หลังได้ยินเสียงสัญญาณบอกเลิกงานของทีมฝ่ายผลิตของหมู่บ้านต้าเจี่ย แม่หลิวหงกับซ่งเอ้อเฉินกำลังจะเลิกงานจากนาแปลงใหญ่ของทีมผลิตหมู่บ้านต้าซูเจี่ยเพื่อกลับบ้าน
หลิวหงกระวนกระวายใจเพราะอยากกลับบ้านไปดูอาการป่วยของบุตรสาวคนโต เืที่ออกมาจากอกต่อให้ยังไงก็คือสายเืของเธอ แล้วซ่งอันหลินก็เป็ลูกสาวคนแรกของเธอจะบอกว่าเธอไม่รักก็คงเป็ไปไม่ได้
หลังจากผ่านวิกฤตความอดอยากที่แสนโหดร้ายมาจากปี1960-1961มาได้ ฝ่ายผลิตของหมู่บ้านต้าซูเจี่ยก็ยังพอประคับประคองชีวิตและครอบครัวผ่านวันคืนมาได้ แม้จะอดๆอยากๆแต่พื้นที่นี้ไม่มีใครถึงกับอดตาย
ปีนี้คือปี1976แม้ว่า่นี้ฝนฟ้าจะตกต้องตามฤดูกาล ปัญหาความอดอยากจะได้รับการแก้ไขบ้างแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาในครอบครัวแต่ละครอบครัวจะหมดไป ยังมีผู้หญิงและเด็กอดอยากในอีกหลายครอบครัวด้วยเหตุผลที่ว่าเป็ตัวสิ้นเปลือง
วิกฤตการทอดทิ้งเด็กผู้หญิงและเลี้ยงดูแต่เด็กผู้ชายยังคงเป็ปัญหาที่แก้ยากภายใต้บริบททางสังคมที่ใช้แรงงานเกษตรและมีความเชื่อเื่ของการสืบทอดวงค์ตระกูลโดยผู้ชายผู้หญิงและผู้ชายจึงถูกเลือกปฎิบัติแบบสองมาตรฐานต่างกันราวฟ้ากับเหว
หลายปีผ่านมายังคงมีข่าวการฆ่าทารกเพศหญิงในหมู่บ้านที่ห่างไกลอย่างทารุณอยู่เสมอ แม้ว่าทางการพยายามจะแก้ไขปัญหาในเื่นี้แค่ไหนก็ตาม นโยบายของท่านผู้นำเหมาผู้หญิงแบกฟ้าไว้ครึ่งหนึ่ง แต่..นโยบายก็ส่วนนโยบายเื่ภายในครอบครัวที่ถูกกดขี่ก็ยังคงดำเนินต่อไปแบบเงียบๆ ผู้นำชุมชนในท้องถิ่นก็ยังคงหลับหูข้างหลับตาข้างกับการปฎิบัติของครอบครัวในหมู่บ้านที่ตนดูแล
“แม่..พ่อ..แย่แล้วเร็วๆเข้ารีบเดินป้าสะใภ้ใหญ่จะทุบตีพี่ใหญ่อีกแล้วเร็วๆเข้าพี่ใหญ่เพิ่งจะฟื้นไข้ป้าสะใภ้ก็จะใช้ไปตักน้ำ ตอนนี้เป็ยังไงไม่รู้ รีบเดินเข้าพ่อ..ช่วยพี่ใหญ่ด้วย”
เสียงฟ้องแบบหน้าตาตื่นของลูกสาวคนเล็กดังแบบกระหืดกระหอบแม้จะเหนื่อยที่วิ่งมาแต่ระยะทางแค่ไม่กี่ร้อยเมตรซ่งซิ่วหลันที่ทำงานหนักมาตลอดไม่ได้ยี่หระ
ถัดไปมีร่างหนาของหญิงวัยกลางผู้เป็ป้าสะใภ้วิ่งตามมาด้วย ทิ้งระยะห่างมากพอที่ซ่งซิ่วหลันจะสามารถฟ้องก่อนมีสิทธิ์ก่อนได้หลายคำ
“แฮ่กๆๆ..นี่อย่าไปฟังนังเด็กขี้โกหกพูดนะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรนังอันหลินเลยแม้แต่นิด” เสียงแก้ตัวดังแบบขาดๆหายๆเพราะวิ่งมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยของป้าสะใภ้ใหญ่ แต่..ไม่มีใครหยุดฟังป้าสะใภ้ใหญ่นอกจากสามีของเธอที่มองด้วยสายตาเ็า ทั้งหลิวหงและซ่งเอ้อเฉินต่างก็รีบแทบจะเหาะเพื่อไปดูลูกสาวคนโตของตนด้วยความเป็ห่วง
….
“อันหลิน อันหลิน..อยู่ที่ไหนลูก” เสียงของหลิวหงเรียกหาลูกคนโตอย่างบ้าคลั่ง พอเปิดประตูห้องเข้าไปถึงได้พบกับบุตรสาวคนโตนั่งหน้าตาเหลอหลาอยู่บนเก้าอี้
“ลูกถูกป้าสะใภ้ตีตรงไหน ให้แม่ดูสิเจ็บไหมลูก แล้วลูกฟื้นขึ้นมาั้แ่เมื่อไหร่หิวไหม” หลิวหงผู้เป็แม่ถามด้วยความเป็ห่วง พร้อมๆกับหยิบเอาหัวมันแห้งแผ่นออกมาให้ลูกสาวคนโตกินคลายหิว
“ไม่เป็ไรจ้ะแม่ลูกไม่หิว เห็นไหมลูกใกล้หายแล้วนะแม่”ซ่งอันหลินไม่ยอมกินมันแห้ง เธอพยายามคิดจนหัวแทบแตกทำยังไงถึงจะให้พ่อแม่และน้องสาวได้กินซาลาเปาแสนอร่อยที่เอามาจากระบบได้
ครั้นจะบอกไปตรงๆก็กลัวใจพ่อผู้แสนกตัญญูของเธอเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะเผลอไปบอกย่าซ่งเื่นี้หรือเปล่า
เธอไม่กล้าเดิมพันความลับเื่ระบบกับครอบครัวหรอก ดูจากสารรูปของเธอกับน้องสาวแล้วดูความเป็อยู่ของบ้านป้าสะใภ้ก็พอจะรู้ว่าพ่อเธอกตัญญูแค่ไหน และก็ไม่อยากคิดถึงจุดจบอันน่าสยดสยองของเธอถ้าความลับเื่ระบบถูกเปิดเผยออกไป ให้มันเน่าอยู่ในท้องของเธอนี่แหละเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว
ส่วนแม่ของเธอก็ดูออก รักลูกแค่ไหนแต่รักสามีมากกว่าไม่งั้นตัวเ้าของร่างเดิมจะนอนเจ็บจนตายไปได้ยังไง ช่างเถอะๆความจำเป็ของแต่ละคนและบริบทของชีวิตมันแตกต่างกัน ถ้ามัวแต่ดราม่าอาจจะมีคนตายเพิ่มในครอบครัวกันพอดี
ซ่งอันหลินนั่งคิดเงียบๆอยู่มุมห้องเงียบๆ พอเห็นว่าลูกสาวคนโตไม่เป็อะไรหลิวหงกับซ่งเอ้อเฉินก็เบาใจต่างแยกย้ายกันออกไปจากห้องของโถงครอบครัวเหลือเพียงแค่น้องสาวของเธอ
“พี่ใหญ่พี่ไม่เป็อะไรแน่นะ”ซ่งซิ่วหลันถามพี่สาวด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไร..ป้าสะใภ้ไม่ทันตีพี่เพราะวิ่งตามน้องเล็กไป ต้องขอบใจน้องเล็กมากที่ช่วยพี่” ซ่งอันหลินกล่าวด้วยเสียงชื่นชมและจริงใจ
เด็กสาวตรงหน้าโบกมือไปมา ท่าทางไม่ถือสา “เื่เล็กน้อยน่าใครใช้ให้พี่เป็พี่สาวฉันล่ะ ไม่ช่วยพี่แล้วจะช่วยใคร”
“ว่าแต่พี่ใหญ่ โต๊ะในห้องบ้านเราหายไปไหน” ซ่งซิ่วหลันถามด้วยความแปลกใจเมื่อสังเกตุว่ามีของในห้องหายไป
ซ่งอันหลินทำหน้าตาเหลอหลา แล้วตอบแบบไร้พิรุธว่า “ไม่รู้สิพี่ฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นมันอยู่ในนี้แล้ว หรือว่าย่าจะเอาไปทำฟืนเสียแล้ว แต่อย่าไปถามเลยพี่กลัวว่าย่าจะพาลตีพี่อีก แขนพี่ยังเจ็บอยู่เลยถ้าเกิดโดนอีกทีพี่เกรงว่าจะรับไม่ไหวแล้ว”
ซ่งอันหลินตีหน้าเศร้า ทำให้ซ่งซิ่วหลันปล่อยผ่านไป ช่างเถอะแค่โต๊ะเก่าๆตัวเดียวถ้าเกิดไปถามย่าแล้วย่าอารมณ์เสีย พี่ใหญ่อาจจะโดนหางเลขก็เป็ได้
“ไปกินข้าวกันเถอะพี่ใหญ่ ใกล้เวลาอาหารแล้วประเดี๋ยวไปช้าป้าใหญ่อาจจะเหลือแค่น้ำข้าวให้เราก็ได้”
บ้านของตระกูลซ่งมีทั้งหมดสี่ส่วนคือห้องของย่าซ่งที่อยู่ติดกับห้องครัวและห้องโถงหลัก ถัดไปเป็บ่อน้ำ
และห้องของบ้านลุงใหญ่ที่มีขนาดใหญ่กว้างขวางสมชื่อบ้านใหญ่แบ่งเป็ห้องนอนของลุงกับป้าห้องโถงและห้องของซ่งต้าเกินกับซ่งตงกั่วทั้งหมด3ห้องนอนแม้หนึ่งห้องโถงเป็บ้านที่ก่อขึ้นมาจากดินเหมือนกันกับบ้านของซ่งอันหลิน
แต่ดีกว่ามากเพราะมีหลังคามุงกระเบื้องอย่างดี แถมยังได้รับการซ่อมแซมผนังดินไม่นานมานี้จึงดูใหม่และแข็งแรงกว่าบ้านซอมซ่อของบ้านรอง ดูๆไปเหมือนกับบ้านเ้านายกับขี้ข้ายังไงยังงั้น
ช่างเป็การปฎิบัติแบบสองมาตรฐานของตระกูลซ่งอย่างเห็นได้ชัดเหลือเกิน หรือพ่อของเธอจะเป็ลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยงกันนะ
จริงๆบ้านที่พวกเธออยู่อาศัยเป็ห้องที่สร้างขึ้นมาภายหลังตอนที่ลุงใหญ่มีลูกชายคนที่สอง แต่ตอนที่ซ่งอันหลินเกิดเป็วันที่ปู่ซ่งเสียชีวิต ั้แ่นั้นมาวันเวลาดีๆของครอบครัวรองก็หมดไปเพราะย่าซ่งคิดว่าเ้าของร่างเดิมเป็ตัวซวยเกิดมาเพื่อเป็ดาวพิฆาตตระกูล ั้แ่นั้นมาครอบครัวรองก็กลายเป็พลเมืองชั้นสองของตระกูลไปโดยปริยาย