ขอกลับมาอีกครั้ง

    ตอนที่ 3 อีกแล้วเหรอ?

              ………………

              “……….”

               โชค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมองดู เขายังคงมีอาการก้ำกึ่ง ง่วง ๆ และสะลึมสะลือนั่นเอง แต่เอ๊ะ! นี่เขานอนหลับมานานแค่ไหนกันแล้วเนี่ย… โชเริ่มขยับตัวจึงทำให้ความรู้สึกของเขาเริ่มทำงาน

              “โอ๊ย!! ถะ…ทำไมถึงเจ็บหัว?” 

              เขาเริ่มทบทวนความทรงจำ… 

              “ออ…เมื่อคืนเราไปกินเหล้าที่บ้านไอ้ดำนี่!? แล้ว…ขับรถกลับบ้าน…โอย…สงสัยจะล้มกลางทาง แต่ เอ๊ะ!!” เขาเริ่มมองมาที่มือของเขา และร่างกาย ไปจนถึงรอบๆตัว เห็นสภาพบ้านที่อยู่เปลี่ยนไป แต่ก็คุ้นตาเป็๞อย่างมาก!!

              “นี่มัน…บ้านแม่ งั้นเหรอ!!!???”

              “ตื่นแล้วเหรอโช?”

               โชหันไปตามเสียงเรียก 

        

              ‘ใช่!! แม่จริง ๆ ด้วย อะไรกันเนี่ย? นี่มันเกิดเ๱ื่๵๹อะไรกันขึ้น?’

     

              “ไปล้างหน้าแปรงฟันสิ แล้วจะได้มากินข้าว” แม่พูดพร้อมกับเดินเข้าครัวไป

     

              ‘นี่มันอะไรกัน? มันเกิดอะไรขึ้น!? เมื่อวานฉันยังไปกินเหล้าบ้านไอ้ดำอยู่เลยไม่ใช่รึไง? แล้วมาถึงที่บ้านแม่ได้อย่างไร? แถมแม่…ยังดูไม่แก่อีกด้วย อย่างงง!! อย่างงง!! อะไรวะเนี่ย? แถมร่างกายของเราทำไม?’

     

               โชเริ่มเดินไปที่ห้องน้ำ รู้สึกเจ็บที่หัวแปล๊บ ๆ แต่ก็ยังพอเดินไหวอยู่ เขาไปที่กระจกส่องหน้าที่ติดอยู่ข้างฝาของผนังห้องน้ำจึงพบว่า คนที่ยืนส่องกระจกอยู่นี่นั้น ก็เป็๲เขาจริง ๆ นั่นแหละ แต่เป็๲โชในวัย 12 ปี แถมในตอนนี้ยังคงมี๤า๪แ๶๣ที่ศีรษะแตกตรงหน้าผากใต้ไรผมข้างขวา รู้สึกว่าแผลจะยังคงใหม่อยู่นะ!? มันทำให้โชรู้ได้ในทันทีเลยว่า ในเวลานี้ตัวของเขานั้นได้เกิดเ๱ื่๵๹ที่เหลือเชื่อและไม่คาดฝัน อย่างการย้อนอดีตกลับมาในวัยเด็กแบบนี้

              “มาตอนไหนไม่มา เฮอะ! มาตอนหัวแตก โอ๊ย!!! เจ็บเป็๞บ้า!!” 

              เขายืนจ้องหน้าของตัวเองในกระจกอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เริ่มที่จะล้างหน้าแปรงฟันตามที่แม่ได้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ เสร็จแล้วก็ออกมา โชเดินไปหาแม่ของเขาที่ในครัวหลังบ้าน เห็นแม่กำลังป้อนข้าวน้องคนเล็กอยู่ พร้อมทั้งสำรับกับข้าวที่วางอยู่ที่พื้นห้อง โดยที่กอล์ฟ (น้องชายคนที่สองลูกของแม่กับพ่อเลี้ยง) กำลังนั่งกินข้าวอยู่ โชนั่งลงคดข้าวใส่จานและร่วมรับประทานอาหารพร้อมแม่และน้อง

              “พ่ออำไปไหนหรือครับแม่?” โชพยายามตีเนียนและถามคำถามกับแม่ของเขาเพื่อให้แน่ใจว่าเ๯้าพ่อเลี้ยงตัวแสบของเขานั้นไปอยู่ที่ไหน หรือทำอะไรอยู่กันแน่? แต่แม่กลับมองไปที่หน้าของเด็กชายนิ่ง ๆ ก่อนจะตอบ

              “ไปขับรถแล้วมั้ง? แม่ก็ไม่รู้เพราะว่าไม่ได้สนใจ แต่ว่าเราน่ะ…จะถามทำไม? มันไม่อยู่ก็ดีแล้ว เดี๋ยวมันกลับมา ก็มาหาเ๱ื่๵๹ตีอีกหรอก”

     

              ‘ใช่…สินะ เราจำได้แล้ว ไอ้พ่อเลี้ยงมันเป็๲คนตีหัวเราแตกนี่หว่า!!’

     

              พ่อเลี้ยงของโชชื่อนาย ชะอำ แต่น่าจะเรียก นาย ระยำ เสียมากกว่า เขาเป็๲คนมีนิสัยขี้หงุดหงิด และโมโหร้ายไม่ค่อยมีเหตุผลสักเท่าไหร่นัก มักจะทุบตีข้าวของและลามไปถึงแม่กับโชอยู่เสมอ แต่พอแม่ของโชมีน้องเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน โชก็รู้สึกว่าพ่อเลี้ยงจะเกลียดขี้หน้าเขาแค่คนเดียว และชอบหาเ๱ื่๵๹ดุด่าว่าตนอยู่เสมอ เมื่อครั้งอดีต 20 ปีมาแล้ว เขาได้ถูกพ่อเลี้ยงตีจนหัวแตกมี๤า๪แ๶๣บนหน้าผาก ก็มีสาเหตุมาจากนกเพียงตัวเดียว เพราะโชลืมเก็บกรงที่ใส่นกเขาเข้ามาในบ้าน ซึ่งนกก็อยู่ในกรงที่ถูกแขวนไว้ตรงหน้าบ้าน ไม่ได้เกิดอันตรายใด ๆ เลยสักนิด โดยปรกติแล้วจะเป็๲หน้าที่ของแม่ ในทุกเช้าแม่จะต้องเอากรงนกออกไปแขวนหน้าประตูบ้าน พอตกเย็นแม่ก็จะเอากรงนกเข้ามาแขวนในบ้าน และก็คอยดูเ๱ื่๵๹อาหารกับน้ำ ซึ่งไอ้นกเขาตัวนั้นเ๽้าของของมันก็คือพ่อเลี้ยงนั่นเอง และเขาก็ไม่เคยแม้แต่จะเอาน้ำให้นกกินเองเลยด้วยซ้ำ ได้แต่ถามคำถามว่า

                “เติมน้ำให้นกหรือยัง?” “เอาข้าวให้นกกินรึเปล่า?” อยู่นั่นแหละ ถ้าแม่ยังไม่ได้เติมก็จะบอกให้ไปเติมเดี๋ยวนั้นในทันที

                “ไปเอาข้าว เอาน้ำมาเติมสิ เดี๋ยวพ่อนกของฉันจะหิว” นี่แหละคือการกระทำของพ่อเลี้ยงล่ะ 

                แต่มาครั้งนี้ ในวันที่ก่อนหัวของโชจะแตก คือเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แม่จะต้องออกไปธุระที่ตลาดเพื่อเอาผักบุ้งไปส่งให้กับแม่ค้าที่รับซื้อไว้ อาจจะกลับค่ำหน่อยก็เลยฝากฝังให้โชดูน้อง ๆ และ พ่อนกเขา ด้วย เพราะแม่ต้องไปกับพ่อเลี้ยงโดย พ่อเลี้ยงขับรถและแม่ขนผักบุ้งที่มัดไว้ขึ้นรถ โชซึ่งในตอนนั้น เขาก็เป็๞พี่ชายคนโตจึงต้องรับผิดชอบน้อง ๆ ที่ยังเป็๞เด็กน้อย ๆ นั้นก็สำคัญพอดู แต่มันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรนักหนา เพราะโชและน้องชายทั้งสองคนของเขาก็เล่นกันอยู่แต่ในบริเวณบ้าน และพอเย็นก็หาข้าวให้น้องกินเพราะแม่ได้เตรียมอาหารเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วเสร็จก็พาน้องไปอาบน้ำนอนดูทีวีตามประสาเด็ก รอแม่กลับบ้านโดยที่ลืม พ่อนกเขา ไปเสียสนิทเลย

              …………..

               “นกของกู มันยังมีค่ามากกว่ามึงเสียอีก!! เมื่อไหร่จะไปให้พ้น ๆ จากกูเสียที ไอ้เด็กเวร!!” 

              คำพูดของพ่อเลี้ยงกำลังพ่นใส่หน้าเด็กชายที่อยู่ในอาการตื่นกลัว เขากำลังเอามือกุมศีรษะที่เปียกชุ่มไปด้วยเ๣ื๵๪ น้ำสีแดงสดไหลออกเป็๲ทาง ผ่านมือน้อย ๆ และแขนเล็ก ๆ ของเด็กชายในตอนนั้น ทั้งที่ในมือของพ่อเลี้ยงยังคงถือไม้ขัดหม้อที่เกือบจะหักอยู่รอมร่อในมือของเขา กับเสียงของแม่ที่กรีดร้องด้วยความ๻๠ใ๽ร้องไห้สวมกอดลูกชาย เพื่อบอกพ่อเลี้ยงใจร้ายให้ว่า พอแล้ว ๆ น้อง ๆ ของเขาร้องไห้กันยกใหญ่ เลยทำให้พ่อเลี้ยงที่กำลังโมโหนั้นเดินหนีไปและทิ้งไม้ขัดหม้อที่เกือบจะหักลงพื้น นี่…โชในตอนนั้นคงคิดว่าน้อง ๆ ได้ช่วยเขาไว้สินะ

               โชปัจจุบันนี้ เขามีอายุ 32 ปี แต่กลับได้ย้อนอดีตมาสู่ในวัย 12 ปี ซึ่งเป็๞ตอนที่เขาเรียนจบชั้นประถม 6 พอดี และกำลังนึกย้อนไปว่าเมื่อครั้งนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นเป็๞อย่างไร? และเขาจะต้องทำเช่นไรในเมื่อจู่ ๆ เขาก็ได้กลับมาสู่อดีตของตัวเองในแบบนี้ เพื่อประโยชน์ต่อตัวของเขาเอง โชลุกขึ้นไปค้นกระเป๋านักเรียนเก่า ๆ ของเขา และหยิบหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ขึ้นมาเปิดจนพบกับสิ่งสิ่งหนึ่ง

                มันคือสมุดบัญชีธนาคารออมสินของเขานั่นเอง ในนั้นมีเงินฝากของโชอยู่เพียงแค่ 1,200 บาท ที่ในตอนนั้น วัยเด็กของเขาคงจะดูว่าเงินนี้มีจำนวนเยอะมากแน่ ๆ ซึ่งโชในวัยเด็กค่อย ๆ เก็บสะสมมาเรื่อย ๆ จากการหารายได้พิเศษทั่ว ๆ ไป เพื่อนจ้างเขาให้ทำการบ้านมั่ง ทำรายงานมั่ง 5 บาท 10 บาท เขาก็เอาเพราะโชเป็๲คนหัวดีฉลาด๻ั้๹แ๻่เด็กนั่นเอง

     

                ‘มีเท่านี้เองเหรอ? ตอนนั้นเราคิดว่ามันเป็๲จำนวนเงินที่เยอะมากเลยนี่นา’ 

     

                เขาเก็บสมุดบัญชีไว้ที่เดิมและเอากระเป๋าซุกไว้ พร้อมกับนำสมุดและปากกามาจดบันทึกรายการว่าควรจะทำอย่างไรกับตัวของเขาเองต่อไป

                 1. ครอบครัวยากจนเพราะลูกเยอะ

                 2. พ่อเลี้ยงเกลียดเราแค่คนเดียว

                 3. พ่อเลี้ยงรักแม่ของเรากับน้อง ๆ ลูกของเขา

                 4. พ่อเลี้ยงรักนกเขามากด้วย

              ……………

                “ก็คงแค่อยากจะให้เราไปให้พ้น ๆ นั่นแหละไม่อยากเลี้ยงให้เปลืองข้าวสุก!!”

               ครั้งนั้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โชได้หนีออกจากบ้านเพราะทนพ่อเลี้ยงที่ใจร้ายกับเขาต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เพื่อไปหาและอยู่กับยายที่กรุงเทพ แต่ครั้งนี้เขาควรจะทำยังไงกับตัวเองดี เขาก็จดข้อมูลลงสมุดอีกครั้งหนึ่ง

                1. ครอบครัวควรอยู่แค่ครอบครัว (พ่อ แม่ ลูก)

                2. ไม่ควรอยู่ให้เห็นหน้าจะได้ไม่เกลียด

                3. แม่และน้องจะได้มีความสุข

                4. นกเขา…ก็…เป็๞นกของเขาต่อไป

                “งั้นเราจะต้องแยกย้าย ใช่!!! ต้องย้ายออก ไม่ใช่หนีไป”

                โชตัดสินใจย้ายออก แต่แม่ของเขาคงไม่ยอมให้เขาอยู่คนเดียวแน่ ด้วยอายุของเขาตอนนี้ที่ใคร ๆ ก็ต้องเห็นว่าเป็๞เด็ก โชจึงคิดเกี่ยวกับเ๹ื่๪๫เรียนต่อเพื่อเอาไปอ้างกับแม่อีกครั้ง

                “แม่ครับ ผมอยากเรียนต่อ”

                “อ่าว…ลูกเปลี่ยนใจแล้วเหรอ?”

                “ครับ ผมว่าจะไปอยู่กับยายที่กรุงเทพฯและเรียนต่อที่นั่นน่ะครับ แม่จะอนุญาตไหมครับ?”

                “แม่ยังไม่เคยถามยายเลย แกจะว่าอะไรบ้างก็ไม่รู้?”

                “แม่ก็ลองโทรไปถามยายก่อนสิครับ บอกว่าอยากให้ผมไปอยู่ด้วย เพราะผมโดนพ่อเลี้ยงทำร้าย ยายต้องให้ผมไปอยู่ด้วยแน่ ๆ และอีกอย่างผมก็จะได้เรียนต่อ แล้วบอกยายด้วยนะครับว่า…ผมจะช่วยงานลุงทุกอย่างเลย” โชบอกเหตุผลที่ตัวของเขารู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่ายายจะต้องรับเขาไปอยู่ด้วยอย่างแน่นอน

     

              ‘ครั้งนี้มันจะต้องไม่เหมือนเดิม!! ฉันเก่งแล้วก็ทำได้ และที่แน่ ๆ ฉันรู้อนาคตของตัวเองดี!! ฉันจะไม่ยอมเป็๲ไอ้ขี้แพ้อย่างเดิมอีกเด็ดขาด!!’

     

               แม่โทรไปปรึกษาเ๱ื่๵๹นี้กับยาย ยายสงสารบอกให้แม่ส่งตัวโชมาอยู่ด้วย ที่บ้านของยายอยู่ใกล้กับโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งจึงไม่น่ามีปัญหาเ๱ื่๵๹การหาที่เล่าเรียน โชรู้เ๱ื่๵๹นี้อยู่แล้วเพราะว่าเขาเคยหนีไปหายายอย่างยากลำบากในวัยเด็ก เขาหนีไปด้วยเงินเพียง 1,200 บาทที่มีพร้อมกับแผลหัวแตกและเสื้อผ้าที่ใส่อยู่เพียงแค่ชุดเดียว ในตอนนั้นทำให้ยายกับลุงต้องวุ่นวายเป็๲อย่างมาก แม่จึงจัดเตรียมข้าวของและเสื้อผ้าสำหรับโชที่จะได้ไปอยู่กับยายอย่างสบายใจ โชเห็นสีหน้าของแม่ก็พอจะรู้ว่าแม่กังวล

               “แม่ไม่ต้องเป็๞ห่วงโชหรอกนะ ผมสัญญาว่าจะเป็๞เด็กดีตั้งใจเรียน และจะขยันทำงานหาเงินมาช่วยแม่ แม่ยังมีน้อง ๆ ที่ต้องดูแล และพ่อเลี้ยงก็ไม่ค่อยชอบผม แม่ก็รู้นี่นา”

               แม่ตะลึงในคำพูดของโช

              “จะ แม่รู้ แต่แม่ก็ยังห่วงลูกอยู่ดี”

              “ผมไปเรียนหนังสือนะแม่ ไม่ได้ออกไปรบเสียหน่อย”

              “เดี๋ยวเถอะ!! แล้วอย่าทำให้ยายกับลุงทุกข์ใจนะ”

              “ครับ…” โชยิ้มให้กับแม่ของเขา

               ตกเย็นวันนั้นแม่คุยเ๹ื่๪๫นี้กับพ่อเลี้ยง ดูเขาไม่ค่อยสนใจฟังเท่าไหร่นักแต่ก็ถามว่ายายให้ไปอยู่ด้วยจริงรึเปล่า ไม่ใช่ไปแล้วก็ให้กลับมาเหมือนเดิม พอรู้ว่าเป็๞ความจริงเ๹ื่๪๫ไปอยู่เรียนหนังสือที่บ้านยาย พ่อเลี้ยงก็เปลี่ยนสีหน้าท่าทางเป็๞ดีอกดีใจจนออกนอกหน้า ถามด้วยว่าค่ารถพอไหม แหม!! ดูตื่นเต้นไปเลยสินะ คงคิดล่ะสิว่าฝันเป็๞จริง!! กูไล่ลูกเลี้ยงไปได้สำเร็จแล้ว 

               “แล้วจะไปเมื่อไหร่ล่ะ?” อีตาพ่อเลี้ยงถามแม่จันทร์

               “พรุ่งนี้ดีไหม? เราตัดผักบุ้งส่งลูกค้าเสร็จไปหมดแล้วนี่ พี่เองก็จะได้มีเวลานอนอยู่กับกอล์ฟและไกท์ยังไงล่ะ? ส่วนฉันไปส่งลูกในตอนเช้า แล้วเย็น ๆ ก็กลับ” แม่จันทร์ตอบพ่อเลี้ยงชะอำออกไป

                โชรู้คำตอบของพ่อเลี้ยงอยู่แล้ว และรู้สึกสบายใจที่เขาสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของเขาให้ดูเข้าที่เข้าทางขึ้นได้โดยที่ตัวเขาสามารถจากที่บ้านของแม่ไปได้อย่างสบายใจ และถ้าเขาคิดถึงแม่เมื่อไหร่ตัวของเขาก็สามารถกลับมาหาแม่ได้เสมอในเมื่อนั้น ไม่เหมือนกับครั้งก่อนที่เขาเคยทำตัวสิ้นคิดหนีแม่ไปเพื่อออกจากบ้านที่เปรียบดังขุมนรกนี่ เขาทำให้แม่จันทร์ของเขาต้องทุกข์ระทม แล้วตัวเองก็ไม่กล้ากลับมาสู้หน้าของแม่และกลายเป็๲ลูกอกตัญญูไป แถมยังทำตัวไร้ค่าไม่ยอมเรียนหนังสือ อวดดี อวดเก่ง แต่เอาตัวไม่รอด

     

               ‘มันจะไม่เป็๲อย่างนั้นอีกแล้ว’

     

               

     


     

          

         

        

    นิยายแนะนำ