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาดสด และสวนสาธารณะเล็ก ๆ
หลังอาหารเช้า พานหงเสียก็พาช่านช่านไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ สวนสาธารณะค่อนข้างคึกคัก เด็ก ๆ ที่ปิดเทอมพากันมาเล่นกัน ส่วนอวิ๋นโหย่วฝูไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผล
ส่วนอวิ๋นซานไปที่สถานีขนส่ง เพื่อไปหาจางเจวียนพี่สะใภ้ของหูฟางซึ่งทำงานอยู่ที่นั่น
แม้ว่าจางเจวียนจะเจออวิ๋นอ้ายจวินมาทุบประตู ด่าทอ ต่อรอง ทำให้คนในบ้านไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืน แต่เธอก็ยังมาทำงานแต่เช้าตรู่
หลังจากเกิดเื่ของหูฟาง เธอไม่กล้าทำอะไรผิดพลาดในที่ทำงานเลย เพราะกลัวว่าจะถูกหูฟางลากให้เธอซวยไปด้วย อาจจะทำเธอต้องตกงานไปด้วย
จางเจวียนทำงานอยู่ฝ่ายบริการที่สถานีรถโดยสาร อวิ๋นซานต้องรอเธออยู่พักใหญ่จึงจะได้พบ
สีหน้าของจางเจวียนไม่สู้ดีนัก ดวงตาดำคล้ำสองข้างนั้นเห็นได้ชัด อวิ๋นซานไม่ต้องถามก็รู้ว่าเป็เพราะเื่ของหูฟาง
“แกเป็คนที่แจ้งตำรวจจับหูฟางใช่ไหม!” จางเจวียนเห็นอวิ๋นซานก็โกรธจนกัดฟันกรอด ถ้าไม่ติดว่าเธออยู่ที่ทำงานเธอคงได้ตบหน้าอวิ๋นซานไปแล้วสองฉาด
อวิ๋นซานพูดว่า “ฉันแค่โทรแจ้งตำรวจให้มาจับคนร้าย ใครจะไปรู้ว่าหูฟางจะโดนจับไปด้วย แต่ถ้าหูฟางไม่ได้ทำอะไรผิด ตำรวจจะจับเธอทำไม? แต่สหายอย่าใไปเลย ฉันไม่ได้มาเยาะเย้ย ไม่ได้มาเอาเื่ แต่มีธุระจริง ๆ”
จางเจวียนจ้องเธอเขม็ง ครอบครัวอวิ๋นนี่มันไม่มีใครดีสักคน
“สหายจาง อย่าเพิ่งโกรธไปเลยค่ะ ฉันเชื่อว่าหูฟางแค่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ถึงได้ทำเื่แบบนั้น คนที่ผิดจริง ๆ ไม่ใช่หูฟางแต่เป็อวิ๋นอ้ายจวินต่างหาก”